บทที่ 3 ฟื้นคืน
ณ ห้องโถงจวนเ้าเมือง
มีชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมนั่งอยู่ด้านซ้ายและขวานั้นมีชายอีกสองคนนั่งขนาบข้าง ทั้งสามกำลังปรึกษากันถึงเื่งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ประจำปีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ใบหน้าชายทั้งสามคนต่างปรากฏความกังวลเป็อย่างมาก
“อีกเพียง สิบวันจะถึงงานประลองแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี”
ชายที่นั่งด้านซ้ายของหยางจื่อส้งพูดขึ้นมา
“เฮ้อในงานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ที่ผ่านมา 3 ปีนั้นตระกูลหยางเป็ได้เพียงตัวตลกของเมืองธารา์ เหล่ารุ่นเยาว์ในจวนเ้าเมืองนั้นมีระดับการฝึกฝนมากสุดเพียงรวบรวมลมปราณขั้น7 เท่านั้น”
หยางจื่อส้งพูดพลางถอนหายใจ
“ฮึ่ม ! หากนายน้อยมิสูญเสียพลังปราณไปเ้าพวกสุนัขห่าวคงมิกล้าอวดดีถึงเพียงนี้”
ชายด้านขวาเอ่ยขึ้นบ้างทั้งสองคนคือหยางจิ้งและหยางจงเป็ผู้ดูแลธุรกิจของตระกูลหยางและที่ปรึกษาของเ้าเมืองธารา์ทั้งสามคนได้แต่โทษโชคชะตาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหยางอี้ได้กลายเป็ช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ตระกูลห่าวใช้โจมตีเรื่อยมา
“แล้วตอนนี้อี้เอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง? ข้าไม่เห็นเขาออกจากห้องมามากว่าหนึ่งเดือนแล้ว”
“ตอนนี้นายน้อยเก็บตัวฝึกฝนบ่มเพาะพลังปราณข้าได้ยินว่าในปีนี้นายน้อย้าเข้าร่วมการประลองด้วย! ”
หยางจงที่ปรึกษาเ้าเมืองตอบออกมาเื่นี้ทำให้ทุกคนในจวนกังวลเป็อย่างมาก
“ข้าคิดว่าคงเป็เพราะว่าเหตุการณ์ในวันฉลองอายุของนายน้อยที่ทำให้นายน้อย้าจะเข้าร่วมการประลอง”
“เฮ้อ เด็กคนนี้นั้นมีทั้งพร์และความมุมานะเหตุใด์จึงต้องกลั่นแกล้งกัน”
หยางจื่อส้งเอ่ยออกมาอย่างทอดถอนใจหยางจิ้งและหยางจงต่างพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้หยางอี้จะได้รับทรัพยากรต่างๆจากผู้เป็บิดาแต่นั้นเป็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การที่หยางอี้ก้าวขึ้นมาเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองธารา์นั้นมาจากความพากเพียรและความพยายามในการฝึกฝนบ่มเพาะพลังปราณด้วยความเพียร
ภายในห้องมิติพิเศษของมุกมิติราชันย์หยางอี้นั่งโคจรพลังปราณอย่างมุ่งมั่นพลังปราณภายในร่างถูกขับเคลื่อนหมุนวนเข้าสู่ตันเถียนครั้งแล้วครั้งเล่าจนบัดนี้เส้นชีพจรของหยางอี้เริ่มกลับสู่สภาพเดิมก่อนที่จะสูญเสียลมปราณไปแล้ว
ปัง !เสียงพลังปราณปะทุขึ้นภายในร่างของหยางอี้
“รวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด!”
