มีแค่เธอคนเดียว
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านมุ้งลวดเข้ามายังห้องนอนพาให้ฉันที่กำลังนอนหลับไหลในอ้อมกอดของคุณสามีลืมตาตื่นขึ้น
เมื่อคืนฝนตกปรอยๆ อากาศเย็นสบายเราสองคนจึงไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ การนอนเปิดพัดลมและเปิดหน้าต่างฟังเสียงฝนตกคลอไปกับเสียงแมลงต่างๆ ยามค่ำคืนก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
จุ๊บ....ริมฝีปากหนาแตะลงบนหน้าผากของฉัน
" ตื่นเร็วจัง จะรีบไปไหน วันนี้วันเสาร์ไม่ได้ไปทำงานซะหน่อย " คนตัวโตเอ่ยขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่าเปลือกตาของเขายังปิดอยู่
" ก็มันชินนี่คะ ... ตื่นเวลานี้ประจำ "
" นอนด้วยกันก่อนอย่าพึ่งลุก ขอพี่กอดแบบนี้ก่อน "
คำขอของเขาทำเอาฉันจำต้องนอนนิ่งๆ เป็นหมอนข้างให้เขานอนกอดอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งดวงตะวันขึ้นโด่ง แสงแดดสาดส่องเข้ามา อากาศยามเช้าตรู่ที่เย็นสบายเริ่มมีไอของความร้อนแผ่ซ่านเข้ามา
" พี่ใหญ่นอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูยิ้มลุกไปปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์ให้ก่อน จะได้นอนสบายๆ "
" ครับ " ใบหน้าคมเอ่ยกระนั้นเปลือกตาของเขาก็ยังคงปิดอยู่
ฉันลุกออกจากอ้อมกอดของพี่ใหญ่แล้วเดินตรงไปยังหน้าต่าง เมื่อทำการปิดทั้งหน้าต่างและผ้าม่านแล้วก็เดินกลับมานั่งลงข้างๆคนตัวโตที่ยังนอนอยู่ ฉันโน้มใบหน้าลงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่
ใบหน้าคมยกยิ้ม ... กระนั้นเปลือกตาก็ยังปิดอยู่ คงจะเพลียจริงๆ ก็อาทิตย์ที่ผ่านเขาเคลียร์งานเก่าที่คั่งค้างจากการหยุดงานไปอยู่กับฉันที่โรงพยาบาล งานเอกสารทั้งนั้น..อ่านจนตาลายอ่ะ
" หนูยิ้มลงไปทำอาหารเช้าก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะขึ้นมาปลูก "
" ครับ " เสียงพูดดังออกมาแต่เปลือกยังปิดอยู่ ฉันอมยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ
วันนี้เป็นวันเสาร์เราสองคนจึงไม่ได้รีบร้อนอะไร ทำอาหารเช้าง่ายๆเสร็จฉันก็ขึ้นไปปลุกคนที่ยังนอนอยู่ให้ลงมากินพร้อมกัน
เราสองคนใช้เวลาในช่วงเช้าด้วยกันส่วนในตอนบ่ายพี่ใหญ่พาฉันมาเยี่ยมคุณย่าศจีที่บ้าน
" วันนี้มีอะไรดีๆรึเปล่าคะ อยู่กันพร้อมหน้าเลย " ฉันและพี่ใหญ่ยกมือไหว้สวัสดีผู้ใหญ่ที่นั่งกันอยู่พร้อมหน้า คุณย่าของฉันและของพี่ใหญ่ คุณพ่อและคุณแม่พิมล
" ก็ย่ามารอฟังข่าวดี ตกลงเมื่อไหร่จะมีเหลนให้ย่าอุ้มสักที " คุณย่าทัศนาวรรณว่าพร้อมกับส่งยิ้มมาให้เราทั้งสองคน
" พยายามอยู่ครับคุณย่า เดือนหน้านี้แน่นอน ภารกิจปั้มลูกผมทำทุกคืนอยู่แล้ว "
" พี่ใหญ่พูดอะไร หนูยิ้มเขิน " ฉันยกมือตีแขนของคนที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆ
" อายอะไร เรื่องธรรมชาติ "
" พี่ใหญ่ " ดูซิ...ยังไม่หยุดพูดอีก เรื่องแบบนี้ใครเค้าพูดต่อหน้าคนอื่นกัน พี่ใหญ่นะพี่ใหญ่ ฉันรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าว
~ ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ด้วยก็ต่างส่งยิ้มมาให้ ~
" หนูยิ้ม...อยากกลับไปใช้ชื่อญาดาเหมือนเดิมมั้ยลูก " คุณพิมลเอ่ยถาม
นี่คงเป็นเหตุผลของการรวมตัวกันในวันนี้สินะ ... คุณแม่และคุณป๊าที่ต่างก็งานยุ่งจนไม่มีเวลาแต่วันนี้กลับมานั่งกันอยู่พร้อมหน้าได้
" ไม่ค่ะคุณแม่ ถ้าทำแบบนั้นคงมีอีกหลายคนวุ่นวาย ไหนตำรวจจะต้องรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ไหนจะเรื่องเอกสารต่างๆอีก หนูยิ้มไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเหนื่อยกับการตัดสินใจของหนูยิ้มอีกค่ะ " ฉันพูดออกไปตามความรู้สึก
" แต่ถ้าหนูยิ้มต้องการ แม่ทำให้หนูได้นะลูก " เสียงหวานของคุณใจดีเอ่ยขึ้น ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่เคยเห็นความดีของคนตรงหน้านี้เลย เพราะอคติในใจที่มีมาตลอดสินะ
" ทุกวันนี้หนูยิ้มมีความสุขมากค่ะคุณแม่ จะว่าไปมีความสุขมากกว่าตอนที่เป็นญาดาซะอีก เพราะงั้นหนูยิ้มคิดว่าการเป็นรินรดาก็ดีเหมือนกัน ทุกคนไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ "
" ไม่มีใครว่าอะไรหรอกลูก ทุกคนเคารพการตัดสินใจของหนู หนูโตแล้ว...อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำเถอะนะ " คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น
ฉันโตมาเพราะคุณย่าเป็นคนเลี้ยงดู บ้านของคุณย่ากับคุณพ่ออยู่กันคนละหลัง นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองพ่อลูกไม่สนิทสนมใกล้ชิดกันเหมือนพ่อลูกคู่อื่นๆ เท่าใดนัก
" ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจหนูยิ้มนะคะ "
ฉันรู้ว่าฉันเป็นใครและมีหน้าที่อะไร ชื่อเป็นเพียงนามสมมุติที่ตั้งขึ้นมา หัวใจและตัวตนต่างหากที่สำคัญ หัวใจของฉันมีไว้ให้คนที่ฉันรัก พี่ใหญ่และครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้าง
ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอนนี้จะเป็นใคร ญาดาหรือรินรดา...ก็ไม่สำคัญอะไรสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว ผมรักแค่หัวใจของเธอ รักตัวตนของเธอ
ไม่ว่าจะทำอะไรหนูยิ้มจะนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ หากทำแล้วคนอื่นเดือดร้อนเธอจะไม่ทำเด็ดขาด หรืออะไรที่ทำให้คนอื่นทุกข์ใจเธอก็จะไม่ทำมันเช่นกัน
" พี่ใหญ่..ทุกคนจะโกรธหนูยิ้มมั้ยที่หนูยิ้มตัดสินใจแบบนี้ " นั่นไง..นั่งเงียบมาตั้งนาน คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นอยู่นี่เอง
" อย่าคิดมาก ไม่มีใครว่าอะไรเราหรอกทุกคนรักหนูยิ้ม รู้แค่นี้ก็พอ " ผมเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆของเธอขึ้นมาหอมหนึ่งทีขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่
" พี่ใหญ่คิดว่าอย่างนั้นเหรอคะ แต่... "
