วันที่ 7 เดือน 5 ศักราชั ปี 569
กองกำลังจากเมืองหินครามได้โห่ร้องดังกึกก้องขึ้นมา ทันทีที่พวกเขาได้ยินเสียงสั่งบุกของเดมิคัส กลุ่มปืนใหญ่เวทมนตร์ยกลำกล้องขึ้นเตรียมพร้อมไว้ั้แ่ต้น เสียงดังสนั่นดังขึ้นมาจากมัน ฝ่ายป้องกันได้เปิดใช้งานกับดักที่พวกเขาวางไว้ ทาโร่ได้ร่ายทักษะในการป้องกันของเขามาในทันที แรงกระแทกของโล่กับลูกปืนใหญ่ ทำให้เกิดแรงสั่นะเือย่างมากบนกำแพง แต่มันไม่อาจก่อให้เกิดความเสียหายใดใด ทหารของเมืองหินครามที่พยายามบุกเข้ามา พวกเขาได้เหยียบกับดักแรงดันลมที่มิวเปิดใช้งาน เกิดแรงดันกระแทกพวกเขา จากอีกคนสู่อีกคนอย่างรวดเร็ว พวกทหารแนวหน้ากระเด็นชนกันไปชนกันมา เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างมากในพื้นที่ เมื่อทั้งตัวคนและอาวุธที่พวกเขาถือได้บินว่อนไปทั่วสนามรบในขณะนี้ เดมิคัสได้ออกคำสั่งให้ผู้ใช้เวทมนตร์ รีบร่ายมนตร์ป้องกันให้กองทหารโดยด่วน ฝ่ายป้องกันบนกำแพง ได้ยิงธนูใส่ศัตรูอย่างดุดัน ทำให้เหล่าทหารแนวหน้า ของผู้บุกรุกล้มตายกันจำนวนไม่น้อย สถานการณ์ในปัจจุบันถือว่าฝ่ายป้องกันนั้น ได้เปรียบเป็อย่างมาก กลุ่มพลธนูกว่าร้อยคน้ากำแพง พวกเขายิงธนูกันอย่างต่อเนื่อง พวกเขาแทบไม่ได้กังวลกับปืนใหญ่ที่อีกฝ่ายยิงเข้ามา ตราบใดที่ทาโร่ยังยืนอยู่ตรงนั้น ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากกับดักลม ได้สร้างประโยชน์ให้แก่พวกเขาอย่างมหาศาล กองทัพหน้าของพวกมันกำลังแตกทัพ วิ่งชนกันให้วุ่น เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นมาเป็ระยะ ภาพที่เห็นในขณะนี้ เหมือนเป็ฉากที่พวกเขา กำลังเล่นเกมล่าสัตว์อยู่ก็มิปาน แค่ล่าพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
" พวกเรา! ยิงเข้าไป! ฆ่ามันให้หมด! " คำสั่งปลุกใจของจามูซีดังขึ้น ้ากำแพงตอนนี้ มีซิสเตอร์มิว จามูซีและทาโร่เป็แกนหลักอยู่บนนั้น แต่ถว่า แม้การป้องกันของทาโร่จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ยิ่งใช้ต่อเนื่องมากเท่าไหร่ เวลาของตัวเขาจะลดลงไปเรื่อย ๆ ประกอบกันกับพลังเวทมนตร์ในร่างกายก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว เขาจึงบอกให้ทุกคนระวังตัว ในขณะที่เขาต้องหยุดใช้เวทมนตร์ป้องกันชั่วครู่ ซิสเตอร์มิวกำลังพยายามจะยิงธนู เพื่อไปจัดการกับปืนใหญ่ของศัตรู ระยะห่างกว่าสามร้อยเมตร หากธนูธรรมดาทั่วไปคงยิงไม่โดนแน่ ๆ ไหนจะเื่ระยะการมองเห็นอีก ห่างกันขนาดนี้ ไม่น่าจะเล็งให้โดนเป้าได้ " ภูติแห่งสายลมที่สถิตอยู่กับข้า ขอจงมอบพลังให้แก่ข้า " เสียงร่ายเวทมนตร์ของมิวดังขึ้น สายลมได้หมุนวนรอบตัวของเธอ และไหลไปรวมอยู่ที่ปลายลูกศร ก่อนที่ถูกปล่อยออกไปในทันที ลูกศรนั้นได้พุ่งตรงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงอย่างมาก มันพุ่งตรงไปยังที่ตั้งของปืนใหญ่ศัตรู แรงปะทะทำให้ปืนใหญ่กระบอกนั้นถูกทำลายลงในทันที พร้อมทั้งก่อให้เกิดพายุขนาดย่อมขึ้นในพื้นที่นั้นอีกด้วย เธอทำแบบนี้อยู่ถึงสามครั้ง ปืนใหญ่ทั้งห้าของฝ่ายผู้บุกรุก บัดนี้ได้ถูกทำลายไปแล้วสามกระบอก
เสียงหอบที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า ดังขึ้นเป็ระยะจากซิสเตอร์มิว เหมือนว่าเธอจะใช้พลังเวทมนตร์ไปในปริมาณมาก จากการเปิดใช้งานกับดักและเวทมนตร์ขั้นสูงหลายอย่าง ตอนนี้กองกำลังของฝ่ายศัตรูล้มตายไปมากกว่าสามร้อย มีผู้าเ็อีกไม่น้อย แต่หลังจากที่ปลดการป้องกัน ฝ่ายเราเองก็เริ่มมีผู้ได้รับาเ็ จากธนูที่อีกฝ่ายยิงสวนกลับมา มีกำแพงบางส่วนที่ต้องพังไปจากแรงปะทะของปืนใหญ่เวทมนตร์ เกิดรอยแหว่งขึ้นบนกำแพงฝั่งด้านซ้าย ทาโร่ได้เหลือบมองดูเวลาที่อยู่บนฝ่ามือของตนเอง เวลาเหลือเพียงสามวันเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ภายในเขตของตนเอง เวลาฟื้นฟูกลับมาในทุกวินาทีอยู่แล้วก็ตาม แต่มันยังคงช้าเกินไป หากยังเป็แบบนี้ พวกเราจะทนได้นานแค่ไหนกันนะ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงแตรของฝ่ายตรงข้ามก็ดังขึ้นมา เหมือนว่าจะเป็สัญญาณสั่งให้ถอยทัพ พวกมันรีบหันหลังกลับและถอยทัพในทันที มีบางคนที่พยายามช่วยเหลือเพื่อนที่าเ็อยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจะน่าเห็นใจเพียงใด แต่าที่ยังไม่สิ้นสุดลง คงไม่มีคำว่าปราณีให้ต่อศัตรูแน่นอน
เมื่อจามูซีเห็นดังนั้น เขาได้รีบนำกองกำลังผสมกว่าร้อยนาย เปิดประตูเมืองและมุ่งตรงไปเก็บกวาดพวกที่าเ็ และพวกที่ถอยกลับไปไม่ทันกองกำลังหลัก การล่าสังหารเกิดขึ้นอยู่เพียงฝ่ายเดียว ในครั้งแรกนี้ถือว่าฝ่ายเราทำการป้องกันได้ดีมาก พวกมันล้มตายไปกว่าห้าร้อยนายภายในวันแรก ในขณะที่พวกเราเอง มีผู้ได้รับาเ็เพียงไม่กี่คน แต่ก็มีผู้จากไปด้วยแรงะเิของปืนใหญ่เช่นเดียวกัน ผ่านมาถึง่ค่ำของวันเดียวกันนั้นเอง แน่นอนว่าพวกเขาต้องมาประชุมกันว่าจะเอายังไงกันต่อ ทหารของทางเรานั้นมีกำลังใจเต็มเปี่ยม มีผู้าเ็ไม่มากนัก แถมพวกมันได้สูญเสียกันไปกว่า 25% ของกองทัพพวกมัน เป็ไปได้ว่าการบุกครั้งต่อไปนั้น พวกมันคงจัดหนักจัดเต็มกว่าเดิมแน่ ๆ หรือไม่ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง วันนี้คงผ่านพ้นความยากลำบากไปอีกวัน กำแพงที่พังคงซ่อมด้วยไม้ชั่วคราวไปก่อน ต้องให้หน่วยสอดแนมเฝ้าระวังในคืนนี้ พยายามเฝ้าระวังค่ายศัตรูไว้ แต่การตั้งค่ายในป่าแบบนั้น พวกสัตว์อสูรคงไม่อยู่เฉยแน่ ๆ
