ภายในห้องที่รกระเหิกไปด้วยกองกระดาษ ใบเสร็จ และชิ้นส่วนเครื่องจักรเก่าๆ ที่รื้อแตกกระจาย คานาตะ ฮิมารุ ลืมตาตื่นขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอิดโรย หลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนานที่เขาแว่วได้ยินเสียงลึกลับในหัวก่อนนอน... เสียงที่พึมพำเกี่ยวกับ ความโลภของมนุษย์ และ การแทรกแซง ซึ่งเขาคิดว่ามันเป็เพียงแค่ความฝันจากความเหนื่อยล้าเท่านั้น
เสียงนาฬิกาปลุกดังก้องจนน่าโมโห เขายื่นมือกดปิดเสียง แล้วลุกขึ้นนั่งมองเพดานห้องเป็เวลานานก่อนจะพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกเดียวกับเมื่อวาน
“...ถ้าปล่อยให้ชีวิตแบบนี้ต่อไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตายไปทั้งเป็”
เขาลุกขึ้นทำธุระเช้าวันใหมอย่างงัวเงีย ก่อนเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ ข่าวรายงานสถานการณ์การต่อสู้กับ Kairyu ล่าสุดยังคงดำเนินไปไม่หยุดหย่อน ภาพของอสุรกายั์ขนาดเกิน 50 เมตรและรายงานความเสียหายบนพื้นโลกถูกฉายซ้ำๆ พร้อมกับบทวิเคราะห์เื่ แผนการฟื้นฟูโลกเบื้องบน ของฝั่งรัฐบาลที่ชาวเมืองโจษจันกัน
หลังจากจัดตัวเสร็จ เขาหยิบใบสมัครในโครงการ D.E.P. ที่พิมพ์ไว้เมื่อคืนมากำในมือ แล้วเดินออกจากห้องพักสุดหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสลัมอันแร้นแค้น
เมื่อก้าวออกจากอาคาร ท้องฟ้าจำลองสีครามสดใสก็ฉายอยู่เบื้องบนเหมือนทุกวัน — ภาพลวงตาที่ประชาชนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็ ความจริง มาตลอดชีวิต แต่สำหรับคานาตะ เขารู้ดีว่ามันเป็แค่โดมเหล็กที่กักขังพวกเขาไว้ใต้พิภพั้แ่ปี 2021
คานาตะขับยานพาหนะส่วนตัวมุ่งออกนอกเมืองไปยังค่ายทหารชายแดนของ The Unbash ทว่าที่จุดตรวจด่านหน้า เขาก็ต้องเผชิญกับหุ่นยนต์รบขนาดั์สองเครื่องยืนกีดขวางทางไว้
“พลเรือน หยุดยานและแสดงตัว” เสียงสังเคราะห์ดังก้อง
คานาตะลดกระจกยานลง “ผมมาสมัครเข้าร่วมโครงการ D.E.P.”
หุ่นรบเครื่องซ้ายก้มลงเล็กน้อย แสงสแกนสีน้ำเงินกวาดไปทั่วตัวยานและตัวเขาเองเพื่อตรวจหาอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ
“ยืนยันตัวตน”
คานาตะยื่นบัตรให้ แสงสีน้ำเงินกวาดผ่านใบหน้า ก่อนข้อมูลส่วนตัวจะปรากฏขึ้นบนจอควบคุม นักบินของหุ่นรบก็เงียบไปชั่วขณะเมื่อข้อมูลประวัติส่วนตัวปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“...ฮิมารุ คานาตะ?” น้ำเสียงของนักบินผ่านเครื่องกระจายเสียงแฝงความใและความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด “ลูกชายของ ส.ส. ฮิมารุ เรียวจิ ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ” คานาตะพยักหน้าตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
บรรยากาศรอบด่านเงียบลงทันที ทั้งสองหุ่นรบเงียบไปอีกครู่หนึ่ง ราวกับกำลังสื่อสารภายในช่องสัญญาณลับกันเอง จากนั้นหุ่นรบเครื่องขวาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเกรงกลัวและนอบน้อมผิดจากตอนแรก
“ผลการตรวจสอบผ่าน เปิดเส้นทางได้”
ประตูกั้นขนาดใหญ่เริ่มเลื่อนออกด้านข้าง แต่คานาตะยังไม่เคลื่อนยาน
“ไม่ตรวจต่อเหรอ? ไม่สแกนร่างกายเพิ่ม? แค่นี้เลยเหรอ?”