จากวันที่มุกมิติราชันย์ตื่นขึ้นผ่านมาแล้วเกือบสองเดือน หยางอี้ใช้เวลาครึ่งเดือนแรกในการทำความเข้าใจและฝึกฝนทักษะย่างก้าวมายา์ทักษะย่างก้าวมายา์เป็ทักษะท่าเท้าที่มีความลึกซึ้งอย่างมาก หยางอี้ใช้เวลาห้าเดือนในมิติพิเศษเพื่อจะฝึกให้ถึงขั้นแรกอย่างไรก็ตามชื่อเสียงอัจฉริยะนั้นสมควรแล้วที่จะมอบให้กับเขาการจะทำความเข้าใจทักษะที่ลึกซึ้งเช่นนี้หากเป็ผู้อื่นอาจต้องใช้เวลาอยู่หลายปีทักษะนี้มีทั้งหมดสี่ขั้นตามข้อมูลที่หยางอี้ได้รับมา มีเพียงวิธีฝึกขั้นแรกและขั้นที่สองเท่านั้น
ในข้อมูลบันทึกไว้ว่า ผู้ที่ฝึกถึงขั้นแรกจะสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วสามารถวิ่งบนใบบัวได้โดยที่น้ำมิกระเพื่อมขั้นที่สองนั้นผู้ฝึกจะสามารถก้าวย่างอย่างรวดเร็วจนทิ้งภาพติดตาไว้ดั่งภาพมายาที่ดูเชื่องช้าแต่กลับรวดเร็วขั้นที่สามนั้นผู้ฝึกจะสามารถเยียบย่างบนนภากาศได้แม้จะยังไม่บรรลุถึงระดับปราณ์ก็ตามขั้นสุดท้ายผู้ฝึกจะสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วจนสามารถสร้างภาพมายาขึ้นมาเป็ร่างจำแลงได้!
เมื่อหยางอี้ออกจากมิติพิเศษบนร่างกายล้วนเต็มไปด้วยคราบสิ่งสกปกสีดำที่มีกลิ่นเหม็นมันถูกขับออกมาอยู่ทั่วทั้งร่างกายของเขา หยางอี้ลุกขึ้นและเดินไปนอนแช่ในอ่างน้ำเพื่อชำระร่างกายผ่อนคลายจากการฝึกฝน
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงสิบวันก่อนจะถึงงานประลองข้ายังคงอยู่ที่ระดับเจ็ดของรวบรวมลมปราณ หากจะเข้าสู่ระดับแปดให้ทันงานประลองคงจะต้องใช้ตัวช่วย”
หลังจากแช่น้ำสักพักชายหนุ่มก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าเดินออกจากห้องมุ่งสู่ห้องโถงของจวนภายในห้องโถงจวนเ้าเมืองนั้นมีชายวันกลางคนสามคนกำลังนั่งปรึกษากันอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทั้งสามคือหยางจื่อส้งหยางจิ้งและหยางจง หยางอี้เดินเข้าไปพร้อมกับทักทายทั้งสาม
“คาราวะ ท่านพ่อท่านลุงจิ้ง ท่านลุงจง ”สาม
“อี้เอ๋อร์ ? เ้าเป็อย่างไรบ้าง? พ่อเ้าไม่ได้เห็นหน้าเ้ามาเกือบเดือนแล้ว”
หยางจื่อส้งกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มหยางจิ้งและหยางจงเองก็หันมาพยักหน้ายิ้มรับเช่นเดียวกัน
“ข้าสบายดีท่านพ่อและข้ามีข่าวดีจะบอกท่านเช่นกัน”
หยางอี้ยิ้มออกมาน้อยๆพร้อมกับพูดขึ้นทั้งสามคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัย อย่างไรก็ตามครู่ต่อมาใบหน้าของพวกเขากลายเป็แข็งค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อหยางอี้ปลดปล่อยลมปราณของเขาออกมารวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด!เมื่อตั้งสติได้และตรวจถึงลมปราณของหยางอี้ใบหน้าของหยางจื่อส้งพลันปรากฏสายน้ำไหลออกมาอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน
“ อ อี้เอ๋อร์ จ จเ้า ”
“พลังปราณของข้ากลับมาแล้วท่านพ่อ”
หยางอี้กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขตลอดมาเขารู้ดีว่าบิดาต้องทุกข์ทนกับเื่นี้มากแค่ไหน
“ ยินดีด้วยนายน้อยยินดีด้วยท่านเ้าเมือง”หยางจิ้งและหยางจงกล่าวออกมาพร้อมกันด้วยรอยยิ้มหยางจื่อส้งใช้มือข้างหนึ่งปาดน้ำตาออกและเริ่มหัวเราะออกมาอย่างยินดี
“ฮ่าๆ ในที่สุด…ในที่สุด์ก็เมตตาเ้า ฮ่าๆแค่กๆ”
ด้วยการหัวเราะมากไปทำให้เขาไอออกมาเล็กน้อยสีหน้าที่เคร่งเครียดและหม่นหมองตลอดสามปีที่ผ่านมาเริ่มจางหายไปจากใบหน้าของหยางจื่อส้งอย่างช้าๆ
“ท่านพ่อท่านควรจะพักผ่อนบ้าง อย่าได้หักโหมมากนัก”
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงพ่อหลายวันนี้ข้าได้กังวลเกี่ยวกับงานประลองแต่เมื่อพลังปราณของเ้ากลับมาข้าก็มิต้องกังวลอีกต่อไปหยางจิ้งหยางจงให้ประกาศออกไปพรุ่งนี้เราจะจัดงานฉลอง ”
ตอนนี้ใบหน้าของหยางจื่อส้งเต็มไปด้วยความสุขจนเกินบรรยายอย่างไรก็ตามคำพูดของเขาก็ถูกขัดไว้ก่อนโดยหยางอี้
“ช้าก่อนท่านพ่อ ข้ายังไม่้าจะเปิดเผยเื่นี้อันที่จริงข้าอยากจะตอกหน้าเ้าพวกที่มันดูถูกเราในงานประลองปีก่อนๆและข้าจะให้พวกมันได้รู้ว่าตระกูลหยางมิใช่ตัวตลกที่พวกมันจะมาล้อเล่นได้! ”
“ดี ดี ดีมาก ฮ่าๆจงทำให้พวกสุนัขห่าวมันรับรู้ว่าอัจฉริยะอับดับหนึ่งเป็ใคร!”
