บทที่ 25 สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนแม่ของลูกเลย
ได้โปรดเถอะท่านร่างจุติของเทพแห่งโรคระบาด ได้โปรดกลับบ้านของท่านไปสักทีเถอะ!
ในท้ายที่สุด กู้ไป๋เหยี่ยจึงต้องงัดเอาทักษะพิเศษประจำตัวออกมาใช้
นั่นคือความสามารถทางการเงิน!
“โม่เชียน เรามาตกลงกันดีกว่า ฉันจะให้ทองคำแท่งเพิ่มอีก 100 แท่ง”
“พูดมา” คราวนี้โม่เชียนเห็นด้วยอย่างง่ายดาย
ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมองกู้ไป๋เหยี่ยโดยไม่กระพริบตา
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยต้องรับมือกับการถูกเธอจ้องมอง เขาก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
ม่านตาลึกล้ำของโม่เชียนนั้นเปล่งประกาย ดูราวกับถูกบรรจุจนเปี่ยมล้นไปด้วยดอกไม้ไฟดวงั์ แถมยังแจ่มชัดแวววาวมากจนทำให้ผู้คนรู้สึกเอ็นดู
เมื่อเห็นแบบนี้ ใจของชายหนุ่มจึงคล้ายอ่อนนุ่มลง
ทำไมเขามักจะรู้สึกปล่อยตัวจนหย่อนยานไปกับสาวน้อยนิสัยประหลาดคนนี้อยู่เสมอเลย?
กู้ไป๋เหยี่ยคุกเข่าลงเพื่อเจรจากับเธอ “เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยันต์ในระหว่างที่อาศัยอยู่ในบ้านของฉัน และเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงเื่น้องสาวคนที่เจ็ดของฉันอีก! หากทำได้ ฉันจะให้ทองคำอีกหนึ่งกล่องหลังจากที่เธอย้ายออกไป”
“ซึ่งถ้าฉันไม่ย้ายออกไปก็จะไม่ได้ทองคำแท่งอีกกล่องสินะ? ” โม่เชียนจับช่องโหว่ในประโยคของเขาได้ทันที
เธอต้องเป็แม่สื่อแม่ชักให้พี่ชายโง่ทั้งหกคน คิดว่าเื่ทำนองนี้มันสามารถทำให้ลุล่วงได้ภายในหนึ่งวันสองวันหรือไง?
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยได้ยินประโยคดังกล่าว เขาก็เดาะลิ้นขึ้นมาสองครั้ง “ไม่ใช่สิ นี่เธอคิดว่าที่นี่คือบ้านของตัวเองจริง ๆ เหรอ? ”
มาตอนนี้โม่เชียนไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก เธอเม้มริมฝีปาก จ้องมองเขา
กับฟากกู้ไป๋เหยี่ย พอเขาเห็นท่าทางโกรธของเธอ เขาก็พลันรู้สึกอึดอัดอย่างอธิบายไม่ถูก นี่มันเหมือนกับว่าเขากำลังแกล้งเด็กคนหนึ่งอยู่เลย
บ้าไปแล้วจริง ๆ
สาวน้อยคนนี้สามารถทำให้เขารู้สึกผิดได้อยู่เสมอ...
สาบานต่อพระเ้าเลยว่าเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายต่อเธอเลยสักนิด!
แล้วไอ้ความรู้สึกผิดบ้า ๆ ที่อธิบายไม่ได้นี่มันมาจากไหนวะเนี่ย!
กู้ไป๋เหยี่ยพูดกับเธออย่างอดทนด้วยเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ในเมื่อเธอบอกว่าเธอคือน้องสาวของฉัน งั้นเอาอย่างนี้ หลังจากที่ฉันจัดการเื่ของฝูเสวี่ยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันจะพาเธอไปทำการตรวจความเกี่ยวข้องทางสายเืกัน หากเธอเป็น้องสาวของฉันจริง ๆ เธอก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้นานตราบเท่าที่้าเลย”
ทว่าคำตอบของเธอยังคงเป็ความเงียบเหมือนเดิม
กู้ไป๋เหยี่ยนิ่งไป “...”
นี่ชาติก่อนเขาเคยทำกรรมอะไรไว้กับคนใบ้หรือเปล่า?
