พอพูดถึงชื่อหลินอู๋เฉินทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
ชื่อนี้ถือว่ากลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับตระกูลเย่ไปแล้ว
พวกเขายังจำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ มันสลักลึกลงไปในหัวใจ
กลายเป็นความกลัวที่หยั่งรากลึกไว้ในตระกูลเย่
“เป็นไปได้ไหมว่าหยางจื่อแข็งแกร่งพอๆ กับหลินอู๋เฉิน” หนึ่งในสมาชิกคาดเดา
“ไร้สาระ! ถึงฉันจะไม่ชอบเขามากแค่ไหนแต่หยางจื่อคนนี้เทียบกับหลินอู๋เฉินแล้วเป็นอะไร!” นางเหมยมองสมาชิกตระกูลด้วยสายตาดูถูก เมื่อเป็นแบบนั้นทุกคนจึงเงียบอีกครั้ง
“แต่ถ้าหากให้คุณหลินช่วย ผมก็ต้องจ่ายเงินหลายสิบล้านหยวน พ่อครับเงินขนาดนั้นผมไม่มีหรอก ทำไมเราถึงไม่แจ้งตำรวจให้พวกตำรวจจัดการ...” แต่ก่อนที่เย่หลางจะพูดจบ ผู้นำตระกูลเย่ได้ฟาดหนังสือเข้าศีรษะเขา
“พ่อ! พ่อตีผมทำไม”
“ก็ตีน่ะสิ แกไม่รู้หรือไงว่าพูดอะไรออกมา!”
“พ่อหมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ”
“เฮอะเฮอะ คิดว่าตระกูลเย่อ่อนแอถึงขนาดต้องพึ่งพาตำรวจงั้นเหรอ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หัดคิดซะบ้าง”
“แต่ว่าพ่อครับ ถ้างั้นเราจะทำยังไงกันดี ถ้าหากไม่แจ้งตำรวจ ใช้คนของเราจัดการคิดว่ายังไงก็คงไม่ไหว” เย่หลางเป็นกังวล ตอนนี้เขาห่วงความปลอดภัยลูกสาวคนเดียวเป็นที่สุด
ผู้นำตระกูลเย่ตกอยู่ในห้วงความคิด สักพักจึงกล่าว “นายมีเงินสดอยู่ในธนาคารเท่าไหร่”
“เอ่อ...”
“เท่าไหร่!”
“ยะ...ยี่สิบล้านหยวนครับ”
“งั้นก็ดี รีบหอบเงินสดนั่นไปหาคุณหลิน ขอให้เขาช่วย”
“เอ๋....แต่ว่านั่นเป็นเงินทั้งหมดของผมนะครับ ถ้าหากเสียเงินนี้ไปธุรกิจของผมก็คง...” เย่หลางมีท่าทีลังเลชัดเจน
“งั้นก็ลืมมันไปซะ ไม่ต้องพูดถึงมันอีก!” ผู้นำตระกูลเย่หมดความอดทน โบกมือทีหนึ่งให้เลิกประชุม
เย่หลางกัดฟันกรอด สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูด “พ่อครับ ก็ได้ในเมื่อมันเป็นทางเลือกสุดท้าย ผมจะรีบเอาเงิน 20 ล้านหยวนนั่นไปให้คุณหลินช่วยทันที”
“ดี! การต่อสู้ครั้งนี้เราจะเป็นผู้ชมอยู่ฝ่ายนอก” ผู้นำตระกูลเย่พยักหน้าพึงพอใจ จากนั้นทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว ติดต่อไปที่ป่านหลงวิลล่า
”คุณพ่อ ผมไม่มีข้อมูลติดต่อของคุณหลิน พ่อมีหรือเปล่าครับ” เย่หลางถาม
ผู้นำตระกูลชะงักครุ่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงต่ำ “ไม่ นายต้องไปติดต่อคุณหลินเองที่ป่านหลงวิลล่า”
“แล้วถ้าไม่เจอที่นั่นละครับ”
“งั้นก็ต้องไปที่มหาลัยชุนเหลียน”
“เข้าใจแล้วครับมหาลัยชุนเหลียน...มหาลัยชุนเหลียน...ชื่อคุ้นๆ นะ เดี๋ยวสิที่นั่นมีเย่หลิงเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ นี่เย่เหริน ให้ลูกสาวของนายติดต่อคุณหลินให้หน่อยสิ” เย่หลางจำได้ว่าหลานสาวเรียนอยู่ที่นั่นคนหนึ่ง รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกพี่ลูกน้องทันที
“ก็ได้” เย่เหรินถอนหายใจ
ตัวตนของหลินอู๋เฉินอันตรายมาก เขาไม่อยากให้ติดต่อกับลูกสาวเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เมื่อมันเกี่ยวพันกับการอยู่รอดของตระกูล
..........
หยางจื่อหลบหนีมาทางท่อระบายน้ำ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ค่อนข้างช้า เมื่อต้องนำอีกคนที่มีร่างกายอ่อนแอมาด้วย
แต่อย่างใดก็ตาม เขายังสลัดพวกคนธรรมดาออกไปได้ อาศัยวรยุทธ 10 ปีที่ถูกฝึกฝนบนภูเขา มีอะไรต้องกลัว
“นี่นาย จะพาฉันไปที่ไหนเนี่ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ” เย่ซูเหวินเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ในบางครั้งออกกำลังกายที่ฟิตเนสบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เกินกว่าขีดจำกัด
หล่อนไม่มีแรงวิ่งไปได้อีกแล้ว
“หุบปาก! อยากตายหรือไงถึงกล้าบ่น” หยางจื่อที่ยืนพิงกำแพงตวาดลั่น ทำให้เธอไม่กล้าพูดอะไรอีก
“หลินอู๋เฉินนะหลินอู๋เฉิน! กล้าดียังไงมาเปิดเผยความลับของฉัน ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้ ไม่ว่าแกจะหลบซ่อนอยู่ที่ไหนก็ตาม” หยางจื่อคำราม
วันคืนอันแสนหวานระหว่างเขากับถังปิงหยุนกำลังจะเริ่มขึ้น แต่มันกลับถูกทำลายโดยคนนอก และนั่นทำให้เขาโกรธ
“นายจะตะโกนทำไม ถ้าหากอยากระบายความโกรธก็ไปหาเขาตรงๆ สิ ที่ป่านหลงวิลล่าไม่ก็มหาลัยชุนเหลียน ที่ไหนสักที่นายต้องเจอเขาแน่” เย่ซูเหวินไม่คิดปิดบังข้อมูล ต่อให้หล่อนรู้ข้อเท็จจริงว่าหลินอู๋เฉินไม่ได้เป็นคนฆ่าเย่ฟาน แต่ก็ต้องการเห็นเขาตายเช่นกัน
“ป่านหลงวิลล่า มหาลัยชุนเหลียน...” หยางจื่อพึมพำเงียบๆ
..........
มหาลัยชุนเหลียน ระหว่างนั่งทานอาหารในโรงอาหารช่วงบ่าย
โทรศัพท์มือถือของเย่หลิงสั่น หลังจากหยิบขึ้นมาเปิดดูหล่อนถึงได้กดรับสาย
คุยได้ครู่หนึ่งใบหน้าจึงตื่นตระหนก
“อะไรนะคะ เย่ซูเหวินถูกลักพาตัว ตอนนี้กำลังเร่งตามหางั้นเหรอคะ!” เย่หลิงอุทานตกใจ หลังคุยได้ครู่หนึ่งหล่อนก็กดวางโทรศัพท์ สีหน้าปั้นยาก บ่งบอกถึงความคิดที่สับสน
“เย่หลิงเกิดอะไรขึ้น บอกฉันมาเดี๋ยวฉันจะจัดการให้” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโต๊ะใช้โอกาสนั้นกุมมือ หวังให้เธอสบายใจ แต่เย่หลิงกลับดึงมือออก และนั่นทำให้เขาไม่พอใจแต่ไม่สามารถตำหนิได้
นี่คือเจ้าหญิงแห่งตระกูลเย่ เธอมีความถือตัวและสูงศักดิ์
ผู้หญิงคนนี้เป็นคนหัวรั้น ขนาดคบเป็นแฟนยังไม่เคยจับมือกันสักครั้ง ดังนั้นเลิกคิดถึงเรื่องอื่นไปได้เลย
“เย่หลิง เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เพื่อนสนิทที่เรียนคณะเดียวกันถาม
“ลูกพี่ลูกน้องถูกลักพาตัว ตอนนี้คนที่ตระกูลวุ่นกันใหญ่”
“อะไรนะ ถูกลักพาตัวนั่นเรื่องใหญ่เลยนะ พวกเขาแจ้งตำรวจหรือยัง”
“ไม่แจ้ง แต่ให้ฉันหาใครคนหนึ่งในมหาลัยของเรา บอกว่าเขาสามารถช่วยได้” เย่หลิงตอบ
“แปลกจัง ไม่แจ้งตำรวจแต่ให้หาคนในนี้ไปช่วย นี่พวกเขาบ้าหรือเปล่าเนี่ย” ฉินเย่ทำหน้าตกใจ
เย่หลิงลุกขึ้นยืน สะพายกระเป๋ากำลังจะออกไป แต่ในตอนนั้นฉินเย่ได้กล่าว “เดี๋ยวสิจะไปไหนน่ะ ถ้าหากจะไปหาคนเธอก็ควรบอกพวกเรานะ อย่างน้อยจะได้ช่วยหา”
“ใช่ๆ เรื่องนี้ฉินเย่พูดถูก เย่หลิงเธอควรจะพูดมันออกมานะ ทุกคนจะได้ช่วยกันตามหาไง ลูกพี่ลูกน้องของเธอจะได้ปลอดภัย”
ทีแรกเย่หลิงไม่อยากเปิดเผยข้อมูล เพราะทางตระกูลเย่บอกว่าคนที่ให้ไปหาเธอต้องเคารพนอบน้อมถึงขีดสุด จะแสดงความเป็นปฏิปักษ์ออกมาไม่ได้เด็ดขาด
ตั้งแต่เกิดมาเย่หลิงไม่เคยเห็นคนที่บ้านเป็นแบบนั้น เธอจึงไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูล แต่ครั้นถูกถามซึ่งหน้าหล่อนก็เลยโพล่งออกมา
หลังจากได้รับข้อมูล จินเฉินหนึ่งในเพื่อนผู้หญิงกล่าวว่า “คนที่เธอบอก เหมือนกับลูกหลานคนรวยที่ขับซูเปอร์คาร์ราคาแพงหลายคันเลย”
“เธอรู้จักเหรอ!” ดวงตาของเย่หลิงเป็นประกาย
“ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แค่ได้ยินพวกรุ่นน้องคุยกันน่ะ ฟังว่าเขารวยมากเลยนะ แถมไม่กี่วันก่อนยังแข่งรถชนะ แต่ฉันไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า สงสัยเธอต้องไปหาเขาด้วยตัวเองถึงจะรู้” จินเฉินแนะนำ
“ขอบใจนะจินเฉิน”
หลังจากฟังข้อมูลได้ครู่หนึ่งเย่หลิงจึงขอตัว
ในฐานะแฟนฉินเย่ไม่สามารถทนเห็นเธออยู่กับลูกหลานคนรวยได้ จึงขอตามไปด้วย เพราะเหตุนั้นจินเฉินจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตามไป
.......
ชื่อเสียงของหลินอู๋เฉินในมหาลัยชุนเหลียนโด่งดังมาก เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก
โดยเฉพาะเด็กปี 1 ทุกคนต่างรู้จักลูกหลานคนรวยคนนี้
“อยู่ที่ห้องอาจารย์มู่เหรอ ขอบใจมากนะ” เย่หลิงเมื่อรู้ที่อยู่ก็รีบมุ่งหน้าไปทันที อย่างรวดเร็วเธอมาถึงห้องพักอาจารย์
“รออะไรอยู่ รีบๆ เปิดประตูสิ” จินเฉินเร่งเร้า ด้วยชื่อเสียงของคนร่ำรวยหนุ่ม มีใครบ้างไม่อยากเห็นตัวเป็นๆ
“ได้” เย่หลิงรู้ว่าการเปิดเข้าไปเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็นเรื่องไม่น่าอภัย โดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็นถึงคนตระกูลมู่ เธอต้องวางตัวให้ดีก่อนเผชิญหน้า
เคาะประตูสองครั้ง หลังจากนั้นก็มีคนข้างในเปิดประตูออก เป็นผู้หญิงที่มีใบหน้ารูปไข่ คิ้วโค้งเรียวผมถูกทำเป็นลอนสวย
“อาจารย์มู่สวัสดีค่ะ” เย่หลิงทักทาย
“สวัสดี พวกเด็กปี 3 ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาหาอาจารย์มีธุระอะไร” มู่เจาเจาจดจำหน้าเด็กทุกคนได้ไม่ยาก โดยเฉพาะลูกหลานคนรวยอย่างตระกูลเย่และฉิน สองคนนี้ต้องจำไว้เป็นพิเศษ
“พวกเรามาหาหลินอู๋เฉิน ได้ข่าวว่าวันนี้เขาอยู่ที่นี่ อาจารย์พอจะบอกให้เขาออกมาได้หรือเปล่าคะ ฉันมีธุระสำคัญคุยด้วย” เย่หลิงบอกจุดประสงค์ไม่อ้อมค้อม
“อ๋อ...ได้สิ” จากนั้นอาจารย์เดินเข้าไปข้างในห้องพัก ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับนักศึกษาปี 1
“นายคือหลินอู๋เฉินสินะ พ่อฉันบอกให้มาหานาย ฉันมาจากตระกูลเย่” เพราะไม่รู้จักหน้าคร่าตา เย่หลิงจึงต้องถามให้แน่ใจเสียก่อน
“คนจากตระกูลเย่...มีเรื่องอะไร รีบๆ พูดมา” หลินอู๋เฉินค่อนข้างหงุดหงิดกับเรื่องของตระกูลเย่ ดังนั้นไม่แปลกที่กิริยาของเขาจะไม่ดี
“นี่นาย! กล้าดียังไงวางท่า รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร” ฉินเย่อดทนไม่ได้ ในฐานะแฟนเขาไม่เคยตวาดหล่อนเลยสักครั้ง แล้วนี่เป็นคนนอกแต่กล้ามาชี้นิ้วสั่ง สงสัยอยากตาย!
“ฉินเย่เงียบหน่อย ถ้าไม่ช่วยก็ออกไปอย่าได้รบกวน!” เย่หลิงไม่ชอบวิธีของหลินอู๋เฉินก็จริง แต่หล่อนจำที่พ่อบอกได้ ต้องนอบน้อมเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ห้ามทำให้เขาโกรธเด็ดขาด
“ชิ!” ฉินเย่ไม่สามารถตำหนิเย่หลิง แต่เขาได้สลักชื่อของหลินอู๋เฉินไว้แล้ว
หมอนี่คือศัตรูหมายเลข 1 ที่ต้องกำจัด!
ฆ่าหลินอู๋เฉิน!