บทที่ 51 ปีศาจสาวสวีเสวี่ยเจียว
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน เป็นสวีเสวี่ยเจียวที่ออกมาปรากฏตัว
วันนี้หญิงสาวสวมรองเท้าบูตยาว โค้ตยาว และใส่แว่นตากันแดด
ด้วยภาพลักษณ์เช่นนั้นทำให้เธอดูน่ายำเกรงขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าหญิงสาวมีความสูงเพียงร้อยหกสิบกว่า ๆ ทว่าด้วยรูปร่างที่งดงามได้สัดส่วนและแต่งตัวแบบนี้ มันทำให้เธอดูสูงราว ๆ ร้อยเจ็ดสิบ
การแต่งหน้าของสวีเสวี่ยเจียวทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่และสวยขึ้นไม่น้อย หญิงสาวเดินเข้าไปพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด
ลู่เฉิงเหวินมองไปที่อีกฝ่าย “เธอมายุ่งอะไรด้วย?”
“เห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยสิคะ”
เมื่อหลงอ้าวเทียนเห็นหน้าสวีเสวี่ยเจียว เขาก็ยกมือขึ้นทักทาย “คุณเสวี่ยเจียว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
หญิงสาวปิดจมูก “โอ๊ย! กลิ่นบ้าอะไรบนตัวคุณเนี่ย ไปตกบ่อขี้มารึไง?”
หลงอ้าวเทียนคิดในใจ ฉันต้องไปหาห้องน้ำอาบน้ำสักหน่อยแล้ว แบบนี้คงไม่ไหวจริง ๆ
วันนี้ฉันคิดจะแต่งตัวธรรมดาก็จริง แต่มีกลิ่นเหม็นติดตัวแบบนี้เสียราคาหมด!
เจี่ยงซือหานพูด “ประธานสวีคะ ประธานลู่จะไล่ดิฉันออกค่ะ!”
“วางใจเถอะ เขาไม่กล้าหรอก”
ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ “มีอะไรที่ฉันไม่กล้า? สิ่งที่ฉันลู่เฉิงเหวินทำ ไม่เคยมีใครเข้ามาขัดขวางได้ และไม่เคยต้องถามความเห็นจากใคร!”
“เหรอ? งั้นสิ?”
ชายหนุ่มคิดในใจ
‘สวีเสวี่ยเจียวคนนี้เล่นด้วยยาก ดังนั้นต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ตอนนี้หลงอ้าวเทียนก็อยู่ด้วย ยังไงก็จะผิดใจกับเขาไม่ได้! หลงอ้าวเทียนเก่งด้านการต่อสู้ และยังเก็บแรงที่จะใช้อัดฉันไว้เต็มที่ จะหาเรื่องไอ้หมอนี่ไม่ได้เด็ดขาด!’
สวีเสวี่ยเจียวหรี่ตาลง
ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้ หลงอ้าวเทียนคนนี้เป็นคนเก่งและมีฝีมือ อีกทั้งเคยมีความแค้นกับลู่เฉิงเหวิน อ๋อ... เข้าใจแล้ว
ลู่เฉิงเหวินเห็นว่าหญิงสาวมีเจตนาไม่ดี จึงลอบคิดในใจอีกครั้ง
‘ยัยคนนี้ทำหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง? คิดจะเล่นงานฉันให้อยู่หมัดงั้นเหรอ? ยัยเด็กน้อยเอ๊ย! ไปเล่นกับพี่ชายของเธอเถอะ เรื่องแบบนี้มันอ่อนหัดเกินไป!’
หญิงสาวหัวเราะอย่างเย็นชา
ไม่ผิด พี่เฉิงเหวิน ไพ่ใบสุดท้ายของพี่ น้องเสวี่ยเจียวคนนี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว การที่ฉันจะเล่นงานพี่ให้อยู่หมัดมันไม่ใช่เรื่องยากเลย!
