บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นของบ้านพักคนงานเงียบงัน และเต็มไปด้วยความกดดัน ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเ้าของบ้าน หลังจากเจียไต้หยูพาน้องชายไปส่งโรงพยาบาลและกลับมาถึงบ้าน พร้อมกับเสิ่นจิ้นเจินที่ยังมีร่องรอยความบอบช้ำประดับอยู่บนใบหน้า
ทันทีที่เห็นสีหน้าของเสิ่นถูหนาน ผู้เป็สามีที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดรออยู่ก่อนแล้ว แม่เลี้ยงใจร้ายก็ไม่รอช้า เธอรีบบีบน้ำตาปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มขณะโผเข้าหาสามีด้วยความน่าสงสาร แล้วเริ่มร้องไห้ฟูมฟายเอ่ยฟ้อง เื่ที่น้องชายสุดที่รัก ถูกลูกเลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างทารุณทันที
“อาหนาน! คุณต้องให้ความเป็ธรรมกับน้องชายฉันนะ! ต้าไห่าเ็หนักเือาบไปทั้งตัว ป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะฟื้นขึ้นมาไหม พ่อแม่ของฉันพวกท่านต้องไม่พอใจมากแน่ๆ นังเด็กจิ้นเจินมันใจคอโเี้เกินคนจริงๆ!”
เสียงคร่ำครวญของเจียไต้หยูเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ เสิ่นถูหนานที่เดิมทีก็เป็คนอารมณ์ร้อนและหูเบา เชีื่อฟังเมียเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งขบกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน สายตาที่เขามองมายังลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไม่มีความอาทรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะะเิออกมาทุกวินาที
เสิ่นจิ้นเจินหรือที่รักในตอนนี้ ยืนนิ่งประจันหน้ากับพายุอารมณ์ของพ่ออย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงจากพิษไข้ แต่ดวงตาของเธอกลับวาวโรจน์ด้วยความสมเพชในความหูเบาของผู้ชายตรงหน้า
“คุกเข่าลง!”
เสิ่นถูหนานคำรามลั่นด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน มือหนาคว้าหมับเข้าที่เข็มขัดหนังเส้นหนาข้างกายขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงบนไหล่บางของลูกสาวคนโตอย่างขาดสติ แรงฟาดนั้นหนักหน่วงจนเกิดเสียงแหวกอากาศที่น่าหวาดเสียว ท่ามกลางรอยยิ้มสะใจที่แอบซ่อนอยู่เื้ัใบหน้าที่ยังเปื้อนคราบน้ำตาจอมปลอมของแม่เลี้ยง
เพียะ!
แรงกระแทกจากเข็มขัดหนังทำให้ร่างที่เพิ่งฟื้นไข้ของเสิ่นจิ้นเจินซวนเซไปตามแรงปะทะ ความเจ็บแสบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนเธอต้องร้องออกมา
ก่อนที่เธอจะองมองบิดาแท้ ๆ ของเ้าของร่าง กลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับวาวโรจน์ด้วยความเ็า และสมเพชจนเสิ่นถูหนานถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
“โอ๊ย! บ้าไปแล้วเหรอ!” เสิ่นจิ้นเจินสะดุ้งสุดตัวด้วยความเ็ปและใ เธอจ้องมองชายตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อด้วยสายตาเหลือเชื่อ “คุณทำอะไรของคุณ! แค่ผู้หญิงคนนี้ร้องไห้พูดนิดพูดหน่อย คุณก็เชื่อเป็ตุเป็ตะถึงขั้นลงไม้ลงมือกับลูกสาวตัวเองเลยเหรอ!”
“แกยังจะกล้าเถียงอีกเหรอ! ฉันสั่งให้แกคุกเข่า และขอโทษแม่ของแกเดี๋ยวนี้!”เสิ่นถูหนานตะคอกสั่ง เสียงดังสนั่นจน เสิ่นิซวนลูกชายคนเล็กวัย 9 ขวบ ที่แอบดูอยู่มุมห้องถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ทำไมฉันต้องทำ! ไอ้เดรัจฉานนั่นมันเข้ามาในห้องฉัน มันหวังจะย่ำยีฉันถึงในห้องนอน ฉันต่างหากที่เป็เหยื่อ เป็คนถูกทำร้าย!” เสิ่นจิ้นเจินะโโต้กลับอย่างไม่ลดละ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
“น้าชายแกหวังดี! แม่แกบอกแล้ว ว่าให้น้าชายมาช่วยดูแลแก ถ้าอาการไม่ดีขึ้นจะพาไปโรงพยาบาล แกมันลูกอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคน ยังจะไปทำร้ายน้าตัวเองอีก!” เสิ่นถูหนานเงื้อมมือหวังจะฟาดเข็มขัดซ้ำลงมาอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้เสิ่นจิ้นเจินไม่ยอมอยู่เฉย เธออาศัยไหวพริบและสัญชาตญาณนักสู้ กระชากสายเข็มขัดหนังหลุดออกมาจากมือพ่ออย่างแรง ก่อนจะโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี แล้วจ้องเขม็งไปยังเจียไต้หยูที่แสร้งทำเป็หลบ ตัวสั่นงันงกอยู่ข้างหลังเสิ่นถูหนาน
“เธอแกล้งร้องไห้ไปเถอะเจียไต้หยู มีแต่ตาเฒ่าโง่เขลาคนนี้เท่านั้นแหละ ที่เชื่อละครน้ำเน่าราคาถูกของเธอ!” เสิ่นจิ้นเจินแค่นยิ้มเ็า “ในเมื่อบ้านหลังนี้ไม่มีความยุติธรรม ฉันจะไปแจ้งความกับตำรวจเดี๋ยวนี้! แล้วมาดูกันว่าโทษฐานพยายามขืนใจผู้หญิงและทำร้ายร่างกาย จะทำให้น้องชายสุดที่รักของเธอ ถูกส่งไปยิงเป้าหรือเปล่า!”
“ไม่ได้นะ! แกจะไปแจ้งความไม่ได้!” เจียไต้หยูหน้าถอดสี ร้องห้ามเสียงหลงด้วยความตระหนก ก่อนจะรีบหันไปเขย่าแขนสามี “เสิ่นถูหนาน! คุณรีบห้ามลูกสาวคุณสิ จะให้หล่อนไปแจ้งความไม่ได้นะ คุณไม่กลัวคนเขาเอาไปนินทาทั้งโรงงานเหล็กหรือไง ลูกสาวตัวเองมีเื่อื้อฉาว คุณไม่รู้สึกขายหน้าบ้างเหรอ!”
เสิ่นถูหนานที่กำลังโกรธจัด ถึงกับชะงักไปเมื่อได้ยินเื่ความอับอาย หากเื่นี้แดงไปถึงหูคนทั้งโรงงาน ตำแหน่งหน้าที่และหน้าตาทางสังคมที่เขาสั่งสมมาคงพังทลาย เขามองลูกสาวด้วยแววตาที่สับสนและซับซ้อน
ขณะที่เสิ่นจิ้นเจินยืนเชิดหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว... เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้ชายคนนี้คืออะไร ความรักน่ะเหรอ? เปล่าเลย... สิ่งเดียวที่เขารักยิ่งกว่าลูกเมียก็คือหน้าตาของตัวเองนั่นแหละ!