17
เต้จะไม่เรียนต่อ
สอบกลางภาควันที่สอง หรือวันสุดท้ายนั้นเป็วันที่สงบมากๆหากเทียบกับเมื่อวาน มีการเปลี่ยนครูคุมสอบเป็ครูคนอื่น และทั้งวันเขาไม่ได้เจอจอห์น หรือ โม ให้หงุดหงิดรำคาญใจเลยสักคน เต้ทำข้อสอบด้วยท่าทีสบายๆเหมือนไม่ได้คิดอะไร เมื่อทำเสร็จ เขาก็ส่งข้อสอบ แล้วเดินออกจากนอกห้องทันที
แต่ว่าในสายตาของครูคุมสอบกลับมองเต้ในทางที่ไม่ดีนัก เขาคิดว่าเด็กคนนี้มั่วข้อสอบทุกข้อแน่ๆ
และเมื่อเต้กลับถึงบ้าน ก็พบกับรถลากคันใหม่ที่วางโชว์อยู่หน้าบ้าน
“เซอร์ไพรส์! ของขวัญเปิดร้านไก่ปิ้ง พ่อซื้อให้!” พ่อพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ขอบคุณครับ!” เต้ยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนเดินจะเข้าไปลูบๆ คลำๆ รถลากคันใหม่ แค่นี้เื่ขายของที่ตลาดนัดก็สบายขึ้นแล้ว
“เต้สอบวันนี้เป็ไงบ้างล่ะ” พ่อถามขึ้น
“ก็พอทำได้ครับ วันนี้ข้อสอบง่าย”
“ดีแล้วล่ะ ทำได้ก็ดีแล้ว” พ่อเอ่ยยิ้มๆ
“แล้วพ่อขายของวันนี้เป็ไงบ้าง ขายดีมั้ยครับ” เต้เดินไปนั่งข้างๆพ่อ ก่อนจะช่วยพ่อจัดการกับไก่
“โหะๆ ดีเลยล่ะ สองสามวันนี้พ่อทำไก่เยอะขึ้นเป็เท่าตัว แต่ก็ยังขายหมดทุกวัน ไม่รู้ลูกค้ามาจากไหนกัน! แต่ก็ดีกำไรเยอะดี พ่อเอาเงินไปฝากธนาคารบ่อยเลยล่ะ่นี้” พ่อพูดไปยิ้มไป มือที่กำลังล้างไก่ชำแหละอยู่ก็ดูเหมือนมีแรงเพิ่มขึ้น
“งั้นพ่อก็ทำเพิ่มอีกนะครับ แถวนี้ไม่มีใครขายไก่ย่างแข่ง เราก็ทำเยอะๆเถอะ” เต้แนะนำ
พ่อหยุดมือ ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ่นี้กำลังขายดี น้ำขึ้นก็ต้องรีบตักสินะ
เย็นวันนั้นครอบครัวของเต้ได้ทำอาหารเลี้ยงฉลองรถลากคันใหม่ โดยที่เต้เป็คนลงมือทำอาหารเอง เขาทำไก่ย่างขมิ้น ลาบหมู และส้มตำสูตรของเขาเอง
พ่อมองดูกับข้าวที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วยวน ไก่ย่างขมิ้นสีเหลืองแปลกตาดูน่ากิน ส้มตำที่มีทั้งหอยเชอรี่ กุ้ง และแคปหมูนั้นทำเอาเขาน้ำลายแทบหก และลาบหมูที่เต้ทำก็ดูน่ากินมากๆ เช่นกัน
เต้หันไปมองพ่อที่กำลังนั่งกลืนน้ำลายระหว่างที่มองดูอาหารแต่ละจาน เขาก็หลุดขำออกมา ท่าทางของพ่อตอนนี้เหมือนเด็กน้อยกำลังรอกินข้าวไม่มีผิด เต้ส่งจานและช้อนให้พ่อก่อนจะเริ่มกินข้าวเย็น
“อื้มมม ไก่ย่างสีสวยดี รสชาติก็อร่อยมากๆ ” พ่อพูดขึ้นหลังจากที่ได้ชิมคำแรก
“อันนี้เรียกว่าไก่ย่างขมิ้นครับพ่อ ใส่ผงขมิ้นเข้าไปด้วยเวลาหมัก ไก่ย่างก็จะได้สีแบบนี้”
“โอ้ อันนี้หรอ ไก่ย่างขมิ้น! พ่อก็เคยได้ยินเขาพูดกัน แต่ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละว่านี่เขาเรียกว่าไก่ย่างขมิ้น อืม…แล้วเต้รู้วิธีทำได้ยังไงเนี่ย” พ่อถามสีหน้าสงสัย
“เอ่อ..เต้เคยอ่านเจอในหนังสือของบ้านไอ้ฟู เลยจำมาๆ” เต้ตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก
“หืม จริงหรอ แสดงว่าเต้มีพร์มากเลยนะเนี่ย” พ่อว่าพลางตบไหล่เบาๆ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
