“เ้าเป็อะไรทำหน้าตาน่ากลัวทำไม!?”เสียงทุ้มต่ำปนหวาดผวาของคนตรงหน้าคล้ายลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป ฝูเป่าไม่นึกอยากจะสนใจความรู้สึกนึกคิดของคนตรงหน้าแม้แต่น้อยเขากวาดตาขึ้นลงพลางเพ่งมองเนื้อตัวอีกฝ่ายจนแทบจะทะลุิัเข้าไป แต่สุดท้ายแล้วก็ทนไม่ไหวชายหนุ่มยกมือขึ้นคารวะคนตรงหน้าครั้งนึงจากนั้นก็ยื่นมือไปดึงแก้มอีกฝ่ายเต็มแรง
“เอ้า! โอ๊ยย! โอยยปล่อย ปอยข้า..นะ!”พอโดนนิ้วมือประดุจคีมเหล็กของฝูเป่าคว้าเข้าที่แก้มซ้ายเ้าของใบหน้าก็ถึงกับสะดุ้งตัวขึ้นมาเพราะไม่อาจทนแรงกึ่งบีบกึ่งกระชากของคนอ่อนเยาว์กว่าได้
ฝูเป่าดึงก็แล้วทึ้งก็แล้วแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายกลับมิได้หลุดติดมือมาอย่างที่คิดสายตาเคลือบแคลงยามที่มองอีกฝ่ายจึงค่อยลดลงไป ฝูเป่าพอรู้ว่าอีกฝ่ายมิใช่ของปลอมก็รู้สึกว่าตนเองช่างปัญญาอ่อนยิ่งใครจะโง่แปลงกายเป็คนผู้นี้กัน คิดได้ดังนี้ฝูเป่าก็ยอมปล่อยมือในที่สุดแต่ั์ตาสีดำยังคงจับจ้องบุรุษในชุดเครื่องแบบของสำหนักเต๋าอันดับหนึ่งในใต้หล้าไม่วางตา
ผู้ที่มาเยือนถึงยอดเขาเสียนเพียนในค่ำคืนนี้ก็คือปรมาจารย์กว่างต้าถงผู้ซึ่งสังกัดเขาหยงมัวอันเลื่องชื่อ มีฉายากระบี่ถงหู
“อาจารย์อากว่าง” ฝูเป่าเรียกคนตรงหน้าเสียงค่อยราวกับยุงพลางยกมือขึ้นคารวะเห็นใบหน้าอีกฝ่ายแดงก่ำราวกับจะหลั่งเืออกมา ในใจก็รู้สึกว่าตนหนักมือไปหน่อยแต่ทว่าเื่จะนี้โทษเขาฝ่ายเดียวมิได้ ฝูเป่าไหนเลยจะคาดคิดว่าอาจารย์พี่เลี้ยงของตนจะโผล่ออกมาอีกฝ่ายถึงกับทำลายจินตนาการนองเืของเขาไปจนหมด
ปรมาจารย์กว่างต้าถงกุมหน้าข้างที่แดงเถือกเพราะนิ้วเหล็กไหลของศิษย์รุ่นเยาว์ไว้พลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโห ถ้าหากดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของกว่างต้าถงสามารถปามีดออกมาได้ฝูเป่าคงตายไปแล้ว
“เ้าดึงหน้าข้า!?”
กว่างต้าถงะโคาดโทษออกมาอย่างเหลืออด ไม่นึกว่าหลายปีไม่พบหน้าฝูเป่าไม่เพียงโตเป็หนุ่มเท่านั้น แม้แต่แรงที่มือก็เพิ่มขึ้นด้วย กว่างต้าถงแค่แตะนิ้วลงไปบนหน้าตัวเองก็สะดุ้งแล้วคิดในใจว่าไอ้เด็กสมควรตายนี่ยั้งมือแม้แต่น้อย เจ็บกว่าครั้งก่อนมากจริงๆ!
