เอริคเดินออกจากบ้านหลังเล็กของหญิงสาวจิตใจเขาสับสน หวั่นไหวไปกับดวงหน้าที่เห็นเมื่อครู่ แววตาอยากรู้และไม่กลัวใครคู่นั้นเหมือนจะเชิญชวนให้เขาเข้าไปค้นหา
เขาเดินผ่านบ้านหลังเล็กแบบคล้ายกันหลายหลังปลูกห่างกันเป็่ ๆ เหมือนรีสอร์ตที่มีอยู่ตามชานเมือง
ส่วนบ้านที่น้ำใสอยู่เป็บ้านว่างไม่มีใครอยู่ เด็กอ้อชอบไปนอนเล่นบอกว่าชอบบ้านหลังนั้น แล้วขอให้บ้านนั้นเป็บ้านของตัวเอง
เอริคเดินไปเรื่อยๆ มองวิวมองฟ้ารอบตัว บางครั้งเขาก็อยากเป็อิสระจากทุกเื่อยากที่จะมีเวลาพักสมองและจิตใจ
ริมชายหาดตรงที่มีมะพร้าวขึ้นเรียงรายมีโรงเรือนหลังคาสูงโล่งไม่มีข้างฝาตั้งอยู่ ถัดมาไม่ห่างกันนัก มีบ้านไม้ชั้นเดียวเล็กกว่าโรงเรือนแต่ใหญ่กว่าบ้านหลังอื่น ที่นี่เป็ที่ทำงานซึ่งเอริคและทุกคนในเกาะเรียกว่า “บ้านกลาง”
ที่บ้านกลางมีทุกอย่างที่ควรจะมีมีโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ หนังสือ ตู้ยา
ผู้คนมากมายที่ดอกเตอร์เกื้อเลี้ยงดูทักทายโค้งคำนับและยิ้มให้เอริคตลอดทางที่เขาเดินผ่านทุกคนใส่เสื้อผ้าแบบเรียบ ๆ เนื้อผ้าคล้ายผ้าดิบหรือผ้าฝ้ายแต่นิ่มไม่มีลวดลายสีสัน คอกลมเหมือนกันหมดจะต่างก็ตรงผู้ชายเป็กางเกงส่วนผู้หญิงเป็กระโปรงเท่านั้น
เอริคเดินลัดเลาะไปได้สักพักก็ถึงแนวป่าโปร่งเป็ทางแยกซ้ายขวาด้านซ้ายเป็ทางเดินเล็ก ข้างทางปลูกดอกไม้สีสวยไว้ตลอดทางด้านขวาเป็ทางเดินเหมือนกัน แต่ไม่มีดอกไม้ กลับมีรั้วไม้กั้นและป้ายไม้ปักไว้บอกเขตหวงห้าม
เอริคไม่ได้เดินไปทางเขตหวงห้ามเขาเดินเลี้ยวไปอีกทาง ไม่นานนักก็ถึงเรือนไทย ที่ซึ่งเป็บ้านของเขา เอริคเดินขึ้นไปบนบ้าน เดินเลาะตามระเบียงไปด้านข้างของห้องทำงานและห้องนอนซึ่งอยู่่หลังของบ้าน ระเบียงด้านหลังนี้เขาจัดไว้สำหรับเวลาที่้าผ่อนคลายความเครียดหรือเวลาที่รู้สึกเหนื่อยกับงานที่เขาไม่เคยเต็มใจทำ
ระเบียงบ้านด้านหลังนี้มีโต๊ะกลมตัวเล็กหนึ่งตัว ตรงกลางโต๊ะคือกระถางต้นไม้ต้นเล็กข้างโต๊ะกลมมีเก้าอี้โยกตัวยาวอยู่ เอริคเดินตรงไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้โยก
ลมเย็นพัดพาความสดชื่นมาให้เขาได้ััทำให้ความสับสนในจิตใจสงบลง
เขาอยากพักสมองไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากคิดถึงดอกเตอร์เกื้อ ไม่อยากคิดถึงแม่ และไม่อยากคิดถึง ‘ชิดชนก’
“ชิดชนก” เอริคพูดชื่อนี้ในลำคอตัวเองแ่เบาเขาไม่เคยนึกถึงชื่อของผู้หญิงคนนี้มานานมากแล้ว แต่เมื่อมาเจอน้ำใส ความรู้สึกที่บังเอิญเกิดขึ้นเหมือนครั้งนั้นมันทำให้ชื่อชิดชนกแวบเข้ามาในหัว
เอริคค่อยๆ หลับตาลง หายใจเข้าออกช้าเนิบ เขาอยากพักผ่อนแต่ใบหน้าของสาวน้อยที่ชื่อน้ำใสกลับลอยเด่นขึ้นเต็มไปหมดบดบังใบหน้าทุกคนที่เขาเคยคิดถึง
เอริคลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
ทำไมเป็แบบนี้เขาไม่อยากเป็แบบนี้ เขาไม่อยากรู้สึกกับใครแบบที่เคยรู้สึกกับชิดชนกเขาไม่อยากสูญเสียใครเหมือนตอนที่เขาสูญเสียชิดชนกอีกแล้ว
ต้องไม่คิดถึง อย่าไปคิดถึงน้ำใส อย่าไปคิดถึงผู้หญิงคนนั้น เอริคหลับตาลงช้า ๆ
น้ำใสน้ำใส ใจเขายังไม่หยุดคิด เอริครู้สึกกังวลใจที่ไม่สามารถบังคับใจตัวเองได้ถึงเธอจะเป็ใครมาจากไหนก็ตาม เธอก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่ ไม่ว่ากรณีใด ๆ
น้ำใสไม่ควรอยู่ที่นี่ไม่ควร เอริคย้ำคำเดิมในใจ เขาสั่งตัวเอง และหวังว่าตัวเองจะตัดใจได้ที่จะไม่คิดถึงน้ำใสแบบเดียวกับที่เคยคิดถึงชิดชนก
+++++++++++++++++++