หยางจื่อส้งเห็นด้วยกับบุตรชายและกล่าวออกมาอย่างจริงจังแม้ภายในใจจะยังคงคิดว่าเป็เื่ยากที่หยางอี้จะชนะเลิศงานประลองเพราะตระกูลห่าวยังมีบุตรคนโต ที่บรรลุถึงลมปราณก่อกำเนิดแล้วก็ตามแต่อย่างไรอายุมันก็มากกว่าหยางอี้ถึง 3 ปีการจะพ่ายแพ้ย่อมมิใช่เื่แปลกและเสียหน้ามากนักระหว่างนั้นเสียงของหยางอี้ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านพ่อข้ามีสิ่งที่้าจะรบกวนท่าน”
“เ้า้าสิ่งใดจงบอกมาเถิดข้าเร่งจัดหาให้เ้า”
หยางจื่อส้งกล่าวตอบด้วยความอบอุ่นหยางอี้เป็บุตรเพียงคนเดียวของเขาเหตุใดจะหาสิ่งที่มัน้าให้ไม่ได้ ?หยางอี้ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างไม่ลังเล
“ข้า้า หญ้าดาราอายุ 1000 ปี”
ทั้งสามต่างขมวดคิ้วคำขอของหยางอี้นั้นออกจะเกินความคาดหมายไปเสียหน่อยสมุนไพรชนิดนี้ไม่ใช่เื่ง่ายหาก้า
“นี่...เห็นจะมีปัญหาอยู่บ้างแม้เราจะมีกำลังพอซื้อแต่การจะหาหญ้าดารา1000ปีนั้นมิใช่เื่ง่าย”
หยางจิ้งกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจเมืองธารา์นั้นเป็เพียงเมืองเล็กๆสุดดินแดนการจะหาสมุนไพรระดับสูงเช่นนี้นับว่าไม่ง่ายเลยอย่างไรก็ตามหยางจงที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับมีดวงตากระจ่างวูบขึ้นมาเมื่อนึกได้ถึงบางอย่าง
“เื่นี้มิใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ข้าได้ยินว่าอีก 5 วันที่หอประมูลจันทร์สีชาดจะมีการประมูลหญ้าดาราแต่เื่อายุนั้นข้าไม่แน่ใจนัก”
หยางจงกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปยังหยางอี้ก่อนจะมาหยุดที่หยางจื่อส้งซึ่งกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
อย่างไรก็ตามการที่มีหญ้าดารา 1000 ปีเข้ามาประมูลในหอประมูลจันทร์สีชาดนั้นจะต้องดึงดูดผู้คนในละแวกนี้เป็อย่างมากฉะนั้นแล้วจะต้องเกิดการแข่งขันสูงเป็แน่แต่เพื่อบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาไม่ว่าจะต้องจ่ายออกไปมากแค่ไหนก็จักต้องเอาหญ้าดารามานี้ให้ได้และถ้าหากหยางอี้ได้ดูดซับหญ้าดารา1000ปี จะต้องเพิ่มโอกาสในงานประลองไม่มากก็น้อย
“เช่นนั้นก็ดี! หยางจง อีก 5 วัน ไม่ว่าต้องจ่ายออกไปเท่าใดเ้าจงนำหญ้าดาราต้นนี้กลับมาให้ได้”
หยางจื่อส้งตัดสินใจเด็ดขาดพร้อมกับสั่งการออกมาผู้าุโทั้งสองเองก็ไม่ได้คัดค้าน สำหรับคนตระกูลหยางแล้วสถานะของหยางอี้นั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้ว่าเขาจะตกต่ำลงก็ตามไม่ต้องกล่าวถึงตอนนี้ที่พลังปราณของเขาฟื้นคืนมาแล้ว
“ ขอบคุณขอรับท่านพ่อเช่นนั้นลูกขอตัวก่อน”
หลังจากตกลงกันได้หยางอี้ก็กล่าวอำลาทั้งสามและกลับไปยังห้องของตนทันทีสำหรับเื่นี้เมื่อบิดายืนยันแล้วหยางอี้ก็ไม่จำเป็ต้องคิดถึงมันอีกและเพียงรอคอยเท่านั้น
“อีก 5วันกว่าข้าจะได้หญ้าดารา เช่นนั้นตอนนี้ข้าสมควรจะทุ่มเทฝึกฝนทักษะหัตถ์หละวันก่อนเป็อันดับแรก!”
