“ขอบคุณมาก”
หลี่ตู้ไม่ปฏิเสธเขาคว้าม้วนคัมภีร์มาใช้ทันที
[คุณได้เรียนรู้สกิล: วิชาสำรวจ]
หลังจากเรียนรู้สกิลสำเร็จหลี่ตู้ก็ใช้มันกับจงเฉี่ยนเยวี่ยข้อมูลของเธอพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่ตู้ในชั่วพริบตา
[ชื่อ: จงเฉี่ยนเยวี่ย อาชีพ: นักล่าเงา เลเวล: 19]
เลเวล19!
เลเวลที่แท้จริงของจงเฉี่ยนเยวี่ยค่อนข้างสูงทีเดียวอย่างน้อยก็สูงกว่าเขาตั้งเก้าเลเวล
“ดูไม่ออกเลยว่านายมาจากไหนกันแน่ ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้แต่ดูไปก็เหมือนเด็กหนุ่มที่เพิ่งออกมาผจญภัยในโลกกว้างเป็ครั้งแรก”
หลี่ตู้ไม่ตอบแต่ก้มหน้ามองแผนที่ลึกลับต่อ
หลังจากดูไปสักพักหลี่ตู้ก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ดูคุ้นตา
เมื่อมองดีๆเขาก็พบว่า...ที่นี่มันที่ตั้งของดันเจี้ยนเหมืองร้างไม่ใช่หรือ?
“เธอแน่ใจนะว่านี่คือแผนที่ลึกลับ?”
เมื่อได้ยินคำถามของหลี่ตู้จงเฉี่ยนเยวี่ยก็หัวเราะคิกคัก “แน่นอนสิ!นายคงจะอยากพูดว่า นี่คือแผนที่ดันเจี้ยนเหมืองร้างใช่ไหมล่ะ”
หลี่ตู้พยักหน้า
“ซากโบราณอยู่ในเหมือง แต่ถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างดี นายมีกุญแจอยู่กับตัวแค่เคลียร์ดันเจี้ยนได้ นายก็จะเจอซากโบราณเองนั่นแหละ”
“อย่างนั้นเหรอ”
หลี่ตู้ไม่พูดอะไรอีกเขาเติมเชื้อไฟ ดันเจี้ยนหลายแห่งและซากโบราณเชื่อมโยงถึงกันการต้องเคลียร์ดันเจี้ยนก่อนเข้าถึงซากโบราณนั้นไม่ใช่เื่แปลกอะไร
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความเบื่อหน่ายหรือเปล่าจงเฉี่ยนเยวี่ยถึงได้ชวนหลี่ตู้คุยต่ออีก
“เห็นว่านายแค่เลเวล 10 เพิ่งเปลี่ยนอาชีพปีนี้สินะกำลังเตรียมตัวสอบระดับชาติอยู่เหมือนกันเหรอ?”
หลี่ตู้พยักหน้า
“งั้นนายจะสมัครมหาวิทยาลัยไหนล่ะ? นายมีฝีมือขนาดนี้น่าจะเข้าสิบมหาวิทยาลัยชั้นนำได้นะ แต่...อืมได้ยินมาว่าสิบมหาวิทยาลัยชั้นนำให้ความสำคัญกับผลงานของอาชีพมากกว่าไม่รู้ว่านักรบพื้นฐานของนายจะผ่านเกณฑ์ได้หรือเปล่า”
“นอกจากสิบมหาวิทยาลัยชั้นนำแล้ว มหาวิทยาลัยเยี่ยนกวนก็ดีมากนะเป็มหาวิทยาลัยใหญ่นอกเหนือจากสิบมหาวิทยาลัยชั้นนำแถมยังเป็มหาวิทยาลัยแห่งเดียวสำหรับคนธรรมดาด้วย”
“พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ นายก็จะท้าทายหอคอยทะลุฟ้าได้แล้วที่นั่นเป็สถานที่สำหรับท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ถ้าทำลายสถิติได้ก็จะได้รับรางวัล บางคนถึงกับได้เซ็ตไอเท็มระดับมหากาพย์เลยนะ”
“นอกจากหอคอยทะลุฟ้าแล้ว ยังมีดันเจี้ยนพิเศษหรือซากโบราณอีกหลายที่ด้วย...”
