“หาว~”
٩(ˊ〇ˋ*)و
“อึก…..เช้าแล้วสินะรู้สึกเหมือนว่าจะนอนไม่พอเลยเนี่ย”
‘เพราะความทรงจำและความรู้จำนวนมากมายถึง 16 ปีได้เข้ามาในหัวพร้อมกันทำให้สมองทำงานหนักจนเกินกำลังแต่ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามนุษย์ในโลกใบนี้มีพลังิญญาละก็…..ฉันคิดว่าตัวฉันก็คงตายไปแล้วละนะ และด้วยการที่มีความทรงจำถึง 16 ปีจากอีกโลกเพิ่มเข้ามาทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองมีชีวิตอยู่จนมีอายุ 32 ปีเลยแหะ’
หลังจากที่ตื่นนอนและเริ่มคิดเรื่อยเปื่อย เรย์ฮิโตะก็ได้เดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และแต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะไปยังสถานที่ ที่นัดไว้กับพี่น้องฝาแฝด
ในระหว่างล้างหน้าเมื่อเขาได้ส่องเข้าไปในกระจกเขาก็ได้พบกับ เด็กหนุ่มที่หล่อเหลามาก ที่มีผมสีดำ ตาสีม่วงที่ดูเฉยเมยแต่ทว่าลึกๆ แล้วภายในจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอยู่ในดวงตาคู่นั้น
เป็หน้าตาที่ถ้าได้เดินผ่านผู้หญิง 10 คน ทั้ง 10 คนจะเหลียวหลังกลับมามองทั้งหมดอย่างไม่ต้องสงสัย
‘นี่ไม่ได้หลงตัวเองเลยนะ จริง จริ๊ง~’
“ดูเหมือนว่าฉันจะยังหล่อเหมือนเดิมสินะ…..”
“ดี ดี ดี.….นึกว่าการข้ามโลกครั้งนี้จะทำให้ความหล่อลดลงดูเหมือนจะไม่ใช่แหะ และดูเหมือนกับว่าเ้ายูโตะจะได้บอกเอาไว้ในข้อความสินะว่าทางตระกูลได้ให้ครีเอเตอร์มาที่บ้านนะ”
ครีเอเตอร์ พวกเขาคือนักวิจัยแฟนทัสมอน เป็ผู้มีส่วนช่วยอย่างมากในการช่วยพัฒนาประเทศแถมยังได้ช่วยเหลือเทมเมอร์และแฟนทัสมอนมานับไม่ถ้วน ทั้งในการวิวัฒนาการและพัฒนาการฝึกฝนของแฟนทัสมอน ครีเอเตอร์ถือว่าเป็อีกเส้นทางของเหล่าเทมเมอร์ที่ได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินในเส้นทางของความรู้และการวิจัยมากกว่าการต่อสู้
พวกเขาเหล่านี้มีสาขาที่ถูกแยกย่อยต่อไปอีกมากมายไม่ว่าจะเป็ สาขาวิวัฒนาการ, สาขาวิจัยสมบัติ, สาขาวิจัยศักยภาพ, สาขาแผนการฝึกฝน, และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
นักวิจัยเหล่านี้ถือได้ว่ามีสถานะที่สูงกว่าเทมเมอร์ธรรมดาในระดับที่เท่ากันซะอีก โดยที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นหลังจากจบากับแฟนทัสมอนและเมื่อที่ทั่วทั้งโลกได้กลับคืนสู่เสถียรภาพแล้ว
“แต่ไม่ว่าจะโลกไหนนักวิจัยก็มักจะได้รับการปฏิบัติที่ดีอยู่เสมอสินะ ถึงจะเป็เฉพาะแค่ประเทศส่วนใหญ่ซะละมั้ง? แล้วก็ครีเอเตอร์ที่พวกนั้นได้จ้างมาก็ควรจะเป็ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบศักยภาพของแฟนทัสมอนสินะเนี่ย”
เฮ้อ~
“…..ถ้าฉันมีเงินเยอะกว่านี้ก็คงจะตอบรับคำเชิญไปแล้วละ”
เสียงถอนหายใจที่ดูหดหู่และเศร้าหมองได้ดังออกมาจากเด็กหนุ่ม
“พอมาลองคิดดูดีๆ แล้วก็ถูกของฉันที่จะไม่ไปในตอนนั้นถึงแม้จะมีแฟนทัสมอนที่มีศักยภาพดีๆ แต่ถ้าไม่มีเงินที่จะซื้อก็เหมือนกับไปมองดูให้อิจฉาเล่นของบางอย่างเลือกที่จะไม่รู้ดีกว่าที่จะรู้ละนะ!”