เต้พยักหน้าเออออไปด้วย ความจริงแล้วสูตรไก่ย่างขมิ้นนี้ก็เป็สูตรที่เขาไปศึกษามาในชาติที่แล้ว กว่าจะทำให้สูตรลงตัวและอร่อยแบบนี้ก็ใช้เวลาสักพักนึงเลย
ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตากินอย่างขะมักเขม้น โดยเฉพาะพ่อที่ดูท่าทางจะกินอร่อยที่สุด พ่อกวาดส้มตำกินจนหมดเกลี้ยง มือหนึ่งถือไก่ย่าง อีกมือหนึ่งก็ถือช้อนตักข้าว สีหน้าดูมีความสุขอย่างมาก
เมื่อท้องเริ่มอิ่ม เต้จึงได้เอ่ยขึ้น “เดี๋ยวเต้สอบวัดผลระดับชาติเสร็จเมื่อไหร่จะสอนพ่อทำไก่ย่างขมิ้นนะ”
“จะดีหรอ” พ่อเงยหน้าขึ้นจากชามข้าว
เต้พยักหน้า “ดีสิพ่อ ร้านเราจะได้มีไก่ย่างสูตรใหม่ไว้เรียกลูกค้า”
“เอางั้นก็ได้ แล้วเต้จะสอบเสร็จเมื่อไหร่ล่ะ”
“อืม….อีก 2 อาทิตย์ก็สอบเสร็จแล้วครับ”
“งั้นหรอ แล้วสอบขึ้นมัธยมปลายล่ะ เห็นป้าพุดข้างบ้านบอกว่าหลานสาวเขาจะไปสอบต่อมัธยมปลายในเมืองอาทิตย์หน้าแล้ว”
“พ่อครับ” เต้ชะงักไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ
“เต้ว่าจะไม่เรียนต่อมัธยมปลายครับ”
ขาไก่ที่พ่อถืออยู่ร่วงตกลงจานเสียงดัง พ่อทำหน้าตาแตกตื่น
“ห่ะทำไมล่ะ! เต้กลัวสอบไม่ติดหรอ ถ้ากลัวก็เรียนโรงเรียนช่างก็ได้นะ! พ่อไม่ว่าอะไรเลย”
“เปล่าครับ เต้ตั้งใจว่าจะสอบเทียบเอา เต้ไม่อยากเสียเวลาเรียนมัธยมปลาย” เต้นั่งยืดอกขึ้น แม้ว่าเขาจะเคยเป็หนุ่มอายุ 32 แล้ว แต่พอได้มาสารภาพกับพ่อเื่เรียนแล้วก็ทำเอาเขารู้สึกกลัวเล็กน้อย
“เต้จะกลัวเสียเวลาทำไม! คนอื่นเขาก็เรียนต่อมัธยมปลายกันทั้งนั้น เต้ไม่เรียนแล้วจะมีความรู้หรอ” พ่อพูดพร้อมกับทำตาโต เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลูกชายตนเองจะไม่อยากเรียนต่อมัธยมปลาย แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจไอ้สอบเทียบอะไรนั่น แต่มันก็คงไม่ดีเหมือนเรียนต่อมัธยมปลาย หรือ เรียนต่อโรงเรียนช่างหรอก พ่อถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“พ่อครับ สอบเทียบมันไม่ใช่ไม่ดีนะครับ เต้จะได้จบมัธยมปลายก่อนเพื่อนคนอื่นเลยนะ มีเวลาไปทำงานหาเงินช่วยพ่อด้วย” เต้แย้ง
“เต้...เต้ไม่ต้องห่วงพ่อ เต้เป็นักเรียน มีหน้าที่เรียน เื่หาเงินเป็หน้าที่พ่อเอง!” พ่อพูดเสียงดัง แสดงออกถึงความไม่พอใจประโยคที่เต้พูดออกมานั้นแม้จะทำให้เขาซึ้งใจ แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องแลกเวลาเรียนไปกับเวลาหาเงิน
“เต้วางแผนไว้แล้ว เต้รู้ว่าเต้อยากจะทำอะไรต่อไป พ่อไม่ต้องห่วงครับ” เต้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสีหน้าจริงจัง
พ่ออ้าปากอยากจะพูดสักอย่างอะไรอีก แต่เห็นสีหน้าที่จริงจังของเต้ที่ไม่เคยได้ปรากฎให้เห็นแบบนั้นแล้ว เขาก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา และนึกถึงประโยคที่ได้ยินจากคนรอบตัวบ่อยๆว่าถ้าหากว่าบีบคั้นลูกมากเกินไป อาจจะทำให้แย่ลงกว่าเดิมได้
พ่อถอนหายใจแบบหนักใจ ก่อนจะตีเข่าตัวเองเบาๆ เพื่อระบายความอัดอั้น
“จะไม่ให้พ่อห่วงได้ยังไง”
