ตอน 23 ยืนหยัดเพื่อตัวเองและลูก
ณ จวนสกุลหลาน
หลังจากที่ไม่มีหลานเจาฝูอีกต่อไปแล้ว ฮูหยินใหญ่ก็ตั้งตนเป็ใหญ่ คอยบงการจัดการทุกอย่างภายในจวน เพราะนางมีความคิดว่าสกุลหลานไม่มีผู้ใดสืบทอด เพื่อไม่ให้สกุลหลานดับสิ้นนางต้องพยายามกอบกู้ประคองสกุลหลานให้คงอยู่ต่อไป...
กฎจวน คำสั่งทุกอย่างถูกเปลี่ยนใหม่หมด ว่ากันได้ว่าทุกคนต้องเชื่อฟังฮูหยินใหญ่ จึงจะสามารถอยู่ในจวนสกุลหลานต่อไปได้.... รวมทั้งถันเสี่ยวถาน แต่ด้วยผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ทำให้ถันเสี่ยวถานเป็คนโปรดของฮูหยินใหญ่อยู่ดี มีเพียงจิ่นหยวนที่ต้องคอยถูกกดขี่ข่มเหง... ั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมาคำพูดของฮูหยินใหญ่ถือว่าเป็คำขาด..
ั้แ่หลานเจาฝูเสียชีวิต ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่นางจะยินยอมให้คนสกุลหลานรังแกนางเพียงฝ่ายเดียว... ทุกครั้งที่ถูกรังแกนางจะเอาคืนคนที่รังแกนางอย่างสาสมแก่ใจ...
กระทั่งจิ่นหยวนเริ่มเบื่อหน่าย... ในขณะเดียวกันก็เป็โจวหว่านโหลวมาพบนาง มาเยี่ยมเยือนนางที่จวนสกุลหลานอยู่บ่อยๆ แม้ว่านางจะรู้ดีว่า หว่านโหลวเข้าหานางเพราะใช้คำว่ามิตรสหายก็ตาม แต่นางเองก็มองว่ามิค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่... แต่การที่หว่าโหลวเข้าพบจิ่นหยวนบ่อยๆที่จวนหลาน ก็อยู่ในแผนการชิงนางของหว่านโหลว
เพราะเขา้าที่จะแสดงให้ชาวเมืองและคนในจวนเห็นตนเข้าออกจวนสกุลหลานเป็ว่าเล่น... จนกระทั่งชาวเมืองเริ่มนินทาสกุลหลาน
ในเช้าวันหนึ่ง หว่านโหลวก็นั่งรถม้ามาหาจิ่นหยวนตามเคย เดินลงจากรถม้าเข้าจวนหลานอย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าตัวเองเป็นายท่านสกุลหลาน...
ชาวบ้านที่เห็นก็พูดกันเป็เสียงเดียวกันว่า
"ที่มันคุณชายสกุลโจว... มาที่จวนสกุลหลานอีกแล้ว"
"เ้าจะสงสัยอะไรให้มากมาย เราเป็แค่ชาวบ้านก็หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปเถอะ รู้มากเกินไปชีวิตจะรักษาไว้ลำบาก"
"จะไม่ให้ข้าสงสัยได้อย่างไร คนต่างก็รู้กันทั้งเมืองว่า... ท่าแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝูที่พวกเราเคารพก็เพิ่งตายไป นางเป็ฮูหยินควรจะโศกเศร้าเสียหน่อย แต่กลับเปิดจวนรอรับชายอื่น..."