หัตถ์หละวันเป็วิชาประจำตระกลูหยางมีระดับปฐีขั้นต่ำ เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในสามทักษะระดับปฐีของเมืองธารา์แห่งนี้หัตถ์หละวันเป็วิชาที่ผู้ฝึกจะรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วหมุนวนลมปราณจนเกิดเป็ความร้อนสูงหากฝึกสำเร็จขั้นสูงสุดจะสามารถจับได้แม้กระทั่งลาวา! วิชานี้มีทั้งหมดเจ็ดระดับ
“เมื่อสามปีก่อนนั้นข้าฝึกฝนจนอยู่ในระดับสาม‘หลอมศิลา’แล้ว ถ้าฝึกในมิติพิเศษจะมีเวลาราวสองเดือนและถ้าหากข้าสำเร็จถึงขั้นหลอมปฐี…เช่นนั้นผู้ฝึกตนรวบรวมลมปราณจะมิใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”
สำหรับงานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ปีนี้นั้นหยางอี้ไม่ค่อยกังวลมากนักเช่นก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตามเป้าหมายของเขานั้นคือการตอกหน้าตระกูลห่าวโดยเฉพาะห่าวหวาง ! หัตถ์หละวันขั้นที่สี่นั้นค่อนข้างจะเป็การโจมตีที่รุนแรงสำหรับผู้ฝึกตนรวบรวมปราณและยิ่งพลังปราณของหยางอี้ตอนนี้พลังปราณของหยางอี้นั้นมาถึงรวบรวมลมปราณขั้นสูงแล้วเมื่อใช้ออกร่วมกับท่าเท้าที่ได้รับมาจากเสียงโบราณนั้นไม่ต้องพูดถึงว่าเขาสามารถติดหนึ่งในห้าของการประลองอย่างแน่นอน! และสำหรับอันดับที่หนึ่งนั้นค่อนข้างจะยากไปสักหน่อยเพราะในเมืองแห่งนี้ยังมีรุ่นเยาวอยู่อีกสองคนที่ตัดผ่านไปยังปราณก่อกำเนินแล้ว!
เมื่อเข้ามาสู่มิติพิเศษหยางอี้เริ่มโคจรลมปราณให้หมุนวนไปที่ฝ่ามือตามตำราหัตถ์หละวันที่เคยร่ำเรียนมาทันทีอย่างช้าๆลมปราณหมุนภายในร่างกายค่อยๆถูกถ่ายเทไปยังฝ่ามือจนกระทั่งถึงขีดจำกัดที่ฝ่ามือของเขาพลันบังเกิดไอความร้อนขึ้นมาจนบรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อพอใจแล้วหยางอี้จึงผลักดันฝ่ามือออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
พรึ่ม !
หลังจากผลักดันฝ่ามือออกไปด้านหน้าของหยางอี้พลันเกิดเสียงฟู่วที่เกิดจากการเผาไหม้ของอากาศ ! อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นเพียงครึ่งลมหายใจเท่านั้นก่อนจะกลับสู่สภาพเดิม
“คงเป็เพราะข้ามิได้ฝึกวิชานี้มากว่าสามปีจึงทำให้พลังทำลายลดลงไปเช่นนี้?”
