หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนส่วนตัวที่ศาลากลางสวน หลี่เหมยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเหวินเซียนอย่างชัดเจน นางสังเกตเห็นว่าเขาเริ่มหลีกเลี่ยงสายตาของนางมากขึ้น และพยายามรักษาระยะห่างระหว่างอาจารย์กับศิษย์ให้ชัดเจนกว่าเดิม แต่สิ่งที่หลี่เหมยเห็นในดวงตาของเขาคือความขัดแย้งภายใน ความปรารถนาที่เขาพยายามปราบปรามอย่างหนักหน่วง
นางรู้ว่าแผนการของนางกำลังได้ผล เหวินเซียนเริ่มไม่สามารถเพิกเฉยต่อเสน่ห์ของนางได้แล้ว แม้เขาจะพยายามต่อสู้กับความรู้สึกนั้นก็ตาม หลี่เหมยรู้สึกพอใจกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น แต่นางก็รู้ดีว่าการที่จะทำให้เขายอมจำนนต่อเสน่ห์ของนางอย่างสมบูรณ์นั้น ยังต้องใช้เวลาและกลยุทธ์ที่ละเอียดอ่อนมากกว่านี้
ในขณะเดียวกัน ซูซินก็เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของสามี เหวินเซียนดูเหม่อลอยและไม่มีสมาธิเมื่ออยู่บ้าน บางครั้งเขาจะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคิด และเมื่อนางพยายามพูดคุยด้วย เขาก็จะตอบอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับใจคิดอยู่ที่อื่น
ซูซินรู้สึกเ็ปใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น นางรู้ดีว่าหลี่เหมยกำลังใช้เสน่ห์เข้าหาสามีของนาง และดูเหมือนว่าแผนการของหลี่เหมยจะเริ่มได้ผลแล้ว นางเห็นความหวั่นไหวในสายตาของเหวินเซียน และความสับสนที่เขาพยายามปกปิด แต่ในฐานะที่นางเป็เพียงภรรยาน้อย และยังมีความสัมพันธ์ลับๆ กับใต้เท้าหลี่อยู่ นางจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นอกจากเฝ้าดูและรู้สึกเ็ปใจในความเงียบ
วันเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ความตึงเครียดในคฤหาสน์หลี่เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวัน หลี่เหมยยังคงเรียนกับเหวินเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศในห้องเรียนเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดที่เคยเป็เื่ธรรมดาระหว่างอาจารย์กับศิษย์ กลับกลายเป็สิ่งที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความปรารถนาที่ไม่อาจระบายออกมาได้
เหวินเซียนพยายามรักษาความเป็มืออาชีพในการสอน แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการอยู่ใกล้หลี่เหมยทำให้เขารู้สึกวุ่นวายใจ กลิ่นหอมจากผมของนาง เสียงหัวเราะเบาๆ ของนาง และสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่นางมองมาที่เขา ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่อันตราย
หลี่เหมยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเหวินเซียน และรู้ว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะเพิ่มความกดดันให้มากขึ้น นางเริ่มใช้กลยุทธ์ที่ละเอียดอ่อนและชาญฉลาดมากขึ้น โดยการสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เหวินเซียนต้องเผชิญกับความรู้สึกของเขาเองอย่างตรงไปตรงมา
ค่ำคืนหนึ่ง หลังจากที่หลี่เหมยกลับจากห้องเรียนส่วนตัวที่ศาลากลางสวน ใต้เท้าหลี่ก็เรียกนางให้ไปพบที่ห้องหนังสือส่วนตัวของเขา หลี่เหมยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะปกติแล้วบิดาจะไม่เรียกนางไปพบในยามวิกาลเช่นนี้ แต่นางก็เดินทางไปตามที่เขาเรียกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเดินผ่านทางเดินที่มืดมิดของคฤหาสน์ หลี่เหมยไม่สามารถหยุดคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่ที่ผ่านมาได้ นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศของบ้าน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสมาชิกในครอบครัว และสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจากซูซินที่มองมาที่นางบ่อยครั้งขึ้น