กองทัพของเมืองหินครามได้ถอยทัพกลับมา ยังที่ตั้งแคมป์ของพวกเขาในตอนแรก ในตอนนี้ทหารดูอิดโรยกันเป็อย่างมาก ขวัญกำลังใจเองก็ดูจะหายไปด้วย เหลือเพียงกลุ่มของทหารรับจ้าง ที่ยังคงคอยจัดการทุกอย่างให้ ไม่ว่าจะเป็การเตรียมอาหารหรือการเฝ้าระวัง พวกเขาอยู่แนวหลังในการรบ แต่หน้าที่ของพวกนั้นคือคอยจัดการกับสัตว์อสูร พวกมันมักจะเข้ามาจู่โจมเสมอ แม้จะเป็ตอนกลางวันเองก็ตาม ยิ่งเข้ายามราตรี พวกมันยิ่งทวีความดุร้าย จากที่เดมิคัสคาดการณ์นั้น คืนนี้ พวกมันคงต้องมุ่งไปที่ประตูหมู่บ้านกระต่ายเป็แน่ ที่นั่นมีอาหารมากมายที่ให้พวกมัน้า บ้าเอ้ย! นั่นมันศพคนของเรา ตอนนี้จะเอายังไงกันต่อ เขาได้เรียกประชุมกลุ่มผู้นำอีกครั้ง ผ่านไปเพียงครู่ ทั้งเคย์และกาซิมก็เข้ามาหาเขาที่หน้าเต็นท์ เดมิคัสได้หันไปถามกาซิมก่อนทันที
" ทหารพวกนั้นเป็อย่างไรบ้าง วันนี้เราสูญเสียกำลังคนไปเท่าไหร่ รายงานข้ามาที " กาซิมรีบรายงานผลการรบที่ตรวจสอบมา
" พวกเราเสียทหารแนวหน้าไปกว่าห้าร้อยนาย ปืนใหญ่อีกสามในห้า ผู้ใช้เวทมนตร์อีกสามคน มีผู้าเ็อีกจำนวนกว่าร้อยนายครับ "
" บ้าเอ้ย!! " เดมิคัสสบถตามออกมาอีกหลายคำ แล้วเขาก็หันไปถามเคย์ ว่าตอนที่ทำการรบกัน พวกเขาหายไปไหน ไม่มีคนจากกลุ่มทหารรับจ้างเขาร่วมรบกับพวกแนวหน้าเลยแม้แต่คนเดียว
" แล้วแกล่ะเคย์ ตอนที่เราบุกโจมตี พวกแกหายหัวไปไหนมา " เขาถามและจ้องตาเคย์อย่างเกรี้ยวกราด แต่สีหน้าเรียบนิ่งของเคย์ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เคย์ตอบกลับไปอย่างใจเย็น
" นี่ท่านเดมิคัส ท่านรู้ไหมว่าเมื่อคืนก่อน คนของข้าคุ้มกันที่นี่อย่างแ่าทั้งคืน มีพวกสัตว์อสูรบุกเข้ามากว่าสิบตัว หนึ่งในนั้นไม่ใช่แค่สัตว์อสูร แต่มันเป็พวกพันธุ์ผสม ท่านคงรู้ถึงความสามารถของมันดีใช่ไหม รวมถึง่ที่พวกท่านบุกเข้าไป ด้านหลังของกองทัพเรา ยังมีอสูรหมาป่ากว่ายี่สิบตัว บุกเข้ามาอีกครั้ง พวกข้าเลยต้องยกกองกำลังไปจัดการมัน ไม่งั้น หากพวกมันบุกเข้ามาได้ กองทัพของเราได้ปั่นป่วนกว่าที่เป็อยู่อย่างแน่นอน " เขาตอบคำถาม พร้อมทั้งจ้องตาของเดมิคัสอยู่ตลอด ไม่ได้ละสายตาไปไหน