ม้าควบไปตามเส้นทางูเาอย่างชำนาญในที่คอม้ามีไข่มุกราตรีเม็ดใหญ่ห้อยคอยส่องสว่างเส้นทางเบื้องหน้าไว้อยู่
หากมีคนร่ำรวยสักคนมาเห็นก็คงต้องผงะถอยหลังแน่นนอน
ช่างสิ้นเปลื้อง! ช่างโอ้อวด! ช่างร่ำรวยยิ่งนัก!
ไข่มุกราตรีเป็ของล้ำค่าราคาในตลาดค่อนข้างสูงแต่ไม่ได้หายากแต่เม็ดใหญ่ขนาดที่นางสามารถเอามาห้อยคอม้าได้อย่างฟุ้มเฟือยแทนตะเกียงน้ำมันได้ก็นับว่าล้ำค่าและหายากอย่างยิ่ง
ตอนนี้เป็ยามจื่อแล้วไม่มีใครออกมาขี่ม้าเล่นเช่นเดียวกับนางแม้แต่นักเดินทางยังต้องตั้งกระโจมพักคงมีเพียงนางกับชุนเชียงเท่านั้นที่กล้าออกเดินทางในยามวิกาลเช่นนี้
ไม่นานนักม้าคู่ใจก็เลี้ยวเข้าเส้นทางหมู่บ้านหนิวเจียหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างเมืองฉางแค่หนึ่งร้อยลี้ และห่างกับเขากู่จี้ไม่ไกลนัก
นาง้าเข้าไปเอาสมุนไพรบางอย่างในเขากู่จี้และ้าหมู่บ้านสงบสักแห่งเพื่อพักอาศัยชั่วคราวหมู่บ้านแห่งนี้มีคนในหมู่บ้านไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็คนตระกูลเดียวกันผู้คนนับว่าจิตใจดีไม่ยุ่งวุ่นวายเื่ชาวบ้าน นางชอบมาก
พอพักแล้วก็พักยาวถึงสามเดือนแล้วเพราะนางเป็หมอชาวบ้านเพียงคนเดียวในละแวกนี้ชาวบ้านที่เจ็บป่วยจึงเดินทางมาหานางที่เรือนเพื่อขอรักษามากมายไม่นานชื่อเสียงของนางก็กลายเป็ที่รู้จักกันไปทั่ว
ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่มีหมอในตัวอำเภอและเมืองฉางล้วนมีโรงหมอคอยให้การรักษาอยู่แทบทั้งสิ้นเพียงแต่ค่ารักษาสูงอย่างมากแม้แต่นางยังใ แค่ตรวจรักษายังคิดตั้งหนึ่งเฉียน[1]
ไม่แปลกที่ชาวบ้านบางส่วนเลือกที่จะจนเจ็บป่วยจนหายดีหรือตายไปเสียยังดีกว่าเสียเงินค่าหมอ
ไม่ใช่ว่าชาวบ้านที่นี่ไม่ขยันเมืองฉางมีพื้นที่เพาะปลูกน้อย แค่ปลูกข้าวให้พอกินในครอบครัวยังยากพวกเขาจึงต้องอาศัยเก็บของป่าในป่าในเขาขายเพื่อนำเงินไปแลกแป้งหมี่และข้าวของในเรือนจะมีเงินที่ไหนเจียดไปเป็ค่ารักษาเล่า
อาจารย์ของนางสอนเสมอรีดไถคนที่ร่ำรวยแบ่งความช่วยเหลือให้ชาวบ้านยากจน แม้จะไม่ช่วยให้พวกเขาดีขึ้น แต่อย่างน้อยก็ไม่น่าเวทนาเกินไป
บ้านที่นางซื้อไว้อยู่ตีนเข้ากู่จี้ห่างจากตัวหมู่บ้านห้าลี้ทำให้ค่อนข้างเงียบสงบอย่างที่นาง้าบ้านเรือนข้างเคียงมีเพียงเฉินเหลียงที่เป็นายพราน ทั้งสองไม่มีลูกแม่สามีจึงรังเกียจหลินซื่ออย่างยิ่ง เฉินเหลียงไม่อยากมีปัญหาเลยย้ายมาอยู่กับภรรยาสองคน