เมื่อหลี่เหมยเข้าไปในห้องหนังสือ นางเห็นใต้เท้าหลี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมกว่าปกติ แสงเทียนที่ส่องสว่างเพียงน้อยนิดยิ่งขับเน้นเงาของเขาให้ดูน่าเกรงขาม บรรยากาศในห้องดูลึกลับและน่าค้นหา ราวกับมีเื่สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น
"คารวะท่านพ่อเ้าค่ะ" หลี่เหมยกล่าวพร้อมกับถวายความเคารพอย่างนอบน้อม หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย นางรู้สึกถึงอำนาจและความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากบิดาในยามค่ำคืนเช่นนี้
"เหมยเอ๋อร์ เ้ามาแล้วหรือ" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ "นั่งลงเถิด"
หลี่เหมยนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับบิดาอย่างระมัดระวัง นางพยายามสงบจิตใจที่กำลังว้าวุ่น แต่ก็ไม่สามารถหยุดคิดได้ว่าเหตุใดบิดาจึงเรียกนางมาพบในเวลาเช่นนี้ และทำไมบรรยากาศในห้องจึงดูแปลกไปจากปกติ
"เหมยเอ๋อร์" ใต้เท้าหลี่เริ่มกล่าว สายตาคมกริบของเขามองตรงมาที่นาง "พ่อได้ยินเื่ที่เ้าให้บัณฑิตเหวินเซียนมาเป็อาจารย์สอนพิเศษให้เ้า"
หลี่เหมยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า นางก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกผิด "ท่านพ่อเ้าคะ ข้าอยากเรียนรู้เพิ่มเติมจากท่านอาจารย์เหวินเซียนเ้าค่ะ" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะมั่นคง แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความกังวลใจได้
ใต้เท้าหลี่ถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏที่มุมปาก "พ่อรู้ว่าเ้ามีความตั้งใจดี แต่พ่อคิดว่าเ้ายังไม่เข้าใจความรักชายหญิงดีพอ" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย และความรู้เท่าทันที่ทำให้หลี่เหมยรู้สึกไม่สบายใจ
หลี่เหมยเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจ "ท่านพ่อเ้าคะ ข้าโตแล้ว ข้ารู้ว่าข้า้าอะไร" นางกล่าวอย่างดื้อรั้น ความเป็หญิงสาวที่เริ่มรู้จักอำนาจของตัวเองปรากฏขึ้นในน้ำเสียงของนาง
ใต้เท้าหลี่มองหน้านางอย่างพิจารณา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย "เ้าคิดว่าเ้าเข้าใจความรักชายหญิงดีแล้วหรือ" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"เ้าค่ะ" หลี่เหมยตอบอย่างมั่นใจ แม้ในใจจะรู้สึกหวั่นไหวกับสายตาของบิดา นางรู้สึกว่าบิดาของนางกำลังทดสอบนางในบางเื่ แต่นางก็ไม่รู้ว่าเป็เื่อะไรกันแน่
ใต้เท้าหลี่เอนตัวไปข้างหน้า สายตาของเขาจ้องมองนางอย่างเจาะลึก "เช่นนั้น พ่อจะให้เ้าได้เห็นความรักชายหญิงที่แท้จริง" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและแฝงไปด้วยความท้าทาย "แต่มีข้อแม้ว่า เ้าห้ามบอกเื่ที่เ้าจะเห็นกับใครเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม หากเ้าทำได้ พ่อจะให้เ้าได้เรียนรู้ในสิ่งที่เ้าอยากรู้"
หลี่เหมยรู้สึกสับสนและอยากรู้อยากเห็นในเวลาเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่บิดาจะแสดงให้นางเห็นนั้นมีมากกว่าความกลัว นางคิดในใจว่าบิดาอาจจะ้าสอนนางเื่ความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงผ่านตำราหรือภาพวาดโบราณ "ข้าตกลงเ้าค่ะ" นางตอบอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเปลี่ยนแปลงมุมมองของนางไปตลอดกาล
ใต้เท้าหลี่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตู เขาเปิดประตูออกเล็กน้อยแล้วเรียกบ่าวรับใช้ให้ไปตามซูซินมาที่ห้องหนังสือ เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ
หลี่เหมยรู้สึกราวกับกำลังจะเกิดเื่สำคัญขึ้นในไม่ช้า หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางจ้องมองประตูห้องหนังสือด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น ในใจนางเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทำไมบิดาถึงต้องเรียกซูซินมาด้วย และสิ่งที่บิดาจะแสดงให้นางเห็นนั้นเกี่ยวข้องกับซูซินอย่างไร
ขณะรอคอย หลี่เหมยเริ่มรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย นางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของบิดา ใบหน้าที่เคยดูเคร่งขรึมกลับเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่แปลกประหลาด รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับและบางอย่างที่นางไม่สามารถเข้าใจได้ นางเริ่มสงสัยว่าการตัดสินใจที่จะตกลงกับข้อเสนอของบิดานั้นถูกต้องหรือไม่
ใต้เท้าหลี่เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ สายตาของเขาจ้องมองหลี่เหมยอย่างพิจารณา "เหมยเอ๋อร์ เ้าเป็ลูกสาวของพ่อ และพ่อก็อยากให้เ้าเรียนรู้เื่ชีวิตอย่างถูกต้อง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนพ่อที่เอาใจใส่ลูก "สิ่งที่เ้าจะได้เห็นคืนนี้จะช่วยให้เ้าเข้าใจความรักชายหญิงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ในหนังสือหรือบทกวี"
หลี่เหมยพยักหน้าอย่างไม่แน่ใจ นางเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไรกันแน่ ความอยากรู้อยากเห็นของนางยังคงมีมากกว่าความกลัว แต่ก็เริ่มมีความรู้สึกไม่สบายใจเล็กๆ แทรกเข้ามา
"ท่านพ่อเ้าคะ ทำไมต้องเรียกอาจารย์ซูซินมาด้วยเ้าคะ" หลี่เหมยถามด้วยความสงสัย
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างลึกลับ "เพราะซูซินเป็ผู้หญิงที่เข้าใจเื่ความรักชายหญิงดีที่สุดในบ้านหลังนี้" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายซ่อนเร้น "และเ้าจะได้เรียนรู้จากตัวอย่างที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎี"
คำตอบของบิดาทำให้หลี่เหมยรู้สึกสับสนมากขึ้น นางไม่เข้าใจว่าบิดาหมายความว่าอย่างไร แต่ก่อนที่นางจะได้ถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าที่แ่เบาก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา
ซูซินเดินเข้ามาในห้องหนังสือ นางสวมชุดนอนผ้าไหมบางเบาที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของนางดูงดงามและเย้ายวนในยามค่ำคืน เส้นผมดำขลับถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ดวงตาคู่สวยฉายแววประหม่าเล็กน้อยเมื่อเห็นหลี่เหมยอยู่ภายในห้องด้วย
หลี่เหมยรู้สึกใเมื่อเห็นซูซินในชุดเช่นนี้ นางไม่เคยเห็นซูซินแต่งตัวอย่างเปิดเผยมาก่อน และการที่นางมาในห้องหนังสือของบิดาด้วยชุดนอนในยามค่ำคืนเช่นนี้ทำให้หลี่เหมยเริ่มรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น
"คารวะใต้เท้าหลี่เ้าค่ะ" ซูซินกล่าวพร้อมกับถวายความเคารพอย่างนอบน้อม เสียงของนางแ่เบาราวกับกระซิบ แต่มีความนุ่มนวลและเย้ายวนที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที
"ซูซิน เ้ามาแล้วหรือ" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาจ้องมองซูซินอย่างเปิดเผย ไม่มีการปกปิดความปรารถนาเลย "คืนนี้ข้าอยากให้เ้าอยู่กับข้า"