“ข้อมูลครบแล้วครับ” นักบินตอบตรงๆ
“ปกติพวกคุณตรวจละเอียดกว่านี้” คานาตะมองด้วยสายตาคมไปหา
คราวนี้เสียงจากหุ่นรบอีกเครื่องดังขึ้นแทน “ปกติใช่ครับ”
“แล้ววันนี้ล่ะ?” คานาตะทำน้ำเสียงไม่พอใจ
นักบินทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง “บางครั้งการทำตามขั้นตอนก็สร้างปัญหามากกว่าหลีกเลี่ยงมัน”
“พูดอ้อมดีนะ” คานาตะหัวเราะในลำคอ
“พวกเราเป็แค่ทหารด่านหน้าครับ” นักบินตอบด้วยน้ำเสียงเกรง
คานาตะมองหุ่นรบทั้งสองอยู่พักหนึ่ง
“เข้าใจแล้ว”
ก่อนจะเตรียมขับยานผ่านไปน้ำเสียงที่ต่ำลงเหมือนเป็การเตือนด้วยความหวังดี
“แต่ผมแนะนำให้คุณระวังตัวไว้หน่อยนะครับ การที่ลูกพวกนักการเมืองมาสมัครทหารแบบนี้ ในค่ายทหารมีพวกที่ไม่ชอบอยู่เยอะ ถ้าคุณไม่ระวังตัวอาจเจ็บตัวได้นะครับ” แต่จากน้ำเสียงนั้นก็เหมือนว่าพวกเขาก็จะไม่ชอบพวกนักการเมืองเช่นกัน
คานาตะนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณที่เตือน” เขาขับยานผ่านด่านไป
ขณะที่ยานแล่นผ่านระหว่างสองหุ่นรบ เขาไม่รู้เลยว่าในห้องควบคุมของหุ่นรบทั้งสองนั้น นักบินทั้งคู่กำลังถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สายตาของพวกเขายังคงมองตามท้ายยานของคานาตะไปพลางคิดถึงกระแสข่าวลือเื่ความขัดแย้งภายในของกลุ่มรัฐบาลเบื้องบนที่กำลังระอุขึ้นทุกที...
คานาตะขับยานเข้าสู่ลานจอดรถใต้ดินของค่ายทหาร บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดและหนาวเหน็บ มีเพียงแสงไฟที่แทบไม่ช่วยอะไรเลยจากหลอดไฟเก่าๆ ที่ส่งเสียงช็อตดัง จี้ด...จี้ด... และเสียงครางกระหึ่มต่ำของเครื่องจักรั์ที่ดังก้องอยู่ในโครงสร้างเหล็กใต้ดินอันไร้แสงตะวัน
ก่อนที่เขาจะดับเครื่องยนต์ ข้อมือของเขากลับสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง ระบบโฮโลแกรมดีดหน้าต่างข้อความสีแดงฉานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ มันถูกส่งมาจาก "ฮิมารุ เรียวจิ" ชายผู้เป็ทั้ง ส.ส. ผู้ทรงอิทธิพล และเป็บิดาที่เขาเกลียดชังเข้าไส้
"ถ้าแกคิดจะใช้กองทัพเป็ข้ออ้างเพื่อหนีไปจากหน้าที่ และหนีไปจากคอกที่ฉันสร้างไว้ล่ะก็... จำใส่หัวเน่าๆ ของแกไว้ซะ คานาตะ ทหารชั้นเลวในโครงการ D.E.P. มันก็แค่เนื้อบดรอวันโดนไคริวเหยียบตาย ฉันจะเป็คนไปลากคอแกกลับมาคุกเข่าแทบเท้าฉันเอง อย่าคิดว่าแกจะหนีพ้นเงื้อมมือฉัน"
ตัวอักษรส่องแสงสะท้อนลึกเข้าไปในดวงตาที่ไร้แววของคานาตะ เขายกแขนขึ้นสะบัดปิดหน้าต่างข้อความอย่างเฉยชาและไร้เยื่อใย ความเผด็จการ สันดานดิบ และความบ้าอำนาจของพ่อ... ไม่สิ ของมนุษย์ทุกคนในเมืองนี้ มันฟอนเฟะจนเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว
เขาก้าวลงจากยาน สูดอากาศก่อนจะเดินขึ้นจากลานจอดรถใต้ดินตรงไปยังในอาคารส่วนกลางของกองทัพทันที สายตาของเขาจับจ้องไปยังทางเดินเบื้องหน้า ราวกับจะบอกว่า ต่อให้ข้างหน้าจะเป็สมรภูมินรกที่มีอสุรกาย Kairyu รอขย้ำร่างเขาจนเป็ชิ้นๆ มันก็ยังน่าอภิรมย์กว่าการต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาของพวกนักการเมือง...