นับว่าเป็ผู้ชายที่ดี
ในยุคนี้ที่ผู้ชายเป็ใหญ่ชายที่เห็นแก่ภรรยายอมแยกบ้านออกมาอยู่กับนางเพียงลำพังเช่นนี้นับว่าพบเห็นได้น้อยนัก
นางมองไปยังชายหนุ่มน้อยในอ้อมแขนที่ตัวสั่นเล็กน้อยเพราะลมหนาวยามค่ำคืน....หวังว่าเ้าจะไม่ใช่พวกผู้ชายเลวร้ายนะ
บ้านดินผสมหินชนบทเรียบง่ายมุ่งด้วยหลังคาหญ้าฟางขนาดใหญ่หนึ่งลานเรือนสามห้องนอนมีที่ดินสำหรับเพาะปลูกเล็กน้อยหลังบ้าน นับว่าไม่ใช่บ้านย่ำแย่อะไรนักนางซื้อมาในราคาแค่ห้าตำลึงเท่านั้น
เนื่องจากเป็บ้านหลังเก่าและยังอยู่ตีนเขามีสัตว์ป่าหลุดเข้ามาเป็บางครั้งชุนเชียงจึงกดราคาจนเหลือเพียงแค่สามตำลึงเท่านั้น ถูกเสียยิ่งกว่าถูกสำหรับที่พักชั่วคราวก็ไม่นับว่าแย่อะไรนัก
“รอข้าครู่หนึ่ง”หลี่เจี่ยหลิงปลดผ้าคลุม คลุมลงบนร่างของชายหนุ่ม ไขกุญแจรั้วเปิดออกจูงม้าเข้าไปด้านในตัวบ้าน
จ้าวห่าวหลินประสาทััไวรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของหลี่เจี่ยหลิงก็ตื่นขึ้นกวาดสายตามองไปรอบบ้านคิดว่าคงจะเป็บ้านของหญิงสาวผู้นี้เป็แน่
หลี่เจี่ยหลิงจูงม้าไปผูกในคอกดึงกระชากร่างของจ้าวห่าวหลินตกลงมาในอ้อมแขนของนางในท่าอุ้มเ้าหญิง
จ้าวห่าวหลิน“...” ช่างเป็ความรู้สึกที่เกินบรรยายจริง ๆ
แค่คิดว่ามีใครสักคนมาเห็นสภาพของเขาที่ถูกสาวน้อยตัวเล็กบอบบางอุ้มในอ้อมแขนก็อับอายจนไม่อยากพูด
การขยับตัวเล็กน้อยของชายหนุ่มไม่รอดพ้นสายตาของหลี่เจี่ยหลิงนางไม่คิดบีบบังคับให้ชายหนุ่มอับอายยิ่งกว่าเดิม จึงแสร้งทำเป็ไม่รู้ มือประเมินน้ำหนักในมือ
อืม...น่าจะประมาณเก้าสิบชั่ง นี่! เขากินข้าวบ้างไม่เนี่ย
บ้านหลังนี้มีห้องนอนเพียงแค่สามห้องห้องหนึ่งนางใช้เป็ห้องปรุงยาไปแล้ว เหลือเพียงแค่ห้องของนางกับชุนเชียงลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพาชายหนุ่มเข้าไปรักษาที่ห้องของนาง
นางวางตัวของจ้าวห่าวหลินลงบนฟูกนอนบนเตียงเตา
“กลิ่นพิษยวนยางสำราญรักในตัวเ้ารุนแรงยิ่งนักข้าจะไปอาบน้ำสมุนไพรก่อน” หลี่เจี่ยหลิงพยุงตัวของจ้าวห่าวหลินขึ้นยัดยาเม็ดหนึ่งเข้าปากโคจรพลังเล็กน้อยยาเม็ดนั้นก็สลายหายไปบรรเทาความเ็ปทั่วร่างของเขา “เ้ารอข้าหน่อย เราสองคนมีเื่ที่ต้องพูดคุยกัน”