ทำไมผู้คนถึงชอบใช้ความเงียบตอบโต้เขานัก?
เหลือเพียงทางเลือกสุดท้าย กู้ไป๋เหยี่ยเอ่ยคำขอของเขาออกไปอีกครั้ง “กำหนดเวลาคือหนึ่งเดือน! หนึ่งเดือนเท่านั้น! ตราบใดที่ภายในหนึ่งเดือนนี้เธอไม่ใช้ยันต์ หยุดพูดว่าเธอคือน้องสาวของฉัน ถ้าทำได้ฉันจะให้ทองคำอีก 100 แท่ง!”
“ตกลง! ” โรคใบ้นั้นสามารถรักษาได้ด้วยทองคำจริง ๆ
โม่เชียนเก็บทองของเธอทันที ยืนขึ้นแล้วลากรถเข็นที่กลับมาหนักอีกครั้งไปทางห้องนั่งเล่น
แต่เธอยังคงพึมพำว่า “ถ้าคุณยังกล้ามาขอให้ฉันทำนั่นทำนี่ที่มันไร้สาระอยู่อีก ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณเคยห้าม”
“...”
กู้ไป๋เหยี่ยนวดขมับ
เขาพาผู้หญิงคนนี้กลับมาทำไมเนี่ย?
นี่เขาจะกลายเป็คนบาปประจำตระกูลกู้หรือเปล่า?
…
ในห้องนั่งเล่น คนสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกันโดยมีโต๊ะกาแฟกั้นกลาง
คนหนึ่งเป็ในวัย 60 ปลาย ๆ ผมสีขาว สวมชุดอยู่บ้านลายสก๊อตสีกรมท่า มีพัดธูปฤาษีอยู่ในมือ
ตรงข้ามกับเขาคือชายหนุ่มที่กำลังนั่งไขว่ห้างคนหนึ่ง เขาสวมชุดสูทสีดำ ท่าทางสบาย ๆ หลังเอนพิงพนักเก้าอี้ แต่กิริยาของเขาดูไม่ได้เกียจคร้านเลย แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรง
ชายทั้ง 2 คนนี้คือกู้ซิงกั๋ว เป็พ่อของบรรดานายน้อยและคุณหนูทั้งหมด ส่วนอีกคนคือกู้เส่าถิง นายน้อยรอง
บนโต๊ะกาแฟระหว่างทั้งสอง มีกระดานหมากล้อมซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดหมากขาวดำวางอยู่
กู้เส่าถิงถือเม็ดหมากสีดำไว้ในมือ รอให้พ่อของเขาวางหมากลงไปอย่างสบายใจ
เป็เวลานานแล้วที่เม็ดหมากสีขาวในมือของกู้ซิงกั๋วไม่ได้ถูกวางลง
กู้เส่าถิงเคาะโต๊ะกาแฟเบา ๆ “พ่อ ยอมแพ้เถอะ ต่อให้พ่อจะคิดนานแค่ไหนก็ชนะหมากกระดานนี้ไม่ได้หรอก”
กู้ซิงกั๋วจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ “อย่าเพิ่งมากวนน่า! ”
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงใช้ความคิดต่อ
ทันทีที่โม่เชียนเข้ามา เธอก็ยืนมองดูว่าทั้งสองกำลังเล่นอะไรกันอยู่อย่างสงสัย จากนั้นจึงวิ่งไปยืนอยู่ด้านหลังกู้ซิงกั๋ว
กู้เส่าถิงเป็ฝ่ายเห็นเธอเข้า
ดวงตาของเขาจ้องไปที่ใบหน้าของเธออยู่หลายวินาที จากนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น เพราะใบหน้าของหญิงสาวคนนี้คล้ายกับใบหน้าของแม่เขามากจนอยากจะเอ่ยปากให้ไปตรวจ DNA เดี๋ยวนี้เลย...
กู้เส่าถิงเป็ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งพิเศษของสำนักงานตำรวจ เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรรมมาก ซ้ำยังเป็อาจารย์จิตวิทยาในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศ
หลายปีที่ผ่านมา เขาศึกษาใบหน้าของมนุษย์มาโดยตลอด และสนใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนใบหน้าเ่าั้เป็พิเศษ
พฤติกรรมที่ติดมาจากการทำงานในฐานะพนักงานสอบสวนเป็สิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้
กู้เส่าถิงหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง มองไปที่ใบหน้าของโม่เชียน
ทว่ายิ่งมอง...
