บ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่กลางป่าที่ชายหนุ่มนำทางกึ่งลากกึ่งจูงบังคับมามันทำให้กฤติยานั้นเกิดอาการกลัวอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวส่ายหัวไปมากับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ถึงเธอจะไม่ใช่คนเื่มากอะไรนัก แต่นี่มันก็น่ากลัวเกินไป
“นี่มันอะไรกัน นี่บ้านคุณเหรอคิดว่าตัวเองเป็ทาร์ซานรึไง” เธอถามเขาเมื่อมองไปรอบ ๆไม่เห็นมีบ้านหลังไหนอีกเลยและที่สำคัญรอบข้างเป็ป่ารกทึบเต็มไปหมดจะเห็นก็แต่ลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านตรงบริเวณหน้าบ้านเท่านั้น
“ใช่...ทำไม นี่ล่ะบ้านที่เธอต้องอยู่วันนี้เธอจะไม่มีวันออกไปจากที่นี่ได้จำใส่กะโหลกที่บรรจุสมองอันน้อยนิดของเธอไว้”เขากระชากเธอเข้าหาตัวแล้วมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดก่อนจะลากเข้าไปในตัวบ้าน
‘บ้านกลางป่าคงไม่ใช่แบบที่จับฉันขังเมื่อคืนก่อนหรอกนะ’ กฤติยาคิด เมื่อเข้ามาเห็นสภาพบ้านจริง ๆ เธอค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกบ้านหลังนี้ดีหน่อยที่มีครบทุกอย่างทั้งข้าวของเครื่องใช้มีตู้เย็นขนาดเล็กด้วยที่นอนหมอนมุ้งก็ครบ เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไม่ต้องทำท่าสอดรู้สอดเห็นขนาดนั้นหรอกยังไงเธอก็จะได้รู้จักที่นี่ดีแน่” เสียงคมพูดเยาะเย้ยถากถางดังขึ้น
“รู้แล้ว ไม่ต้องมาย้ำแล้วนี่เมื่อไหร่จะปล่อยแขนฉันสักที ฉันเจ็บ”
“เธอจะต้องรู้จักความเ็ปมากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า”วายุสะบัดมือที่จับแขนหญิงสาวออกอย่างแรงโดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะเจ็บแค่ไหน
‘โอ๊ย ไอ้คนป่าเถื่อน’ กฤติยาได้แต่ร้องอยู่ในใจ
“แล้วนี่ฉันจะได้กินอะไรกลางป่ากลางเขาแบบนี้”เมื่อหลุดออกจากพันธนาการหญิงสาวก็รีบถามเขาทันทีแต่ก็หวั่นใจไม่น้อยเมื่อเขายิ้มเหยียดที่มุมปาก
“มีไข่ใบเดียวอยู่ในตู้เย็นมีสมองทำกินเองได้ก็ได้กิน ไม่มีก็อด มานี่” ไม่พูดเปล่าแถมลากแขนเธอให้ตามไปอีกครั้งราวกับตอกย้ำคำพูดของเขาว่าเธอไม่มีสมองจะควบคุมร่างกายตัวเอง
“นี่เป็อุปกรณ์ในการดำรงชีพของเธอที่นี่หวังว่าคงไม่ขาดใจตายก่อนนะ” เขาพาเธอมาหยุดอยู่ที่ชานหลังบ้าน แล้วก็เหวี่ยงร่างบางเข้าไปหาสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าจนเธอเสียหลักนั่งแหมะอยู่บนพื้น
“จะบ้าหรือไงไอ้ของพวกนี้เนี่ยนะ”กฤติยามองแล้วก็ทักท้วงเขา เมื่อสิ่งที่เห็นนั้นมันคือเตาถ่าน หม้อ กระทะแล้วก็ถ้วยชามเก่า ๆ ที่จัดเรียงกันไว้บนหิ้งไม้ผุ ๆแล้วก็เครื่องปรุงอาหารวางอยู่ในถาดข้างกัน
“ทำไม เป็เด็กนักเรียนนอกไม่เคยทำ ไม่เคยลำบากสินะ คนที่นี่มีแค่นี้เขาก็อยู่ได้ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ขุดหลุมฝังตัวเองข้างบ้านนี่แหละทำเป็กระแดะ” เขายืนกอดอกมองหน้าหญิงสาว
“ได้ ทำไมฉันจะทำไม่ได้ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้”กฤติยาพูดอย่างข่มใจถึงแม่ว่าจะไม่เคยทำแต่ก็ยอมไม่ได้ที่เขาจะมาดูถูกกันแบบนี้
“ดี งั้นตอนเย็นฉันจะกลับมาดูว่าผู้หญิงอย่าเธอที่ปากดีอย่างนี้จะอยู่ได้สักกี่น้ำ” พูดจบเขาก็เดินหันหลังไปกฤติยาแอบนึกในใจว่าเื่อะไรเธอจะอยู่ ในเมื่อเขาไม่ควบคุมเธอ เธอก็จะหนีซะ