ชายหนุ่มหน้าตี๋นั่งกุมขมับเครียดกับเอกสารที่เลขานำมาเสนอให้พิจารณาตรงหน้า ธุรกิจส่งออกเป็ธุรกิจของครอบครัวที่บิดาของเขาก่อสร้างขึ้นมาด้วยสมองและสองมือของชาวจีนที่ฐานะพอมีพอกิน แต่ก็มุมานะขยายกิจการจากการเป็คนกลางรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรเพื่อส่งออก มาเป็ผู้รับซื้อรายใหญ่
ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐที่สามารถนำสินค้าทางการเกษตรส่งเป็สินค้าออกต่างประเทศได้
แม้จะยังเรียนไม่จบแต่ประสบการณ์ที่ช่วยงานบิดามาตลอดั้แ่เด็กทำให้เขาสามารถดูแลกิจการบางส่วนแทนบิดาได้
แต่เขาไม่ชอบกิจการประเภทนี้เขาชอบที่จะได้ผจญภัยมากกว่า
ความที่เกิดมาเป็ลูกชายคนโตของครอบครัวทำให้เขาต้องดำเนินชีวิตไปตามทางที่บิดาและครอบครัวกำหนด
ความรักท่วมท้นที่บิดามีต่อเขาและเขารับรู้ได้นำมาซึ่งความอึดอัดใจ ที่เขาไม่อาจปฏิเสธหรือทัดทานขัดแย้งเป็คำพูดอันจะนำมาสู่ความะเืใจและเกิดความร้าวฉานในครอบครัว
ชื่อของเขาภคกร ซึ่งตั้งโดยบิดาโดยดูตามตำราจากวันเกิดของเขาคือ เขาเกิดวันจันทร์ คนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามมีสระในชื่อเด็ดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา ล้วนแล้วแต่ถูกเลือกสรรอย่างดีโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและความพึงใจของบิดาเป็หลัก
ความรักของบิดาที่ไม่เคยรับรู้หรืออาจจะรับรู้แต่ไม่ยอมรับว่าลูกชายไม่มีความสุขกับชีวิตที่ไม่อาจเลือกเองได้
ถึงกระนั้นนั่นก็คือความรัก
เขาไม่ควรเลี่ยงในการที่จะได้รับความรัก แม้จะนำมาซึ่งความลำบากใจ
เขาคงจะต้องอดทนฝืนใจตัวเองเพื่อไม่ให้บิดาและครอบครัวต้องผิดหวังกับลูกชายคนโตของครอบครัวอย่างเขา
เครียดเื่งานนะพอทนแต่พอรู้ข่าวทางโทรศัพท์ว่าเพื่อนสาวหายไปพร้อมกันทั้งสองคนนี่ซิที่ทำให้เขาเครียดหนักเมื่อทางบ้านของน้ำใสบอกกว่าหญิงสาวขาดการติดต่อเงียบหายไป
อีกทั้งแม่ของสุดาทิพย์ก็มาหาเขาขอร้องให้ช่วยตามหาสุดาทิพย์เพราะทางบ้านไม่มีกำลังเงินมากพอที่จะออกตามหา ทั้งที่ก็ได้แจ้งความกับตำรวจไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
น้ำใสหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับเธอ แล้วยังหายไปพร้อมกับสุดาทิพย์อีกสองคนนั้นอยู่ด้วยกันหรือเปล่านะ
จะอยู่ที่ไหนก็ตามขอให้ทั้งคู่ปลอดภัย ขอแค่นี้เท่านั้น
ภคกรพยายามไม่คิดอะไรในแง่ร้าย
เขาเองแอบหลงรักน้ำใสั้แ่แรกที่ได้รู้จักไม่ใช่รักเพราะรูปร่างหน้าตาและฐานะที่ร่ำรวย แต่รักที่น้ำใสเป็น้ำใส รักที่น้ำใสเป็คนจริงจังและจริงใจให้กับทุกคนและทุกเื่
เขาเองรู้ว่าน้ำใสก็รู้ว่าเขารู้สึกเช่นไรกับเธอ แต่น้ำใสฉลาด น้ำใสไม่เคยให้ความหวังเขาพอ ๆกับที่ไม่เคยตัดทอนความสัมพันธ์ ทุกอย่างเป็ไปแบบเพื่อน
แม้จะรู้ว่าน้ำใสให้ได้แค่ความเป็เพื่อนความรู้สึกที่เขามีให้น้ำใสก็ไม่เปลี่ยนแปลงเขาเป็ลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับความจริง
สักวันเขาคงเจอคนที่ใช่สำหรับเขาแต่ถึงจะมีวันนั้น น้ำใสก็จะยังคงเป็น้ำใสสำหรับเขาเสมอและตลอดไป
นี่ไม่ใช่คำสัญญาแต่เป็ความจริงจากใจของผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีให้กับผู้หญิงที่เขารักความรักที่ไม่้าสิ่งตอบแทน
เมื่อความคิดพลุ่งพล่าน ภคกรจึงคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่ที่พนักเก้าอี้ก้าวเดินออกจากห้องทำงานไป
++++++++++++++++++++++++