ผมเอ่ย พลางมองสบั์ตาของอีฮยอนซองและฮันมยองโอที่ยังดูลังเล
“จะยอมถูกคนที่อยู่หลังประตูเหล็กบานนั้นฆ่าตายที่นี่หรือจะออกไปใช้ดวงลุ้นกันนอกรถไฟ จะเลือกทางไหนล่ะครับ”
“อะ...อือ...”
“คุณดกจาไม่มีอะไรรับรองได้ว่าคนที่อยู่ข้างหลังประตูเหล็กบานนั้นจะเป็ศัตรูไม่ใช่หรือครับ”
ดาบเหล็กเป็พวกตัดสินใจไม่เด็ดขาดนี่เป็เหตุผลว่าทำไมอีฮยอนซองถึงเป็หัวหน้ากลุ่มไม่ได้
“ถ้ามาจากตู้โดยสารอื่นย่อมมีโอกาสสูงมากว่าพวกเขาจะเป็ผู้รอดชีวิตนะครับถ้ายังไงลองเจอหน้ากันสักครั้ง...”
ผมกวาดสายตามองขบวนรถไฟที่เละเทะไปด้วยเืแทนคำตอบอีฮยอนซองมองตามสายตาของผมแล้วก็ได้แต่ปิดปากแน่น
“...ผมคิดน้อยไปเอง หาวิธีหลบออกไปจากที่นี่กันเถอะครับ”
“อะ...ออกไปกันเถอะ! รีบ ๆ ออกไปกัน!”
ทั้งสองคนเพิ่งจะตระหนักขึ้นมาได้ในวินาทีนั้นว่าผู้รอดชีวิตจากตู้โดยสารอื่นเองก็ประสบกับเื่แบบเดียวกับพวกเราและพวกเขาคงไม่ได้โชคดีที่เจอ‘แมลง’ เหมือนอย่างพวกเราแน่
“ทางนี้มันพัง!”
“ให้ตายสิวะ ทางนี้ก็ผ่านไม่ได้!”
ผมตรวจเช็กสวิตช์เกียร์ในขณะที่ฟังเสียงร้องะโของอีฮยอนซองกับฮันมยองโอสวิตช์เกียร์ที่เคยปิดตายจากบาเรียเขตแดนเมื่อครู่นี้ตอนนี้สามารถััมันได้แล้ว
นอกจากสวิตช์เกียร์ที่เชื่อมกับทางเดินตู้โดยสารนี้มีสวิตช์เกียร์ทางเข้าออกทั้งหมดแปดอันและสวิตช์เกียร์ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบก็มีอยู่อีกสามอัน
ตึง!
ดูท่าประตูจะทนต่อไปได้อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีแน่
ต่อให้เป็ตัวเอกก็เถอะแต่ใน่เริ่มเื่ยังไงเลเวลความแข็งแกร่งก็ต้องมีไม่มากพอผมยังประหลาดใจเลยที่เขาคิดจะพังประตูเหล็กบานหนาแบบนั้น
“คุณดกจา! ตรงนี้!”
ในที่สุดก็พบสวิตช์เกียร์เปิดประตูที่ยังใช้การได้เป็ปกติ
“เปิดเลยครับ!”
แต่สวิตช์เกียร์ไม่สามารถใช้การได้ราบรื่นนักประตูจึงไม่เปิดออกจนสุดในครั้งเดียว มันหยุดค้างตอนที่เพิ่งเปิดไปได้แค่หนึ่งในห้าส่วน
“...ตรงนี้ก็พัง”
“ที่อื่นเป็ยังไงบ้างครับ”
“มีแค่ตรงนี้เท่านั้นที่มีโอกาสสูงพอจะออกไปได้ครับ”
ถ้าเป็เด็กก็คงจะลอดออกไปได้แต่มันเป็ช่องที่แคบเกินกว่าผู้ใหญ่จะผ่านออกไป ฮันมยองโอกับอีฮยอนซองพยายามง้างประตูออกคนละฝั่งแต่ประตูก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
[เหรียญใน : 4,700 เหรียญ]
หนึ่งในวิธีการใช้เหรียญคือใช้มันเพื่อเพิ่มค่าสถานะและก่อนหน้านี้ผมใช้ไปแล้วสองพันเจ็ดร้อยเหรียญเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ขึ้นไปถึงเลเวล10
ถ้าเอาเหรียญที่เหลือมาเพิ่มระดับเลเวลพละกำลังก็คงจะแก้ปัญหาตรงหน้านี่ได้ง่ายๆ แต่ใน่เริ่มต้นที่อาจจะเกิดเื่อะไรขึ้นได้ทุกเมื่อจะสุ่มสี่สุ่มห้าใช้มันแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
สุดท้ายก็เหลือแค่วิธีเดียวที่พอจะคาดหวังได้บ้าง
“คุณอีฮยอนซอง ใช้สกิลครับ”
“ครับ? สกิลที่ว่า...”
ผมเปิดใช้งาน[ลิสต์ตัวละคร] เงียบ ๆ
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน]
<ข้อมูลตัวละคร>
ชื่อ : อีฮยอนซอง
อายุ : 28 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : เ้าแห่งเหล็กกล้า
คุณลักษณะ : นายทหารผู้เมินเฉยต่อความอยุติธรรม (ทั่วไป)
สกิลเฉพาะตัว : [ดาบปลายปืน Lv.2], [อำพราง Lv.1], [ความอดทน Lv.1]
อักขระ : [ผลักขุนเขา Lv.1]
ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่ง Lv.8], [พละกำลัง Lv.8], [ความเร็ว Lv.7], [พลังเวท Lv.5]
ผลการประเมินโดยรวม : ค่าสถานะโดยรวมถือว่าโดดเด่นมากถึงแม้จะเมินเฉยต่อความอยุติธรรมอย่างน่าประหลาดใจแต่ก็ยังได้รับตัวเลือกกลุ่มดาวที่น่าสนใจนี่จะเป็โอกาสที่ดีสำหรับเขา
ข้อมูลของอีฮยอนซองปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างหมดเปลือกทั้งกลุ่มดาวผู้สนับสนุน ทั้งคุณลักษณะ โล่งอกที่มันเหมือนกับที่ผมเคยอ่านในนิยาย
“ตอนเปิดหน้าต่างคุณลักษณะก็น่าจะลองตรวจสอบดูแล้วนะครับคุณอีฮยอนซองเป็ทหารดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ย่อมต้องมีสกิลที่พอจะใช้งานได้สักอย่างแน่”
“เื่นั้น...มีอยู่สกิลหนึ่งก็จริงครับ แต่จะใช้มันยังไง...”
“แค่คิดว่าจะใช้สกิลนั่นในใจก็พอครับ”
“...แค่นั้นเองหรือครับ”
“ใช่ครับ ผมเองก็ลองใช้ดูแล้ว”
อีฮยอนซองมีสีหน้าไม่แน่ใจก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
“ฮ่าาาาาา!”
กล้ามเนื้อแขนของอีฮยอนซองขยายตัวพองขึ้นจนเหมือนกับจะะเิเขาจับประตูดูเหมือนจะใช้ ‘ผลักขุนเขา’ ได้ราบรื่นดี
ความจริงแล้ว[ผลักขุนเขา] ไม่ใช่สกิล มันเป็อักขระต่างหาก อักขระก็คือพลังที่ได้รับจากกลุ่มดาวผู้สนับสนุนแต่ที่ผมเลือกใช้คำว่า ‘สกิล’ ก็เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความน่าสงสัย
ครืนนนนน
เสียงราวกับูเาขนาดใหญ่ถูกเลื่อนออกดังขึ้นในที่สุดประตูก็เริ่มขยับ
“อะไรกัน! เ้านี่แข็งแกร่งสุด ๆ ไปเลย!”
“ได้แล้ว! ได้แล้วครับ!”
[ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เริ่มเชื่อใจในตัวคุณ]
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ ของคุณเพิ่มสูงขึ้น]
อย่าว่าแต่จะสงสัยเลยความเชื่อใจกลับยิ่งเพิ่มขึ้นเสียอีก ได้พบกันในสถานการณ์แบบนี้ผมถึงพบว่าอีฮยอนซองเป็ตัวละครที่เรียบง่ายกว่าที่คิด
“ออกไปกันเถอะครับ เร็ว!”
แต่จะวางใจตอนนี้ยังเร็วเกินไปผมอุ้มอีกิลยองขึ้นแล้วส่งเขาให้อีฮยอนซอง
“คุณอีฮยอนซอง ช่วยแบกเด็กทีครับ”
“ได้ครับ”
ตอนนี้ประตูเหล็กตรงทางเดินพังจนแทบจะต้านไว้ไม่อยู่แล้วแต่ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิด ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่ประตูเหล็กบานนั้น
[...นี่มันจริง ๆ เลย ข้านึกไว้อยู่แล้วเชียวเมื่อครู่นี้ข้าบอกแล้วใช่มั้ยอย่าได้ไปที่ไหน ให้ตายเถอะ!ข้ายังเตรียมซีนาริโอไม่เสร็จเลยนะ]
โทแกบีที่ดูจะโมโหเดือดลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือสะพานทงโฮ
“อ๊าาา! ฉันบอกแล้วไง! ว่าอย่าออกไปกันเลย!”
ฮันมยองโอกุมขมับแน่นคงคิดว่าหัวจะต้องถูกะเิทิ้ง แต่ช่างเป็ความกังวลที่ไร้สาระนัก
[เฮ้อ...ช่างเถอะ มนุษย์อย่างพวกเ้านี่ดวงดีเสียจริง]
เพราะนับั้แ่วินาทีที่ประตูรถไฟถูกเปิดออก‘ซีนาริโอที่ 2’ ก็ถึงคราวเริ่มต้นแล้ว
[ซีนาริโอที่ 2 มาถึงแล้ว!]
<ซีนาริโอย่อย -หลบหนี>
ประเภท : ย่อย
ระดับความยาก : E
เงื่อนไขการเคลียร์ : ข้ามสะพานที่ถูกตัดขาด มุ่งหน้าสู่สถานีอกซู
กำหนดระยะเวลา : 20 นาที
รางวัล : 200 เหรียญ
กรณีล้มเหลว : ???
“คุณดกจา มีอะไรแปลก ๆ นะคะ มันบอกว่า ‘สะพานที่ถูกตัดขาด’แต่สะพานยัง...”
“อย่ามัวแต่สนใจเื่พวกนั้นเลยครับ วิ่งเร็ว! เร็วเข้า!”
“ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ!”
ที่จริงยูซังอาชี้ได้ถูกประเด็นสะพานยังไม่ถูกตัดขาด
อาจพูดอีกอย่างได้ว่า‘สะพานจะต้องถูกตัดขาดแน่’