บทที่5 อดีตผ่านไปนานแล้ว
‘เ้านายในที่สุดข้าก็ติดต่อท่านได้ ท่านรู้ตัวมั้ยว่าตนเองตกอยู่ในห้วงฝันของนักพรตเฒ่าถึง3ปี’
‘เ้านายก่อนอื่นท่านต้องรีบทะลวงขั้นห้า ไม่เช่นนั้นดวงิญญาท่านจะถูกโลกใบเล็กกลืนกิน’
ก่อนที่อ้ายเชียนจะได้ถามอะไร เสียงเตือนของซ่งจูก็ดังขึ้น นางยกแขนขึ้นมองอีกครั้งก่อนจะหรี่ตาลง ‘ข้าโตขึ้นจริงๆ’ ตอนนี้นางกลายเป็แม่นางน้อยไปแล้ว
“เอาล่ะซ่งจู ส่งผลท้อ์ออกมา” อ้ายเชียนไม่รอช้า รับผลท้อ์มา ก่อนจะนั่งสมาธิลงตรงหน้าป้ายิญญาของศิษย์พี่ทั้งสิบ
“ศิษย์พี่ ไม่ว่าพวกท่านจะเป็เพียงิญญาผีสางหรือจินตนาการ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง” นางพูดแค่นั้น ก่อนจะกลืนผลท้อเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อผลท้อสีทอง ถูกส่งลงท้องไป ความอบอุ่นบริเวณท้องน้อยทำให้อ้ายเชียนรับรู้ถึงพลังที่กำลังประทุออกมา ดูเหมือนว่านางจะอยู่ในห้วงฝันของนักพรตเฒ่านานมาก นานจนทำให้พลังปราณที่สะสมเอาไว้มีเยอะเกินไป
ร่างของนางค่อยๆพองออกเหมือนโดนสูบลม เสี่ยวซ่งจูที่อยู่บนข้อมือของนางสั่นไปมาด้วยความกังวล เนื่องจากเกรงว่านางจะไม่สามารถจัดการกับพลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาลได้
อ้ายเชียนกลับไม่ถือสาอาการเ็ปที่รู้สึก ความกดดันที่บีบคั้นไม่ได้ทำให้นางรู้สึกร้อนรน กลับกันนางยังสามารถควบคุมสติได้อย่างดีมากขึ้นเพราะความเ็ปเ่าั้
เมื่อท่องเคล็ดวิชาไปสามจบ นางก็สามารถทะลวงเข้าระดับห้าได้อย่างสบายๆ เมื่อท่องไปห้าจบก็สามารถทะลวงระดับหกได้
เมื่อท่องไปถึงรอบที่ร้อย นางก็ทะลวงขั้นที่เจ็ดและแปดติดๆกัน จนทำให้เสี่ยวซ่งจูที่แอบลุ้นอยู่ได้แต่ลอบปาดเหงื่อ
“ใจเย็นๆเ้านาย ใจเย็นๆ” เขาได้แต่ภาวนาให้อ้ายเชียนจัดการกับพลังส่วนเกินได้ ไม่เช่นนั้นนางจะต้องร่างะเิแน่ๆ เพราะในแผ่นดินนี้ยังไม่สามารถทะลวงขั้นได้ ต้องกดพลังเอาไว้ไปทะลวงในทวีปอื่น
“รอบที่หนึ่งร้อยแปด” เสียงพึมพัมเบาๆดังขึ้น พร้อมกับที่นางทะลวงระดับที่เก้าไปแล้ว ยิ่งทำให้เสี่ยวซ่งจูใกว่าเดิม เขาลุ้นให้นางสามารถกดพลังที่ปะทุออกมาลงได้
อ้ายเชียนขมวดคิ้วเป็ครั้งแรก นางรู้สึกว่าร่างกายยังสามารถไปต่อได้แต่เหมือนมีกำแพงบางๆกั้นเอาไว้ สติบอกนางว่านี่คือขีดจำกัดที่เสี่ยวซ่งเคยบอกเอาไว้
อ้ายเชียนจึงค่อยๆหลอมพลังปราณส่วนเกินเ่าั้ กักเก็บเอาไว้ในตันเถียนราวกับมื้ออาหารที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า
ใช้เวลาเกือบสองเดือนเพื่อหลอมอาหาร เอ้ย! พลังปราณเ่าั้เก็บเอาไว้อย่างดี เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งรอบด้านก็ยังคงเงียบสงบ
อ้ายเชียนยืนขึ้น ก่อนจะก้มลงเก็บข้าวของที่เหล่าศิษย์พี่ในความฝันมอบให้นางเอาไว้ เก็บเข้าไปในโลกใบเล็กของตน
“ศิษย์น้องอ้ายเชียน คารวะศิษย์พี่ทั้งสิบ” อ้ายเชียนคารวะพวกเขา ก่อนจะเดินไปหน้าหลุมศพของนักพรตเฒ่า