หยางอี้ไม่ค่อยพอใจกับผลที่ออกมาเท่าไหร่นักทว่าความไม่พอใจนั้นกลับยิ่งเป็แรงผลักดันให้ความมุ่งมั่นของเขาเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่รอช้าหยางอี้เริ่มโคจรลมปราณอีกครั้งและผลักฝ่ามือออกไปเหมือนเดิม
ครั้งที่ 1....ครั้งที่2....ครั้งที่ 5....ครั้งที่ 10....ครั้งที่ 20....ครั้งที่ 50……
กระบวนการเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแม้แต่น้อยการเผาไหม้ของอากาศเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆและความร้อนเองก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและ5 วันที่ผ่านมานี้หยางอี้ออกจากมิติพิเศษเพียงเวลาเช้าของวันเพื่อทานอาหารจากนั้นก็กลับเข้าสู่มิติพิเศษเผื่อฝึกหัตถ์หละวันทันทีหยางอี้ยังคงทำอย่างเดิมซ้ำๆจน 5 วันที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มปล่อยฝ่ามือออกไปกว่าหมื่นครั้ง !
ครั้งที่ 12109
พรึ่บ ! ฟู่วว....
ประกายไฟแล่นไปมาเสียดสีกับอากาศอย่างรวดเร็วก่อนจะเกิดเป็ไฟจากการเผาไหม้ของอากาศอยู่เบื้องหน้าของหยางอี้ผลลัพธ์ครั้งนี้นับว่าสามารถทำให้เขายิ้มออกมาได้อย่างพึงพอใจก่อนจะทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
“แฮ่ก ๆ ในที่สุดข้าก็สำเร็จระดับหลอมปฐี…ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด !”
นั่งพักไม่นานกำลังของเขาก็ฟื้นกลับมาได้ส่วนหนึ่งหยางอี้ออกจากมิติพิเศษและพบกับสิ่งที่เป็ปัญหารำคาญใจของเขาในตอนนี้ ทั่วร่างกายของหยางอี้นั้นเต็มไปด้วยคราบเหงื่อสีคล้ำที่ส่งกลิ่นรุนแรงมองไปที่สิ่งสกปกเหล่านี้เขาอดไม่ได้ที่กล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ข้าออกจากมิติพิเศษทีไรร่างกายข้าจะต้องสกปกแบบนี้ทุกทีเลยหรือไง?”
บ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนจะเดินไปชำระร่างกายเพื่อเตรียมไปรับหญ้าดาราตามที่ตกลงกันไว้กับหยางจงการได้แช่น้ำอุ่นหลังจากการฝึกเช่นนี้เป็สิ่งที่ทำให้หยางอี้รู้สึกผ่อนคลายนัก โดยมิได้รู้เลยว่าตอนนี้ทั่วทั้งเมืองธารา์ต่างลือกันไปทั่วว่าตระกูลหยางได้ทุ่มเงินกว่าสองหมื่นเหรียญทองเพื่อซื้อหญ้าดารา1000ปีจากงานประมูลจันทร์สีชาดอย่างไรก็ตามรายได้ของตระกูลหยางนั้นต่อปีมีเพียงไม่เกินหนึ่งแสนเหรียญทองเท่านั้นและการจ่ายออกไปสองหมื่นเหรียญทองเพื่อหญ้าดาราอายุ 1000ปีเพียงต้นเดียวนับว่าฟุ่มเฟือยไม่น้อย ! หนึ่งเื่ที่ต้องรู้คือหญ้าดารา 1000ปีนั้นมีประโยชน์อย่างมากก็จริงทว่านั้นก็แค่กับเพียงผู้ฝึกตนรวบรวมลมปราณไปถึงก่อกำเนิดลมปราณขั้นต้นเท่านั้น !