เพราะเขาเองก็ไม่ได้ชอบใจนัก ที่เดมิคัสพยายามข่มเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็ที่นี่หรือที่ไหนก็ตาม สาเหตุที่เขาต้องยอม ไม่ใช่ว่าเขากลัวหรือเกรงใจ แต่เขากังวลเกี่ยวกับการเป็อยู่ของสมาชิกของทหารรับจ้าง ครอบครัวของคนเ่าั้เป็พลเมือง ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองหินคราม การทำอะไรผิดใจกับเดมิคัส คงไม่ส่งผลดีให้กับพวกเขาแน่นอน
เดมิคัสที่ได้ฟังดังนั้น เขาพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนคลายและคุมสติของตนกลับมา กับดักพวกนั้นมันอะไรกัน รวมไปถึงเวทมนตร์ที่นักธนูนั่นใช้อีกด้วย ทั้งหมดนี่มันเหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก พวกมันเตรียมการตั้งรับไว้อย่างดี มีใส้ศึกในกองทัพเรางั้นหรือ หรือว่ามันมีผู้ที่ทำนายอนาคตได้ สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้คืออะไรกันแน่ บุกเข้าไปอีกครั้งอย่างเต็มกำลังหรือ...หรือว่าถอยทัพกลับไปที่เมือง ไม่ได้! ข้าไม่อาจยอมรับในเื่แบบนั้นได้ แบบนั้นได้เป็ขี้ปากพวกชาวเมืองแน่ ๆ หรือว่าข้าควรรอกำลังเสริมจากหมู่บ้านเหล็กดำเสียก่อน เวรเอ้ย! ข้าควรจะทำอย่างไรดี ในขณะที่เดมิคัสใช้ความคิดอย่างหนัก เขาได้แสดงสีหน้าเป็กังวลออกมาอย่างชัดเจน รอยย่นบนหน้าผากชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กาซิมผู้เป็ที่ปรึกษาหลัก เขาจึงได้เสนอความคิดเห็นบ้าง เขาคิดว่าควรรอกำลังเสริมจากหมู่บ้านเหล็กดำก่อน เพราะเ้าพวกนั้นจะมาสมทบกับพวกเรา คิดว่าจะมาถึงที่นี่ในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงวัน ถึงจะล่าช้าออกไปหน่อย แต่การได้คนเพิ่มมาถึงจะเพียงเล็กน้อย นั่นย่อมดีกว่าแน่นอน เดมิคัสได้เห็นด้วยและได้เลิกประชุมไปในที่สุด เคย์ได้เดินกลับไปที่เต็นท์ของตนเอง อลิซและคนอื่น ๆ ก็รอเขาอยู่ เหมือนมีเื่ต้องปรึกษากันอีกสักหน่อย ถึงแผนการที่พวกเขาได้วางไว้ั้แ่ต้น จนถึงในตอนนี้ เดมิคัสยังคงไม่รู้ถึงแผนของท่านมิว แต่เหมือนว่าเขาจะเริ่มระแคะระคายแล้ว หวังว่าเราจะจบศึกนี้ได้ตามแผนนะ เคย์ได้แค่คิดและภาวนาอยู่ในใจ
