WWO Chapter 9 นักเลงคีย์บอร์ด
หลังจากเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จ ทั้งสามก็ออกลาดตระเวณอีกครั้ง และคราวนี้ พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับโจรหรือสัตว์อันตรายอะไรอีก แม้จะมีเสียงหอนของหมาป่าตลอดทั้งคืน แต่พวกเขากลับไม่พบพวกมันแม้แต่ตัวเดียว ที่พวกเขาเจอก็มีเพียงหมูป่าตัวหนึ่งที่กำลังนอนอยู่ และทหารยามก็เข้าไปจัดการกับมันด้วยตัวเอง
หลังจากจัดการเสร็จ เขาก็มองไปที่พงและพร้อมว่า “ข้าเห็นเ้าจัดการกับร่างของจงอางป่าก่อนหน้านี้แล้ว ดูเหมือนว่าเ้าจะคุ้นกับการจัดการสัตว์ใช่หรือไม่? เ้าพอจะจัดการหมูตัวนี้ด้วยได้หรือไม่? แล้วข้าจะแบ่งเนื้อให้เ้า 1 ใน 10 ส่วน”
“แน่นอนพี่ชาย ข้าจะช่วยท่านเอง” ตอนแรกพงก็คิดว่ามันจะเป็เควส แต่ดูเหมือนสิ่งที่ต้องทำจะง่ายเกินไป เควสจึงไม่เด้งขึ้นมา ‘เอาเถอะ ยังไงก็ได้ส่วนแบ่งเป็เนื้อหมู อีกอย่าง ความสัมพันธ์กับทหารยามคนนี้ก็น่าจะดีขึ้นด้วย’
ใช้เวลาไม่นาน เขาก็รีดเื เอาเครื่องในออกพร้อมตัดไม้ใผ่มาบรรจุมันเอาไว้ ก่อนจะนำกลับไปที่หมู่บ้าน
พวกเขาเดินลาดตระเวณจนกระทั่งสุดเส้นทาง และในที่สุด เวลาก็ล่วงเลยมาถึง 6 โมงเช้า และพวกทหารยามอนุญาติให้เขาเตรียมอาหารเช้า
เห็นเป็โอกาสอันดี พงจึงทำการแร่เนื้องูและย่างมันทันที และเมื่อพวกทหารยามเห็นเช่นนั้น คนที่สนใจก็นำเกลือและเครื่องปรุงเท่าที่มีมาให้ พร้อมขอเนื้องูปรุงสุกเป็การแลกเปลี่ยน แน่นอน พงไม่ปฏิเสธ งูตัวใหญ่มีเนื้อมาก เขากินมันไม่หมดอยู่แล้ว
และไม่เพียงแต่เขาจะไม่ปฏิเสธการแลกเปลี่ยนเท่านั้น เขายังแลกเปลี่ยนมากขึ้นด้วย ทั้งแลกกับข้าว แลกกับพืชผัก หรือกระทั่งแลกกับเครื่องครัว เพราะตอนนี้ บ้านของเขาเป็บ้านเปล่าที่แทบจะไม่มีอะไรเลย
แน่นอน เขาไม่ลืมที่จะเตรียมมื้อเที่ยงสำหรับตัวเขาและมะลิด้วย
ตอนแรก มะลิก็จะไม่กิน แต่พอเห็นทหารหลายคนเอาของมาแลกเปลี่ยนกับเนื้องูอย่าง เธอก็อดไม่ได้ที่จะลองชิมมันดู จากนั้น เธอก็กินมันไม่หยุดเลย เห็นเช่นนั้น พงก็ยิ้มและคิดในใจ ‘สมกับเป็อาหารรสเลิศจริงๆ แม้แต่ลูกคุณหนูอย่างเธอก็ยังหยุดกินมันไม่ได้เลย’
สำหรับเนื้อหมู 5 กิโลกรัม ที่ได้รับเป็ส่วนแบ่งจากทหารยาม เขาทาเกลือและหมักมันเก็บไว้ สำหรับทำมื้อเย็น
เขาใช้เวลาส่วนใหญ่เตรียมอาหาร ทำการแลกเปลี่ยน และทานอาหารเช้า จนกระทั่ง 7 โมง ซึ่งเป็เวลาออกเวรของพวกเขา
ในตอนนั้น พวกเขาอยู่ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน และเตรียมจะกลับเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อสำเร็จภารกิจของพวกเขา
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำเช่นนั้น ก็ได้มีแสงสว่างขึ้นที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน จากนั้น คน 2 คนก็ปรากฎตัวขึ้น หนึ่งเป็ชายและอีกหนึ่งเป็หญิง
หลังจากที่ปรากฎตัวขึ้นที่นั่น ชายหนุ่มร่างผอมดวงตาลึกก็บ่นออกมาว่า “อะไรกัน เหตุใดพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว เหตุใดพวกเราถึงไม่ได้ไปที่นครเซไล? ระบบมันเป็บ้าอะไรของมันกัน”
ด้านข้างเขา หญิงสาวใบหน้าคม ผิวสีแทน รูปร่างสมส่วน เธอก้มหน้าพร้อมใช้มือท้าวศีรษะ ดูเหมือนว่าเธอจะปวดหัวกับสหายหนุ่มของเธอไม่น้อยเลย
“คราวก่อนเพราะเ้าพูดมาก เราเลยถูกพวกทหารยามฆ่า หากคราวนี้เ้าพูดอะไรอีก ข้าจะไม่ช่วยเ้าและจะไม่ตายไปพร้อมกับเ้าแล้วนะ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง
ชายหนุ่มไม่ตอบกลับ เขามองไปที่มะลิพร้อมทำตาโต ก่อนจะค่อยๆเดินไปหาเธอ “สาวน้อย เราเจอกันอีกแล้วนะ ข้าว่าพวกเรามาแนะนำตัว เพื่อเป็สหายกันและเดินทางไปนครเซไลด้วยกัน ดีหรือไม่?”