ใช้เวลาไม่นานหลังจากชำระร่างกายหยางอี้ก็มาปรากฏตัวในห้องโถงของจวนเ้าเมืองภายในห้องโถงนั้นมีหยางจื่อส้งและหยางจงนั่งรออยู่ก่อนแล้วทั้งสองยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหยางอี้กำลังเดินเข้ามาด้านใน
“คาราวะท่านพ่อท่านลุงจง”
“ มาๆ อี้เอ๋อร์ท่านลุงจงของเ้าต่อสู้อย่างยากลำบากกับพวกสุนักห่าวจนดุเดือดและในที่สุดก็ได้รับหญ้าดารา1000ปีมาให้เ้า”
หยางจื่อส้งกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีสำหรับเขานั้นการจ่ายออกไปสองหมื่นเหรียญทองเพื่อบุตรชายมินับเป็อันใดแม้แต่น้อยหยางจื่อส้งเอื้อมมือไปยังโต๊ะด้านข้างพร้อมยกกล่องหยกสีขาวขึ้นมา
“ขอบคุณท่านพ่อ ท่างลุงจงต้องลำบากท่านแล้ว”
หยางอี้โค้งคำนับด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพความอบอุ่นไหลบ่าเข้าสู่หัวใจเขาอย่างช่วยมิได้แม้ที่ผ่านมาตัวเขาจะกลายเป็ขยะไร้ประโยชน์แต่ทุกคนในตระกูลก็ยังคงปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเสมอมา
“ฮ่าๆ อย่าได้ใส่ใจ ข้านั้นเพียงออกแรงเล็กน้อยในการฟาดฝีปากกับพวกสุนัขห่าวเท่านั้นอย่างไรก็ตามเป็ท่านเ้าเมืองที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้รับมันมา”
หยางอี้มองไปทั้งสองอีกครั้งก่อนที่ดวงตาของเขาจะปรากฏความมุ่งมั่นเขารู้ดีว่าเพื่อให้ได้สิ่งนี้มาท่านพ่อต้องจ่ายออกไปไม่น้อยอย่างแน่นอนและสิ่งที่จะตอบแทนพวกเขาได้ก็คือการกู้ชื่อเสียงของตระกูลหยางกลับมา !
“ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”
หลังจากรับกล่องหยกขาวที่ภายในมีหญ้าดารา1000ปี บรรจุอยู่หยางอี้ก็รีบกลับห้องของตนทันทีภายในกล่องหยกนั้นมีต้นหญ้าสีเขียวชอุ่มสูงประมานหนึ่งเซียะที่ส่วนปลายเป็ดอกหญ้าห้ากลีบสีขาวนวล พลังปราณที่ถูกสะสมมามากว่า1000ปีนั้นให้ความรู้สึกที่สดชื่นยิ่งนัก
“น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถนำสิ่งใดๆก็ตามที่มีพลังปราณไหลเวียนอยู่นอกจากตัวข้าเข้าไปในมิติพิเศษได้มิเช่นนั้นข้าน่าจะสามารถดูดซับมันได้เต็ม10ส่วน”
หยางอี้ส่ายหน้าและสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนและเริ่มดูดซับพลังปราณธรรมชาติที่สะสมไว้ของหญ้าดาราทันทีพลังปราณจากหญ้าดาราเริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของหยางอี้ราวกับสายน้ำ เมื่อกระบวนการดูดซับได้เริ่มขึ้นภายในร่างกายจึงเกิดการหมุนเวียนเริ่มโคจรพลังปราณไปตามจุดชีพจรต่างๆในร่างกายแล้วไหลเข้าสู่ตันเถียน
เวลาผ่านไป 2 ชั่วยามการดูดซับของหยางอี้ก็สิ้นสุดลง ต้นหญ้าขนาดหนึ่งเซี๊ยะที่เขียวชอุ่มก่อนหน้านี้กลายเป็หญ้าแห้งที่เหี่ยวเฉาไปทันทีหลังจากถูกดูดซับถึงแม้ว่าจะมีพลังปราณบางส่วนของหญ้าดารา 1000 ปีที่สูญเสียไปแต่ก็มีถึงเจ็ดส่วนที่หยางอี้สามารถดูดซับไว้ได้และมันก็มากพอที่จะทำให้เขาทะลวงระดับอีกครั้ง!
ปัง !
ราวกับอัสนีฟาดผ่านดังกระหึ่มภายในตันเถียนของหยางอี้เกิดการปะทุขึ้นอย่างรุนแรงของลมปราณแอ่งตันเถียนของเขาขยายขนาดขึ้นอีกหนึ่ง่ตัวพร้อมกับร่างกายที่เริ่มขับของเสียสีดำออกมาเป็สัญญาณของการเลื่อนระดับ
รวบรวมลมปราณขั้นที่แปด!
หยางอี้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวเขาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยภายใต้ความสงบนั้นลึกเข้าไปในดวงตาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความมั่นใจที่ล้นปริ่ม
“เหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนจะถึงการประลองข้าสมควรจะใช้เวลาพักฟื้นร่างกายหลังจากหักโหมฝึกมาเป็เวลานานเป็ดีที่สุด”