“นี้มันความฝันบ้าบ้ออะไรเนี้ยเล่นเอาลุ้นจนเกือบตายเลยอิแม่เอ้ย”
หลังจากที่หนิงฮวา ตื่นขึ้นมาก็เป็เวลายาม เช้าของวันใหม่แล้ว นางจึงเดินลุกไปล้างหน้า ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินออกจากห้องไป เพื่อจะไปดูว่า มารดาของตน นั้นได้ทำอาหารเช้าไว้หรือยัง เพราะนางเดินไปถึงห้องครัว นางก็พบกับมารดาของนาง มารดาของนางกำลังหุงข้าว นายจึงเอ่ยถามมารดาว่า
“ท่านแม่เ้าคะ เช้านี้ท่านแม่จะทำอาหารอะไรหรือ เ้าคะ”
“แม่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันลูก แต่แม่ว่าจะทำข้าวต้มนะ”
“งั้นเดี๋ยวข้าทำเองเ้าคะ วันนี้ข้าจะทำข้าวต้มหมูสับ แสนอร่อย ให้ทุกคนได้ทาน เ้าค่ะ”
“อืม เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้าเถิด”
เมื่อเอ่ยจบหนิงฮวาจึงลงมือทำทันทีโดยเริ่มจาก ต้มน้ำซุปในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือดใส่รากผักชีลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมใส่ข้าวสวยลงไป ต้มจนเม็ดข้าวเริ่มแตกเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือ เมื่อซุปเดือดอีกครั้งใส่หมูสับ ต้มพอหมูสับสุก พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว
นางจะทำกระเทียมเจียวต่อโดยนำกระเทียมไปสับให้เป็ชิ้นเล็กๆจากนั้นก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปรอน้ำมันร้อนก็เทกระเทียมลงไปเจียว เจียวกระเทียมไปเรื่อยๆจนกระเทียมเริ่มเปลี่ยนเป็สีเหลืองและส่งกลิ่นหอมก็ยกกระทะลงตักกระเทียมเจียวใส่ถ้วยเอาข้าวต้มข้นตั้งโต๊ะเพร้อมกับข้าวต้มหมูสับร้อนๆ จากนั้นนางจึงตักข้าวต้มใส่ชามแล้วโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายซอยตามด้วยกระเทียมเจียวเป็อันเสร็จ เมื่อหนิงฮวาตั้งโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงเรียกทุกคนาทานข้าวเช้า พอทุกคนเดินมาถึงโต๊ะทานข้าวกลิ่มหอมของข้าวต้มก็ทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกหิวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“ว้าว น้องรองวันนี้เ้าทำอาหารสิ่งใดให้พี่ทานรึทำไมมันถึงได้หอมน่าอร่อยขนาดนี้เล่า
“ข้าทำข้าวต้มหมูสับเ้าคะพี่ใหญ่ น่าทานก็ทานให้เยอะๆนะเ้าค่ะในหม้อยังมีอีกเยอะ”
“ได้เลยขอรับข้าจะทานให้หมดเลย ฮ่าๆฮ่าๆ”
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้วทุกคนก็เริ่มลงมือทานข้าวต้มกันอย่างอิ่มแถมยังอร่อยอีกด้วย พอทุกคนทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น หนิงฮวาก็เอ่ยกับพี่สาวของตนเองง
“พี่ใหญ่เ้าคะ วันนี้ข้าจะไปสำรวจที่ดินท่านจะไปกับข้าหรือไม่เ้าคะ”