ดวงตาของเขากลับยิ่งเคร่งเครียด…
โม่เชียนไม่ได้สังเกตเห็นแววตาของกู้เส่าถิง เพราะสายตาของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับกระดานหมากล้อมตรงหน้า
เธอมองดูชายสูงวัยที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว และแทบไม่ลังเลที่จะชี้ไปตรงจุดว่างบนกระดานให้เขาอย่างมีน้ำใจเลย
“วางไว้ตรงนี้”
กู้เส่าถิงขมวดคิ้ว เขาหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ
เพราะลองมาพูดถึงทักษะการเล่นหมากล้อมของเด็กผู้หญิงคนนี้กันก่อนดีกว่า
ประการแรกคือ... เธอช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ไม่รู้หรือไงว่ามารยาทที่ดีในการดูคนอื่นเล่นหมากล้อมคือการไม่พูดคำชี้แนะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง!
อย่างไรเสีย การกระทำของเธอก็ทำให้กู้ซิงกั๋วพลันรู้แจ้งขึ้นมา
เขาปรบมือหนึ่งฉาด ตระหนักได้ทันที
ชายสูงวัยรีบวางเม็ดหมากสีขาวที่เขานั่งคลึงมาครึ่งชั่วโมงจนแทบสึกไปยังจุดที่โม่เชียนระบุอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่วางเสร็จแล้ว เขาก็ยกนิ้วโป้งด้วยความพึงพอใจ “เยี่ยมมาก! เยี่ยมมาก! ”
กู้ซิงกั๋วมองย้อนกลับไปยังคนที่ให้คำแนะนำแก่ตนเอง และนั่นแทบทำเขาตกจากโซฟา
ร่างของชายผมสีดอกเลาพยายามรักษาความมั่นคงของร่างกายตัวเองเอาไว้ เขาลุกขึ้นยืนทันที และจ้องมองไปที่โม่เชียนอย่างพินิจพิจารณา
หลังจากดูไปได้สักพัก กู้ซิงกั๋วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และตระหนักได้ว่าตนเองจำคนผิด
เขาตบหน้าอกของตนเอง ก่อนจะหันไปพูดกับกู้เส่าถิงว่า “พ่อใแทบตาย นึกว่าจู่ ๆ แม่ของลูกก็ไปทำหน้าตามเซี่ยงเว่ยให้ดูเด็กลงเป็สิบปี! ”
กู้เซียงเวยหมกมุ่นอยู่กับการทำศัลยกรรมพลาสติกมาก มากจนพลอยทำให้ตระกูลกู้รู้สึกเ็ปแทน!
ตอนแรกทั้งครอบครัวต่างไม่เห็นด้วยกับความอยากไปทำศัลยกรรมของเธอ แต่หญิงสาวก็เอาแต่ร้องไห้ อยากจะไปเสียให้ได้ สุดท้ายจึงไม่มีทางอื่น นอกจากเป็ฝ่ายครอบครัวเสียเองที่จำต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมากู้เซียงเวยไปทำศัลยกรรมถี่อย่างกับคนติดยาเสพติด
ในทุกวันที่แปดของเดือน พวกเขาจะรู้สึกเหมือนมีหญิงสาวแปลกหน้าเดินเข้ามาที่บ้าน...
ซึ่งนั่นทำให้กู้ซิงกั๋วกลัวมาก
“โอ้ สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนแม่ของลูกเลย! ” กู้ซิงกั๋วชี้ไปที่โม่เชียน ขณะหันไปพูดกับลูกชายตน
โม่เชียนเอ่ย “ก็เพราะฉันเป็ลูกของแม่… ”
“แค่ก แค่ก แค่ก! ”
ทันทีที่กู้ไป๋เหยี่ยเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาก็ได้ยินว่าโม่เชียนกำลังจะพูดเื่บ้า ๆ ออกไปอีกแล้ว ชายหนุ่มหลุดไอออกมาหลายครั้งทันทีเพื่อขัดจังหวะเธอ