บทที่ 3 โอ้โห! นุ่มนิ่มจัง
ขณะที่เครื่องบินส่วนตัวกำลังลงจอดบนลานจอด
ถังโย่วโย่วก็ได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว เธอเลือกที่จะไปอยู่กับลุงคนแรก ซึ่งก็คือนักธุรกิจหนุ่มชางโหยวที่เธอคุ้นเคยที่สุด
จากนั้นเครื่องบินก็ลงจอด
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วออกไปท่ามกลางสายตาอิจฉาของคนอีกสี่คน
หลังจากนั่งในรถเบนท์ลีย์ที่มารับยังสนามบิน ชางโหยวเริ่มบอกสถานการณ์ในครอบครัวของเขาให้ถังโย่วโย่วฟัง
"โย่วโย่ว ลุงมีลูกที่อายุมากกว่าเธอสี่ปี เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของเธอ พวกเธอจะต้องเข้ากันได้ดีแน่นอน"
"ลูกพี่ลูกน้อง?" ถังโย่วโย่วเอ่ย
"ใช่ เขาชื่อชางจื่อ"
"...ค่ะ"
ถังโย่วโย่วหรี่ตาลง รู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ของเธอเหมือนแกะที่กำลังเดินเข้าปากหมาป่า ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถเบนท์ลีย์จอดลงหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง ประตูเหล็กค่อย ๆ เปิดออกโดยอัตโนมัติ รถเบนท์ลีย์แล่นผ่านถนนที่เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงลงมาของต้นอู๋ถง และจอดตรงหน้าน้ำพุแห่งหนึ่ง
คนขับรถลงมาเปิดประตูให้ทั้งสองคน
ชางโหยวอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยลงจากรถ
ในตอนนั้น ประตูใหญ่ของคฤหาสน์หรูก็เปิดออก หน้าประตูมีสาวใช้ในชุดยูนิฟอร์มยืนเรียงแถวสอง พวกเธอรักษารอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบไว้บนใบหน้า ทันทีที่เห็นชางโหยวก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมและเอ่ยว่า "ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายและคุณหนูน้อยกลับบ้านค่ะ"
"..."
ถังโย่วโย่วใกับสถานการณ์นี้มาก
นี่! มันจะหรูหราเกินไปแล้วนะ!
พอมองสาวใช้ตรงหน้า ดวงตาสีขาวดำของถังโย่วโย่วก็เปล่งประกายเป็ดาวดวงเล็ก ๆ ภาพแบบนี้เธอเคยเห็นแค่ในโทรทัศน์เท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองจะได้รับการปฏิบัติแบบนี้
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วเดินเข้าไปในคฤหาสน์
เพียงก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ สิ่งแรกที่เห็นคือรูปปั้นปูนปลาสเตอร์ครึ่งคนครึ่งกวาง ตอนนั้นเองที่ชายชราแต่งกายคล้ายกับพ่อบ้านเดินเข้ามา "คุณผู้ชายครับ หลังเดินทางมาเหนื่อย ๆ อาหารเย็นเตรียมพร้อมไว้แล้วครับ"
"ไม่ต้องรีบ ฉันจะพาโย่วโย่วไปดูห้องของเธอก่อน"
ั้แ่ตอนที่ถังฮุ่ยหลานติดต่อเขามา ชางโหยวก็ได้เตรียมห้องไว้สำหรับถังโย่วโย่วเรียบร้อยแล้ว รอแค่เธอเข้ามาอยู่เท่านั้น
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วขึ้นไปยังชั้นสามของคฤหาสน์ด้วยตัวเอง เปิดประตูบานแรกทางด้านซ้ายมือ มันคือห้องของถังโย่วโย่ว
ชางโหยวยืนอยู่ตรงประตูห้อง วางถังโย่วโย่วลง จากนั้นก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า "โย่วโย่ว เข้าไปดูเองสิ ดูว่าชอบหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบ ลุงจะสั่งคนมาปรับปรุงให้ใหม่"
ร่างเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วก้าวเข้าไปในห้อง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอรู้สึกได้ถึงพรมนุ่ม ๆ ที่ปูอยู่บนพื้นจึงก้มลงมอง พื้นทั้งหมดถูกปูด้วยพรมขนกระต่าย ขาวฟูและนุ่มสบาย
เดินต่อไปข้างหน้า ทางด้านขวาของประตูทางเข้าคือห้องแต่งตัวที่มีขนาดใหญ่เท่ากับบ้านทั้งหลังที่เธอเคยอยู่ก่อนหน้านี้ ภายในห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของเด็กผู้หญิง ทั้งเนื้อผ้าและการออกแบบล้วนประณีตงดงาม เห็นได้ชัดว่าเป็แบรนด์เนมราคาแพง
มูลค่าของทุกสิ่งในห้องแต่งตัวนี้อาจเทียบเท่าเงินเก็บสิบปีของคนทั่วไป ตอนนั้นเสียงของชางโหยวก็ดังขึ้นจากด้านหลังเธอ "นี่เป็เสื้อผ้าเด็กคอลเลคชั่นล่าสุด ถ้าเธอไม่ชอบ ลุงสามารถจัดการให้คนมาเปลี่ยนเป็ชุดใหม่ทั้งหมดได้"
"ไม่ ๆ หนูชอบมาก" ถังโย่วโย่วโบกมือปฏิเสธ
ห้องนี้เต็มไปด้วยแบรนด์เนม แต่สามารถเปลี่ยนได้ทันทีที่้า แสดงให้เห็นถึงฐานะอันมั่งคั่งของครอบครัวคุณลุงเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะได้พึ่งพาคนที่มีฐานะดีจริง ๆ
เดินพ้นห้องแต่งตัวเข้าไปในห้องนอน
สายตาเหลือบไปเห็นระเบียงภายนอกที่กว้างขวางมาก ตรงข้ามระเบียงเป็เตียงกลมสีขาว บนเตียงมีตุ๊กตาวางอยู่มากมาย
ข้างเตียงกลมเป็โต๊ะเครื่องแป้ง บนนั้นวางครีมทาผิวสำหรับเด็กไว้หลายอย่าง เมื่อเห็นครีมทาผิวเด็ก ถังโย่วโย่วอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ ลุงของเธอช่างละเอียดรอบคอบจริง ๆ แม้แต่สิ่งนี้ก็ยังใส่ใจ
เพดานห้องมีโคมไฟรูปก้อนเมฆแขวนอยู่
บนผนังมีรูปถ่ายของถังโย่วโย่วติดอยู่หลายภาพ ที่มุมห้องมีต้นไม้สีเขียวยืนต้นอยู่อย่างเงียบสงบ
ห้องนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น เห็นได้ชัดว่าชางโหยวจัดเตรียมทุกอย่างอย่างใส่ใจจริง ๆ
"ขอบคุณคุณลุงค่ะ"
ถังโย่วโย่วหันกลับมา เงยหน้ากลมป้อมขึ้นมองหน้าชางโหยวแล้วยิ้มกว้างให้เขา เผยให้เห็นฟันเขี้ยวน้อยสองซี่
"พ่อ? เด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้เป็ใครครับ?"
ทันใดนั้นจู่ ๆ ก็มีเด็กชายตัวผอมสูงวิ่งออกมาจากด้านหลังของชางโหยว
เด็กชายสวมเสื้อบาสเก็ตบอลตัวหลวม สวมรองเท้าบาสสีดำ มือหนึ่งถือลูกบาสเกตบอล แม้อายุยังน้อยแต่สีหน้าดูเป็ผู้ใหญ่ ใบหน้าและดวงตาคล้ายชางโหยวแปดส่วน โดยเฉพาะหน้าตาที่เหมือนเป็ชางโหยวฉบับย่อส่วน คิ้วเรียวตาโต ดูสดใสและสง่างามมาก
ชางจื่อมีตาคู่สวยเหมือนดอกท้อ จ้องมองถังโย่วโย่วผ่านช่องว่างข้างตัวชางโหยวอย่างไม่วางตา สีหน้าดูแปลกใหม่มาก
"ชางจื่อ เ้าเด็กคนนี้! พูดอะไรกับน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของแกแบบนั้น?"
ชางโหยวได้ยินคำพูดของชางจื่อจากด้านหลัง ก็รีบหันกลับไปคว้าตัวชางจื่อมาทันที
"พ่อบอกให้นะ นี่คือน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของแก! ต่อไปเธอจะมาอยู่ด้วยกันกับพวกเรา แกห้ามรังแกเธอเด็ดขาด ได้ยินไหม?!" คำพูดเข้มงวดของชางโหยวเหมือนเข้าหูซ้ายของชางจื่อแล้วทะลุหูขวา
เขามองเด็กน้อยตรงหน้า รีบวางลูกบาสเกตบอลลง เดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปบีบแก้มเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วพลางร้องออกมาว่า "โอ้โห! นุ่มนิ่มจัง!"