‘ก็นะตัวฉันในโลกนี้และตัวฉันที่อาศัยในดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็มี ชะตากรรมของครอบครัวที่ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก’
‘จากความทรงจำที่ได้รับมา…..ถ้าจำไม่ผิดั้แ่เกิดเื่เมื่อตอนนั้นอะไรที่ควรประหยัดได้ก็จำเป็ต้องประหยัดน่ะ!’
ใช่แล้วละในวันนั้นเมื่อ 6 ปีที่แล้วพ่อแม่ของเรย์ฮิโตะที่เป็ครีเอเตอร์ ได้รับแจ้งจากทางรัฐบาลว่าเจอซากโบราณสถานแปลกๆ ปรากฏขึ้นที่โลกใหม่ใกล้กับเผ่าช้างหินขาวโดยที่ภายในข้อความนั้นได้ส่งมาเพื่อขอความช่วยเหลือและเชิญชวนพวกเขาให้เข้าร่วมกับทีมของรัฐบาล
ด้วยการที่สมาคมครีเอเตอร์ไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาลภายในประเทศแต่เป็ตัวยูเนี่ยนเองโดยตรง และการว่าจ้างครีเอเตอร์ผ่านทางสมาคมจะมีราคาที่แพงมากเกินไป รัฐบาลจึงได้ทำการขอความร่วมมือจากพ่อแม่ของเขาที่เป็ครีเอเตอร์ระดับสูงเป็การส่วนตัวโดยตรง ซึ่งไม่ใช่การว่าจ้างผ่านสมาคมแต่เป็การว่าจ้างส่วนตัว พ่อแม่ที่เป็คนใจดีเลยยอมตกลงที่จะช่วย เมื่อพ่อของพวกยูโตะรู้เื่เข้าจึงขอติดตามมาด้วยและทางรัฐบาลก็ได้ส่งคนคุ้มกันไปเพิ่มให้กับทีมวิจัยนี้
แต่ว่าเื่ราวหลังจากนั้นไม่ได้สวยหรูเหมือนตอนจบของละคร…..
ทีมสำรวจที่เดินทางไปสำรวจซากโบราณสถานไม่ได้กลับออกมาจากโลกใหม่ จากวันนั้นตัวเขาก็ได้เสียพ่อกับแม่ไปส่วนยูโตะและยูโนะก็สูญเสียพ่อไปตลอดกาล
ในตอนนั้นรัฐบาลได้ส่งคนไปตรวจสอบแต่ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่างทางรัฐบาลได้ทำการปกปิดข่าวและความจริงเกี่ยวกับเื่นี้ จึงมีเพียงพวกระดับสูงของรัฐบาลเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รู้ความจริง
ทางรัฐบาลได้กล่าวกับทางนักข่าวและสื่อว่านี่เป็ความสะเพร่าและความผิดพลาดของครีเอเตอร์ที่เป็ผู้นำทีม นอกจากนั้นทางรัฐบาลได้ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเสียหายให้กับทางญาติของผู้ตายและอ้างว่าเหตุการณ์ของทางทีมสำรวจไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาลและได้โยนความผิดนี้มาที่ครีเอเตอร์ระดับสูง 2 คนที่อยู่ภายในทีมว่าเป็ผู้ร้ายที่อยู่เื้ัของการหายตัวไป
แต่ถ้าใครฉลาดพอก็สามารถนึกออกได้ว่าเื่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับครีเอเตอร์ระดับสูงทั้ง 2 คนเลยเพราะทั้ง 2 คนนั้นก็เป็เพียงเหยื่อจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน
แต่ว่าคนธรรมดาทั่วไปไม่ได้สนใจในความจริงเื้ัของเหตุการและสนใจเพียงแค่ข่าวที่ถูกประกาศต่อสาธารณะเพียงเท่านั้นจึงทำให้ครีเอเตอร์ทั้ง 2 คนนี้ได้กลายเป็ตัวตลกของคนทั้งประเทศในที่สุด……..