หลี่เหมยรู้สึกใกับน้ำเสียงของบิดา เป็น้ำเสียงที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเย้ายวนที่ทำให้นางเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่บทเรียนธรรมดา
ซูซินพยักหน้าอย่างว่าง่าย นางเดินเข้าไปหาใต้เท้าหลี่อย่างช้าๆ ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน ทุกก้าวของนางดูเหมือนการเต้นรำที่อ่อนช้อย ผ้าไหมบางเบาปลิวไสวตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้เห็นเงาของเรือนร่างที่อยู่ข้างใต้อย่างชัดเจน
ดวงตาของนางสบเข้ากับดวงตาของหลี่เหมยที่แอบมองอยู่จากมุมมืด หลี่เหมยเห็นแววตาของซูซินที่เต็มไปด้วยความสมยอมและปรารถนาที่ยากจะปกปิด ความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมเข้าใส่นาง ทั้งความใ ความสับสน และความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจห้ามใจได้
นางเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่บิดา้าให้นางเห็นนั้นคือความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขากับซูซิน ไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเ้านายกับอาจารย์ของบุตรสาว แต่เป็ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเย้ายวนที่นางไม่เคยได้เห็นมาก่อน
หลี่เหมยรู้สึกว่าหัวใจของนางเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เป็เพราะความใและความไม่แน่ใจ นางเริ่มตระหนักว่าการตัดสินใจที่จะอยู่ดูสิ่งที่บิดาจะแสดงให้เห็นนั้นอาจจะเป็ความผิดพลาด แต่ก็สายเกินไปแล้วที่จะถอยกลับ
ซูซินเดินเข้าไปใกล้ใต้เท้าหลี่มากขึ้น จนสามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขาได้ นางยื่นมือออกไปััแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา
"ข้าคิดถึงท่านมาก" ซูซินกระซิบด้วยเสียงที่นุ่มนวลและเย้ายวน "ข้าอยากอยู่กับเ้าเช่นนี้ตลอดไป"
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างพอใจ เขาดึงซูซินเข้ามาใกล้มากขึ้น จนนางต้องนั่งลงบนตักของเขา "ข้าก็คิดถึงเ้าเช่นกัน" เขากล่าวพร้อมกับััผมยาวของนางอย่างอ่อนโยน
หลี่เหมยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าบิดาและซูซินจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขนาดนี้ นางรู้ว่าซูซินเป็ภรรยาน้อยของบิดา แต่นางไม่เคยเห็นพวกเขาแสดงความรักใคร่กันอย่างเปิดเผยเช่นนี้มาก่อน
สิ่งที่ทำให้นางใมากที่สุดคือการรู้ว่าซูซินเป็ภรรยาของเหวินเซียน แต่กลับมีความสัมพันธ์ลับๆ กับบิดาของนาง นางเริ่มเข้าใจว่าทำไมเหวินเซียนถึงดูเศร้าและเหม่อลอยเสมอ และทำไมซูซินถึงไม่ค่อยอยู่บ้านในยามกลางวัน
ความรู้สึกผสมปนเปกันมากมายเข้าครอบงำจิตใจของหลี่เหมย ทั้งความใ ความโกรธ ความสับสน และความรู้สึกผิดที่ได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น นางอยากจะหนีออกจากห้องนี้ แต่ขาของนางกลับไม่เชื่อฟัง ราวกับถูกตรึงอยู่กับที่
ใต้เท้าหลี่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของลูกสาว เขายิ้มอย่างพอใจ "เหมยเอ๋อร์ นี่แหละคือความรักชายหญิงที่แท้จริง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ไม่ใช่เพียงแค่คำหวานหรือบทกวีรัก แต่เป็ความปรารถนาที่แท้จริงของร่างกายและจิตใจ"
หลี่เหมยรู้สึกว่าโลกของนางกำลังพังทลายลง ทุกสิ่งที่นางเคยเชื่อมาเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงกำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง นางเห็นความจริงที่โหดร้ายของโลกผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความลับและการหลอกลวง