และแล้ววันที่ทุกคนยกเว้นเหมราชและเมลิสสารอคอยก็มาถึง เมลิสสาไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง เธอเคยอ่านเื่ที่พระเอกกับนางเอกแต่งงานกันเพราะใช้หนี้ให้พ่อกับแม่แค่ในหนังสือนิยายเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะเกิดขึ้นกับเธอ ไม่ใช่แค่เพียงต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเท่านั้นแต่ยังเป็คนที่เธอไม่ได้รักอีกด้วย แถมเขาคนนั้นยังเป็มือสังหารอีกต่างหาก ยิ่งคิดเมลิสสายิ่งตลกกับโชคชะตาของตัวเอง เธอได้แต่ภาวนาว่าหลังจากนี้ขอให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
เมลิสสาในชุดเ้าสาวเดินคล้องแขนมากับโรฮานผู้เป็พ่อจนถึงประตูโบสถ์ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดราวกับว่าหากเดินเข้าไปข้างในแล้วจะไม่มีโอกาสได้หายใจอีกอย่างไรอย่างนั้น เมลิสสาภาวนาให้เ้าบ่าวของเธอมาร่วมพิธี...เพราะรู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้เต็มใจจะแต่งงานกับเธอนัก หญิงสาวเดาได้ไม่ยากเพราะคงไม่มีทางที่มือสังหารจะมีหัวใจรักใครเป็ สองขาเรียวยาวก้าวตามโรฮานเข้าไปในโบสถ์อย่างมั่นคง แขกทุกคนในงานลุกยืนขึ้น สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เธออย่างอยากรู้อยากเห็น
ท่ามกลางแขกผู้มาร่วมงานเมลิสสาเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดสูทสากลยืนรออยู่บนแท่นพิธี โชคดีของเธอที่เขายังให้เกียรติมาร่วมพิธีไม่อย่างนั้นเมลิสสาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน โรฮานเดินมาส่งเมลิสสาให้กับเหมราช ชายหนุ่มผายมือออกไปรับมือเรียวเล็กของอีกฝ่าย เมลิสสาแปลกใจไม่คิดว่าเขาจะทำเช่นนี้ เธอวางมือลงบนมือหนาอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุที่กำลังมองมาด้วยซ้ำ...
บาทหลวงผู้ทำพิธีเริ่มอ่านคัมภีร์คู่ชีวิตและทั้งสองคนก็ได้กล่าวคำปฏิญาณและสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ทั้งยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย และจะรักยกย่องให้เกียรติไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จากนั้นเหมราชก็สวมแหวนแต่งงานให้เมลิสสา เขาไม่รู้ว่าขนาดของมันจะพอดีกับนิ้วของเธอหรือไม่เพราะอาศัยวัดจากแหวนวงเดิมของแม่ แต่คิดว่าขนาดคงไม่ต่างกันเท่าไรเพราะแม่ของเขาก็เป็ผู้หญิงตัวเล็ก
แหวนแต่งงานที่เขาเลือกเป็แหวนกลมเกลี้ยงธรรมดาๆเท่านั้น ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย ชายหนุ่มยกมือเรียวขึ้นมาก่อนจะบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ โชคดีที่แหวนพอดีกับนิ้วของเธอราวกับรู้ขนาดมาก่อน จากนั้นเมลิสสาก็เป็ฝ่ายสวมแหวนให้เขาบ้าง หญิงสาวไม่กล้าสบตาเขาจึงทำได้แค่มองไปที่นิ้วมือหยาบกร้านของเขาเท่านั้นจนกระทั่งเสียงแหบห้าวดังขึ้น...
“มองหน้าผม”
เหมราชสังเกตคนตัวเล็กมาสักพักแล้ว เขาคิดว่าคนตรงหน้าคงกลัว เธอคงรู้เื่ราวของเขามาพอสมควร แต่เื่นั้นก็ไม่สำคัญพอจะให้เขาสนใจหรอก วันนี้เป็วันสำคัญอย่างน้อยเธอก็ควรเห็นว่า’สามี’ของเธอหน้าตาเป็อย่างไร ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่สนใจเขาแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
เมลิสสารู้สึกถึงรังสีอำมหิตและกลิ่นคาวเืที่ตามเขามา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุอย่างกล้าๆกลัวๆ ใบหน้านิ่ง เรียบเฉย ขัดกับั์ตาสีฟ้างดงามนั่น บ่งบอกถึงความดิบเถื่อน สุขุมนุ่มลึกของเ้าของเป็อย่างดี แต่วูบหนึ่ง...แค่วูบเดียวเท่านั้นที่เมลิสสาเผลอชำเลืองมองเขาหญิงสาวมั่นใจว่าเธอแอบเห็นแววตาโศกเศร้าของเขา แต่ก็แค่ระยะสั้นๆเท่านั้นก่อนที่มันจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม
พิธีในโบสถ์เสร็จเป็ที่เรียบร้อย เหมราชพาเมลิสสากลับมาที่คฤหาสน์ของเขา เธอนั่งอยู่ข้างเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาสักคำเดียว ไม่แม้กระทั่งจะหันมามองหน้าเขาด้วยซ้ำ
“ถึงแล้ว” เสียงแหบห้าวเอ่ยบอกคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเหม่อมาตลอดทาง
“คะ...ค่ะ” เมลิสสาปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวก่อนจะลงรถและรีบเดินตามคนตัวสูงเข้าบ้านไป
“ของของคุณเดี๋ยวผมให้คนไอเอามาให้”
“ไม่เป็ไรค่ะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกลับไปเอาเอง” เมลิสสาปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
“ตามมา” เหมราชไม่ได้พูดอะไรอีกนั่นก็หมายความว่าเขา’อนุญาต’ ให้เธอไปได้ ชายหนุ่มบอกให้เธอเดินตามเขาขึ้นมาที่ชั้นสองของบ้าน เมลิสสาตะลึงในความใหญ่โตโอฬารของมัน จากที่เห็นเธอคิดว่าบ้านหลังนี้น่าจะอยู่ได้ราวๆยี่สิบคนได้กระมัง
“นี่ห้องนอน” เหมราชพูดพลางเปิดประตูแล้วผายมือเป็การบอกว่าให้เธอเข้าไปด้านใน เมลิสสาลังเลเธอไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปดีหรือไม่เพราะสายตาเขาที่มองมามันทำให้เธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างไรบอกไม่ถูก
“กลัวผมขนาดนั้นเลยหรือไง”