ประวัติของตัวเขาในโลกใบนี้นั้นค่อนข้างที่จะคล้ายคลึงกับตัวเขาบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่สูญเสียพ่อแม่ไปเมื่อประมาณ 6 ปีก่อนเช่นกันและพวกเขาก็จนคล้ายๆ กันด้วย….?
“มันต้องเป็คำสาป มันจะต้องเป็นนนคำสาปปปปปป เฮ้อ~”
เมื่อเด็กหนุ่มบ่นออกมาเสียงดังเพื่อปัดเป่าความหดหู่จากการนึกถึงเื่ในอดีตออกไปให้หมด ก็ได้เวลาเผชิญหน้ากับความเป็จริงในเื่ของเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าตอนนี้
“ถึงเงินที่พ่อกับแม่เหลือไว้จะสามารถใช้ได้จนจบมหาลัยละนะแต่ว่าการจะเอาเงินส่วนนั้นมาใช้ซื้อแฟนทัสมอนที่มีศักยภาพสูงมากๆ ก็คงจะไม่ไหวหรอกนะ”
เขาได้มองเข้าไปในบัญชีธนาคารบนมือถือของเขาและเกือบจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกครั้ง
ภายในบัญชีของธนาคารของเขามีตัวเลขแสดงอยู่บนหน้าจอของโทรศัพท์ โดยบนนั้นมีการแสดงจำนวนเงินที่ซึ่งเหลือไม่ถึง 5 ล้าน ยูลล่า(ยูเนี่ยน+ดอลล่า) อยู่พอได้เห็นดังนั้นก็ถอนสายตาออกมาด้วยความเศร้าและมองดูเวลา เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาที่นัดกันเอาไว้ก็รีบเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปประตูหน้าบ้าน
“รีบไปเจอเ้าพวกนั้นดีกว่า..…”
เมื่อเรย์ฮิโตะออกมาจากบ้านที่เป็วิลล่าสุดหรูและเขาก็ได้เดินต่อไปจนมาถึงสถานีรถบัส ถึงแม้เขาจะมีวิลล่าแต่นั้นก็เป็ของที่พ่อกับแม่ซื้อเก็บไว้ในตอนที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่วนในตอนนี้อะไรที่สามารถประหยัดได้เขาก็จะทำการประหยัดให้ดีที่สุดเลยจำเป็ต้องนั่งรถบัสไปยังห้างสรรพสินค้าแทนการนั่งแท็กซี่
‘ถึงแม้จะบอกว่า จะประหยัดแต่คงเป็เพียงในส่วนของชีวิตประจำวันเท่านั้น ส่วนการซื้อแฟนทัสมอนและการเลี้ยงดูก็คงจะไม่สามารถที่จะประหยัดได้สินะ เนื่องจากความแข็งแกร่งนั้นสัมพันธ์กับการเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีและไม่เพียงแค่มหาวิทยาลัย เพราะเมื่อแฟนทัสมอนแข็งแกร่งขึ้นก็จะสามารถทำเงินได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกันด้วยเหตุนี้ฉันจำเป็ต้องใช้ความรู้ของครีเอเตอร์ที่ได้รับมาในการหาแฟนทัสมอนที่มีศักยภาพดีๆ สักตัว’
เมื่อคิดได้ดังนั้นรถบัสที่นั่งมาประมาณ 10 นาทีก็ได้มาถึงยังที่หมาย ซึ่งเป็ห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากพอๆ กับสเตเดียมที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกเนื่องจากขนาดที่ใหญ่ของมันจึงมีเพียงทั้งหมด 3 ชั้นเท่านั้นและเนื่องจากอาคารถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับแฟนทัสมอนด้วยเพดานในแต่ละชั้นจึงสูงกว่าตึกของมนุษย์ธรรมดามาก