" ไม่มีแต่...อย่าคิดมากอีกเลยคนดี ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยสิ อีกอย่างพี่ก็อยู่ตรงนี้ หนูยิ้มจะมีพี่คอยอยู่เคียงแบบนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นญาดาหรือรินรดา หนูยิ้มก็จะมีพี่คนนี้เสมอ " ผมบอกเพื่อสร้างความมั่นใจให้เธอ
" พี่ใหญ่...หนูยิ้มว่าจะถามตั้งนานแล้วก็ลืม "
" ว่า " ผมเอ่ยขณะที่พารถเคลื่อนตัวออกจากสี่แยกไฟแดง
" ก่อนวันที่จะเกิดอุบัติเหตุน่ะ หนูยิ้มไปรับพัชกับชินที่คอนโดแล้วเห็นพี่ใหญ่กับพี่แพท เอ่อ ...เดินเข้าไปในคอนโดด้วยกัน
" ประโยคสุดท้ายที่พูดด้วยน้ำเสียงติดเศร้าๆทำให้ผมต้องรีบตีไฟเลี้ยวเพื่อหยุดรถจอดข้างทางทันที
" นี่กำลังคิดอะไร หนูยิ้มคิดว่าพี่กับแพทไปทำอะไรกันอย่างนั้นเหรอ " ผมเอ่ยถามด้วยความตกใจ
ผมไม่รู้จริงๆว่าวันนั้นเธอจะเห็นผมด้วย แต่ยังไงก็เถอะ คุณก็รู้ว่ามันไม่มีอะไรใช่มั้ยครับ
" ก็เอ่อ...จะให้คิดอะไรได้ล่ะคะ เดินเข้าคอนโดด้วยกันในเวลาแบบนั้น "
" ไม่มีอะไรจริง ๆ คนดีของพี่ วันนั้นพี่มีนัดคุยงานกับลูกค้าที่แพทเป็นคนติดต่อมาให้ก็เท่านั้น "
" ที่คอนโด ? " น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูเหมือนว่าเธอจะไม่เชื่อ
" ที่ห้องประชุมของคอนโดที่อยู่ด้านล่างครับผม เจ้าของคอนโดติดธุระด่วนเลยขอเปลี่ยนที่นัดเป็นห้องประชุมของคอนโดตัวเองแทน วันนั้นไม่ได้มีแค่พี่กับแพทเท่านั้นนะ พายัพก็เดินตามหลังไปติดๆ ไม่เห็นเหรอ ? " ผมเอ่ยถามเธอ
" ก็เอ่อ...ไม่ทันได้มอง "
" หึงเหรอ...ทำไมไม่ถามตั้งแต่วันนั้น "
" ก็กะว่าจะไปถามที่บริษัทนั่นแหละค่ะ แต่ไปเจอใบหย่าซะก่อน "
" นั่นไง ... ต่อไปมีอะไรห้ามเก็บไว้คนเดียวอีกนะ ห้ามคิดเองเออเอง อยากรู้อะไรต้องถามเพราะพี่ก็จะตอบทุกคำถามเหมือนกัน พี่รักหนูยิ้ม รักคนนี้คนเดียวเท่านั้น " ผมพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ
ผมรักเธอคนนี้คนเดียว ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ญาดาหรือรินรดา ผมก็รักทั้งนั้น..ขอเพียงแค่หัวใจที่ยังเป็นของเธอ..จิตวิญญาณที่เป็นเธอ
.................
จบจ้า...จบแล้ว
ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเม้นท์ ทุกการติดตาม สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจให้ไรท์ได้มีแรงเขียนงานมาให้ทุกท่านได้อ่าน นิยายเรื่องนี้เป็นความสำเร็จอีกขั้นที่สร้างความปลื้มปริ่มให้ไรท์คนนี้เป็นอย่างมาก
หวังว่าทุกท่านจะติดตามผลงานในชิ้นต่อๆไปอีกนะคะ
หัวใจรักรินรดาจบแล้วแต่ยังไม่บริบูรณ์นะจ๊ะเพราะเราจะมีภาคต่อไปอีก
เนื้อเรื่องจะเข้มข้นแค่ไหนต้องรอติดตาม
ฝากอีบุ๊คนิยายหัวใจรักรินรดาด้วยนะคะ ลงขายที่ meb ในราคา 89 บาท
และภาคสองในนิยายเรื่องดวงใจญาดา ลงขายที่ meb เช่นกันในราคา 69 บาท
และหากท่านใดอยากเก็บไว้ทั้งสองเล่ม ไรท์มีแบบรวมเล่มให้ที่ meb เช่นกัน
ใน SET หัวใจรักรินรดา + ดวงใจญาดา ลงขายเมื่อวานในราคา 139 บาท จ้า