กลัวหลงอ้าวเทียนนักใช่ไหม? แต่จะพูดไป หลงอ้าวเทียนคนนี้ดูท่าทางเป็นคนใจเด็ดมาก ขนาดที่ว่าเรื่องใหญ่ขนาดไหนก็ไม่กลัว ถ้าเป็นคนเก่งและมีฝีมือจริง ๆ ไม่แน่อาจจะเป็นดาวหายนะของพี่เฉิงเหวินก็ได้
เมื่อลู่เฉิงเหวินเห็นรอยยิ้มเย็นชาของสวีเสวี่ยเจียวก็แอบให้กำลังใจตัวเอง
‘ยัยบ้านี่มั่นใจในตัวเองถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าฉันจะไล่เจี่ยงซือหานออกเธอจะทำอะไรฉันได้ฮะ? ยังไงหลงอ้าวเทียนก็ต้องได้ตัวสามสาวจากตระกูลเหลิ่ง ตระกูลสวี และตระกูลเฉิน ฉันไม่มีทางไปแย่งด้วยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ...ฉันได้ตายโดยไร้แผ่นดินกลบฝังหน้าแน่!’
‘เจี่ยงซือหานก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ต้องเข้าไปอยู่ในฮาเร็มของหลงอ้าวเทียนเหมือนกัน แม้จะไม่ได้มีบทบาทมากนักและไม่ถึงกับเป็นนางเอกใหญ่ แต่ในเมื่อหลงอ้าวเทียนหมายตาไว้แล้ว ฉันจะไปแตะต้องไม่ได้เป็นอันขาด!’
‘ทำตามนี้ก่อนแล้วกัน พวกสวีเสวี่ยเจียวค่อยตามไปจัดการทีหลัง ตอนนี้ฉันต้องจัดการกับเจี่ยงซือหานก่อน!’
คนอื่น ๆ มองไม่ออกและเข้าใจแค่ว่าลู่เฉิงเหวินกำลังท้าทายสวีเสวี่ยเจียวอยู่
ทว่าความเป็นจริงแล้ว ในใจของสองคนนี้ต่างก็คิดกันไปคนละอย่าง และกำลังวางแผนแก้สถานการณ์ในใจไปหลายกระบวนท่าแล้ว
ชายหนุ่มพูด “เอาเป็นว่าผมจะทำตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ผมจะจ่ายเงินชดเชยของคุณไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฮ่า ๆ ฉันไล่เธอออกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเหตุผล ไม่มีใครสามารถทำอะไรฉันได้!”
“เหรอ? งั้นสินะ?” สวีเสวี่ยเจียวถามด้วยความลำพองใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเหรอ?” ลู่เฉิงเหวินถามอย่างไร้กังวล
หญิงสาวหัวเราะขึ้นมา “ประธานลู่ ขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวหน่อยสิคะ”
ลู่เฉิงเหวินหันมาบอกหลงอ้าวเทียน “พี่อ้าวเทียน รอผมสักครู่นะครับ ผมรับรองว่าวันนี้คุณจะได้พาตัวซือหานไปแน่”
หลงอ้าวเทียนทำหน้าไม่ถูก
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย นายก็ยอมฉันซะแล้วเหรอ?
บารมีของฉัน... มันยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันไม่ต้องทำอะไรตัวร้าย เพียงแค่กลิ่นเหม็นบนตัวเขาก็ยอมสยบแล้ว?
สวีเสวี่ยเจียวเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง “พี่จะไล่เจี่ยงซือหานออกไม่ได้”
“เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ต้องพูดกันอีก” ลู่เฉิงเหวินจัดเสื้อผ้าของตัวเองพลางพูดอย่างไม่แยแส “ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน”
“ถ้าพี่เฉิงเหวินจะไล่เธอออก ก็ได้! งั้นฉันคงต้องบอกให้หลงอ้าวเทียนรู้เรื่องที่พี่ทำกับฉัน”
ลู่เฉิงเหวินเงยหน้าขึ้นทันที “ฉันไปทำอะไรเธอฮะ?”
“ก็ต้องดูว่าฉันจะพูดยังไง!”
เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี
‘เธอรู้ได้ยังไงว่าจุดอ่อนของฉันคือหลงอ้าวเทียน!?’