“อ้อจริงสิ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนายตั้งสมาคมเองได้ด้วยนะ”
ไม่รู้ว่าจงเฉี่ยนเยวี่ยเป็คนพูดมากหรือเปล่าพอได้เริ่มพูดก็ไม่หยุดปาก เธอแนะนำมหาวิทยาลัยหลาย ๆที่ให้หลี่ตู้ฟังอย่างไม่ขาดสาย
หลี่ตู้ฟังแล้วก็ได้ความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเ่าั้เพิ่มขึ้นมาบ้าง
คุยกันไปเรื่อยๆท้องฟ้ามืดมิดเหลือเพียงแสงจันทร์ส่องสว่าง ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อใดเสียงของเธอก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
รุ่งเช้าถัดมา
เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องหลี่ตู้ก็พบว่าจงเฉี่ยนเยวี่ยไม่อยู่ด้วยกันแล้ว
แต่เธอทิ้งโน้ตข้อความไว้ให้แผ่นหนึ่ง
‘พี่หลี่ตู้ ฉันไปแล้วนะ ไม่ต้องคิดถึงฉัน ถ้าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยฉันแนะนำให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเยี่ยนกวนนะฉันรู้สึกว่านายกับมหาวิทยาลัยเยี่ยนกวนมีวาสนาต่อกัน ไว้เจอกันใหม่’
เมื่อมองกระดาษโน้ตแผ่นนี้ภาพลักษณ์ที่ตรงไปตรงมาของจงเฉี่ยนเยวี่ยก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาโดยไม่รู้ตัว
หลี่ตู้เผยรอยยิ้มบางเบา
นับเป็การพบเจอที่อบอุ่นครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้
เขาไม่รอช้าจัดสัมภาระแล้วออกเดินทางต่อ
ไม่คิดเลยว่าซากโบราณจะอยู่ในเหมืองร้างแบบนี้ก็สะดวกดี เป็ทางผ่านพอดีเลย
......
[มิโนทอร์คลั่ง: เลเวล 17 พลังชีวิต 1,380 พละกำลัง 70 สกิลที่ใช้: พุ่งชนรุนแรง]
หลังจากเรียนรู้วิชาสำรวจหลี่ตู้ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลสัตว์อสูรได้ละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่เพียงแค่เห็นค่าสถานะที่แท้จริง แต่ยังเห็นสกิลของมันด้วย
ยิ่งห่างจากเมืองหลานเฉิงมากเท่าไหร่สัตว์อสูรก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
หลี่ตู้ถึงขั้นเห็นสัตว์อสูรเลเวล20อยู่หลายครั้งหลายหน
โชคดีที่สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ได้มีท่าทีดุร้ายหลี่ตู้จึงเดินผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
หากถูกสัตว์อสูรเลเวลสูงเหล่านี้โจมตีหลี่ตู้ก็คงทำได้แค่ใช้สกิลจู่โจมปลิดิญญาเท่านั้น
ในที่สุดเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง่บ่าย หลี่ตู้ก็เดินทางมาถึงดันเจี้ยนเหมืองร้าง
ทางเข้าเป็วงก้นหอยนี่คือประตูเคลื่อนย้ายของดันเจี้ยน เพียงแค่ก้าวเข้าไปก็จะถูกส่งไปยังดันเจี้ยนเหมืองร้างทันที
ดันเจี้ยนภายนอกเช่นนี้โดยทั่วไปแล้วจะมีระดับความยากให้เลือก
อย่างเช่นดันเจี้ยนเหมืองร้างแห่งนี้มีสี่ระดับความยากคือ: ระดับทั่วไป ระดับสูง ระดับยาก และระดับฝันร้าย
เนื่องจากเป็ดันเจี้ยนภายนอกความยากในการเคลียร์ของดันเจี้ยนนี้จึงสูงกว่าดันเจี้ยนสำหรับฝึกเลเวลในเมือง
ระดับทั่วไปยังพอไหวแค่บางครั้งอาจมีสัตว์อสูรระดับสูงโผล่มาบ้าง
ส่วนระดับสูงสัตว์อสูรข้างในจะได้รับการเสริมพลังเรียกว่าทั้งหมดเป็สัตว์อสูรระดับสูงก็ว่าได้
และระดับยากนั้นพวกมันแข็งแกร่งเกินต้านทาน
ไม่เพียงแค่สัตว์อสูรจะได้รับการเสริมพลังเท่านั้นแม้แต่บอสก็ยังมีโหมดคลั่งด้วย ในโหมดคลั่ง บอสไม่เพียงอยู่ในสถานะะตลอดเวลาแต่ยังฟื้นฟูพลังชีวิตได้มหาศาล
ดังนั้นหาก้าท้าทายดันเจี้ยนระดับสูง ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงจำเป็ต้องรวมทีมออกล่า
ถึงกระนั้นก็ยังมีอัจฉริยะหลายคนที่ประเมินตัวเองสูงเกินไปล้มเหลวในระดับยากมาแล้ว
ส่วนระดับฝันร้าย...หลี่ตู้มองดูแผ่นศิลาข้างประตูเคลื่อนย้ายของดันเจี้ยน
มีข้อความสลักอยู่หลายบรรทัดซึ่งก็คือชื่อทีมที่ผ่านดันเจี้ยนระดับฝันร้าย
มีเพียงสิบทีมเท่านั้นที่สามารถผ่านระดับฝันร้าย
อันดับที่สิบ:ทีมเหยี่ยวแดง เวลาที่ใช้: 9 ชั่วโมง 56 นาที 08 วินาที
......
