อวี้หลันยังคงนั่งดูการซ้อมการแสดงอยู่เช่นนั้นจนจบไปหลายรอบก็เริ่มรู้สึกในใจว่าการแสดงร่ายรำไปกับเสียงดนตรีเช่นนี้ หากชมนานไปก็รู้สึกเบื่ออยู่บ้าง จึงได้ลุกขึ้นเดินสำรวจไปทั่วเรือนเซียงเหมยเมื่อเห็นสาวงามคนหนึ่งกำลังนั่งสนใจบางอย่างตนเองก็เกิดใคร่รู้ขึ้นมา
“นี่พี่สาวคนสวยท่านกำลังทำอะไรหรือ”
สาวงามคนนั้นใทำไหสุราในมือหล่นแตกจึงได้เอ่ยขึ้นอย่างกังวล
“ตายแน่ล่ะทีนี้”
“ก็แค่ไหสุราหล่นแตกทำไมต้องตาย” อวี้หลันยังไม่เข้าใจสถานการณ์จึงเอ่ยขึ้น
“นี่เ้ารู้หรือไม่ว่าสุรานี้ทั่วเมืองเจี้ยนเฉิงก็หาไม่ได้แล้ว ซู่เหนียงสั่งให้ข้านำออกมาให้คุณชายแต่ตอนนี้แตกหมดแล้วข้าจะนำที่ไหนไปให้คุณชายล่ะทีนี้ก็ต้องตายแน่ๆ” สาวงามเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ
“คุณชายไม่ได้ใจแคบเสียหน่อยทำไมพวกท่านกลัวเพียงนั้น”
“เ้าคงอยู่ข้างกายคุณชายได้ไม่นาน นานไปเดี๋ยวเ้าก็รู้เอง”
อวี้หลันได้ยินอย่างนั้นก้นึกถึงเื่ที่หยาง อู๋เสินเคยไล่คนงานโรงทอออกตอนนั้นใบหน้าที่ใจดีของเขาก็ถูกพับเก็บไปจนไม่เหลือคราบจริงๆ
“ข้าขอโทษ เห็นท่านนั่งอยู่ท่าทีน่าสนใจไม่คิดว่าจะเป็ไหสุราพี่สาวข้าขอโทษจริงๆ ”
ขณะเดียวกันซู่เหนียงที่ไม่เห็นว่าเด็กในเรือนนำสุราดอกสาลี่ออกมาเสียทีจึงได้เดินออกมาตามหา พบทั้งสองยืนอยู่หน้าไหสุราที่แตกอยู่บนพื้นก็โวยวายออกมาการใหญ่
“นี่เ้าสองคนทำอะไรกันสุราดอกสาลี่นี่มีค่าหลายชั่งทองตอนนี้แตกหมดเช่นนี้พวกเ้าจะรับผิดชอบอย่างไร”
“ซู่เหนียงความผิดข้าเองข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ” อวี้หลันเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ที่แท้เป็เ้างั้นก็ดี” กล่าวเสร็จนางก็กระชากมือของอวี้หลันอย่างรุนแรงเพื่อให้เดินตามนางไปพบคุณชาย
หยาง อู๋เสินที่กำลังตรวจเช็กบัญชีด้วยตัวเองก็สงสัยว่าเหตุใดซู่เหนียงจึงได้มีท่าทางโกรธมากมายทั้งอวี้หลันก็ดูราวกับทำเื่ผิดมา
“พวกเ้ามีอะไร”
“คุณชายสุราดอกสาลี่ที่ท่านสั่งมาถูกอวี้หลันทำแตกไปแล้วเ้าค่ะ” ซู่เหนียงรีบกล่าวฟ้องทั้งหันไปมองอวี้หลันอย่างเอาเื่
“เ้าทำไหสุราดอกสาลี่แตกงั้นหรือ” เขาเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย
อวี้หลันรีบคุกเข่าทั้งทำหน้าสำนึกผิดออกมาซู่เหนียงคิดไปว่านางต้องถูกทำโทษเหมือนกับทุกครั้งแล้วแน่จึงได้ยิ้มออกมาอย่างย่ามใจ แต่หยาง อู๋เสินกลับยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนเอ่ยไปอย่างไม่ใส่ใจ
“ช่างเถอะแตกแล้วก็สั่งใหม่ อวี้หลันเ้าก็นั่งอยู่ในห้องนี่แหละอย่าได้เพ่นพ่านอีก” กล่าวเสร็จเขาก็กลับไปสนใจในบัญชีที่กำลังตรวจสอบโดยไม่เอาเื่
“แต่คุณชายสุราไหนั้นท่านหวงมากไม่ใช่หรือเ้าคะทั้งมีค่าหลายชั่งทองปล่อยไปเช่นนี้”
ซู่เหนียงกล่าวยังไม่จบดีหยาง อู๋เสินก็กล่าวหยุดนาง
“เงินทองเ่าั้เป็ของข้าลงโทษนาง ข้าจะจัดการเองเ้าออกไปเถอะ”
ซู่เหนียงแม้ไม่พอใจทั้งไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงได้ใจดีต่อนางนักทำได้เพียงถอยออกไป อวี้หลันเองก็ไม่กล้าลุกขึ้นเกรงว่าเขาอาจโกรธจริงๆ จึงได้นั่งคุกเข่าเช่นนั้นอยู่นานเขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นนางไม่ลุกก็ไม่ได้ว่าอะไรคิดเสียว่าเป็การลงโทษนางไปในตัว
หยาง อู๋เสินนั้นอยู่ดูกิจการตรวจบัญชีที่เรือนเซียงเหมยอยู่ครึ่งค่อนวันแล้วเมื่อเห็นว่าอวี้หลันมีท่าทางเบื่อหน่ายจึงได้คิดใช้นางไปซื้อสุรามาให้ตนเช่นนี้นางจะได้ออกไปเดินเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง
“อวี้หลันเ้าทำสุราข้าแตกอย่างนั้นก็ออกไปที่ถนนเจียงซูที่นั่นจะมีร้านสุราขึ้นชื่ออยู่ ซื้อสุราที่เ้าว่ารสดีมาสักไหแล้วกัน”
“รสดีหรือเ้าคะ” อวี้หลันเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจก่อนรับคำแล้วลุกออกไป
อวี้หลันค่อยๆ เดินด้วยว่ารู้สึกปวดชาที่ขาสองข้างตอนที่กำลังก้าวขาออกจากเรือนเซียงเหมยก็ได้ผ่านกับบุรุษผู้หนึ่งนางรู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูกแต่เมื่อหันกลับไปมองหาคนผู้นั้นก็หายไปในเรือนที่เต็มไปด้วยผู้คนเสียแล้ว
“สงสัยตาฝาดไปมั้ง” กล่าวเสร็จจึงได้เดินต่อไปโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังมีคนผู้หนึ่งมองนางจากบันได
คนผู้นั้นมองนางอย่างพินิจเมื่อเห็นนางหันกลับมามองหาก็ยิ้มออกมาอย่างแปลกใจแล้วจึงเอ่ยพึมพำกับตนเอง
“เ้านี่เอง มาถึงนี่เลยหรือ”
“ท่านชายหมายถึงใครหรือขอรับ” คนสนิทเอ่ยถาม
“โย่วเผยเ้าจำตอนที่อยู่สำนักหมอเ้าได้หรือไม่ แม่นางเมื่อครู่คือนาง”
“สำนักหมอเ้า เด็กสาวที่มาร้องขอให้ท่านหมอขึ้นไปดูมารดาที่บนเขานะหรือขอรับ”
เขาพยักหน้าพลางยิ้มออกมาโย่วเผยเห็นท่าทางคุณชายสนใจจึงได้เอ่ยถาม
“ท่านชายจะให้ข้าไปตามนางมาพบหรือไม่ขอรับ”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยกล่าว
“ยังไม่ต้องเ้าให้คนไปสืบเื่ของนางมาก็พอว่าเหตุใดนางจึงอยู่ที่นี่”
“ขอรับ”
หลังจากพูดคุยเื่ของอวี้หลันจบไปทั้งสองก็ได้เดินขึ้นชั้นบนของเรือนเซียงเหมยที่เปิดต้อนรับเฉพาะแขกชั้นขุนนางนางเท่านั้นเพื่อพบใครบางคน
อวี้หลันเดินออกไปสายตามองสิ่งรอบข้างอย่างสนใจก่อนจะได้พบกับร้านสุราที่หยาง อู๋เสินได้กล่าวถึง
“เถ้าแก่ข้ามาซื้อสุราให้คุณชายอยากรู้ว่าท่านมีสุราไหนรสดีบ้าง”
เถ้าแก่ร้านดูการแต่งกายของนางแล้วน่าจะมาจากตระกูลใหญ่จึงรีบกล่าวรับนาง
“แม่นางสุราร้านข้ารสดีทุกตัว เช่นนั้นข้าให้เ้าชิมดีหรือไม่”
อวี้หลันรีบยิ้มออกมาอย่างสนใจพลางพยักหน้าหงึกหงัก เถ้าแก่ร้านสุราเองก็รีบพานางเดินเข้าไปในร้านเพื่อนั่งรอก่อนที่จะให้เด็กในร้านนำสุรากว่าสี่สิบรสชาติออกมาให้นางได้ลองลิ้มชิมรส
อวี้หลันหยิบสุราแต่ละจอกขึ้นดมแล้วดื่มเข้าไปจนครบทุกจอกสายตาพร่ามัวลุกยืนเอนไปมาแต่ก็ยังพยายามพยุงตัวลุกเดินออกมาจากร้านพร้อมสุราไหที่แพงที่สุดในร้านมองไปบนท้องฟ้าใกล้มืดเต็มที นางจึงได้รีบเดินออกไปแต่ได้อีกเพียงไม่ถึงสิบก้าวสองเท้าก็เดินต่อไปไม่ไหวนั่งพับลงที่มุมถนน เวลาเดียวกันนั้นชายสองคนที่เห็นหญิงสาวไร้เรี่ยวแรงนั่งอยู่ทั้งแต่งกายงดงามเช่นนั้นจึงได้เกิดความคิดไม่ดีมองหน้ากันพลางเข้าไปคิดพยุงนางไปยังตรอกมืด ขณะที่ชายสองคนนั้นพยายามพยุงทั้งฉุดรั้งอวี้หลันก็พยายามปัดป้องแม้มองไม่ชัดทั้งไม่ได้สติก็ยังรู้สึกได้ว่ากำลังมีภัย
อวี้หลันพยายามกรีดร้องออกมาเสียงดังให้คนช่วยเหลือ
“ช่วย ช่วยด้วย” นางพยายามดึงสติกล่าวออกไปให้ดังที่สุด
หนึ่งในชายทั้งสองใช้มือต่อยเข้าที่ท้องของนางอีกคนใช้มือปิดปากด้วยฤทธิ์สุราอวี้หลันจึงทนต่อไปไม่ไหวแล้วสลบไป นับว่าโชคยังเข้าข้างที่โย่วเผยและคุณชายฟงผ่านมาพอดีจึงได้รีบเข้าช่วยเหลือ
“แม่นางน้อย แม่นางน้อย” คุณชายฟงกล่าวเรียกนางที่ไม่ได้สติ
“ท่าทางจะเมาสุรานะขอรับ เช่นนี้เราจะพานางไปที่ใด” โย่วเผยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นไหสุราตกอยู่ข้างกายนางทั้งใบหน้าที่แดงก่ำ
“พานางกลับจวนก่อนค่อยว่ากันพวกเราเองไม่รู้ว่านางนั้นอยู่ที่ใด” เขาเอ่ยพลางอุ้มนางขึ้นเพื่อเดินไปยังรถม้า
โย่วเผยรีบวิ่งไปเปิดผ้ารถม้าให้นายของตนได้ขึ้นไป
หยาง อู๋เสินที่เห็นว่าดวงจันทร์เด่นตระง่าแล้วอวี้หลันยังไม่กลับมาจึงได้สั่งให้คนรีบออกค้นหาไปทั่วบริเวณ
“เป็อย่างไร” เขาเอ่ยถามกลุ่มหนึ่งที่เดินกลับมาก่อน
“ไม่พบเลยขอรับ”
“คุณชายขอรับ” คนอีกกลุ่มหนึ่งรีบเดินเข้ามาอย่างตื่นใ
“มีอะไร”
“เถ้าแก่ร้านว่าเห็นนางเดินออกมาั้แ่่หัวค่ำขอรับ แต่ตอนที่เดินออกไปนั้นเห็นนางเอนไปมาน่าจะเมาจากสุราที่ดื่มเข้าไป” กล่าวเสร็จก็ยกไหสุราหนึ่งขึ้นมาแล้วกล่าวต่อ
“พวกเรายังพบไหสุรานี้ที่เถ้าแก่ว่าเป็แม่นางหลินซื้อไปตกอยู่ที่ตรอกมืดแต่กลับไม่พบคนเลยขอรับ”
หยาง อู๋เสินสั่งให้คนออกค้นหาต่อไปทั้งคิดในใจเมืองหลวงนี้นางไม่รู้จักผู้ใดจะหายไปเช่นนี้ไม่ได้ ยิ่งคิดตัวเขาเองก็ยิ่งกังวลขึ้นมาในใจ
“อวี้หลันนะ อวี้หลันเ้าอยู่ที่ใด”