‘ยัยบ้านี่เป็นคนที่สวรรค์ส่งมาขัดขวางฉันงั้นเหรอ?’
สวีเสวี่ยเจียวพูด “ฉันก็จะบอกว่าพี่ลูบตัวฉัน จูบฉัน ลวนลามฉัน วางยาฉัน จากนั้นก็ทำลายความบริสุทธิ์ของฉัน อืม... และยังทำลายหลายครั้งด้วย ฉันจะบอกด้วยว่าพี่ตบตีฉัน ด่าฉัน ข่มขู่ฉัน ให้ฉันใส่แต่ถุงน่องพร้อมเต้นรูดเสาให้พี่ดู และยังจะบอกอีกว่า...”
“พอแล้ว พอได้แล้ว หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลย!”
‘ต้องพูดเยอะแยะขนาดนั้นเลยเหรอ? แค่พูดออกมาข้อเดียวฉันก็โดนหลงอ้าวเทียนตัดสินประหารชีวิตแล้ว!’
‘ส่วนข้ออื่น ๆ ที่เหลือ ฉันคงตายแบบไร้กระดูก!’
ทว่าลู่เฉิงเหวินก็ยังคงแสดงสีหน้าเฉยเมย “เธอคิดว่าเขาจะเชื่องั้นเหรอ?”
สวีเสวี่ยเจียวยิ้มอย่างสบายใจพลางดึงอีกฝ่ายมาใกล้ “พี่ก็ดูหลงอ้าวเทียนสิ”
“ฮะ?”
“เขาเหมือนคนจิตใจกว้างขวางงั้นเหรอ? พี่คิดว่า... เขาจะไม่เชื่อรึไง?”
ลู่เฉิงเหวินส่ายหน้าไปมาช้า ๆ พลางมองหน้าสวีเสวี่ยเจียว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ใช่สิ
พูดได้ว่า
พระเอกในนิยายออนไลน์ มีคนไหนบ้างที่มีจิตใจกว้างขวาง?
แต่ละคนล้วนเป็นพวกใจแคบกันทั้งนั้น!
เวลาที่ต้องการจะเอาชนะใจใคร พวกเขาก็จะแสดงความใจกว้างออกมา กว้างยิ่งกว่าเรือบรรทุกเครื่องบินซะอีก!
แต่เมื่อรู้ว่าตัวร้ายพานางเอกของตัวเองหนีไป หัวใจของพวกเขาก็จะแคบลงทันที
จิตใจกว้างขวางอะไรกัน?
มีเหตุผลอะไรกัน?
ฆ่าตัวร้ายไม่ตายก็เท่ากับเป็นเต่าหดหัวน่ะสิไม่ว่า! แตะต้องนางเอกของเขามีหรือที่จะไม่ตาย?
เชื่อหรือไม่เชื่อไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เมื่อได้เป็นพระเอก พวกเขาก็ต้องเชื่อฟังคำพูดของนางเอก มีด้วยเหรอที่จะฟังคำพูดของตัวร้าย?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาจำเป็นต้องเชื่อตัวร้ายด้วยเหรอ? จำเป็นด้วยรึไง?
ไม่จำเป็นเลย!
สิ่งที่เขาต้องการคือเหตุผล! เหตุผลที่จะอัดฉันให้ตายคาที่ต่างหาก!
สาเหตุที่เขาต้องแสดงท่าทีอ่อนแอต่อหน้าหลงอ้าวเทียน นั่นก็เพราะไม่ให้หลงอ้าวเทียนหาเหตุมาลงมือฆ่าตนเองได้
ในตอนนี้ถ้าสวีเสวี่ยเจียวไปฟ้องหลงอ้าวเทียน ความพยายามทั้งหมดของเขาก็จะไร้ค่า!
หลงอ้าวเทียนจะคร่าชีวิตเขาโดยไม่ต้องใช้สมองคิด ไม่แยกแยะผิดถูก ถ้าทำแบบนั้นบทก็จะไหลลื่น...