"ข้ายังเคยได้ยินข่าวลือมาอีกว่า สมัยก่อน นางเคยมีใจให้กับคุณชายสกุลโจว... แต่ด้วยราชโองการของฝ่าามิอาจขัดขืนได้ นางจำใจต้องแยกจาก เพื่อแต่งกับท่านแม่ทัพยังไงล่ะ"
"เอาเถอะ เ้าจะสงสัยก็สงสัยไป ข้าไม่ขอยุ่ง ข้ากลัวถูกปะา"
โจวหว่านโหลวที่ได้ยินเช่นนั้น ก็พึงพอใจเป็อย่างมากยิ้มมุมปาก พร้อมกับพึมพำ
"ข้านี่ฉลาดเสียจริง วิธีนี้เป็วิธีที่ดีที่สุด ที่จะใช้บีบบังคับนางให้ยินยอมตกเป็ของข้า"
เื่ข่าวลือพวกนี้เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ แต่นางก็มิอาจปฏิเสธน้ำใจการมาเยี่ยมเยือนนี้ของหว่านโหลวได้ อีกทั้งนางยังถูกเสี่ยวถานและฮูหยินใหญ่เอาเื่นี้มาพูดตำหนิหาเื่อยู่บ่อยๆ จิ่นหยวนเริ่มคิดว่าการอาศัยอยู่ในสกุลหลานคงไม่ใช่ทางที่ดีแน่... นางเริ่มเบื่อหน่าย.. คิดหลายครั้งว่าอยากกลับไปอยู่วังหลวง... แต่เถาเซียวกับสุยเสิ่นอ๋าวก็ได้ขอร้องนางไว้ให้อยู่ที่นี่ต่อไป จึงทำให้นางลังเลตัดสินใจเด็ดขาดไม่ได้ เพราะต่อให้เสี่ยวถานและฮูหยินใหญ่ไม่ดีต่อนาง แต่เถาเซียวกับสุยเสิ่นอ๋าวดีต่อนางไม่น้อย
.... กระทั่งวันหนึ่ง...เหยาจิ่นหยวนเริ่มมีอาการผิดแปลกไปจากปกติ เหยาจิ่นหยวนเริ่มจะมีอารมณ์โมโหร้าย ทานอาหารแปลก ดื่มกินเป็จำนวนมาก...อาหารบางอย่างที่ชอบกินก็รู้สึกเหม็นคาว อาเจียนไม่หยุด
"ทำไม่นี้ข้าไม่เห็นหน้าของฮูหยินรองเลยล่ะ "
"เรียนฮูหยินใหญ่ ่นี้ข้าได้ยินสาวใช้พูดกันว่าฮูหยินรองมีอาการแปลกๆ"
"นางแปลกอย่างไร เ้าลองว่ามา"
"ว่ากันว่าฮูหยินรองมีอารมณ์โมโหร้าย ทานอาหารแปลก ดื่มกินเป็จำนวนมาก...อาหารบางอย่างที่ชอบกินก็รู้สึกเหม็นคาว อาเจียนไม่หยุด"
"อาการนี่น่าประหลาดใจ.... เหมือนอาการที่ข้าตั้งท้องตอนสาวๆ"
"เอ๋.... หรือว่านางจะตั้งท้อง"
"เื่นี้ละเลยไม่ได้ หากนางท้องย่อมเป็ความหวังเดียวของข้า จะได้มีผู้สืบทอดสกุลหลานของข้า หากเป็บุตรชายจะยิ่งดี"
ฮูหยินใหญ่ไม่รอช้า... รีบไปที่ตำหนักเรือนหอของนาง....เห็นนางกำลังนอนหลับพักผ่อน
"เรียนฮูหยินใหญ่ ตอนนี้ฮูหยินรองกำลังนอนพักผ่อน ฮูหยินใหญ่โปรดรอก่อน ฟางจูจะไปปลุกฮูหยินรองเดี๋ยวนี้"
"ไม่ต้อง... รอสักประเดี๋ยว ข้าจะรอเข้าไปพบนางพร้อมท่านหมอ"
ฮูหยินใหญ่ร้อนใจ ตื่นเต้น เดินวนไปมาหลายรอบ
"ไอ๊หย๊า ท่านหมอ มาได้สักทีนะ ข้าร้อนใจจะแย่แล้ว มาแล้วก็ดี งั้นเข้าไปข้างในพร้อมข้า"
"จิ่นเอ๋อร์ อาการป่วยของเ้าเป็อย่างไรบ้าง วันนี้แม่เป็ห่วงเ้ามาก ทันทีที่ได้ยินว่าเ้าไม่ค่อยสบายแม่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ"
จิ่นหยวนคิดในใจ ด้วยความแปลกใจ
"ท่านแม่เป็อะไรไป ข้าว่านางนั่นแหละที่ป่วย ปกติร้ายกาจกับข้า วันนี้กลับดีกับข้าจนน่าใจหาย ราวกับว่าเปลี่ยนเป็คนละคน"
"แต่เอาเถอะ นางดีกับข้าก็ถือว่าดีแล้วมิใช่หรือ งั้นข้าจะไม่ขัดนาง"
"จิ่นเอ๋อร์ขอบคุณท่านแม่ที่ห่วงใย..."