“ได้ ไปสิเดี๋ยวพี่ไปด้วย แล้วจะไปเวลาไหนรึ”
“อีกสักครู่ค่ะก็จะไปแล้วเ้าคะ”
“เช่นนั้นพี่ขอไปเตรียมตัวแปปหนึ่ง จะให้พี่เตรียมอะไรไปบ้างหรือไม่”
“เตรียมแค่ตะกร้าที่จะไปใส่ของแค่นั้นก็พอเ้าคะ”
“ตกลง รอพี่สักครู่นะ”
“ได้ เ้าคะพี่ใหญ่”
หลังจากที่หนิงฮวา เอ่ยกับพี่สาวจบนางก็เดินไปหาท่านปู่ของนางที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอยู่นั้นเอง
“ท่าปู่เ้าคะ วันนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะไปสำรวจที่ดินของเรานะเ้าคะ”
“ได้ แต่พวกเ้าห้ามไปไกลกว่านี้นะ เพราะในป่ามันอันตรายเยอะ”
“เ้าคะท่านปู่ ข้ากับพี่ใหญ่จะระวังตัวเ้าค่ะ”
หลังจากที่หนิงฮวาเอ่ยจบพี่สาวของนางก็เดินออกมาหานางเพื่อจะพากันออกเดินทางไปสำรวจที่ดินของตนเองและท่านปู่ของนางก็ได้เดินทางไปยัง บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเช่นกัน นางและพี่สาวสะพายตะกร้าไว้บนหลังกันคนละใบเดินไปยังหลังบ้านเพื่อตรงไปยังป่าที่เป็ที่ดินที่ครอบครัวนางได้เป็เ้าของแล้วนั้นเอง
“เราจะไปสำรวจบริเวณไหนก่อนรึน้องรอง”
“ข้าว่าจะไปบริเวณที่ใกล้กับป่าที่ข้ากับท่านพ่อเคยไปเก็บเห็ดหลินจือเมื่อครั้งที่แล้วก่อนเ้าคะ”
เอ่ยจบหนิงฮวาก็พาพี่สาวของนางเดินไปยังทิศที่ป่านั้นอยู่ทันทีพอเดินมาได้ซักพักนางก็เจอเข้ากับต้นอิงเถา (เชอรี่) ที่มีผลอยู่เต็มต้นนั้นจึงทำให้ดวงตาของนางเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนยิ่งนัก
“พี่ใหญ่ท่านดูนั้นสิเ้าค่ะ ต้นอิงเถาเ้าคะดูผลของมันสิเราไปเก็บกันเถอะเ้าค่ะเอาเยอะๆเลยนะเ้าค่ะ”
“ได้ๆพี่จะเก็บให้เยอะที่สุดนะ”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บผลอิงเถากันอย่างเพลิดเพลินจนเวลาผ่านไป 1 เคอ ผลอิงเถาก็ได้มาอยู่ในตะกร้าของทั้งสองจนได้คนละครึ่งตะกร้าพวกนางจึงพากันเดินต่อไปอีกเพื่อดูว่าจะมีต้นอะไรอีกหรือไม่ และไม่นานหนิงฮวาก็ได้เจอกับต้นหมางกั่ว(มะม่วง)ซึ่งมีทั้งผลสุกและผลดิบอยู่เต็มต้นจนทำให้หนิงฮวาตาโตอย่างถูกใจ
“ข้าไม่คิดเลยว่าที่ดินที่เราซื้อมานั้นจะมีผลไม้หลายอย่างเลยเชียว เรารีบเก็บหมางกั่วกันดีกว่าเ้าคะ เก็บทั้งผลสุกและดิบเลนนะพี่ใหญ่”
“แต่ผลดิบมันเปรี๊ยวมากเลยนะน้องรองเราจะเก็บมันไปทำไมหรือ”
“ข้ามีวิธีทำให้มันอร่อยอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“อื้อ พี่เชื่อเ้า”
ไม่นานตะกร้าของทั้งสองคนต่างก็เต็มไปด้วยผลของหมางกั่ว กับอิงเถาจนตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้เก็บสิ่งอื่นเพิ่มได้แล้วหนิงฮวาจึงชวนพี่สาวของนางนำผลไม้พวกนี้ไปเก็บไว้ที่บ้านก่อนแล้วค่อยมาใหม่วันหลัง