ยังไม่ทันไรความคิดของหญิงสาวก็ขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อไอ้คนใจโหดลากโซ่ยาวเฟื้อยออกมาหาเธอ
“อะไรกันคุณ จะทำอะไร”กฤติยามองหน้าเขา เป็เชิงถามเล็กน้อย เขาคงจะไม่ทำอย่างที่เธอคิดหรอกนะ
“คิดเหรอว่าเธอจะได้อยู่สบาย ๆ ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรน่าเสียดายผู้หญิงอย่างเธอมันไม่เชื่อง”พูดจบเขาก็ก้มลงเอาโซ่ล็อกข้อเท้าเธอไว้ทันที
“ฉันคงไม่โง่ปล่อยให้เธอหนีหรอกนะกฤติยา”
“ฉันไม่ใช่นักโทษนะ”
“ทำไมมันจะไม่ใช่ ในเมื่อฉันนี่แหละที่จะเป็ผู้คุมขังเธอไว้จนกว่าจะสาแก่ใจหรือไม่ก็จนกว่าผู้หญิงอย่างเธอจะตายไปซะ”วายุตวาดเสียงดังมันให้ความรู้สึกบาดลึกเข้าไปถึงข้างในใจของหญิงสาวกฤติยาจ้องเขาจนน้ำใส ๆ กำลังเอ่อท่วมดวงตาที่ร้อนผ่าวเธอรู้สึกแค้นใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ยิ่งตอบโต้เขาก็เหมือนกับยิ่งตอกย้ำเขาให้ทำร้ายเธอมากขึ้น
“สำออย เอะอะก็บีบน้ำตา มารยาของเธอมันใช้กับฉันไม่ได้ผลนักหรอก”วายุตะคอกซ้ำก่อนที่จะเดินกลับออกไปจากตัวบ้านทิ้งหญิงสาวไว้คนเดียวตามลำพังโดยไม่สนใจไยดีเลยแม่แต่น้อย
“ไอ้คนเลว คนใจดำจำไว้ชาติหน้าชาติไหนก็อย่าได้เจอกันอีก ฉันจะไม่ขอเกิดมาร่วมโลกกับคุณอีก”กฤติยาพูดกับตัวเอง ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา เมื่อเห็นเขาเดินไปพ้นตัวบ้านก็ปาดมันออกจากแก้มทั้งสองข้างก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งแล้วหาอาหารประทังชีวิตเท่าที่จะทำได้ยังดีหน่อยที่โซ่ยาว เธอจึงเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกแต่ก็จำกัดเขตเฉพาะภายในบ้านเท่านั้น กับไข่ใบเดียว อุปกรณ์ทำครัวที่ไม่เคยได้จับและก็ทำไม่เป็แต่เธอก็ต้องทำให้ได้ถ้าไม่ช่วยตัวเองก็อดตาย
เสียงรถกระบะแล่นมาจอดหน้าบ้านอยู่สักพักพร้อมกับหญิงสาวในชุดเสื้อสีชมพูกับกางเกงสีแดงขาสั้นประกอบกับติดกิ๊บสีเขียวสดช่อดอกไม้ก้าวเท้าลงมาจากรถ
“ยู้ฮู้…วายุขาอยู่ไหนคะ”เสียงของพลอยงามลูกสาวกำนันทองเ้าของที่ดินหลายร้อยไร่ในแถบนี้ดังมาั้แ่หน้าประตูทำให้ป้าแจ่มที่อยู่ในครัวถึงกับส่ายหัวที่แม่สาวคนนี้ตามตอแยตามตื๊อวายุเ้านายของเธออยู่ทุกวัน
“คุณวายุไม่อยู่หรอกค่ะคุณพลอยกลับไปก่อนนะคะ”ป้าแจ่มร้องออกมาจากในบ้านพร้อมกับเดินมาหาหญิงสาว
“แล้วคุณวายุไปไหน”
“คุณวายุคงจะเข้าเหมืองไปดูคนงานแล้วละคะเย็น ๆ ถึงจะกลับมา”
“แล้วป้าทำไมไม่บอกั้แ่แรกฉันจะได้เอาข้าวปลาอาหารไปให้คุณวายุของฉันที่เหมืองเลย” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ปิ่นโตที่อยู่ในมือแล้วก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเดินไปทางเหมือง
“เฮ้อคุณวายุไม่เคยสนใจยังจะตามตื๊ออยู่ทุกวันแม่คนนี้”ป้าแจ่มพูดออกมาอย่างปลงใจต้องปล่อยเลยตามเลยให้นายเหมืองหนุ่มแก้ปัญหาเอง ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้วายุนั้นเสียท่าให้หญิงสาวลูกกำนันคนนี้จนได้มาเป็นายหญิงของที่นี่เลย
ร่างของหญิงสาวที่แต่งตัวล่อเสือสิงห์กระทิงเดินเลาะเทียบทางเหมืองเข้าไปหาวายุท่ามกลางสายตาของคนงานเหมืองที่กำลังทำงานอยู่อย่างมั่นใจแม้จะถูกมองรายรอบแต่เธอก็ไม่ได้สนใจจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หนึ่งในขณะที่คนงานกำลังทำงานอยู่