อันดับที่สอง:ทีมราตรีทมิฬ เวลาที่ใช้: 7 ชั่วโมง 44 นาที 25 วินาที
อันดับที่หนึ่ง:ทีมบุกเบิกสมาคมเทียนไห่ เวลาที่ใช้: 6 ชั่วโมง 38นาที 12 วินาที
เมื่อหลี่ตู้มาถึงมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่แล้ว
“รับสมัครทีมลงดันเจี้ยนระดับยาก ขาดจอมเวท ขาดดาเมจ ขาดฮีลเลอร์แบ่งรายได้เท่ากัน ใครสนใจเชิญทางนี้!”
“ลงดันเจี้ยนกัน! ระดับสูง! ขาดอีกหนึ่งคน ขอแค่ซัพพอร์ต!”
“ระดับยาก ขาดคนคุม ขอเป็จอมเวทยิ่งดี! มีใครสนไหม? ขอเลเวล15 ขึ้นไป”
......
ผู้คนจำนวนมากะโเรียกหาเพื่อนร่วมทีม
นอกจากโซโล่ลุยเดี่ยวแล้วยังลงดันเจี้ยนเป็ทีมได้ด้วย แม้การลงเป็ทีมจะทำให้ผลประโยชน์ส่วนตัวลดลงแต่การเคลียร์ดันเจี้ยนก็จะง่ายขึ้นมาก
และยังมีคนร่ำรวยที่้าจ้างคนพาลงดันเจี้ยนโดยเฉพาะซึ่งรายได้ทั้งหมดก็จะตกเป็ของเขาเพียงคนเดียว
คนหนึ่งเห็นหลี่ตู้กำลังจ้องมองศิลาบันทึกผู้ผ่านดันเจี้ยนก็เอ่ยถามว่า “พี่ชายเพิ่งเคยมาดันเจี้ยนนี้ครั้งแรกเหรอ”
หลี่ตู้ไม่ตอบ
มีอีกคนถามว่า“พี่ชาย คุณอาชีพอะไรครับ เลเวลสูงไหม”
“อยากลงดันเจี้ยนด้วยกันไหม ระดับสูง เคลียร์ง่าย ๆ เลยครับ”
เมื่อเห็นหลี่ตู้ดูสงบนิ่งหลายคนก็คิดว่าเขาอาจเป็ยอดฝีมือ จึงพากันชวนเข้าร่วมทีมแต่หลี่ตู้เพียงแค่โบกมือ
เขาเดินไปยังประตูเคลื่อนย้ายแล้วเปิดหน้าต่างเลือกความยากของดันเจี้ยนทันที
ผู้คนเห็นดังนั้นก็อึ้งกันถ้วนหน้า
“ไม่จริงน่า พี่คนนั้นจะโซโล่เดี่ยวใช่ไหม”
“สุดยอด! นี่สิยอดฝีมือ!ดันเจี้ยนนี้แค่ระดับทั่วไปก็ไม่ใช่ใครจะโซโล่เดี่ยวกันได้ง่าย ๆ นะ”
“ดูสิว่าเขาจะเลือกความยากระดับไหน”
หลี่ตู้ไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาเลือกความยากระดับฝันร้าย
จากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไปในประตูเคลื่อนย้าย ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็หายไปในพริบตา
คนตรงนั้นที่เห็นสิ่งที่หลี่ตู้เลือกต่างก็อ้าปากค้าง แทบพูดไม่ออก
“ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? เมื่อกี้พี่เขาเลือกความยากระดับฝันร้าย!”
“นายไม่ได้ตาฝาด! ฉันก็เห็น”
“ให้ตายเถอะ เขาเป็ยอดฝีมือจากไหนกันล่ะเนี่ย”