เอกถือรองเท้าเดินไปที่โรงเรียน ถึงเขาจะมีจักรยานก็เถอะแต่เขาก็ไม่ได้ขี่ไป ถ้าเขาเอาจักรยานไปด้วย อาจจะมีคนมายืมจักรยานเขาไปขี่ หากพังขึ้นมาคนนั้นคงไม่รับผิดชอบ แล้วเขาจะโดนแม่ดุเป็แน่
เอกไปถึงโรงเรียนก็เห็นเพื่อนของเขาขายหวานเย็นกับขายน้ำอยู่ที่มุมเดิม ดูจากผู้คนที่ต่างถือหวานเย็นกินแล้วคาดว่าก็น่าจะขายดี เดินไปคุยด้วยหน่อยแล้วกัน
“ไง ขายดีไหม” เอกเดินไปทักทั้งสอง
“ก็ขายได้อยู่หรอก เอ้านี่เอาไปกินสักอันไหม” บาสยื่นหวานเย็นมาให้
“ไม่เอาหรอกไม่ได้เอาเงินมา” เอกปฏิเสธเพราะเขาไม่ได้พกเงินมา การเงินในครอบครัวยังมีปัญหาอยู่เขาไม่กล้าใช้เงินเท่าไหร่
“เอาไปเถอะน่า พวกกูไม่คิดเงินหรอก” เจมส์พูดเข้าหูที่สุดก็วันนี้แหละ แน่นอนใครจะปฏิเสธของฟรี!
“จริงเหรอวะเนี่ย! งั้นเอามาสักอันกำลังคอแห้งเลย!” เอกคว้าหวานเย็นภายในมือบาสด้วยความรวดเร็ว มิตรภาพนี่มันช่างดีจริงๆ
“ขายใกล้หมดหรือยัง? เรามาสร้างทีมไปเตะบอลดีกว่า” เอกชวนทั้งคู่ไปเตะบอล
ใช่ว่าที่สนามบอลจะเตะพนันกันทุกวัน ถ้าหมู่บ้านอื่นไม่มาท้าเล่นส่วนมากก็ไม่ค่อยพนันกันหรอก แต่ถ้าหากเตะจุดโทษนี่มีทุกวันอยู่แล้ว
“ใกล้หมดแล้ว มึงไปเตะก่อนแล้วกัน”
“โอเคๆ”
เอกเดินไปที่สนามบอลก่อนเพื่อนของเขา แต่ก็ต้องชะงักเพราะในสนามบอลไม่มีเด็กวัยเดียวกันกับเขาเลย มีแต่คนที่อายุมากกว่าเขา ถ้าเขาไปขอเล่นด้วยมีหวังคงโดนปฏิเสธ
'นั่น! ไอ้ต๊ะนี่ไปขอเข้าทีมดีกว่า!'
อย่างไรก็ตามเอกก็ค่อนข้างตัวใหญ่และค่อนข้างมีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ดีด้วย บางทีพวกเขาอาจให้เข้าทีมก็ได้ หวังว่าเป็เช่นนั้นนะ
เอกเดินไปทักต๊ะทางด้านหลังทำเอาต๊ะสะดุ้งใ “ไงต๊ะ”
“เอ๊ย!! ใหมด มึงมาทำอะไร” ต๊ะตอบกล้าๆ กลัวๆ เพราะเคยแกล้งเอกไว้ตอนเก็บขยะ
“วันนี้กูไม่ทำอะไรมึงหรอก ขอเข้าทีมด้วยสิ คนครบยัง?” เอกถามตรงประเด็นทันที
“ครบแล้ว!” ต๊ะตอบค่อนข้างเสียงดังเพราะทีมของเขามีแต่รุ่นพี่ทั้งนั้น เขามั่นใจว่าคนในทีมจะไม่เตะเขาออก
“ไปหาคนอื่นก็ได้” พูดจบเอกก็เดินจากไป
เอกไม่เดินไปขอเข้าทีมอื่นอีกเลย เขาแค่วอร์มร่างกายเบาๆ ข้างสนาม หากมีทีมไหนคนไม่ครบเขาค่อยเข้าไปแทนที่ ผู้คนในที่นี้ไม่อยู่นี่ตลอดไปหรอก รอมีจังหวะค่อยเข้าไปก็ได้...
..
ก็เป็ไปตามคาดเพราะทีมต่อมาขาดคนพอดี คนก่อนหน้านี้กลับบ้านกะทันหัน เอกก็อาสาเข้าไปเล่นแทน ตอนแรกทั้งทีมก็ปฏิเสธอยู่หรอก แต่ด้วยคารมของเอกทั้งทีมเลยให้เขาเล่นด้วย
การเล่นฟุตบอลแบบไม่เป็ทางการนั้นเล่นไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเช่นเดียวกัน เมื่อเกมเริ่มขึ้นเอกเป็คนที่เด็กสุดในทีมจึงเป็คนที่วิ่งไล่บอล
ส่วนคนในทีมก็บล็อกฝั่งตรงกันข้ามไว้ เอกนั้นแข็งแรงมากเพราะออกกำลังกายตอนเช้ามาทุกวัน วิ่งไล่บอลจนฝั่งตรงข้ามจนจนมุม
ถามว่าสนามใหญ่ไหมทำไมเอกถึงวิ่งไล่รอบสนาม ก็ประมาณสนามฟุตซอลนั่นแหละ ทีมหนึ่งมีอยู่เจ็ดคน การวิ่งไปทั่วจึงไม่ใช่เื่แปลก
แน่นอนว่าพอฝั่งทีมเราได้บอลพวกเขาไม่ส่งบอลให้เอกง่ายๆ ถึงแม้ว่าตำแหน่งที่เอกยืนอยู่จะไม่มีคนตามประกบก็ตาม เพราะยังมองว่าเป็เด็กอยู่เล่นบอลคงไม่เก่ง
ซึ่งเอกก็ไม่ว่าอะไรเล่นตามเกมต่อไป พอเสียบอลก็วิ่งไล่ พอได้บอลก็ค่อยๆ วิ่งหาที่ว่าง เขาไม่คิดมาก เพราะความตั้งใจของเขาแค่อยากวิ่งออกกำลังกายเท่านั้น...