“นี่คุณวายุอยู่ไหน”เสียงแหลมของพลอยดังขึ้นแต่คนถูกเรียกก็ไม่ได้สนใจเพราะกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
“นายมืดได้ยินไหมคุณวายุของฉันอยู่ไหน” พลอยงามย้ำถามขึ้นอีกทีจนคนที่ถูกถามต้องเงี่ยหูฟังเมื่อเสียงเครื่องจักรที่กำลังขุดแร่ดังกว่า
“อะไรนะครับคุณพลอย”นายมืดคนงานสนิทของวายุร้องถามเสียงดัง
“วายุ วายุของฉันอยู่ไหน”
“อ๋อคุณวายุ นู่นครับอยู่ทางนู้น”นายมืดชี้บอกหญิงสาวเพราะเป็ตามปกติทุกวันอยู่แล้วที่จะเห็นลูกสาวกำนันทองคอยส่งข้าวส่งน้ำให้เ้านายแม้ว่าวายุเองจะไม่ค่อยชอบใจแต่แม่คุณก็ตื๊ออยากได้เ้านายเขาไปทำพันธุ์เสียเหลือเกิน
ทางด้านกำนันทองเองก็ไม่ได้ขัดข้องเพราะวายุเองก็เป็เป้าหมายลูกเขยเขาเหมือนกันด้วยชายหนุ่มมีอิทธิพลกว้างขวางในวงการทำเหมือง เสียเพียงอย่างเดียวคือไม่ค่อยจะถูกชะตาด้วยสักเท่าไหร่แต่นายเพชรแท้ลูกชายของกำนันทองอีกคนก็ไม่ค่อยชอบใจมากคอยมาตามน้องสาวตัวเองกลับบ้านอยู่เรื่อย
“วายุขา พลอยมาแล้วค่ะ”เสียงแหลมที่คุ้นหูดังมาแต่ไกลทำให้วายุที่กำลังสั่งคนงานอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว
“มาอีกแล้ว ลูกสาวกำนันทอง”เขาพูดขึ้นเบา ๆแล้วก็เบือนหน้าตั้งท่าจะเดินหนีทำเป็ไม่ได้ยินแต่หญิงสาวก็ไวกว่ารีบวิ่งมาตัดหน้าเขาไว้ก่อน
“คุณวายุคะพลอยเอาอาหารมาให้ค่ะนี่พลอยทำเองสุดฝีมือเลยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”วายุตอบรับไมตรีนิ่ง ๆก่อนที่จะยื่นมือไปรับปิ่นโตจากหญิงสาว ในขณะเดียวกันเธอก็มองเขาตาแป๋วไม่ยอมที่จะปล่อยมือออกจากปิ่นโต
“คุณพลอยครับปล่อยได้หรือยังครับ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจึงทำให้หญิงสาวยอมปล่อยอย่างเขินอายก่อนที่วายุจะเดินเลี่ยงออกไป
“เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวค่ะไม่กินเสียก่อนละคะพลอยอุตส่าห์ทำให้กับมือเลยนะคะ” หญิงสาวทำหน้าตื่นอย่างอ้อน ๆเมื่อเห็นวายุทำท่าจะเดินหนี แต่แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากปากชายที่รักมานาน
“คือผมต้องไปทำงานต่อไม่มีเวลาคุยด้วยข้าวที่เอามาให้ขอบคุณมากครับ คุณพลอยจะทำอะไรก็ตามสบายนะครับคือผมต้องทำงานจริง ๆแล้วผมจะกินก็แล้วกัน”
“ค่ะ”
และเมื่อหญิงสาวยิ้มตอบรับอย่างเข้าใจวายุก็รีบเดินหนีทันทีแม้จะรู้ว่าเธอมีใจให้เขาคอยตามดูแลเอาใจใส่มากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจไม่ได้คิดอะไรมากเกินกว่าน้องสาวและที่สำคัญเขาไม่อยากให้ความหวังใครทั้งนั้นที่ต้องยอมคุยกับหญิงสาวเพราะส่วนหนึ่งก็เกรงใจกำนันทองถึงจะไม่ค่อยถูกกันแต่กำนันทองก็เป็คนดีไม่ใช่น้อย
ทางด้านพลอยงามได้แต่ยืนยิ้มเพราะเธอรู้ดีว่าวายุนั้นเป็คนเข้าถึงยากที่สำคัญไม่ค่อยจะสนใจผู้หญิงสักเท่าไหร่ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมไม่มีพันธะผูกมัดกับใคร ผู้หญิงคนไหนที่ได้รู้จักก็อยากจะจับเขาทั้งนั้น
“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้หล่อ นิ่ง ๆขนาดทำหน้าโหดยังหล่อ รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน ชอบอ่ะ”
เมื่อทำการปฏิบัติการส่งจีบให้วายุเสร็จหญิงสาวก็เดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีจนกระทั่งระหว่างทางที่จะเลี้ยวรถออกจากเหมือง
บรื้น!!!!!! เอี๊ยด!!!!!!