เซียวซิงอีผูกปมที่หัวคิ้ว มองดูกิริยาอาการของคนตรงหน้าแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้
“ทำไมถึงพูดกับคนป่วยแบบนี้ล่ะคะ คุณเป็สุภาพบุรุษแบบไหนกัน ต่อให้เกลียดฉันแค่ไหนก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างฉัน เห็นฉันแบบนี้ฉันก็เสียใจเป็นะคะ” เซียวซิงอีเจตนาพูดจาออดอ้อน ขนตางอนกระพริบถี่อย่างยั่วยุ
“เซียวซินอี้ ฉันไม่ได้มีเวลามาฟังเธอพูดจาไร้สาระ” คนฟังทนไม่ไหวจึงได้กล่าวตวาดออกไป
หลินเทียนเว่ยลุกออกจากเก้าอี้ เดินดิ่งเข้ามาคว้าข้อมือด้านที่มีรอยแผลเป็ไว้แน่น แม้ว่าแผลจะหายจนเกือบเป็ปกติแล้วแต่เพราะแรงของบุรุษที่มีมากกว่าเ้าของท่อนแขนเรียวเล็กก็ถึงกับต้องร้องออกมา
“โอ๊ย! เจ็บนะ ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง”
เซียวซิงอีต้องเก็บกิริยายียวนเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะโมโหร้ายจนสร้างรอยแผลใหม่เพิ่มให้กับเธออีกแผล
“ถ้าอย่างนั้นก็ตอบคำถามฉันมาสักที”
“ก็ได้ ๆ ฉันยอมแพ้แล้ว” เธอตอบรับพร้อมกับเอนตัวตามแรงบีบจากอีกฝ่ายที่กำลังบิดข้อมือเธออยู่ กระทั่งเขาสะบัดมือยอมปล่อยให้เธอเป็อิสระ
“ฟังนะคะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากตอบคำถามคุณ แต่เพราะว่าฉันจำเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยต่างหาก”
เื่อะไรเธอจะยอมบอกความจริง ต่อให้ถูกข่มขู่มากแค่ไหนก็ตาม การทำตัวแสร้งโง่เอาไว้จะช่วยให้เธอปลอดภัย อีกอย่างเขาเองก็แซ่หลิน หากว่าเนื้อเื่ในนิยายเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ใครจะไปรู้บางทีหลินเทียนเว่ยก็อาจจะเป็หนึ่งในผู้ต้องสงสัยก็เป็ได้
เ้าของดวงตาคมพินิจท่าทางของสตรีที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียด เสียดายเวลาที่หมดไปโดยเปล่าประโยชน์
“เสียความทรงจำอย่างนั้นเหรอ” เขาปรายตามองไปยังศีรษะที่พันด้วยผ้าพันแผลอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวออกมา
“คนกะโหลกหนาอย่างเธอนะหรือจะเสียความทรงจำ”
ใบหน้าสวยงองุ้ม ผู้ชายคนนี้ช่างปากคอเราะร้ายเสียยิ่งกว่าผู้หญิง พฤติกรรมก็กักฬระต่างกับบทบาทของพระเอก เธอเคยหลงชื่นชมความเป็สุภาพบุรุษของเขาเหมือนกับผู้อ่านคนอื่นที่หลงใหลในความอ่อนโยนจนอยากจะให้โลกนี้มีคนแบบเขา
น่าผิดหวังจริง ๆ บทพระเอกผู้แสนดี หลินเทียนเว่ยคงจับฉลากได้มา
“ฉันก็เป็มนุษย์เหมือนกับคุณนั่นแหละค่ะ เลิกใช้คำพูดดูถูกคนอื่นแล้วก็ออกไปจากห้องได้แล้ว เพราะฉันจะนอน” คนพูดดึงผ้าห่มขึ้นมาอย่างเร่งรีบ ก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่ง
“รสนิยมของหลินเทียนอยูย่ำแย่กว่าที่คิดเอาไว้ อย่างเธอก็มีดีแค่ความสวยเท่านั้นแหลาะ ในเมื่อเธอบอกเหตุผลที่พ่อฉันตายไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเธอก็คงต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลาย ทำไร่ทำนาอยู่นอกเมืองแทน ฉันจะทำให้เธอกลับมาเหยียบสกุลหลินไม่ได้อีก”
หลังจากระบายโทสะจนสาแก่ใจ หลินเทียนเว่ยก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดังใส่ตามหลัง
“เหอะ! ทำมาเป็ว่าฉัน หน้าตาแบบนี้ไม่ใช่ว่าเคยหลงหัวปักหัวปำมาก่อนหรอกเหรอย่ะ”
เซียวซิงอีเด้งตัวลุกขึ้นนั่งได้ก็หยิบหมอนขว้างตามไปที่ประตูด้วยความโมโห ก่อนจะมาคิดได้ว่า
“ฉันไม่ใช่นางร้ายจริง ๆ เสียหน่อย จะต้องไปโกรธแทนทำไม”
...หลังจากเหตุการณ์ตึงเครียดผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นก็ไร้ซึ่งวี่แววของคนในบ้านสกุลหลินที่จะเข้ามาเยื่อม คนป่วยทำได้เพียงนอนนับเวลาอย่างเหี่ยวแห้งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล จะมีก็แต่สาวน้อยผมเปียที่คอยเอาใจใส่ดูแลปรนนิบัติเธอ
กระทั่งเย็นวันนี้เธอก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้สักที
“นายหญิง พวกเรากลับกันเถอะค่ะ ฉันเก็บของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว” เธอเก็บข้าวของนายหญิงของเธอใส่ลงกระเป๋า ก่อนจะเดินเข้ามาประคองผู้เป็นาย ที่ตอนนี้เปลี่ยนจากชุดคนไข้มาเป็เสื้อผ้าปกติตามยุคสมัยที่สาวน้อยผู้นี้จัดเตรียมไว้ให้
เสี่ยวอิงฮวาเป็หญิงรับใช้คนสนิทมีหน้าที่ดูแลนายหญิงหลินตั่งแต่ที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ ๆ เพราะหญิงรับใช้คนอื่นในบ้านไม่มีใครชอบนางร้ายและเลือกที่จะรับใช้เพียงแต่เ้านายเดิม เด็กสาวที่เคยอยู่หมู่บ้านเดียวกันจึงถูกจ้างเข้ามา
“เดี๋ยวก่อนนะ ฉันไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลนี่ แล้วอีกอย่างหลินเทียนเว่ยก็ขู่ไว้ว่าจะไล่ฉันออกจากบ้านแล้วพวกเราจะกลับไปได้ยังไง”
คนบ้านหลินเกลียดชังเธอราวกับไส้เดือนกิ้งกือขนาดนั้น คงไม่ยอมเจียดเงินค่ารักษาพยาบาลให้เธอแน่ และถึงแม้จะได้กลับไปก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างกล้ำกลืนฝืนทน
“ฉันว่าเรากลับไปที่บ้านเดิมของฉันน่าจะดีกว่า”
“แต่คุณขายบ้านหลังนั้นไปแล้วนะคะ” เด็กสาวสีหน้าเศร้าทำเอาคนฟังหม่นหมองตามไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว”
“ทำไมจะไม่มีล่ะครับ” น้ำเสียงทุ้มกล่าวแทรก เซียวซิงอีและเสี่ยวอิงฮวาหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่กำลังเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องพร้อมกัน
“เขาเป็ใคร” เซียวซิงอีกระซิบถาม แต่ผู้ที่ให้คำตอบกลับเป็คนที่เข้ามาใหม่
----------
ปากบอกพ่อรสนิยมแย่ ตัวคุณเขาเองก็เคยรักน้องอยู่ ระวังจะกลืนคำพูดตัวเองนะคะ
ฝากนักอ่านโปรดเมตตาไรท์ตัวเล็กตัวน้อย ช่วยไรท์กดใจ ❤️ คนละหนึ่งคลิก กดเข้าชั้น ???? คนละหนึ่งแหมาะ หน่อยนะคะ ???? เพื่อเป็การเปิดการมองเห็น
ใครกดขอให้ถูกหวยรางวัลที่ 1 นะคะ ????????