ชั้นที่ 1 เป็ชั้นที่คล้ายกับตลาดเป็แผงขายของที่ขายไข่ของแฟนทัสมอนที่พบในโลกใหม่หรือสมบัติ์ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากสมาคมครีเอเตอร์ เป็ชั้นที่มีความเสี่ยงมากแต่ก็เป็ชั้นมีไว้สำหรับคนธรรมดาที่ไม่ค่อยมีเงินและสำหรับพวกนักเสี่ยงโชค
ชั้นที่ 2 เป็ชั้นที่ขายลูกๆ ของแฟนทัสมอน, ไข่, และสมบัติ์ที่ผ่านการตรวจสอบ มีการรับรองโดยทางสมาคมเป็ของที่มีแบรนและมักจะมีราคาที่แพงขึ้นมาหน่อยแต่ก็รับประกันในด้านของคุณภาพและความถูกต้องขอสินค้า
ชั้นที่ 3 เป็โรงประมูลขนาดั์ที่เมื่อมีไข่ของแฟนทัสมอนหรือลูกแฟนทัสมอนที่หายากไม่ก็สมบัติ์ระดับสูงปรากฏขึ้นในประเทศช้างหินขาวมักจะมีการจัดการประมูลขึ้นมาเพื่อเพิ่มมูลค่าของสิ่งนั้นให้ถึงจุดสูงสุด
โดยที่การประมูลจะถูกจัดขึ้นในตอนสิ้นเดือนของทุกๆ 3 เดือน
ห้างสรรพสินค้างช้างเผือกเป็ห้างที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองช้างเผือกของประเทศช้างหินขาวนั้น โดยเป็หนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในเครือของยูเนี่ยนจึงรับประกันในความปลอดภัยได้ส่วนนึงจึงเป็ที่นิยมสำหรับทั้งคนธรรมดาและเทมเมอร์
พอลองนึกถึงภายในความทรงจำที่พึ่งได้รับมาเนั้น เพียงไม่กี่นาทีก็ได้เดินจากตรงป้ายรถบัสจนไปถึงที่หน้าประตูของห้างสรรพสินค้าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงที่ทางเข้าของห้างและยืนเก๊กหล่อได้แปปนึง…..ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อขึ้นมา
“เฮ้~ เรย์ฮิโตะ! เฮ้~ ทางนี้ๆ !”
เมื่อมองไปยังทางเสียงเรียกที่ดังออกมาก็เห็นเด็กคนหนึ่งที่โบกมือไปมาและชื่อของเขาคือ “ยูโตะ กราเซีย” ด้วยการมีใบหน้าที่หล่อเหลา ‘ถึงจะไม่เท่าฉันก็เถอะ’ ผมที่เป็สีทองดูอ่อนนุ่มและตาสีเขียวมรกตที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากในละครและภาพยนตร์
“โย่ว!..…ยูโตะ”
เมื่อเด็กชายผมดำเดินเข้ามาและทักทายออกไปยูโตะก็ได้ยิ้มออกมา โดยที่เป็รอยยิ้มอันอ่อนโยนแล้วนุ่มนวลเหมือนดั่งเ้าชายที่หลุดออกมาจากเกมโอโตเมะของหญิงสาวส่วนใหญ่ ซึ่งเป็ความหล่อเหลาคนละแบบกับเรย์ฮิโตะที่หล่อแบบเ็าและเฉยเมย
ถ้าให้เปรียบเทียบกันละก็ ยูโตะจะเหมือนกลางวัน และ เรย์ฮิโตะจะเหมือนกลางคืน…..