"งั้นอย่ารอช้า ให้ท่านหมอได้ตรวจเ้าเถอะ"
ท่านหมอกับฮูหยินใหญ่ส่งซิกให้กัน... ให้ตรวจทั้งร่างกายและตรวจครรภ์
"เรียนฮูหยินรอง ร่างกายของท่านไม่ได้มีโรคอันตรายอันใด เพียงแต่...ฮูหยินรองบัดนี้กำลังตั้งครรภ์ ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย"
"ดีไปเลย ดีจริงๆ ถือว่า์ยังเห็นใจสกุลหลานของข้า"
เมื่อถันเสี่ยวได้ยินว่าจิ่นหยวนท้อง นางก็รู้สึกริษยา...
"เหยาจิ่นหยวนเ้าช่างเกิดมาขัดขวางโชคชะตาของข้านัก บัดนี้เ้าท้องแล้ว เ้าต้องเป็คนโปรดของฮูหยินใหญ่แทนข้า นางให็ความสำคัญกับทายาทขนาดนั้น หากได้บุตรชายอีก ย่อมไม่เป็ผลดีต่อข้าแน่ ข้าควรคิดหาทางแก้ไขเื่นี้"
เสี่ยวถานคิดวางแผนบางอย่าง.... กระทั่งนางตัดสินใจได้ว่า...
"หากข้าไม่สามารถมีบุตรให้ฮูหยินใหญ่ได้ แต่ข้าก็สามารถมีบุตรบุญธรรมให้นางได้เช่นกัน"
เสี่ยวถานเร่งออกจากจวน ไปที่ตลาดมองหาเด็กขอทานสักหนึ่งคน... กระทั่งนางนั่งรถม้าไปพบเด็กชายตัวน้อยผู้หนึ่งนั่งขอทานริมถนน...
นางรู้สึกถูกชะตากับเด็กผู้นี้มาก
"หยุดรถม้า...ข้าจะลงตรงนี้"
เสี่ยวถานลงรถม้าไป ยื่นซาลาเปาให้เด็กน้อยผู้หิวโหยที่น่าสงสาร
เด็กน้อยมองดูด้วยสายตาที่ไร้เดียงสา รีบคว้าซาลาเปามากัดกินด้วยความหิวกระหาย
"เด็กน้อย เ้าค่อยๆกิน ข้ายังมีให้เ้าอีกมากมายให้เ้าได้กินจนอิ่ม... ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัวข้า..."
"พ่อแม่ของเ้าไปไหนทำไมเ้ามาอยู่ตรงนี้ลำพัง"
"พ่อแม่ของข้าตายแล้ว พวกเขาป่วยเป็โรคติดต่อ เหลือข้าไว้เพียงผู้เดียว..."
"เ้าช่างน่าสงสาร ข้างนอกนี้ทั้งหนาวทั้งหิวโหยไร้คนเมตตา อันตรายรอบด้านกลางคืนเ้าต้องนอนอย่างหวาดระแวง หากเ้ายินดีเป็ลูกข้า ข้ามีที่นอนอุ่นๆ มีอาหารมากมายให้เ้า เ้ายินดีกลับจวนกับข้าหรือไม่"
เด็กน้อยผู้น่าสงสารยืนก้มหน้าไม่พูดอะไร... มองดูร่างกายที่มอมแมมของตัวเอง นับว่าเขารู้จักเจียมตัว
เสี่ยวถานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เอาล่ะเด็กน้อย ข้าไม่รังเกียจเ้า ไม่ต้องกลัว ข้าจะหาชุดใหม่ให้เ้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กน้อยจึงค่อยพยักหน้าตอบตกลง
เสี่ยวถานจูงมือเด็กน้อยขึ้นรถม้าไปด้วยกัน เอาขนมออกมาให้เด็กน้อยดื่มกินบนรถม้าระหว่างทางที่กลับจวน
"ลูกข้า เ้ามีชื่อว่าอะไร"
"ข้ามีชื่อว่าเทาเทา"
"เอาล่ะชื่อนี้ดูไม่คู่ควรกับลูกข้า... ต่อไปหากเ้าจะเป็บุตรชายของข้า ชื่อของเ้าคือ ถันส่าวเฟิง"
เด็กชายพยักหน้าด้วยความไร้เดียงสา ยิ้มให้เสี่ยวถาน
เสี่ยวถานคิดในใจ
"คราวนี้นับว่าข้ามีบุตรแล้ว นางจะได้รับความดีความชอบมากกว่าข้า ย่อมไม่สมเหตุสมผล"
รถม้าเคลื่อนไปตามทางกระทั่งถึงจวนสกุลหลาน
"เอาล่ะ ถันส่าวเฟิง ถึงบ้านของเราแล้ว ลงมากับแม่เถอะ "
"ไอ๊โหย่ว เสี่ยวถาน นั่นผู้ใดกันนำพาเด็กน้อยผู้นี้เข้าจวนมากได้อย่างไร"
"เรียนท่านแม่ เด็กน้อยผู้นี้เป็ผู้ที่ช่วยเหลือเสี่ยวถานไว้ แม่เขาจะเป็เด็กขอทาน แต่มีจิตใจที่ดีนัก กล้าหาญ กล้าช่วยเหลือเสี่ยวถาน"
"เด็กน้อยตัวแค่นี้ช่วยเหลืออะไรเ้า"
"ระหว่างที่เสี่ยวถานเดินชมของที่ตลาด ถูกคนร้ายขโมยเงิน แต่เด็กน้อยผู้นี้เห็นเข้าจึงเรียกะโเสียงดัง จนคนแถวนั้นรีบจับโจรขโมยเงินผู้นั้นไว้ ทำให้เสี่ยวถานได้เงินคืน"
"ดีแล้วที่เ้าไม่เป็อะไร"
"เสี่ยวถานเกรงว่าหากปล่อยไว้ลำพัง โจรผู้นั้นต้องหวนมาทำร้ายเขาแน่ เสี่ยวถานจิตใจบริสุทธิ์ทนเห็นแบบนั้นไม่ได้ จึงขอรับเด็กผู้นี้เข้าจวนหลานในนามบุตรบุญธรรมของเสี่ยวถาน ท่านแม่อนุญาตหรือไม่"
"เช่นนั้นก็ตามใจเ้าเถอะ ถือว่าเ้ามีเมตตาอยู่บ้าง เื่ดีเช่นนี้ ข้าจะขัดขวางทำไมกัน"
"ฮ่าๆ วันนี้ข้าดีใจจริงๆ จิ่นหยวนก็ตั้งท้องสายเืสกุลหลาน เ้าเองก็นำบุตรบุญธรรมเข้าสกุลหลาน ต่อไปนับว่าเบาแรงข้า ไม่ต้องหน่อยเกินไปกังวลว่าสกุลหลานจะสิ้น"
**เสี่ยวถานกลัวว่าฮูหยินจะไม่ยอมรับขอทานคนนี้ จึงแต่งเื่ขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ฮูหยินใหญ่เห็นใจและยอมรับเด็กน้อยผู้นี้