เห็นชายคนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาเธอพร้อมสายตาหยาบโลน มะลิก็เดินมาหลบหลังพงพร้อมกล่าวว่า “ข้าไม่ชอบชายผู้นี้เลย คราวก่อนก็เพราะปากของเขา หญิงสาวผู้นั้นถึงได้ถูกฆ่าไปด้วย”
ได้ยินคำกล่าวของมะลิ พงก็หันหน้าไปมองชายคนนั้นที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจังโดยไม่กล่าววาจาใดๆ
เห็นการแสดงออกของเขา ชายคนนั้นก็หยุดเดินพร้อมสถบออกมาว่า “ไอ้เ้าโง่นี่ เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร เหตุใดถึงกล้าขวางทางข้า เ้ารู้หรือไม่ ข้ามีพวกมาที่พื้นที่จังหวัดเลยเยอะนะ หากเ้าไม่อยากมีปัญหา ก็จงถอยไปซะ”
พงยังคงไม่กล่าวใดๆ เขาทำเพียงชักดาบออกมาอย่างแ่เบาพร้อมกับมองไปที่ชายคนนั้น
เห็นเช่นนั้น ชายคนนั้นก็ผงะและถอยหลังกลับหลังเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมองมาที่พงอีกครั้งพร้ะโกนว่า “อย่างมากเ้าก็ฆ่าข้าได้แค่ในเกม ลองมานอกเกมสิ ข้ามีพวกเยอะ เดี๋ยวข้าจะตามไปจัดการกับเ้าถึงที่เลย”
พงยังคงไม่กล่าวอะไร แต่คราวนี้ เขาไม่ได้ยืนอยู่กับที่อีกต่อไป เขาเดินตรงไปหาชายคนนั้นพร้อมกระชับดาบในมือที่กำลังส่องประกายกระหายเื
แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปถึง หญิงสาวที่มาพร้อมกับชายคนนั้นก็วิ่งมาขวางทางระหว่างพวกเขาพร้อมก้มหัวเชิงขอร้องและกล่าวว่า “ข้าขออภัยแทนสหายของข้าด้วย แม้ว่าเขาจะเป็พวกปากเสียและหน้าหม้อไปบ้าง แต่เขาก็เป็สหายในกลุ่มของข้า ท่านช่วยอภัยให้เขาได้หรือไม่?”
เห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็โกรธพร้ะโกนออกไปว่า “เ้าจะมาขวางทางทำไม มันไม่กล้าทำอะไรข้าหรอก หากมันฆ่าข้า มันก็จะถูกลงโทษตามกฎของเกม”
พงหันไปมองหญิงสาวด้านหน้าที่อายุน่าจะพอๆกับมะลิและกล่าวว่า “ดูเหมือนสหายของเ้าจะไม่สนใจอะไรเลยนะ ให้เขาไปนอนเล่นอีกสัก 6 ชั่วโมงแล้วค่อยเข้ามาอีกรอบน่าจะดีกว่านะ”
ได้ยินคำกล่าวของพง ชายหนุ่มยิ่งโมโหมากขึ้นกว่าเดิม “ไอ้โง่ เ้าคิดว่าข้าจะกลัวเ้าหรือ ข้าจะฟ้องผู้ดูแลเกมว่าเ้ามันโกง เ้าจะต้องถูกลงโท...”
ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้กล่าวจบ มีดคู่หนึ่งก็แทงที่ด้านหลังของเขา คนที่ฆ่าเขาไม่ใช่พง แต่เป็มะลิที่ดูเหมือนจะเหลืออดแล้ว
“ให้มันจบๆไป หากครั้งหน้ามันยังทำตัวน่ารำคาญเช่นนี้อีก ข้าก็จะฆ่ามันอีก” หลังจากฆ่าชายคนนั้นแล้ว ก็มีขีดสีแดงปรากฎขึ้นที่เหนือศีรษะของมะลิ และขีดนี้ก็คือสัญลักษณ์ของสถานะฆาตกร
ตามกฎของเกม สัญลักษณ์ของสถานะฆาตกรจะมีได้สูงสุด 9 ขีด แต่ละขีดจะหายไปเองหลังจากผู้เล่นใช้เวลาในเกมถึง 24 ชั่วโมง หรือตาย 1 ครั้ง แน่นอน การฆ่า 1 คน ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับ 1 ขีดเสมอไป นั่นเป็เฉพาะขีดแรกเท่านั้น สำหรับขีดถัดไป มันจะขึ้นอยู่กับระดับการก่ออาชญากรรมของผู้เล่นนั้นๆ
ผลของสถานะฆาตกรนี้นับว่าค่อนข้างอันตรายทีเดียว เพราะหากผู้เล่นที่ติดสถานะฆาตกรถูกฆ่าตาย อัตราการดรอปของจะเพิ่มมากขึ้น และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ หากเป็ระดับ 9 ขีด ของทุกอย่างบนตัวจะดรอป หรือก็คือถูกรูดจนหมดตัว ไม่เพียงเท่านั้น บทลงโทษการลดเลเวลก็รุนแรงขึ้นอย่างมากอีกด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ คนที่ฆ่าคนติดสถานะฆาตกร ก็จะไม่ติดสถานะฆาตกรไปด้วย นี่เป็ระบบที่ทำขึ้นสำหรับให้พวกผู้เล่นยินดีตามล่าผู้เล่นที่ติดสถานะฆาตกรด้วยตัวเอง
มะลิไม่สนใจสถานะฆาตกร เธอมองไปผู้หญิงอีกคนที่อยู่ตรงหน้า พร้อมแสดงท่าทีเหมือนจะฆ่าผู้หญิงคนนี้ไปด้วย
อย่างไรก็ตาม พงเดินเข้ามาขวางเธอและกล่าวว่า “ใจเย็นไว้ก่อน แม้นางจะเป็สหายกับชายคนนั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะเป็ศัตรูของพวกเรา มาคุยกับนางก่อน”
มะลิยังคงแสดงออกอย่างขุ่นเคืองบนใบหน้าของเธอ แต่เธอก็ยอมลดมีดลง ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านโดยไม่กล่าวอะไร
เห็นเช่นนั้น หญิงสาวก็ถอนหายใจพร้อมมองมาที่พงด้วยสายตาเป็ประกาย เธอทำท่าทางเขินอายเล็กน้อยและกล่าวว่า “ข..ขอบคุณที่ช่วยข้า ไม่เช่นนั้น ข้าคงถูกผู้หญิงคนนั้นฆ่าตามสหายของข้าไปแน่ ข้ามีชื่อในเกมว่า เงาจันทรา เรียกข้าว่าเงาจันทร์ก็ได้”
“ข้ามีชื่อในเกมว่าหินเหล็กกล้า เรียกข้าว่าหินก็พอ เ้าเพิ่งจะเข้ามาในเกม เดี๋ยวข้าจะพาไปแนะนำกับนายบ้าน เ้าจะได้มีภารกิจทำ และหากเ้าสนใจ ก็มาร่วมปาร์ตี้กับพวกเราได้”
“ขอบคุณท่านมาก สำหรับเื่ปาร์ตี้ ข้าขอคุยกับสหายของข้าก่อน ในโลกจริง พวกเรารวมกลุ่มกันหลายคนและข้าติดค้างหัวหน้ากลุ่มอยู่ด้วย หากข้าออกไป มันอาจจะเป็ปัญหาได้”
“ข้าเข้าใจ ไว้พวกเราค่อยคุยเื่นั้นภายหลังกัน ตอนนี้ ไปหานายบ้านกันก่อน” พงกล่าวพร้อมกับหันหลังกลับและเดินตรงเข้าไปในหมู่บ้าน
ส่วนเงาจันทร์ก็พยักหน้าและรีบเดินตามเขาเข้าไป
ที่หน้าทางเข้า ทหารยามจดจ้องมาที่เธอเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ไม่ได้พยายามจะหยุดเธอแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็ทำให้เงาจันทร์คิดบางอย่างขึ้นมาในหัว ