เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 57 ถ้อยคำจากหัวใจ

            หัวใจของกล้าเต้นไม่เป็นจังหวะ  เพราะถูกความกลัวทิ่มแทง  และในวินาทีดับจิตนั้นเอง  เสียงแหลมใสที่ด้านหลังก็ดังขึ้น 


    “ เธอต้องชนะให้ได้ ” 


    “ เอ๊ะ! ” กายสันทัดแกร่งเกร็งกระตุกแรง  พร้อมผุดความคิดที่ว่า เมื่อครู่หูฝาดไปใช่มั้ย ด้วยไม่ว่าตีความวลีนั้นมุมใด  มันก็เป็นการให้กำลังใจกันชัดๆ  เลยหันกลับไปมองคุณหนูผู้สูงศักดิ์ 


    “ เออ  เมื่อกี้คุณหนูว่ายังไงนะ ”


     

               คุณหนูซาโอริผงะเล็กน้อย  ว่าตามตรง  เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพูดแบบนั้นทำไม  มันเป็นไปเองโดยที่ไม่รู้ตัว  จึงออกแนวอ้ำอึ้งเป็นครั้งแรก 


    “ อ่า  ไม่ได้พูดอะไร” 


    “ เอ่อ  แต่เหมือนผมจะได้ยินคุณหนูเชียร์  อ่า  ให้ผมชนะนะ ” กล้าถามไม่เลิก  คล้ายในใจยังไม่หายสงสัย  คุณหนูซาโอริจึงเริ่มขึ้นเสียงสูง 


    “ ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง  ไปได้แล้ว ” 


    “ คะ  ครับ  ได้ครับ ” กล้าตกใจจนโดดตัวลอย  ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์  เพื่อร่วมงานประลองที่เพิ่งหนีมา  ทิ้งให้ซาโอริยืนหน้าแดงอยู่กลางระเบียงรับลม  พร้อมกับคำถามที่หาคำตอบไม่ได้


    “ นี่เราเป็นอะไรไป  ทำไมถึงพูดแบบนั้น ” 


    …………………………


             กล้าเองก็ยังงงๆ  หรือจะหูฝาดไปเอง  มันช่างไม่เคลียร์เอาซะเลย 


    “ เอ  มันยังไงกันนา  แต่เรามั่นใจว่าได้ยินแบบนั้นจริงๆนี่หว่า  เอ๊ะ!  หรือว่า…..” ทันใดนั้นเอง  ข้อมูลบางอย่างก็พลันปรากฎในดวงจิต  ทำให้กล้าเริ่มจับทางได้ 


    “ เออ  ใช่แล้ว  คุณหนูน่าจะพูดแบบนั้นจริงๆ  เพราะ… ” ถึงตรงนี้  ใบหน้าของกล้าเริ่มแดงก่ำ  ด้วยรู้ชัดว่าเซย่าและคุณหนูซาโอริในเรื่องมีสัมพันธ์ทางใจต่อกันมากกว่าเซนต์คนอื่น  อันเป็นความผูกพันที่เชื่อมโยงกันมาหลายภพหลายชาติ 


    “ อืม  มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิตสินะ  ถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้  ว่าแต่เราเองก็อยากมีเนื้อคู่เหมือนกัน ” ถึงนึกถึงตรงนี้  ความอิจฉาก็เข้ามาแทนที่จนอยากต่อยหน้าของเซย่าซักหลายๆที  แต่ก็กลัวเจ็บ  จึงไม่กล้าลงหมัด 


    “ โว้ย  เกลียดคุณเซย่าชะมัด  คนบ้าอะไรเจ้าเสน่ห์เหลือเกิน  มีสาวๆมาชอบตั้งมากมาย  ทั้งคุณมิโฮ  คุณหนูซาโอริ  ไหนจะคุณไชน่าอีก  แถมแต่ละคนก็สวยๆทั้งนั้น ”


     

              หลังจากเดินไปโวยไปได้ระยะหนึ่ง  กล้าก็พบกับชุนและชิริวที่เดินสวนมาด้วยท่าทางรีบร้อน 


    “ อ้าว  เซย่า  นายหายไปไหนมา  ถึงคิวนายขึ้นเวทีแล้วนะ ” ชุนเป็นคนแรกที่ร้องทัก  ส่วนชิริวก็พยักหน้ารับ  สีหน้าดูเคร่งขรึม  ประมาณว่าจะตำหนิกล้าด้วยสายตาที่เหลวไหลจนเสียเวลา 


    “ อ่า  เอ่อ   ชะ  ชั้นแค่ปวดท้องน่ะ ” กล้าโกหกด้วยท่าทางที่ดูตื่นๆ  เพราะเขาไม่ถนัดโป้ปด  ทว่าชุนกลับเชื่อ 


