ย้อนเวลามารวย ยุค 2000

    ตอนที่ 18 เตะบอล

    เอกถือรองเท้าเดินไปที่โรงเรียน ถึงเขาจะมีจักรยานก็เถอะแต่เขาก็ไม่ได้ขี่ไป ถ้าเขาเอาจักรยานไปด้วย อาจจะมีคนมายืมจักรยานเขาไปขี่ หากพังขึ้นมาคนนั้นคงไม่รับผิดชอบ แล้วเขาจะโดนแม่ดุเป็๲แน่

    เอกไปถึงโรงเรียนก็เห็นเพื่อนของเขาขายหวานเย็นกับขายน้ำอยู่ที่มุมเดิม ดูจากผู้คนที่ต่างถือหวานเย็นกินแล้วคาดว่าก็น่าจะขายดี เดินไปคุยด้วยหน่อยแล้วกัน

    “ไง ขายดีไหม” เอกเดินไปทักทั้งสอง

    “ก็ขายได้อยู่หรอก เอ้านี่เอาไปกินสักอันไหม” บาสยื่นหวานเย็นมาให้

    “ไม่เอาหรอกไม่ได้เอาเงินมา” เอกปฏิเสธเพราะเขาไม่ได้พกเงินมา การเงินในครอบครัวยังมีปัญหาอยู่เขาไม่กล้าใช้เงินเท่าไหร่

    “เอาไปเถอะน่า พวกกูไม่คิดเงินหรอก” เจมส์พูดเข้าหูที่สุดก็วันนี้แหละ แน่นอนใครจะปฏิเสธของฟรี!

    “จริงเหรอวะเนี่ย! งั้นเอามาสักอันกำลังคอแห้งเลย!” เอกคว้าหวานเย็นภายในมือบาสด้วยความรวดเร็ว มิตรภาพนี่มันช่างดีจริงๆ

    “ขายใกล้หมดหรือยัง? เรามาสร้างทีมไปเตะบอลดีกว่า” เอกชวนทั้งคู่ไปเตะบอล

    ใช่ว่าที่สนามบอลจะเตะพนันกันทุกวัน ถ้าหมู่บ้านอื่นไม่มาท้าเล่นส่วนมากก็ไม่ค่อยพนันกันหรอก แต่ถ้าหากเตะจุดโทษนี่มีทุกวันอยู่แล้ว

    “ใกล้หมดแล้ว มึงไปเตะก่อนแล้วกัน”

    “โอเคๆ”

    เอกเดินไปที่สนามบอลก่อนเพื่อนของเขา แต่ก็ต้องชะงักเพราะในสนามบอลไม่มีเด็กวัยเดียวกันกับเขาเลย มีแต่คนที่อายุมากกว่าเขา ถ้าเขาไปขอเล่นด้วยมีหวังคงโดนปฏิเสธ

    'นั่น! ไอ้ต๊ะนี่ไปขอเข้าทีมดีกว่า!'

    อย่างไรก็ตามเอกก็ค่อนข้างตัวใหญ่และค่อนข้างมีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ดีด้วย บางทีพวกเขาอาจให้เข้าทีมก็ได้ หวังว่าเป็๞เช่นนั้นนะ

    เอกเดินไปทักต๊ะทางด้านหลังทำเอาต๊ะสะดุ้ง๻๠ใ๽ “ไงต๊ะ”

    “เอ๊ย!! ๻๷ใ๯หมด มึงมาทำอะไร” ต๊ะตอบกล้าๆ กลัวๆ เพราะเคยแกล้งเอกไว้ตอนเก็บขยะ

    “วันนี้กูไม่ทำอะไรมึงหรอก ขอเข้าทีมด้วยสิ คนครบยัง?” เอกถามตรงประเด็นทันที

    “ครบแล้ว!” ต๊ะตอบค่อนข้างเสียงดังเพราะทีมของเขามีแต่รุ่นพี่ทั้งนั้น เขามั่นใจว่าคนในทีมจะไม่เตะเขาออก

    “ไปหาคนอื่นก็ได้” พูดจบเอกก็เดินจากไป

    เอกไม่เดินไปขอเข้าทีมอื่นอีกเลย เขาแค่วอร์มร่างกายเบาๆ ข้างสนาม หากมีทีมไหนคนไม่ครบเขาค่อยเข้าไปแทนที่ ผู้คนในที่นี้ไม่อยู่นี่ตลอดไปหรอก รอมีจังหวะค่อยเข้าไปก็ได้...

    ..

    ก็เป็๞ไปตามคาดเพราะทีมต่อมาขาดคนพอดี คนก่อนหน้านี้กลับบ้านกะทันหัน เอกก็อาสาเข้าไปเล่นแทน ตอนแรกทั้งทีมก็ปฏิเสธอยู่หรอก แต่ด้วยคารมของเอกทั้งทีมเลยให้เขาเล่นด้วย

    การเล่นฟุตบอลแบบไม่เป็๲ทางการนั้นเล่นไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเช่นเดียวกัน เมื่อเกมเริ่มขึ้นเอกเป็๲คนที่เด็กสุดในทีมจึงเป็๲คนที่วิ่งไล่บอล

    ส่วนคนในทีมก็บล็อกฝั่งตรงกันข้ามไว้ เอกนั้นแข็งแรงมากเพราะออกกำลังกายตอนเช้ามาทุกวัน วิ่งไล่บอลจนฝั่งตรงข้ามจนจนมุม

    ถามว่าสนามใหญ่ไหมทำไมเอกถึงวิ่งไล่รอบสนาม ก็ประมาณสนามฟุตซอลนั่นแหละ ทีมหนึ่งมีอยู่เจ็ดคน การวิ่งไปทั่วจึงไม่ใช่เ๱ื่๵๹แปลก

    แน่นอนว่าพอฝั่งทีมเราได้บอลพวกเขาไม่ส่งบอลให้เอกง่ายๆ ถึงแม้ว่าตำแหน่งที่เอกยืนอยู่จะไม่มีคนตามประกบก็ตาม เพราะยังมองว่าเป็๞เด็กอยู่เล่นบอลคงไม่เก่ง

    ซึ่งเอกก็ไม่ว่าอะไรเล่นตามเกมต่อไป พอเสียบอลก็วิ่งไล่ พอได้บอลก็ค่อยๆ วิ่งหาที่ว่าง เขาไม่คิดมาก เพราะความตั้งใจของเขาแค่อยากวิ่งออกกำลังกายเท่านั้น...

    แน่นอนว่าถ้าเขาได้บอลเขาก็เล่นสุดความสามารถ!

    สุดท้ายทีมก็แพ้เพราะฝั่งตรงข้ามมีแต่ตัวท็อปของหมู่บ้าน นี่เป็๲อีกสาเหตุหนึ่งที่คนในทีมเลือกที่จะกลับบ้านเพราะเขาคิดว่าเล่นยังไงก็แพ้

    ทีมพวกเขาที่มีคนที่เล่นระดับกลางๆ สู้ไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่มีคนในทีมโทษเอกสักคนว่าเป็๞คนทำทีมแพ้เพราะเอกก็ทำดีแล้วนั่นเอง

    อย่างไรก็ตามเอกยังคงรอต่อไปเพื่อที่จะเล่นอีก และทีมก็ไม่มีใครห้ามหรือหาคนมาแทนเขาด้วย เพราะทีมเห็นฝีมือเขาแล้ว นอกสนามที่ดูเกมเมื่อสักครู่น่าจะเอ่ยปากชมเขาเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ยินหรอก เอาแต่ตั้งใจเล่น

    เอกเล่นฟุตบอลอีกสองสามเกมมีแพ้บ้างชนะบ้าง เพราะทีมตัวเต็งก็เหนื่อยเป็๞เหมือนกันเลยแพ้ เกมที่ชนะก็มีโชคด้วยแหละถึงจะชนะมาได้ ทางด้านเพื่อนของเขาได้แต่นั่งดูอยู่ข้างสนาม เพราะไม่ค่อยมีใครกล้าเล่นกับพวกผู้ใหญ่เหมือนเอกเท่าไหร่

    ระหว่างทางกลับบ้านเจมส์และบาสชมเอกยกใหญ่ว่าเล่นดีสุดๆ พวกเขายังชมอีกว่าวิ่งยังไงให้ไม่หมดแรง ซึ่งเอกก็ตอบไปตามตรงว่าออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันไง

    พอพูดไปแบบนั้น ทั้งบาสและเจมส์ก็ส่ายหัวไปมา เพราะกว่าพวกเขาจะตื่นก็แปดโมงเช้าแล้ว...

    พอกลับถึงบ้านก็มืดพอดี แม่ยังคงเตรียมอาหารไม่เสร็จ ส่วนพ่อก็เป็๲ลูกมือให้แม่ ทั้งสองคนดูรักกันมาก ช่วยเหลือกันและกันดีจริงๆ

    เอกดีใจมากที่ครอบครัวของเขารักกันแบบนี้ เขาไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหา หย่าร้างหรือแยกกันอยู่อะไรทำนองนี้เลย เพราะเขาเคยเห็นเคยพบเจอมากับตัวเองมาแล้ว ว่ามันน่าสมเพชเพียงไหน

    ถ้าหากเอกมีแฟนแล้วก็มีลูกล่ะก็ เขาจะพยายามสุดความสามารถที่จะทำให้ลูกมีความสุขที่สุด เขาจะเลี้ยงดูเขาด้วยความรัก และไม่เลี้ยงดูเขาเพื่อมาใช้งานเมื่อโตขึ้น

    เขาเคยเจอมาเยอะแล้วสำหรับคนอย่างหลังและสุดท้ายครอบครัวก็จะพังไม่เป็๞ท่า ใครที่เกิดเป็๞ลูกของเอกจะไม่มีคำว่าพ่อแม่รังแกฉันแน่นอน!

    เอกชอบการล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่สุดเพราะมันเป็๲โมเมนต์ที่อบอุ่นมากๆ ซึ่งมันอาจส่งผลให้กินข้าวอร่อยขึ้นด้วย

    หลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนในครอบครัวก็มาล้อมดูทีวีกัน เอกไม่อยากดูเท่าไหร่หรอกเพราะมันน้ำเน่ามาก แต่เขาก็อยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุดเลยต้องกล้ำกลืนทนดู

    ถึงจะขึ้นห้องไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเขียนนิยาย

    การไม่มีอินเทอร์เน็ตนี่มันช่างลำบากจริงๆ

    ณ ปัจจุบันนั้นประเทศไทยมีอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ว่าหมู่บ้านหลังเขาแบบเอกอินเทอร์เน็ตจะมีสัญญาณหรือเปล่า?

    ถ้าจะรอให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าถึงเขาคงต้องอยู่ในชั้นมัธยมต้นปีที่สามนู่นแหละถ้าเขาจำไม่ผิด แต่ที่โรงเรียนตอนนี้ก็มีอินเทอร์เน็ตใช้อยู่แล้ว แต่ว่าช้ามากๆ

    กว่าจะถึงเวลานั้นอย่างน้อยเอกก็หาเงินได้มากพอที่จะซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่อง ซึ่งคอมพิวเตอร์นี่เองจะเป็๲ส่วนช่วยทำให้เอกรวยขึ้นอย่างมหาศาล...