พูดจบหญิงสาวก็ออกจากห้องโดยไม่คิดเหลียวแลเขาอีกเลย
จ้าวห่าวหลินย่นหว่างคิ้วรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้ช่างประหลาดนักแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกวางใจให้นางช่วยเหลืออย่างไม่มีข้อสงสัยอีกทั้งยังรู้สึกว่าหากฝากชีวิตไว้กับนาง เขาจะต้องรอดอย่างแน่นอน
หลี่เจี่ยหลิงรีบออกจากห้องมายืนสูดอากาศนอกห้องเต็มปอดสงบสติอารมณ์
กลิ่นของพิษยวนยางสำราญรักที่ชายหนุ่มปล่อยออกมาช่างรุนแรงยิ่งนักจนแม้แต่นางยังไม่อาจทนได้นี่ขนาดนางอาบน้ำยาสมุนไพรต้านทานพิษั้แ่เด็กนะ
“หลิงเอ๋อร์”เสียงหวานสดใสแกมหยอกล้อดังขึ้นเรียกสติหลี่เจี่ยหลิงที่หลุดลอยกลับมา
ชุนเชียงมองใบหน้าแดงก่ำพราวไปด้วยเหงื่อไหลอาบช่างดูเย้ายวนยิ่งนักแววตาของนางสว่างวาบด้วยความเข้าใจบางอย่าง ยิ้มกรุ่มกริ่มรู้ทัน
“อืม...ข้าว่าเ้ารีบร้อนไปหน่อย”
เ้าหนุ่มนั่นยังาเ็สาหัสอยู่เลยนะ...เ้านี่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอาเสียเลย
หลี่เจี่ยหลิงกลอกตามองบนแม่นาง เ้าช่างเพ้อฝันยิ่งนัก
หลี่เจี่ยหลิงโบกมือปัด“เ้าห้ามเข้าไปในห้องข้าตอนนี้เด็ดขาด พิษยวนยางกำลังกำเริบรุนแงแม้แต่ข้ายังต้องพิษ หากเ้าไม่้าติดพิษอีกคนก็อย่าเข้าไปวุ่นวายข้างในนั้นเด็ดขาด”
ที่นางต้องกำชับหนักแน่นขนาดนี้เพราะรู้ดีว่าสาวใช้ของนางคนนี้ช่างอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเื่โดยเฉพาะเื่ชายหญิง หากไม่ห้ามเสียก่อนกลัวแต่ว่านางจะแอบดูนะสิ
ชุนเชียงเม้มปากนางจำได้ว่ามีคนบอกนางว่า เวลาชั่วครู่แห่งค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิมีค่าล้ำเท่าพันตำลึงทอง[3]
เอาเถอะ...ข้าเชื่อเ้าแล้วกัน
“วางใจได้ข้าจะไม่รบกวนเ้า”น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงดีเยี่ยม
หลี่เจี่ยหลิงทำหน้าไม่บอกบุญเ้าเห็นว่าข้าเป็พวกหื่นกระหายจับกินไม่เลือกหน้าหรือไง เ้าหนุ่มนั่นเป็ใครก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
“ไปเตรียมน้ำสมุนไพรให้ข้าอาบเดี๋ยวนี้”
“อาบน้ำกุ้ยเหมยไม่ดีกว่าหรืออ่า...กุ้ยเหมยไม่มี งั้นก็เก๊กฮวย”
“คิดได้เนอะ...ข้า้าอาบน้ำสมุนไพรต้านพิษยวนยางสำราญรัก ข้าว่าเ้าว่างเกินไปจนเพ้อเจ้อ”
“มีกลิ่นสมุนไพรติดตัวท่านเขยจะชอบหรือ”
ท่านเขย?