แก้มเล็ก ๆ ยังคงเด้งกลับมาในมือของชางจื่อ เขาเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
แต่การกระทำครั้งนี้ของเขาทำให้ถังโย่วโย่วเจ็บจริง ๆ ดวงตาของถังโย่วโย่วเต็มไปด้วยน้ำตาทันที เธอมองชางจื่อด้วยดวงตาที่เอ่อคลอน้ำตา มือน้อยปิดแก้มของตัวเอง แล้วเอ่ยเสียงอ่อน "ฮือ ๆ ๆ เจ็บจัง"
"เ้าเด็กบ้านี่ คำพูดของพ่อเป็ลมผ่านหูหรือยังไง?! เดือนนี้แกไม่ได้เงินค่าขนมแล้ว"
ชางโหยวรีบเข้ามาข้างหน้า อุ้มถังโย่วโย่วขึ้นมาอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็มองชางจื่อด้วยสายตาดุ ๆ แล้วหมุนตัวออกจากห้องไปพลางพูดว่า "โย่วโย่วเด็กดี ลุงจะเป่าให้หายเจ็บนะ"
ตอนนี้ชางจื่อที่ก่อเื่วุ่นวายก็เข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์แล้ว
เขาอุ้มลูกบาสเกตบอลที่อยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วพูดเสียงดังว่า "พ่อ! ทำไมพ่อถึงหักเงินค่าขนมของผมล่ะ! ผมจะไปฟ้องแม่! ฮึ่ม"
แต่ชางโหยวก็ไม่ได้สนใจลูกชายที่อยู่ข้างหลังเลย เขากอดเด็กหญิงถังโย่วโย่วไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินลงบันได
ขณะเดินลงบันไดก็ะโเสียงดัง "พ่อบ้าน? เอากล่องยามาด้วย"
ผิวของเด็กเล็กนั้นบอบบางที่สุด และเมื่อครู่ชางจื่อก็ทำโดยไม่ได้ควบคุมน้ำหนักมือ พาให้ใบหน้าของถังโย่วโย่วช้ำเขียว ไม่นานก็บวมขึ้นมา
พ่อบ้านได้ยินชางโหยวเรียกก็รีบไปหยิบกล่องยามาทันที
ชางโหยวหยิบยาขวดหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเืและลดการอักเสบออกมาจากกล่อง แล้วทาลงบนหน้าของถังโย่วโย่ว พลางปลอบเสียงเบาว่า "โย่วโย่วอย่าร้องไห้นะ ทายาแล้วพรุ่งนี้ก็จะหาย"
ผู้ใหญ่และเด็กคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา
ชางจื่อกอดลูกบาสเกตบอลยืนอยู่ตรงราวกันตกชั้นสอง มองเหตุการณ์ด้านล่าง ในใจรู้สึกขมขื่น พ่อของเขาไม่เคยปฏิบัติกับเขาแบบนี้มาก่อน ปกติเวลาเขาออกไปเล่นบาสเกตบอลแล้วเกิดสะดุดหรือชนอะไร ชางโหยวก็ไม่เคยสนใจเลย แต่ตอนนี้พ่อกลับไปสนใจเด็กตัวเล็ก ๆ คนนั้นมาเหมือนกับว่าเธอเป็ลูกสาวแท้ ๆ ส่วนเขาเป็เหมือนลูกที่เก็บมาจากกองขยะ
ยิ่งคิดไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกไม่มั่นคงในใจของชางจื่อยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เขาต้องไปฟ้องแม่ให้ได้!
พูดถึงแม่ แม่ก็มาพอดี ตอนนั้นเอง ท่ามกลางเสียงทักทายอย่างนอบน้อมของสาวใช้ที่ประตู สาวสวยในชุดสีสันสดใสเดินเข้ามาจากด้านนอกคฤหาสน์
เมื่อชางจื่อเห็นหลิวชิง ดวงตาของเขาก็สว่างวาบ คิดว่าผู้ช่วยชีวิตของเขามาถึงแล้ว รีบวิ่งลงไปหาทันที
เขาวิ่งพลางะโ "แม่ครับ! พ่อรังแกผม"