ณ เวลานี้ภายในหมู่บ้านกระต่าย เป็เวลาสองทุ่มกว่าโดยประมาณ ทหารที่เฝ้ายามอยู่บนกำแพงมีไม่มากนัก มีหน่วยสอดแนมออกไปเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบไว้อยู่ ซากศพเ่าั้หากไม่ได้ทำการเผาจัดการ พวกสัตว์อสูรได้แห่กันมาที่นี่แน่ ๆ แต่จะให้ออกไปจัดการเลยในทันที ก็จะเป็การเปลืองแรงโดยใช่เหตุ คงได้แค่ปล่อยเลยตามเลย แค่สกัดกั้นพวกมันไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้านก็พอ มิวได้ก้มมองเวลาบนฝ่ามือขวาของตนเอง " 01.11.26 " เหลือเวลาอีกไม่มากนัก เธอต้องรีบกลับไปเติมเวลาที่เมืองหินครามให้ทัน หากพรุ่งนี้จบศึกนี้ไม่ได้ ต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ในหมู่บ้าน ณ ตอนนี้ มีเพียงเธอที่เป็คนจากฝั่งสีเขียว ส่วนฟรานได้เดินทางกลับไปสบทบกับฮัน ที่หมู่บ้านผาร้อยหมอกแล้วในขณะนี้ คงไม่ต้องเป็ห่วงอะไร เื่ที่ต้องห่วงในตอนนี้ ก็คือพวกกองกำลังเสริม จากหมู่บ้านเหล็กดำอีกสองร้อยกว่าคน เหมือนจะมีผู้ใช้เวทมนตร์มาด้วยอีกคนหนึ่ง สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือรอ พรุ่งนี้เช้าให้กองทหารบุกเข้าเมืองหินครามแล้วยึดที่นั่นให้ได้ ในตอนนี้จากที่ได้รับรายงานมา ทหารคุ้มกันที่นั่นมีไม่มากนัก ชาวเมืองเองก็คงไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร สตีฟคงจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ พรุ่งนี้คงไม่ง่ายนัก ต้องรีบไปพักเอาแรงก่อนดีกว่า
และภาพที่อยู่ตรงหน้าของซิสเตอร์มิว ก่อนที่เธอจะเดินลงจากกำแพงไป คือภาพที่ฝูงหมาป่าเงาสิบกว่าตัว กำลังเดินเข้ามายังพื้นที่สมรภูมิรบในตอนเช้า พวกมันตัวสูงราวหนึ่งเมตรได้ ความยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง รูปร่างผอมโซ พวกมันเดินเข้ามาช้า ๆ ทำสายตาหวาดระแวง ก่อนที่จะฉีกกระชาก กัดกินซากศพเ่าั้กันอย่างบ้าคลั่ง มิวเพียงแค่มองและสั่งกับทหารยามว่าไม่ต้องทำอะไร เฝ้ามองพวกมันไว้ก็พอ อย่าได้เคลื่อนไหวให้พวกมันตื่นใ ตามปกติมันจะไม่จู่โจมเราโดยตรง เมื่อเราไม่ได้ลุกล้ำเข้าไปในเขตของมัน หรือทำการจู่โจมพวกมันก่อน ยิ่งตอนนี้มีอาหารให้มันกิน เดี๋ยวพวกมันอิ่มก็คงกลับเข้าป่าไปเอง ทหารยามได้ตบปากรับคำสั่ง แล้วเธอก็เดินกลับไปยังบ้านพักของตนเอง บริเวณด้านหลังกำแพงชั้นนอก มีกำแพงเนินดินอีกชั้นอยู่ด้านหลังกำแพงแรก ห่างจากกำแพงชั้นแรกราวหนึ่งร้อยเมตร มันสูงราวสองเมตรครึ่งเห็นจะได้ ซึ่งเป็ไปได้ว่าทหารฝ่ายตรงข้ามนั้น จะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของมัน มันจะช่วยพวกเราได้เป็อย่างมาก หากเราต้องทำการละทิ้งแนวป้องกันชั้นแรกไป รัศมีของต้นไม้แห่งการอวยพรของที่นี่ มีอาณาเขตครอบคลุมทั่วถึงทั้งบริเวณ จึงได้หมดปัญหาเื่การทำศึกยืดเยื้อ แต่ถึงอย่างนั้น การเสียงเปรียบของจำนวนกำลังพล ยังคงเป็ปัญหาอย่างมาก