หลี่เจี่ยหลิงี้เีพูดกับยายอ้วนช่างเพ้อฝัน“หากเ้ายังไม่ไปต้มน้ำอาบให้ข้า พรุ่งนี้ข้าจะประกาศหาสามีรับเ้าออกเรือนไปเสีย”
“พอพูดความจริงเข้าหน่อยก็โมโหแบบนี้จะอยู่กับท่านเขยไหวหรือ ไม่ใช่ว่าข้าจะสอนนะหลิงเอ๋อร์หญิงสาวนะต้องรู้จักอ่อนหวานออดอ้อนเอาใจเสียหน่อย จึงจะมัดใจสามีได้”
เสียงของสองสาวเดินห่างออกไปจนในที่สุดจ้าวห่าวหลินก็ไม่ได้ยินทั้งสองคนอีกต่อไปแล้ว
จ้าวห่าวหลินส่ายหน้ามองเพดานคานไม้และหุ้มด้วยดินผสมฟาง
ความเ็ปทรมานไปทั่วกายแม้จะบางเบาทุเลาไปบางแล้วเพราะยาบางอย่างที่หญิงสาวป้อนให้ก่อนไปแต่เพราะเขาไม่ได้เผชิญกับความเ็ปเช่นนี้มานานหนึ่งชาติยามกลับมาเ็ปอีกครั้งมันจึงทรมานแทบจะเผลอกลั้นหายใจตัวเองตายไปเสีย
จ้าวห่าวหลินพ่นลมหายใจระบายความอัดแน่นจากความเ็ปทั่วร่างภายในห้องสว่างไปด้วยตะเกียงเทียนสองดวงที่หญิงสาวจุดไว้ก่อนออกจากห้องแสงสาดส่องไปทั่วมองเห็นข้าวของภายในห้อง
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสภาพห้องเขาปล่อยตัวเองจมลึกในห้วงความทรงจำในอดีตแทนเพื่อให้ความเจ็บในอดีตกดทับความเ็ปทางกายของเขา
ไม่รู้หรอกว่า์มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขากลับมายังโลกนี้อีกครั้งและทำให้บังเอิญมีหญิงสาวผ่านมาช่วยเหลือได้ทัน ไม่ว่าเจตนาของ์จะคือสิ่งใดแต่ตอนนี้เป็โอกาสของเขาที่จะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งกลับคืน
ครั้งก่อนเขาตายไปอย่างคนไร้ค่าเป็แพะรับบาปที่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะแก้ตัว
ท่านพี่ฮ่าว...
จ้าวห่าวหลินหลับตาลงความโศกเศร้าไหลผ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มบรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเศร้า
ครอบครัวของเขานับเป็ครอบครัวใหญ่ที่วุ่นวายซับซ้อนพ่อของเขามีเพียงบุตรชายทั้งหมดแปดคนเขาเป็บุตรชายคนสุดท้องที่เกิดตอนที่พ่อของเขาอายุมากแล้ว
เพราะเป็เด็กน้อยเพียงคนเดียวในตอนนั้นจึงได้รับความรักและความโปรดปรานจากทั้งพ่อแม่ย่าและพี่ชาย ชีวิตวัยเด็กของเขาช่างมีสีสันและเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขเขาไม่คิดว่าในโลกนี้มีอะไรที่สามารถทำร้ายเขาได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
เขาในวัยนั้นย่อมไม่รู้ว่าเมื่อมีคนรักย่อมมีคนเกลียดในสังคมที่หนึ่งผัวหลายเมียย่อมหนีไม่พ้นเื่การแย่งชิงตำแหน่งและความเกลียดชังระหว่างภรรยาด้วยกัน
ท่านพี่ฮ่าวเป็ลูกชายคนโตที่เกิดจากอดีตภรรยาเอกของท่านพ่อตอนพี่ฮ่าวอายุได้สิบสองแม่ของเขาก็ป่วยไม่สามารถรักษาได้และตายจากไปท่านแม่ของเขารับพี่ฮ่าวมาเลี้ยงดังลูกของตัวเองส่วนท่านพ่อเองก็แต่งตั้งภรรยาอีกคนขึ้นเป็ภรรยาเอกแทนที่แม่ของพี่ฮ่าว
จ้าวห่าวหลินกับจ้าวฮ่าวห่างกันสิบห้าปีเพราะแบบนี้จ้าวฮ่าวจึงทั้งรักและทะนุถนอมน้องชายคนนี้ของเขาอย่างมากจ้าวห่าวหลินเองก็มักจะไปวิ่งเล่นและเรียนอักษรกับจ้าวฮ่าวที่เรือนของเขาเป็ประจำเสมอ
จนกระทั่งวันหนึ่งตอนที่จ้าวฮ่าวอายุยี่สิบกว่าปีตอนที่จ้าวห่าวหลินเข้าไปเล่นกับจ้าวฮ่าวตามปกติก็ได้พบว่าพี่ชายของเขาเสียชีวิตลงแล้วหมอที่เข้ามาล้วนบอกว่าจ้าวฮ่าวตายเพราะยาพิษ
จ้าวห่าวหลินถูกชี้ตัวว่าเป็คนร้ายที่วางยาพิษพี่ชายตัวเอง
พ่อของเขาและทุกคนในครอบครัวที่เคยเอ็นดูเขาก็ต่างพากันหลบหน้าหันหลังผลักไสและขับไล่เขาออกจากเมืองหลวงให้มาอยู่ที่เป่ยเฉิงภายใต้การดูแลของเป่ยเฉิงโหวแทน
ในตอนนั้นเขายังเด็กย่อมไม่เข้าใจแต่เมื่อโตขึ้นมา ไม่ว่าใครที่มีสมองสักหน่อยเพียงแค่คิดสักนิดก็รู้ว่าเื่นี้มีเบื้องหน้าเื้ัที่ไม่สะอาดเท่าไรนักแต่ทำไมการสืบสวนจึงจบลงอย่างค้างคามาโดยตลอด
เพราะที่ผ่านมาไม่อาจปิดคดีนี้ได้จ้าวห่าวหลินจึงต้องแบกหม้อดำ[4]ใบนี้เอาไว้เสียเอง และกลายเป็ฆาตกรฆ่าพี่ชายของตัวเอง
เขาในอดีตทั้งอ่อนแอไร้อำนาจไม่อาจต่อต้านโชคชะตาและพลิกชะตาชีวิตตัวเองได้เขาจึงไม่เคยคิดที่จะพลิกชะตาตัวเองและสุดท้ายก็ยอมรับชะตาที่ฟ้าลิขิตให้อย่างจำยอม
แต่ตอนนี้...
์มอบโอกาสครั้งที่สองให้ข้าอีกครั้ง!
ไม่ว่าคนที่อยู่เื้ัเ่าั้เป็ใครข้าก็พร้อมที่จะกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก ข้าจะบดขยี้ทำลายพวกมัน ทำลายชื่อเสียงเงินทอง อำนาจ ทำให้มันค่อยๆ สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างเ็ปทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย
ข้าจ้าวห่าวหลินขอสาบานด้วยชีวิต
-----------------------------------------
[1] เฉียน เท่ากับ100 อีแปะ
[2] ชั่ง เท่ากับ 500กรัม
[3]เวลาชั่วครู่แห่งค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิมีค่าล้ำเท่าพันตำลึงทองหมายถึงคืนแรกของคู่บ่าวสาวมีค่ายิ่งนัก ไม่อาจปล่อยเวลาให้สูญเปล่า
[4] หม้อดำหมายถึงความผิดที่ตนไม่ได้ก่อแต่ต้องแบกรับไว้แทน