แน่นอนว่าถ้าเขาได้บอลเขาก็เล่นสุดความสามารถ!
สุดท้ายทีมก็แพ้เพราะฝั่งตรงข้ามมีแต่ตัวท็อปของหมู่บ้าน นี่เป็อีกสาเหตุหนึ่งที่คนในทีมเลือกที่จะกลับบ้านเพราะเขาคิดว่าเล่นยังไงก็แพ้
ทีมพวกเขาที่มีคนที่เล่นระดับกลางๆ สู้ไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่มีคนในทีมโทษเอกสักคนว่าเป็คนทำทีมแพ้เพราะเอกก็ทำดีแล้วนั่นเอง
อย่างไรก็ตามเอกยังคงรอต่อไปเพื่อที่จะเล่นอีก และทีมก็ไม่มีใครห้ามหรือหาคนมาแทนเขาด้วย เพราะทีมเห็นฝีมือเขาแล้ว นอกสนามที่ดูเกมเมื่อสักครู่น่าจะเอ่ยปากชมเขาเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ยินหรอก เอาแต่ตั้งใจเล่น
เอกเล่นฟุตบอลอีกสองสามเกมมีแพ้บ้างชนะบ้าง เพราะทีมตัวเต็งก็เหนื่อยเป็เหมือนกันเลยแพ้ เกมที่ชนะก็มีโชคด้วยแหละถึงจะชนะมาได้ ทางด้านเพื่อนของเขาได้แต่นั่งดูอยู่ข้างสนาม เพราะไม่ค่อยมีใครกล้าเล่นกับพวกผู้ใหญ่เหมือนเอกเท่าไหร่
ระหว่างทางกลับบ้านเจมส์และบาสชมเอกยกใหญ่ว่าเล่นดีสุดๆ พวกเขายังชมอีกว่าวิ่งยังไงให้ไม่หมดแรง ซึ่งเอกก็ตอบไปตามตรงว่าออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันไง
พอพูดไปแบบนั้น ทั้งบาสและเจมส์ก็ส่ายหัวไปมา เพราะกว่าพวกเขาจะตื่นก็แปดโมงเช้าแล้ว...
พอกลับถึงบ้านก็มืดพอดี แม่ยังคงเตรียมอาหารไม่เสร็จ ส่วนพ่อก็เป็ลูกมือให้แม่ ทั้งสองคนดูรักกันมาก ช่วยเหลือกันและกันดีจริงๆ
เอกดีใจมากที่ครอบครัวของเขารักกันแบบนี้ เขาไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหา หย่าร้างหรือแยกกันอยู่อะไรทำนองนี้เลย เพราะเขาเคยเห็นเคยพบเจอมากับตัวเองมาแล้ว ว่ามันน่าสมเพชเพียงไหน
ถ้าหากเอกมีแฟนแล้วก็มีลูกล่ะก็ เขาจะพยายามสุดความสามารถที่จะทำให้ลูกมีความสุขที่สุด เขาจะเลี้ยงดูเขาด้วยความรัก และไม่เลี้ยงดูเขาเพื่อมาใช้งานเมื่อโตขึ้น
เขาเคยเจอมาเยอะแล้วสำหรับคนอย่างหลังและสุดท้ายครอบครัวก็จะพังไม่เป็ท่า ใครที่เกิดเป็ลูกของเอกจะไม่มีคำว่าพ่อแม่รังแกฉันแน่นอน!
เอกชอบการล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่สุดเพราะมันเป็โมเมนต์ที่อบอุ่นมากๆ ซึ่งมันอาจส่งผลให้กินข้าวอร่อยขึ้นด้วย
หลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนในครอบครัวก็มาล้อมดูทีวีกัน เอกไม่อยากดูเท่าไหร่หรอกเพราะมันน้ำเน่ามาก แต่เขาก็อยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุดเลยต้องกล้ำกลืนทนดู
ถึงจะขึ้นห้องไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเขียนนิยาย
การไม่มีอินเทอร์เน็ตนี่มันช่างลำบากจริงๆ
ณ ปัจจุบันนั้นประเทศไทยมีอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ว่าหมู่บ้านหลังเขาแบบเอกอินเทอร์เน็ตจะมีสัญญาณหรือเปล่า?
ถ้าจะรอให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าถึงเขาคงต้องอยู่ในชั้นมัธยมต้นปีที่สามนู่นแหละถ้าเขาจำไม่ผิด แต่ที่โรงเรียนตอนนี้ก็มีอินเทอร์เน็ตใช้อยู่แล้ว แต่ว่าช้ามากๆ
กว่าจะถึงเวลานั้นอย่างน้อยเอกก็หาเงินได้มากพอที่จะซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่อง ซึ่งคอมพิวเตอร์นี่เองจะเป็ส่วนช่วยทำให้เอกรวยขึ้นอย่างมหาศาล...