“อาจารย์อา จู่ๆท่านก็โผล่มาทำข้าใข้าก็นึกไปถึงว่าอาจมีใครปลอมเป็ท่านมา” ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายชี้หน้าตน ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยพลางยกข้ออ้างอันเป็เหตุเป็ผลออกมาสอดรับกับหน้าตาที่แทบจะมีคำว่า ความผิดท่านนั่นแหละ เขียนอยู่บนนั้น
“อะไร! การที่เ้าเห็นหน้าข้ามันน่าใถึงเพียงนั้นเลย!? หากมิใช่เพราะเ้าเสี้ยมสอนให้อู่หวามีความลับมันหรือจะกล้าปิดบังที่อยู่เ้า! จนลำบากข้าต้องลอบติดตามมันมาถึงที่นี่ หาไม่ชาตินี้ก็ไม่ได้รู้ว่าเ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!?” กว่างต้าถงยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห ตัวเขากับเ้าสำนักพยายามง้างปากเชียนอู่หวาอยู่หลายปีแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปริปากแม้แต่น้อย บอกแค่เพียงว่าศิษย์น้องสบายดีตอนนี้อยู่ฝั่งตะวันออกเท่านั้นจนสุดท้ายเขากับเ้าสำนักถึงกับขู่มันไปว่าหากยังไม่พูดออกมาจะขับจากออกจากสำนัก มิคาดเชียนอู่หวาถึงกับหยิบมีดขึ้นมาแล้วบอกว่าหากจะต้องผิดสัญญากับศิษย์น้องตนขอกลืนมีดลงท้องเสียดีกว่า
เมื่อเป็เช่นนี้แล้วยังจะทำอันใดได้อีกสุดท้ายจึงหนีไม่พ้นอาจารย์พี่เลี้ยงอย่างกว่างต้าถงต้องลงจากเขาหยงมัว มาวิ่งขึ้นเขาลงลำธารลอบติดตามเชียนอู่หวามาจนถึงที่นี้หากบอกว่าเชียนอู่หวาเหน็ดเหนื่อยจนหมดสภาพ กว่างต้าถงก็เหน็ดเหนื่อยจนแทบจะสิ้นลมเลยทีเดียวกว่าจะมีวาสนาได้พบกับศิษย์ตัวดีซักครั้งไม่ง่ายเลย
อีกทั้งคราวนี้ตนยังได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญอย่างยิ่งยวดมาจากเ้าสำนักนั่นก็คือไม่ว่าอย่างไรจะต้องลากศิษย์เอกกลับไปหาอาจารย์มันให้จงได้ อีกทั้งยังถูกกำชับด้วยว่าหากทำไม่สำเร็จชีวิตที่เหลือก็อยู่กับมันที่นั่นไปเลย
กว่างต้าถงคิดแล้วก็มองฝูเป่ากับวิหารเก่าแก่ตรงหน้าสลับกันไปมาไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกว่ามันต้องมีลับลมคมในเป็แน่ แต่ทว่าเขาเป็คนไม่ชอบยุ่งเื่คนอื่นแต่ถ้าจะให้ใช้ชีวิตทั้งชาติอยู่บนนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็จะขอออกแรงเกลี้ยกล่อมดูซักครั้ง
“ข้าน่ะอยากจะรู้ยิ่งนักว่าที่แท้เ้าทำอันใดอยู่ที่นี่?ถ้าไม่มีก็เลิกทรมานอู่หวามันเสียที หรือถ้าเ้าซ่อนลูกเมียไว้ก็เอากลับไปด้วยข้าจะช่วยเลี้ยงให้!”
ฝูเป่านึกไม่ถึงว่ากว่างต้าถงจะพูดถึงขนาดนี้ชั่วขณะที่คิดว่าอีกฝ่ายช่างพูดได้ดีดวงตาสีดำสนิทพลันกระจ่างวูบ สองมือตกลงข้างตัวในใจคล้ายได้พบเจอแสงแห่งความหวังท่ามกลางเบื้องหน้าอันมืดมิด
ที่แท้ตนหาวิธีหลอกล่อเอ้อร์ฉิงลงจากเขาอยู่หลายปีล้วนทำผิดวิธีทั้งสิ้นไฉนเขาจึงลืมปรมาจารย์ด้านการเกลี้ยกล่อมผู้คนอย่างกว่างต้าถงไปได้ ผลงานของอีกฝ่ายโดดเด่นถึงขั้นที่ั้แ่เล็กจนโตฝูเป่าถูกคารมอีกฝ่ายหลอกล่อมานับครั้งไม่ถ้วน! นอกจากนี้ในสำนักถึงกับมีข่าวลือว่าอาจารย์อากว่างหลอกได้แม้กระทั้งภูตผีเลยด้วยซ้ำพอคิดได้ดังนั้นฝูเป่าก็รู้สึกตื้นตันที่ฟ้ากระทานคนผู้นี้มาให้จนอดน้ำตาเอ่อคลอมิได้อยากจะเข้าไปอุ้มเอ้อร์ฉิงออกมาแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จักเสียเดี๋ยวนี้
กว่างต้าถงเห็นฝูเป่าทำท่าเหมือนตนไปพูดอะไรที่ตรงใจเข้าพลันรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรงขึ้นมา
มิใช่ว่ามันซ่อนลูกเมียไว้ที่นี่จริงหรอกนะ!
ยิ่งเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่มองเขาราวกับเทพเซียนมาโปรดกลับกลายเป็กว่างต้าถงที่กลัวจนไม่กล้าถามต่อ ในใจนึกอยากเสกกระบี่ขึ้นมาฟาดใส่เด็กหนุ่มซักทีให้หายแค้นแม้ไม่รู้ว่าที่แท้เป็เื่อันใดแน่ แต่เขามั่นใจว่าเื่นี้คงไม่พ้นให้ตนต้องตามแก้ปัญหาให้อีกตามเคยยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะทุบซักทีแต่ติดตรงที่ว่าบนร่างของฝูเป่าราวกับมีอักษรเรืองแสงเป็คำว่า‘ตีไม่ได้ด่าก็ไม่ได้’ สลักอยู่ ทุกครั้งที่มองศิษย์รุ่นเยาว์คนนี้ก็ทำเอากว่างต้าถงนึกถึงอดีตอันรันทดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้สุดท้ายรู้ตัวอีกทีความคิดที่จะลากอีกฝ่ายมาสั่งสอนซักทีก็หายไปอีกแล้ว
เอาเถอะหนักสุดก็แค่ช่วยมันเลี้ยงลูกเท่านั้น คงไม่ถึงกับมีลูกชายที่นิสัยเหมือนพ่อมันถึงสิบคนหรอกกระมัง
ปรมาจารย์กว่างต้าถงถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เขาคล้ายจะจำได้ว่าแต่เดิมตนก็ไม่ได้ตามใจอีกฝ่ายถึงเพียงนี้ที่แท้ความเคยชินของคนเราช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
ฝูเป่าเห็นกว่างต้าถงจู่ๆก็ไม่มีท่าทางโกรธเคืองถึงขั้นแล้วจึงกระแฮ่มทีนึงพลางซุกซ่อนแผนการสุดบรรเจิดไว้ในใจก่อน จากนั้นกล่าวว่า “อาจารย์อาก่อนจะขึ้นเขามาข้าจับััของยอดฝีมือผู้หนึ่งได้”
เห็นศิษย์รุ่นเยาว์ของตนทำหน้าจริงจังปรมาจารย์กว่างต้าถงก็เงียบไปครู่นึง ก่อนจะกล่าวว่า “ก็ข้ามิใช่หรือ”
ฝูเป่าได้ยินก็ร้องโอย ออกมาคำนึง แล้วรีบแย้งว่า “ข้าก็บอกท่านอยู่ว่าเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง!”
คราวนี้ปรมาจารย์กว่างต้าถงเริ่มขมวดคิ้วมุ่นแล้วด้วยนึกไม่ถึงว่าฝูเป่าจะแย้งขึงขังถึงเพียงนั้น “ข้าก็เป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง!”
ฝูเป่าได้ยินอีกฝ่ายยกย่องตัวเองถึงเพียงนี้ก็หลี่ตามองอย่างสบประมาทพลางถามว่า“ผู้ใดบอกว่าท่านเป็ยอดฝีมือ?”
“ใครก็พูดทั้งนั้น!” กว่างต้าถงที่ในตอนแรกเพียงแค่ขมวดคิ้วเท่านั้นบัดนี้กลับเริ่มอยากจะซัดคนขึ้นมาแล้ว
ตัวเขาในปีนี้แม้อายุสามสิบห้าแล้ว แต่เนื่องด้วยบำเพ็ญเพียรบรรลุระดับจินตานั้แ่วัยหนุ่มจึงสามารถรักษาสภาพอันอ่อนเยาว์ไว้ได้ รูปโฉมที่เห็นอยู่ตอนนี้ดูไปแล้วจึงคล้ายกับชายหนุ่มที่มีใบหน้าคมคายน่ามองผู้หนึ่งหัวคิ้วหางตาก็สะท้อนความฉลาดหลักแหลมและความเป็ตัวของตัวเองออกมา ซึ่งจัดเป็เอกลักษณ์ของผู้บำเพ็ญเพียรอันหาได้ยากในใต้หล้า
ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดในยุทธภพก็ล้วนมีผู้คนร้องเรียกว่าปรมาจารย์กว่างด้วยความเคารพไม่ขาดปากดังนั้นพอมาเห็นศิษย์รุ่นเยาว์ของตนถึงกับลืมไปแล้วว่าว่าปรมาจารย์กระบี่ถงหูก็เป็ยอดฝีมือผู้หนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะยกเท้าขึ้นถีบอีกฝ่ายไปเต็มแรงจนชายหนุ่มร้อง ‘โอ๊ย’ ออกมาดังลั่นส่วนคนลอยไปตกอยู่กลางลานหน้าวิหารเสียงดับตุบ
บนลานดินหน้าวิหารฝูเป่าที่ถูกถีบมากำลังนอนอยู่บนพื้นในสภาพคล้ายคางคกตัวนึงชายหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากพื้นที่กำลังจูบอยู่พลางลอบด่าบรรพบุรุษเจ็ดชั่วโคตรของกว่างต้าถงในใจ แต่ทว่าจู่ๆคำด่าในหัวกลับถูกคั่นด้วยเสียงลมหายใจอันแ่เบาสายหนึ่งที่ดังแว่วมาเป็เสียงลมหายใจที่นิ่งสงบดุจผืนน้ำมรกตสายนั้น ฝูเป่าเมื่อคว้าััไว้ได้ก็ผุดลุกขึ้นนั่งสายตาพลันปะทะเข้ากับเงาร่างของบุรุษสองคนที่หยุดยืนอยู่ไม่ไกล
พอได้เห็นชัดถนัดตาว่าเป็บุรุษถึงสองคนจริงๆฝูเป่าถึงกับตะลึงงันไป เมฆหมอกที่บดบังสติปัญญาอยู่นานพลันสลายไปจนหมดเวลานี้คล้ายเข้าใจอย่างแจ่มชัดแล้วว่าที่แท้เสียงลมหายใจที่ััได้มิใช่ของผู้ใดทั้งนั้นกลับเป็วิชาอำพลางตัวตนแขนงหนึ่ง!
ฝูเป่าขมวดคิ้วมุ่นเมื่อตระหนักได้สิ่งหนึ่ง
ที่แท้พวกมันรู้?
พวกมันถึงกลับล่วงรู้ว่าเขามีประสาทััที่ละเอียดอ่อนยิ่งจึงได้ใช้วิธีนี้ปิดบังตัวตนด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกลมหายใจจอมปลอมนี้ชักนำจนยึดติด จนคลาดกับััของกว่างต้าถงและผู้ลอบติดตามอีกสองคนไป!
แต่ทว่าฝูเป่ายังไม่ทันได้เห็นชัดถนัดตาว่าบุรุษทั้งสองหน้าตาเป็เช่นไรจู่ๆดาบยาวสีนิลเล่มนึงพลันพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับดาวตกฝูเป่าเพิ่งจะได้เห็นรูปร่างของดาบก็ตอนที่มันเข้ามาจ่อประชิดตรงหางตาแต่ถึงแม้จะมองเห็นแล้วกลับไม่อาจเร่งขีดจำกัดของร่างกายให้หลบได้ทันกาลฝูเป่ากัดฟันมองประกายความเย็นะเืของดาบยาวที่สะกิดโดนที่ใบหน้าชั่วพริบตาที่ฝูเป่าคิดว่าดาบเล่มนั้นกำลังจะพุ่งทะลุศีรษะของเขาไป ร่างของชายหนุ่มพลันถูกกระชากอย่างแรงจากด้านหลังดึงเขาหลบคมดาบสังหารที่อยู่ห่างออกไปเพียงรูเข็มเดียวได้อย่างหวุดหวิด
เสียงดาบยาวสีนิลที่แฉลบผ่านหน้าไปดังเสียดแทงอยู่ในหูของฝูเป่าที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้ฝูเป่ากระพริบตาปริบๆอยู่ครู่หนึ่งสติจึงค่อยกลับมา พอสำรวจดูค่อยพบว่าตนยังมีชีวิตอยู่อีกทั้งยังนอนอยู่บนตัวของกว่างต้าถงชายหนุ่มเห็นเป็เช่นนั้นจึงรีบพลิกตัวกลับมา จากนั้นจับอาจารย์อาที่ใบหน้าแดงก่ำจากการเร่งสภาวะร่างกายถึงขีดสุดเพื่อช่วยชีวิตตนขึ้นมาเขย่า
“เห็นหรือยัง? ข้าบอกท่านแล้วว่าอีกฝ่ายเป็ยอดฝีมือ!”
“...”
กว่างต้าถงที่นอนหอบอยู่เห็นฝูเป่ายังไม่จบเื่ยอดฝีมือก็ลอบด่าอีกฝ่ายในใจ พอเห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าศิษย์รุ่นเยาว์ของตนคงโดนวิชามารฟ้าหลอกเข้าให้แล้วหาไม่ด้วยสติปัญญาและความสามารถในการรับรู้ของฝูเป่าไหนเลยจะถูกตบตาจนถึงขั้นวิ่งเข้ามาทำหน้าตกตะลึงใส่เขาใต้ร่มไม้ได้
แต่ช่างน่าเสียดายนักนานๆทีกว่างต้าถงจะพบเื่ที่สามารถซ้ำเติมฝูเป่าได้ แต่ตอนนี้กลับไม่อาจเจียดเวลาไปทำเช่นนั้นเพราะว่าตัวเขาก็เห็นแล้วเช่นกัน ปรมาจารย์กว่างต้าถงจับจ้องไปที่บุรุษทั้งสองที่หยุดยืนอยู่อีกฟากของลานหน้าวิหารด้วยสายตาหนักอึ้ง
ยอดเขาเสียนเพียนในค่ำคืนนี้ช่างคึกคักนักแม้กระทั่งสองขุนพลทมิฬแห่งนิกายเหนิงหยานก็ยังมา…
หูไฉ่เสวียนกับหูล่าปา
ทั้งสองชื่อนี้ไม่ว่าเอ่ยขึ้นที่ใดล้วนสามารถคาดเดาได้ว่าต้องเกิดเื่ใหญ่ขึ้นในใต้หล้าปรมาจารย์กว่างต้าถงพลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเขาก็ได้ฟังเื่ราวความน่าสะพรึงกลัวของสองผู้าุโแห่งพรรคมารมาไม่น้อยแต่ทว่าทุกครั้งตนก็เพียงแค่ฟังผ่านๆเท่านั้นไม่เคยใส่ใจ ด้วยนึกไม่ถึงว่าวันนึงจะกลายเป็เื่ใกล้ตัวขึ้นมา…
กว่างต้าถงพอมองสองผู้าุโพรรคมารแล้วก็หันกลับมาเหลือบตามองฝูเป่าที่ยังนั่งทับตนอยู่ในใจคล้ายกับจะหลั่งน้ำตาออกมา เหตุใดเขาจึงไม่เสพสุขอยู่ที่เขาหยงมัวแต่กลับเป็ห่วงมันจนวิ่งมาถึงที่นี่ได้
์เปลี่ยนเป็ลูกชายที่นิสัยเหมือนพ่อมันซักสิบคนแทนได้หรือไม่...
ยุทธภพนี้ช่างมีเื่เหลือเชื่อเกิดขึ้นทุกวันอย่างแท้จริง...