‘เอาละพอแค่นี้ละเดี่ยวมันจะวายกันซะเปล่าๆ’
“สวัสดีค่ะ! พี่เรย์ฮิโตะ”
ด้วยเสียงที่ร่างเริงของเด็กสาวที่ทักทายขึ้นมาและได้ขัดความคิดอกุศลด้วยน้ำเสียงที่ไพรเราะพอจนนึกว่าเป็นางฟ้า
ด้วยผมสีทองและตาสีฟ้าใสรอยยิ้มที่น่ารักไร้เดียงสา เปรียบเสมือนเทพธิดาเป็ความสวยงามราวกับเ้าหญิงในนิทานเธอเป็เหมือนกับเด็กสาวที่ใสซื่อและบริสุทธิ์………
‘แต่อย่าให้รูปลักษณ์หลอกเอาได้ละแม่นี่นะฉลาดเป็กรดเลยอานะ’
เธอคือน้องสาวฝาแฝดของยูโตะ “ยูโนะ กราเซีย”
‘ด้วยการที่เพราะเ้าบ้ายูโตะมันซื่อบื้อตามประสาพระเอกละคร ยูโนะที่น่าสงสารเลยจำเป็ต้องคอยควบคุมพี่ชายฝาแฝดเอาไว้ในบังเหียนไม่ให้โดนหลอก’
“ไง! ยูโนะ…..ไม่ได้เจอกันนานเลยนะแล้วก็ดูเหมือนว่ายูโนะที่น่ารักจะสวยขึ้นอีกแล้วสิ”
เมื่อได้กล่าวคำชมออกไปเด็กสาวที่เหมือนกับเทพธิดาก็เขินอายและหน้าแดงเล็กน้อยแทบจะในทันที
(⁄ ⁄>⁄ ▽ ⁄<⁄ ⁄)
‘บอกแล้วไงว่าฉันหล่อ! เห็นไหม?’
“ใช่แล้วเรย์ฮิโตะนายพึ่งจะอายุ 16 ปีใช่ไหมคงยังไม่ได้ปลุกพลังสินะ?”
“ปลุกพลังเหรอ? ยังเลยละ”
“งั้นดีเลยค่ะ พวกเราไปสมาคมบนชั้นสองเพื่อปลุกพลังกันดีไหมและค่อยเดินดูแฟนทัสมอนละกันนะคะ”
“เอาตามนั้นละกันงั้นไปที่ชั้น 2 กันเถอะ!”
เดินตามหลังยูโตะกับยูโนะที่ร่าเริงอยู่เสมอขึ้นไปที่ชั้น 2 ของห้างโดยผ่านชั้นที่ 1 ที่มีคนพลุกพล่านอยู่เต็มไปหมด
ภายในชั้นแรกตามร้านต่างๆ ได้ให้ความรู้สึกที่เหมือนเป็ตลาดที่มีเสียงดังของพ่อค้าแม่ค้าที่คอยเรียกลูกค้าอยู่ทั่วทุกที่ แต่เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นที่ 2 บรรยากาศที่รู้สึกได้ก็เปลี่ยนไปแทบจะในทันทีกลายเป็ความรู้สึกที่ดูหรูหราและมีคนค่อนข้างน้อยแต่ปล่อยกลิ่นอายที่มีระดับออกมา
เมื่อเดินไปจนสุดทางก็พบกับร้านแห่งนึงที่ดูธรรมดาๆ แต่มีบรรยากาศพิเศษที่ไม่สามารถบอกได้โดยคำพูดข้างหน้าร้านถูกตกแต่งแสดงให้เห็นถึงความสะอาดเรียบร้อยและดูเหมือนโรงพยาบาลสัตว์ที่ไหนสักแห่ง รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ บนชั้นนี้ที่ได้ถูกตกแต่งให้ดูสวยงานและหรูหราเพื่อคอยเรียกลูกค้า
ที่นี่คือสาขาย่อยของสมาคมครีเอเตอร์ มีเพื่อให้ผู้ที่้าเป็เทมเมอร์ใช้ในการปลุกพลังหรือผู้ที่้าซื้อผลิตภัณฑ์ของครีเอเตอร์ในการฝึกฝนแฟนทัสมอนหรือตัวเองด้วยอาหารเสริมที่มาจากการแปรธาตุผ่านสมบัติบางชนิด
“จริงสิ! พวกนายก็น่าจะปลุกพลังกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ฮี่ ฮี่.….นึกว่านายจะไม่ถามซะแล้ว”
(o˘◡˘o)
“ถูกต้องแล้วละฉันได้ทำการปลุกพลังกับยูโนะเมื่อเดือนที่แล้วแหนะ”
“จงดูซะ เรย์ฮิโตะ”
ฉวิ้ง~
ในตอนที่ยูโตะพูดออกมาภายในมือของเ้าหมอนั้นได้มีแสงสีฟ้าเหมือนน้ำแข็งส่องออกมาและปรากฏเป็หนังสือปกสีฟ้าไพลินอ่อนที่ดูหนาวเย็นแต่เปล่งประกายสวยงามเป็อย่างมากเล่มหนึ่งวางอยู่บนมือขวาของหมอนั้น
“นี้คือหนังสือสัญญาของฉันเป็ยังไงละสวยช่ายม้า”
“ฉันได้ปลุกคุณลักษณะน้ำแข็งประเภทการต่อสู้ออกมานะ”
“ดูนี่ต่อนะ.…!”
เมื่อยูโตะพูดแบบนั้นหนังสือก็ถูกเปิดออกมาในทันทีและเกิดแสงที่ที่ความรู้สึกเย็นเหมือนน้ำแข็งปรากฏขึ้นมา
วิ้ง~
“แอ่ว~ แอ่ว~” ヽ((◣﹏◢╬))ノ
ภายใต้แสงสีฟ้าที่ส่องประกายออกมาจากหนึ่งในหน้าของหนังสือหลังจากที่แสงหายไปก็ปรากฏเป็ ลูกจระเข้ตัวเล็กๆ สีฟ้าโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าหล่นลงบนพื้น
‘เดี่ยวนะลูกจระเข้สีฟ้า???’
“อย่าบอกนะว่านี้คือที่เป็ข่าวล่าสุดนะ!!?”
“ใช่แล้ว! เ้านี่คือลูกจระเข้น้ำที่พึ่งมีข่าวล่าสุดในเื่เกี่ยวกับเส้นทางวิวัฒนาการรูปแบบใหม่ยังไงละ”
เมื่อเรย์ฮิโตะมองดูลูกจระเข้น้ำที่ตัวเล็กขนาดเท่ากับลูกหมา เขาก็ยิ่งใกับสิ่งที่เรียกว่าแฟนทัสมอนมากยิ่งขึ้นยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าลูกจระเข้น้ำนั้นน่ารักมาก ดวงตาสีเหลืองสดใสเหมือนอำพันรูม่านตาตั้งของสัตว์เลื้อยคลานลำตัวมีสีฟ้าอความารีนที่สวยงามเหมือนดั่งสีของทะเลสาบ ด้วยการรวมองค์ประกอบหลายอย่างทำให้สิ่งมีชีวิตนี้ดูหน้าอัศจรรย์ยิ่งขึ้นไปอีก
“เป็ไงบ้างแฟนทัสมอนตัวแรกของฉันนะ! เจ๋งไปเลยใช่ปะยูโนะก็รีบเรียกออกมาด้วยสิ!”
“โธ่~ พี่ชายนี่ละก็ ช่วยไม่ได้นะคะ!”
“คอยดูให้ดีนะคะ พี่เรย์ฮิโตะ….!”