“อาจารย์อี้เยี้ยง ข้าไม่รู้ว่าใครกันที่ทำร้ายพวกท่าน แต่ศิษย์ขอคำนับอาจารย์...วันหนึ่งข้าจะกอบกู้สำนักเซียนโอสถ และช่วยท่านแก้แค้นแน่นอน”
เมื่อกล่าวจบอ้ายเชียนก็ก้มลงโขกหัวสามครั้ง การโขกหัวครั้งแรกทำให้นางนึกถึงศิษย์พี่สิบที่อุ้มนางขึ้น จากนั้นก็พาไปหาศิษย์พี่คนอื่นๆ
การโขกหัวครั้งที่สองทำให้นางนึกถึงศิษย์พี่ทั้งสิบ ที่แวะเวียนมาสอนวิชา และสอนหลอมโอสถแก่นาง แน่นอนว่าพวกเขายังเป็คนที่แวะเวียนมาปรนนิบัตินาง ช่วยเตรียมน้ำอาบให้ ช่วยเตรียมเครื่องนอนและกล่อมนางนอน
การโขกหัวครั้งที่สามทำให้นางนึกถึงรอยยิ้มแสนเศร้าของพวกเขา ‘งานเลี้ยงอำลา’ นั่นจึงจะถูกเมื่อนึกถึงการเลี้ยงส่งของพวกเขา ดั่งพวกเขารู้อยู่แล้วว่านางจะต้องจากมา ดั่งรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวอ้ายเป็ตัวแทนของนาง
“ข้าจะแก้แค้นให้พวกท่านอย่างแน่นอน แม้เป็เทพมารจากที่ใดข้าก็จะไม่ละเว้น” อ้ายเชียนกล่าวอย่างหนักแน่นเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้ว ดวงตานางแดงก่ำราวกับกำลังอดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมา
“เอาล่ะ แล้วข้าจะออกจากที่นี่ยังไง” อ้ายเชียนมองไปรอบๆ ที่นี่เสมือนเป็หลุมศพที่ไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้น เป็สุสานโดยแท้จริง ซึ่งตั้งอยู่ในถ้ำที่ไม่มีทางเข้าออก
‘เ้านาย ท่านน่าจะมีของบางอย่างที่ได้รับสืบทอดมา ซึ่งใช้เปิดทางออกได้’
เมื่อซ่งจูแนะนำ อ้ายเชียนก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองได้รับของจากศิษย์พี่ใหญ่มา เป็ป้ายอะไรสักอย่าง นางจึงใช้จิตเรียกมันออกมา
เป็อย่างที่คิด ป้ายสีทองปรากฎขึ้นตรงหน้านาง มันเขียนไว้ว่า ‘ผู้าุโสำนักเซียนโอสถ’ อ้ายเชียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางมองไปทั่วเพื่อหาทางออก
สายตานางไปตกอยู่บนแท่นด้านหลังป้ายหลุมศพของอาจารย์ มันเป็แท่นสี่เหลี่ยมที่เหมือนกับโลงศพ แต่อ้ายเชียนไม่รู้สึกว่าด้านในนั้นมีศพอยู่
หญิงสาวตัดสินใจเดินขึ้นไปสำรวจ ก่อนจะพบกับช่องขนาดเท่าป้ายที่นางถือในมือ จึงเอาป้ายวางลง
ทันทีที่ป้ายัักับช่องหินนั้น ร่างของหญิงสาวก็หายไปจากตรงนั้น พร้อมๆกับป้ายนั้นทันที
อ้ายเชียนรู้สึกเหมือนโลกหมุนอีกครั้ง แต่คราวนี้นางกลับมายืนมั่นคงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อปรับสายตาได้แล้วจึงพบว่าตนเองยืนอยู่ในป่า ด้านหลังเป็เพียงูเาหินสูงใหญ่
“นี่น่าจะเป็...ทางเข้าที่แท้จริง” คิดแล้วอ้ายเชียนก็เดินเข้าไปทีู่เาหิน พยายามมองหาช่องสำหรับเสียบป้าย และพบเข้าจริงๆ
ป้ายนี้น่าจะใช้เพื่อเข้าและออกสุสานแห่งนี้… นางก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนสร้างสุสานแห่งนี้ แต่นางจะกลับมาเยี่ยมอาจารย์และศิษย์พี่อย่างแน่นอน
อ้ายเชียนเงยหน้าขึ้นมองฟ้า แววตาเ็ปยากคาดเดา