“แต่ เห้อ…..เอาเถอะ ขอพ่อคิดดูก่อน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเต้ก็ยิ้มออกมาเบาๆอย่างโล่งใจ
“ขอบคุณครับพ่อ”
และเมื่อวันเสาร์อาทิตย์มาถึงอีกครั้ง ซึ่งสัปดาห์นี้เป็สัปดาห์ที่สองแล้วที่เต้ได้ขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัด อาทิตย์นี้เขาได้เพิ่มจำนวนไก่ปิ้ง ตับปิ้งและปีกไก่ย่างขึ้นเป็สองเท่า จากการคาดคะเนของเขาแล้วต้องมีคนกลับมาซื้อเยอะเป็แน่
และก็เป็อย่างที่เขาคาด
เพียงแค่เขาลากรถลากมาที่ตั้งร้านของเขา ก็มีพ่อค้าแม่ค้าแวะเวียนกันมาสั่งไก่ปิ้งกันล่วงหน้า โดยเฉพาะตับปิ้งที่พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายติดใจและซื้อเยอะกันเป็พิเศษ
เมื่อเริ่มจุดเตา เต้ก็เริ่มวุ่น เขาต้องรับออเดอร์ที่สั่งล่วงหน้า สลับกับปิ้งไก่ แต่สีหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเขาจัดการออเดอร์ของพ่อค้าแม่ค้าเสร็จ ก็เป็เวลาที่ชาวบ้านเริ่มมาเดินตลาดนัดกันแล้ว
คราวนี้เต้ไม่จำเป็ต้องะโเรียกลูกค้าอีก เพราะชาวบ้านหลายคนต่างก็เดินมาหยุดที่ร้านไก่ปิ้งของเต้เองโดยไม่ต้องรอให้เรียก เขาหยิบใส่ถุงให้ลูกค้ามือเป็ระวิง ปากก็คอยตอบกลับลูกค้าไปด้วย
ตอนนี้หากมองไกลๆ ก็จะเห็นกลุ่มคนที่กำลังรุมล้อมร้านไก่ปิ้งเล็กๆไว้จนแทบจะมองไม่เห็นพ่อค้า
ครั้นพอท้องฟ้าใกล้มืด ผู้คนเริ่มบางตา ก็ถึงคิวของคนของเ้าที่มาเก็บเงินค่าเช่า ซึ่งวันนี้เป็เ้าของที่ตลาดนัดมาเก็บค่าเช่าเองกับมือ
คุณแวว หญิงสาววัยกลางคนสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหญ่ บนคอก็สวมใส่สร้อยทองหลายเส้น เธอเดินเก็บเงินแต่ละร้านด้วยความเร็ว คล้ายว่าไม่อยากจะเสียเวลานานนัก จนมาถึงร้านเต้ เธอยืนมองพินิจพิจารณาร้านอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะรับเงินค่าเช่าที่เต้ยื่นให้
“ร้านไก่ปิ้งหลังตลาดนัดที่คนซื้อเยอะๆใช่มั้ย” คุณแววเอ่ยปากถามขึ้น เธอมองไปที่ตะแกรงไก่ปิ้งที่ตอนนี้กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วยวน
“อ่า...ใช่ครับผม” เต้ว่า พลางเหลือบตามองไปที่เธอ แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นเ้าของที่ตลาดนัดมาก่อน แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคนตรงหน้านี้เป็ใคร เขาตั้งใจหยิบไก่ปิ้งชิ้นที่ดูน่าอร่อยที่สุด กับตับไก่ร้อนๆ ใส่ถุงให้คุณแวว
ผูกมิตรกับเ้าของตลาดไว้ก่อน เวลาคุยเื่ย้ายที่จะได้ง่ายๆ หน่อย เต้คิดในใจ
“ผมให้ครับ พี่ลองชิมก่อนนะครับ” เต้เอ่ยยิ้มๆ
คุณแววอมยิ้มเมื่อได้ยินคำว่าพี่ออกจากปากหนุ่มน้อยคนนี้ เธอหยิบไก่ปิ้งขึ้นมาชิมหนึ่งคำ ก่อนจะทำตาโต
“อื้ม…..มิน่าล่ะ ถึงว่าเพิ่งมาเปิดทำไมถึงขายดี” เธอหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากด้วยท่าทางสวยงาม
คุณแววมองไปที่เต้ ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้เต้ใจเต้นแรง!
“หนูน่ะย้ายไปขายตรงที่ข้างหน้าก็ได้นะ มีที่ว่างอยู่พรุ่งนี้ย้ายไปเลย”