ยามรุ่งเช้า…
ภายในโรงตีเหล็กชั่วคราวที่ตั้งอยู่ริมค่ายคาราวาน
เสียงค้อนเหล็กกระทบโลหะดัง “เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!” สะท้อนก้องไปทั่วลาน
ไฟเตาหลอมลุกโชนสีแดงฉาน
เหล็กแท่งใหญ่ถูกเผาจนแดงราวเลือดเดือด
ภูผา ทองขาว และหมื่นพัน กำลังช่วยกันตีขึ้นรูปอาวุธชิ้นหนึ่งอย่างขะมักเขม้น
อาวุธนั้น…คือดาบ แต่ไม่ใช่ดาบธรรมดา เป็นดาบที่ภูผาออกแบบเป็นพิเศษ หลังการปะมือกับเนเมียวสีหบดี
การจะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้นั้น อาศัยเพียงดาบนี้ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เขาตั้งชื่อดาบนี้ว่า
“ดาบเป็นตาย”
—
ภูผายืนถือแบบร่างในมือ สายตานิ่งลึก
“ดาบเล่มนี้…จะไม่ใช่แค่ดาบ”
ทองขาวเงยหน้าขึ้นทันที
“แล้วมันคืออะไร?”
ภูผาไม่ตอบในทันที
เพียงวางแบบร่างลงบนโต๊ะเหล็ก
“มันคือดาบที่จะตัดสินว่าใครจะรอด…หรือใครจะตาย”
“ที่ดีที่สุดคือ หากเราเพลี้ยงพล้ำ เราใช้กลไกในดาบนี้ คู่ต่อสู้ จะตกตายโดยไม่รู้ว่า เกิดสิ่งใดขึ้น”
“ข้อจำกัดของดาบนี้คือ กลไกนี้หากใช้ออกแล้ว ความลับในดาบจะถูกเปิดเผย ดังนั้นสมควรใช้ในการต่อสู้ตัวต่อตัว และคู่ต่อสู้ ต้องตายเท่านั้น”
หมื่นพันกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ฟังดูไม่ค่อยเป็นมงคลเลยนะ…”
—
โครงสร้างดาบค่อยๆ ถูกเผยออกมา
กลางใบดาบมี “เดือยเหล็ก” ซ่อนอยู่
ภายในด้ามดาบมีกลไกละเอียดซับซ้อน
ภูผาอธิบายเสียงเรียบ
“หากฟันลงด้วยแรงเต็มที่…และกดกลไกพร้อมกัน”
เขาลากนิ้วไปตามใบดาบ
“ครึ่งบนของปลายดาบ จะพุ่งหักออกไปด้านหน้า”
ทองขาวเริ่มขมวดคิ้ว
“แล้วตอนดึงกลับ?”
ภูผายิ้มบาง
“มันจะดีดกลับและคืนรูปเดิมทันที”
ความเงียบเกิดขึ้นในโรงตีเหล็ก
แม้แต่เสียงไฟยังเหมือนเบาลง
หมื่นพันพึมพำ
“นั่นมัน…โกงชัดๆ”
ภูผามองเขานิ่งๆ
“ในสนามรบ…ไม่มีคำว่าโกง มีแต่แพ้กับชนะ หากเราไม่ฆ่า เราเองที่จะเป็นฝ่ายถูกฆ่า”
“เฉกเช่น การใช้ปืนไฟ หรือธนู นั้นถือว่าเป็นการโกง หรือเอาเปรียบคู่ต่อสู้หรือ”
—
สองวันสองคืนผ่านไป
เหล็กถูกหลอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ค้อนกระทบไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน
จนในที่สุด…
เคร้งงง!
เสียงสุดท้ายดังขึ้น
ดาบเล่มใหม่ถูกยกขึ้นกลางแสงไฟ
ดาบนี้ มีความยาว สามศอก ด้ามหนึ่งศอก ด้ามถึงเดือยกลางดาบหนึ่งศอก เดือยถึงปลายดาบหนึ่งศอก ใบดาบทั้งหมดรวมกัน มีน้ำหนักเท่ากับด้ามดาบ ด้ามดาบยังสามารถเพิ่มความยาวยืดออกได้อีก หนึ่งศอก
มันดูใหญ่ ดูหนัก แต่น้ำหนักจริงกลับเพียงครึ่งหนึ่ง ของน้ำหนักที่ควรจะเป็น
ดาบคล้ายแผ่ความเย็นเยียบอย่างน่าประหลาด
ดาบซ่อนเป็นตาย…เสร็จสมบูรณ์
คนอื่นๆ จะรู้จักดาบนี้ในชื่อ “ดาบสะกดทัพ”
—
ภูผายืนมองมันเงียบๆ
“จากนี้ไป…”
เสียงของเขาเบาลง แต่หนักแน่น
“ชัยชนะจะไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนคนอีกแล้ว”
ทองขาวหันมามอง
ภูผาหันกลับไปมองกองค่ายด้านหลัง
“ข้าต้องการกองกำลังเพียงห้าร้อยคน”
หมื่นพันตาโต
“ห้าร้อย?! แล้วจะสู้กองทัพใหญ่ได้ยังไง?”
ภูผายิ้มมุมปาก
“ห้าร้อยคน…ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน”
ลมพัดผ่านลานค่ายเบาๆ
“สามารถล้มทัพห้าหมื่นได้”
—
หลังจากนั้น การฝึกก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
ทหารทั้งยี่สิบคนถูกคัดเลือกเป็น “แกนหลัก”
พวกเขาจะกลายเป็นหัวหน้ากอง
แต่ละคนต้องคุมลูกน้องยี่สิบถึงยี่สิบห้าคน
รวมเป็นกองกำลังขนาดเล็กที่แหลมคมดั่งคมดาบ
—
ภูผาเริ่มวางระบบใหม่ทั้งหมด
ฝึกใช้ดาบซ่อนเป็นตาย โดยไม่ใช้กลไก ร่วมกับยุทธวิธี
ฝึกปืนไฟให้ยิงเป็นชุด
หน้าไม้สั้นสำหรับการซุ่มโจมตี
ธนูระยะไกลสำหรับเปิดศึก
ขลุ่ยเก้าเข็มสำหรับสัญญาณและจิตวิทยาสงคราม
“ทุกคนต้องใช้เป็น ไม่ใช่แค่ถือเป็น”
เสียงของภูผาดังทั่วค่าย
—
ทองขาวเองก็ไม่หยุด
เขาคัดเลือกคนที่มี “ความแข็งแรง กล้าหาญ และมีไหวพริบเป็นพิเศษ”
เพื่อนำไปฝึกศาสตร์ลับ
ไม่ใช่แค่การต่อสู้
แต่เป็น “มนต์คาถาอาคม” ที่สามารถเปลี่ยนสนามรบได้
หมื่นพันเห็นแล้วถึงกับพึมพำ
“นี่มันกองทัพ…หรือโรงเรียนฝึกปีศาจกันแน่”
ทองขาวตอบเรียบๆ
“แล้วแต่เจ้าจะเรียก”
—
วันต่อมา
ทหารชุดแรกของ “กององครักษ์เหล็ก” เริ่มเปลี่ยนไป พวกเขามีความคุ้นเคย สามารถฝึกได้อย่างรวดเร็ว สำคัญที่สุดคือระบบความคิดของพวกเขา
จากคนธรรมดา
กลายเป็นนักรบที่เคลื่อนไหวเป็นระบบเดียวกัน
แม่นยำ
เงียบ
และอันตราย
ภูผามองทุกอย่างจากระยะไกล
ก่อนพึมพำกับตัวเอง
“ห้าร้อยคน…”
“พอแล้วสำหรับการเริ่มต้นที่จะ ปกป้องตัวเอง”
—
และในเงามืดของเมืองพิมาย…
ยังมีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่
ไม่ใช่แค่สมิงนรธา…
แต่เป็นเงาใหม่ที่เริ่มขยับตัวแล้วเช่นกัน…