    “ อ้อ  เป็นแบบนี้เอง  งั้นก็ช่างเถอะ  นายรีบตามผมมา  ทุกคนรออยู่ ” พูดจบ  ชุนก็เดินนำ  โดยมีชิริวคอยปิดท้าย


     

             ระหว่างที่เด็กหนุ่มทั้งสามกำลังรีบจ้ำ  สมองของกล้าก็ยังวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่ชั้นดาดฟ้า  เขาจึงเอ่ยถามเพื่อนเซนต์ทั้งสอง  เพื่อระบายความกลัดกลุ้ม 


    “ เออ  ชุน  ชิริว  ชั้นมีเรื่องอยากจะถามพวกนายน่ะ ”


     

             สองเซนต์หยุดชะงัก  พร้อมหันมามองกล้าเป็นตาเดียว  เด็กเนิร์ดในร่างนักรบจึงเริ่มเขินอาย 


    “ เอ่อ  พวกนายอย่าจ้องจริงจังนักดิ  ชะ  ชั้นทำตัวไม่ถูก ”


     

             ทั้งชิริวและชุนหันไปมองหน้ากันเอง  เพราะเซย่าตรงหน้าดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ทว่าอันโดรเมด้าเซนต์ผู้อ่อนโยนก็เลือกที่จะมองข้าม 


    “ เอาล่ะ  นายสงสัยตรงไหน  ก็ว่ามาเลย ”


      

              ด้านชิริวสนับสนุนด้วยการพยักหน้าเล็กน้อย  พร้อมยืนกอดอก  และจ้องกล้าแน่วนิ่ว  ดวงตาคมลึกเปล่งประกายแวววาว  ประมาณว่ากำลังทำงานอย่างหนัก  เพื่อมองให้ทะลุถึงแก่นใจของสหายผู้นี้ 


    “ อืม ”


     

             เมื่อเป็นเช่นนี้  เด็กเนิร์ดในร่างเซนต์จึงไม่อาจหลีกเลี่ยง  เลยรวบรวมความกล้า  เพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นในอก 


    “ ถ้าผู้หญิงที่เคยเย็นชา  เปลี่ยนมาให้กำลังใจแก่เรา  มันหมายความว่าไง ”


     

             พอสิ้นคำถาม  ความมึนงงจนไปไม่เป็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซนต์หนุ่มทั้งสอง  เนื่องจากพวกเขายังเยาว์วัยนัก  เลยขาดประสบการณ์ที่ใช้ตีความเรื่องแบบนี้ 


    “ เอ่อ  ผะ  ผมเองก็ไม่รู้จะตอบนายยังไงเหมือนกัน ” ชุนเป็นคนแรกที่ได้สติ  เลยตอบตามตรง  กล้าจึงหันไปมองชิริว  ทำให้หนุ่มมาดขรึมสะดุ้งเล็กน้อย  ด้วยประสบแววคาดคั้นในดวงตาของเด็กเนิร์ด  เลยจำต้องเปิดปาก 


    “ ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ” 


    “ เฮ้อ  งั้นก็ช่างเถอะ  ไปประลองต่อดีกว่า ” พอรู้ว่าไร้ทางไขปริศนา  กล้าเลยถอนใจ  แล้วเดินต่อไป  โดยมีสองเพื่อนตามมาติดๆ 


    …………………….


             เด็กหนุ่มใช้เวลาไม่นาน  ก็ถึงประตูทางเข้าลานประลอง  ทำให้หัวใจของกล้าเต้นตุ้มๆต่อมๆ  เพราะนี่คือครั้งแรกที่จะได้สู้กับเซนต์ตัวจริง  


    “ อืม  ไม่ไหว  ก็ต้องไหวล่ะนะ ”


     

               แต่ก่อนที่กล้าจะก้าวเท้าเข้าไปหาเสียงโห่ร้องของผู้ชม  ชิริวผู้สุขุมก็ตรงเข้ามาหา  พร้อมกล่าวเบาๆแค่พอได้ยิน 


    “ คุณหนูซาโอริเขาชอบและหวังให้นายชนะศึกนี้น่ะ  เลยพูดแบบนั้น ” 


    “ อึก ” กล้าถึงกับสะอึกในบัดดล  ทุกสรรพเสียงที่เข้ามาล้วนไม่เข้าหูเลย  มโนทวารเหลือเพียงสิ่งเดียว  นั่นก็คือ จริงหรือ


     

            แน่นอนว่าอาการนี้ไม่รอดหูรอดตาของเซนต์ทุกคนที่อยู่ในลานประลอง  และแต่ละนายล้วนมีความคิดของตัวเอง 


    “ เฮ้ย  เซย่ากลับมาแล้วนี่หว่า  มันไม่ได้หนีไปจริงๆ  แล้วหมอนั่นไปทำอะไรวะ ”


     

             กระนั้นกล้าในร่างเซย่าก็ไม่ได้สนใจผู้ใด  พร้อมใช้สติที่เลื่อนลอยนำพาร่างแกร่งเกร็งขึ้นไปหยัดยืนบนเวที  เพื่อประจันหน้ากับเงกิที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว 


    “ ไง  นึกว่าแกหนีไปแล้วซะอีก ” เงกิลองแหย่  พร้อมแยกเขี้ยวใส่  ทำให้เซนต์ร่างใหญ่ดูน่ากลัวกว่าเดิมเป็นเท่าทวี


     

            ทว่ากล้ากลับยืนนิ่ง  ดวงตาแลลอยๆจนเงกิเริ่มสงสัย  เลยเข้ามาโบกมือไปมาตรงหน้าของเด็กหนุ่ม 


    “ เฮ้ย  ลอยไปไหน  ไอ้เซย่า  แกยังอยู่มั้ยวะ ” 


    “ เอ๊ะ!  อ่อ  เอ่อ  ยังอยู่  มีอะไรเหรอ  เงกิ ” กล้าสะดุ้ง  และเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ต่อหน้าอริ  เงกิจึงโวยกลับ 


    “ ก็มีสิโว้ย  เพราะตอนนี้ชั้นและแกกำลังจะประลองกัน ” 


    “ เออ  ใช่  จริงด้วย  ชั้นต้องประลองนี่หว่า ” กล้าพูดจบ  ก็ฮุคหมัดขวาเข้าไปที่กกหู  ทำให้เงกิที่ยังไม่ทันตั้งตัวล้มตึงทันควัน 


    “ โครม ” 


     

            เวทีถึงกับสั่นสะเทือน  เพราะเงกิเป็นคนร่างใหญ่ที่หนักกว่าร้อยกิโล  แต่นั่นกลับทำให้เซนต์ทุกคนที่เหลือถึงกับเหวอ  เพราะจู่ๆกล้าก็ชิงต่อยก่อนเสียงระฆังดัง  แถมบนอัฒจันทร์ก็บังเกิดเสียงฮาครืนเป็นเชิงขบขำ 


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ไอ้เพกาซัสคนนั้นตลกดีว่ะ  จู่ก็ทิ่มหน้าไอ้ยักษ์นั่นร่วงลงไปเลย ” 


    “ แม่งโคตรขี้ขลาดเลย  เอาค่าตั้วตูคืนมา ” 


    “ หึ  หึ  หึ  นี่มันจำอวดหรือการต่อสู้กันแน่ฟะ ” 


    “ เอ๊ะ!  เอ๋  โอ๋ ” กล้าทำหน้างง  พร้อมก้มลงไปมองมือของตัวเอง  ส่วนเงกิก็ค่อยๆสะบัดศีรษะไปมา  เพื่อคลายอาการมึนงง  ก่อนจะลุกขึ้นมาคำรามใส่เด็กหนุ่มร่างเล็กกว่า 


    “ เฮ้ย  แกโกงนี่หว่า  ไอ้เซย่า  มาสู้กันอย่างยุติธรรมสิวะ ” 


    “ อ่า  ขอโทษที  เงกิ  พอดีชั้นเหม่อน่ะ  เลยนึกว่าเราสู้กันแล้ว  ไม่เป็นไร  เดี๋ยวช่วยดัดหลังให้ ” กล้าขออภัยรัวเร็ว  ก่อนจะตรงเข้าไปช่วยเหลือในจุดที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง  แต่เงกินึกระแวงว่าจะโดนอีกปัง  เลยรีบยกมือห้าม 


    “ พอเลย  ไอ้บ้าเซย่า  แกไม่ต้องเข้ามาแล้ว ”


     

              ท่วงท่าดังกล่าวทำให้แทบทุกคนในลานประลองหัวเราะไปตามๆกัน  ไม่เว้นแม้แต่ชิริวที่กำลังปิดปากตัวเองกลั้นขำ  เพื่อรักษาลุคเท่ๆของเขา


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ ”


     

            ทว่านอกจากเงกิที่ฮาไม่ออก  ก็มีอีกสองคนที่ดูหงุดหงิด  นั่นก็คือทัตซึมิและคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่นั่งชมอยู่บนห้อง VIP  


    “ ไอ้บ้าเซย่าบังอาจทำให้งานประลองอันทรงเกียรติกลายเป็นจำอวด  มันต้องแกล้งเราแน่ๆ ” บอดี้การ์ดร่างยักษ์โวยดัง  ส่วนทางด้านคุณหนูสูงศักดิ์ก็ได้แต่ก่ายหน้าผาก  พร้อมถอนหายใจเบาๆ 


    “ เฮ้อ  ทำไมเราถึงเผลอให้กำลังใจคนแบบนี้ได้นะ  ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน