ฉวนลี่ถิงนั่งอยู่ริมเตียงมองหน้าหลานชายซึ่งกำลังหลับปุ๋ยในเสื้อผ้าชุดใหม่อาเฉินได้รับการดูแลอย่างดีด้วยยาและอาหารก่อนจะหลับไป แม้อยู่ในฤดูใบไม้ผลิแต่ก็มีฝนตกเป็บาง่เขาไม่สบายเพราะถูกฝนระหว่างที่นางกำลังหารถม้าหลังจากเรือเทียบท่า พอเข้าเมืองมานางจึงรู้ว่าห่อผ้าถูกล้วง เหลือเพียงถุงเงินติดตัวกับป้ายหยกล้ำค่าของพี่สาว
หลังจากเข้าพักที่โรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง รุ่งเช้าจึงได้พยายามออกเสาะหาเ้าของป้ายหยกนางสอบถามบรรดาร้านซื้อขายของมีค่าว่าพอจะมีใครรู้จักชื่อคนบนหยกหรือไม่กระทั่งเข้าร้านที่สี่ เ้าของร้านได้พานางไปพบเ้าหน้าที่นามเปาฉินการเดาสุ่มแบบพอมีทิศทางนับว่าได้ผลดีอยู่บ้าง
เ้าของป้ายหยกเป็บุคคลสำคัญของเมืองหลวงจริงดังพี่สาวบอกพอเชื่อได้ว่า เบื้องต้นบิดาของอาเฉินมีใจกับพี่สาวของนางจริงเื่ที่นางอยากจะรู้ต่อไปเมื่อได้พบหน้าเขาก็คือ เหตุใดจึงไม่รักษาสัญญาปล่อยเวลาเนิ่นนานจนกระทั่งพี่สาวของนางได้คลอดลูกและตายจากไปแล้ว
อาเฉินขยับตัวเล็กน้อยฉวนลี่ถิงใช้หลังมือแตะหน้าผากเขา นึกตำหนิตัวเองที่ไม่ระวังจนทำให้หลานป่วยไข้
“ข้ารู้ว่าพี่คอยคุ้มครองพวกข้าอยู่ข้าพาอาเฉินเข้าใกล้ความจริงอีกนิดแล้ว หวังว่าข้าจะได้พบกับผู้ชายคนนั้นในเร็ววัน”นางพูดขึ้นมา ราวกับว่าิญญาพี่สาวกำลังฟังอยู่
ฉวนลี่ถิงกวาดตามองรอบห้องความเงียบของบรรยากาศรอบด้านทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองนั้นเล็กกระจ้อยร่อยยิ่งกว่ามด
หลังจากเขาคนที่นางตบหน้าไปหนึ่งฉาดได้พานางกับอาเฉินขึ้นรถม้าคันหนึ่งกระทั่งมาถึงลานกว้างซึ่งมีพ่อบ้านสูงวัยพร้อมสาวใช้ท่าทางเยือกเย็นยิ่งสองคนยืนรออยู่พวกเขานำทางนางกับอาเฉินมาจนถึงเรือนหลังนี้จนป่านนี้นางก็ไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองอยู่ที่ใดของเมืองถูหยางเพราะเขาที่อยู่บนรถม้าอีกคัน เมื่อสั่งความพ่อบ้านแล้วก็จากไป ไม่กล่าวกระไรอีก
ความโอ่โถงและสิ่งของสูงค่ายิ่งที่ใช้ประดับเรือนเป็เครื่องยืนยันว่าบิดาของหลานชายต้องมีฐานะไม่ธรรมดาเพราะขนาดบ้านเรือนของเขาคนนั้น ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็ญาติยังทำให้นางรู้สึกว่าตนเองอยู่ผิดที่ผิดทาง มิน่าเล่า เปาฉินจึงได้ตกอกใกับนางนักเมื่อนางบอกว่ามาตามหาเ้าของป้ายหยก
ครั้นหวนคิดถึงเหตุการณ์ในห้องหลังจากตบหน้าชายหนุ่มชุดสีฟ้าหมอกนั่นแล้วฉวนลี่ถิงก็ก้มหน้ามองมืออันหยาบกระด้างของตน
“ความวู่วามเกือบทำเสียเื่แล้วไหมเล่า”นางถอนหายใจ
ในตอนนั้นคนถูกตบหันกลับมามองนางด้วยแววตาคาดไม่ถึงทว่าความเยือกเย็นสงบนิ่งของอีกฝ่ายทำเอานางแปลกใจไม่น้อยก่อนเขาจะหันกายเดินออกจากห้องไปคงเพราะเสียงด่าทอและรอยฝ่ามือบนใบหน้าคมคายนั่นกระมังทำให้เปาฉินปรี่เข้ามาหานางในห้อง
‘เ้าจะทำเสียเื่แล้วรู้หรือไม่’ ท่าทางตื่นกลัวระคนอึดอัด คล้ายจะพูดแต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยวาจาของเขาทำให้นางเป็กังวลและนึกสงสัยครามครันว่าเหตุใดเขาจึงแสดงออกถึงความกลัวจนแทบหัวหด
‘คนทอดทิ้งลูกเมียเช่นเขาข้าตบแค่ทีเดียว คงไม่สำนึกได้เร็วนักหรอก’ นางตบเขาเพราะมีเหตุผลเพียงพอ ใช่นึกอยากตบก็ตบ ทำตัวเป็อันธพาลเสียเมื่อไร
‘เ้า...เ้ามันไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ’ เปาฉินกล่าวเสียงหนักแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมร้องสั่งคนหน้าห้องให้คอยดูนางไว้ให้ดีตอนนั้นนางพลันนึกห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับหลานชายขึ้นมาเมื่อริอ่านมีเื่กับผู้มีอิทธิพลที่แม้แต่เ้าหน้าที่ของทางการยังต้องยำเกรง
นางรออยู่กระทั่งใกล้ค่ำหลังจากเ้าหน้าที่มาจุดไฟตะเกียง เขาคนนั้นก็ยังไม่กลับมา แม้ตบหน้าเขาไปนางก็นึกฉุนที่เขายังคงเพิกเฉยไม่แสดงท่าทียินดียินร้ายกับอาเฉินผู้เป็เืเนื้อเชื้อไขของเขา
ด้วยความอดสูใจคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดเท่าที่จะทำเพื่อพี่สาวกับหลานชายได้แล้วจึงคิดจะพาอาเฉินกลับบ้าน ขืนยังดึงดันให้เขายอมรับเกรงอิทธิผลของเขาอาจจะทำให้นางเป็อีกคนที่ทิ้งชีวิตติดตามพี่สาวไปคราวนี้อาเฉินคงได้กำพร้าน้าด้วยอีกคน สู้ให้นางพาอาเฉินกลับบ้านนอกอยู่กันตามมีตามเกิดยังดีกว่า
ในเมื่อป้ายหยกอยู่ในมือเขาแล้วนางก็ไม่มีสิ่งใดใช้เป็หลักฐานยืนยันฐานะหลานชายอีก
ทว่าเมื่อเปาฉินเข้ามาเห็นนางเก็บข้าวของพร้อมทั้งอุ้มอาเฉินไว้แนบบ่าก็เข้ามาห้ามปราม
‘ห้ามเ้าไปไหนทั้งนั้น’
‘ในเมื่อบิดาไม่สนใจลูกข้าคงไม่หน้าด้านทนอยู่ต่อหรอกนะ’
‘นี่ไม่รู้หรืออย่างไรว่าทุกอย่างต้องเป็ไปตามขั้นตอน’ น้ำเสียงที่ใช้ดุนางบ่งบอกความไม่พอใจอยู่มาก
และก่อนนางจะทันได้โต้เขาไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวชายหนุ่มผู้เคยลิ้มรสฝ่ามือของนางก็เดินเข้ามาในห้อง
‘ในเมื่ออุตส่าห์ดั้นด้นมาก็ควรให้บิดาเห็นหน้าบุตรก่อน’
ชั่วยามก่อนเขาก็เห็นอาเฉินแล้วนี่ หรือว่า...
‘อย่าบอกนะว่าท่านกำลังปฏิเสธว่าไม่ใช่บิดาของอาเฉิน’
‘ตามนั้น’
‘ท่านโกหกข้าหลอกให้ข้ารอรึ’
‘เ้าก็ทำตัวน่าสงสัยเหมือนกันนี่ข้าก็นึกว่าเ้าเป็มารดาของเด็กคนนี้ แต่เหตุไฉนจำบิดาของลูกตนไม่ได้’
เห็นท่าเ้าโกหกข้าข้าโกหกเ้าจะพานพาให้เสียเื่ เปาฉินจึงกล่าวแทรกขึ้นแววตาอ่อนอกอ่อนใจส่งมาตำหนินางตรงๆ
‘เ้าไม่เชื่อคำข้าก็ขอให้เชื่อคำของนายท่านผู้นี้เถิด’
นั่นทำให้นางเกิดความละอายขึ้นบัดดลและดูเหมือนเปาฉินก็รอซ้ำเติมนางอยู่แล้ว เขาส่ายหน้าเล็กน้อย
‘ก็บอกแล้วให้ใจเย็นก่อนนี่กระไร’
ชายหนุ่มผู้มีฐานะสูงส่งโบกมือให้เปาฉินหยุดพูดเ้าหน้าที่กองเมืองคนนั้นจึงโค้งตัวแล้วเดินหลบฉากออกจากห้องไป
‘หากเด็กที่เ้าอุ้มคือเืเนื้อเชื้อไขของพี่ชายข้าจริงข้าก็มีฐานะเป็ท่านอาของเขา’
คำพูดเขาทำเอาตะกอนความโกรธซึ่งสะสมมานานขุ่นขึ้นมาอีกเพียงเพราะรักคำเดียว พี่เจวียนเอ๋อร์จึงหลงคารมของชายคนรักจนนำพาชีวิตตนให้พบความขมขื่นกระทั่งตายตาไม่หลับนางไม่ควรโดนใครหลู่เกียรติเช่นนี้
‘ท่านได้ป้ายหยกแทนตัวไปแล้วนี่บิดาของหลานชายข้าชื่อเจิ้งเจี๋ยแน่นอน’
ดวงตาคมปลาบตวัดมองนางอย่างปรามๆทำให้นางชะงักอีกครั้ง รู้ตัวว่าขึ้นเสียงเสียมารยาทออกไปด้วยอารมณ์
‘ถ้าอยากให้พ่อลูกพบกันก็ควรตามข้ากลับไป’
‘ไปที่ใด’ นางถาม แต่เขาไม่ตอบ กลับก้าวเดินนำนางจึงทำได้แค่กระชับอ้อมแขนอุ้มอาเฉินแล้วรีบสาวเท้าตาม
ข้างนอกมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่เขาสั่งให้นางอุ้มอาเฉินขึ้นไปนั่งบนนั้นก่อนรถม้าจะเคลื่อนออกจากลานด้านหลังของกองเมืองประตูัทะยานสมุทร
ความมืดโรยตัวปกคลุมถูหยางช้าๆแม้นางเปิดม่านเพ่งตาดูรอบรายทางที่รถม้าเคลื่อนตัวผ่านแต่ที่สุดแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองกับหลานถูกพาไปแห่งหนใด กระทั่งยามนี้มีนางอยู่กับหลานชายตามลำพังในเรือนรับรองเข้าใจว่าเรือนหลังนี้คงเป็ส่วนหนึ่งของคฤหาสน์เขาเป็แน่
อีกด้านหนึ่งของตำหนักเหมันพิศุทธิ์ภายในห้องทรงพระอักษร เซวียเสวี่ยจิ้งกำลังคิดถึงดวงตากร้าวของฉวนลี่ถิงในคราแรกที่ทรงสบตากับนางและคิดไปว่านางคือดอกไม้ป่าของพระเชษฐาหัตถ์หนาจับยังสันปรางที่ถูกนางฝากรอยมือไว้
นางช่างกล้า!
มีใครกล้าแตะต้องร่างกายพระองค์อย่างอุกอาจเช่นนั้นบ้าง!
ทว่าก็กริ้วนางไม่ลงผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ที่นางหุนหันพลันแล่นไปบ้างก็เพราะโกรธเคืองในโชคชะตาที่พี่สาวได้รับ จนไม่ทันไตร่ตรองให้ดีว่าพระองค์หาได้เป็สามีของพี่สาว
ในคราแรกที่ทรงรับฟังเื่ราวั้แ่ต้นจากปากเปาฉินพระองค์จะทำไม่สนใจไยดีก็ได้ แต่เมื่อมีป้ายหยกยืนยันฐานะป้ายหยกซึ่งท่านตาได้สั่งทำเพื่อมอบแก่พระองค์กับเชษฐาคนละชิ้นเมื่อมีโอกาสได้พินิจพิเคราะห์ดวงหน้าเล็กกระจ้อยของเด็กน้อยจึงพบเค้าโครงหลายส่วนคล้ายจักรพรรดิเสียเจิ้ง
เนื่องด้วยไม่อาจปักพระทัยเชื่อได้ในทันทีระยะเวลาที่ทิ้งนางให้รอจึงทรงพอมีเวลาไปสืบสาวราวเื่จากคนสนิทข้างกายองค์จักรพรรดิ ย้อนไปราวสองปีก่อนจึงได้รู้ว่าทรงเคยไปที่เมืองซานเทียนดังคำฉวนลี่ถิงกล่าว
การพบตัวองค์ชายนอกราชสำนักทำให้ต้องสั่งกำชับห้ามเปาฉินกระโตกกระตากและที่ทรงพาหญิงสาวกับหลานชายมาพำนักยังเรือนรับรองของตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์ก็ยังเป็ความลับ
ฉวนลี่ถิงไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ใดนางกำนัลที่เจิ้งกงกงส่งไปคอยดูแลล้วนอยู่ในระเบียบวินัยเคร่งครัดอย่างน้อยสักหลายวันนี้จะทรงหาโอกาสเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิหากอาเฉินคือองค์ชายน้อยที่ถูกหลงลืมเพราะความมากรักมากน้ำใจของพระเชษฐาการต่อไปก็สุดแล้วแต่เ้าตัวจะทรงจัดการ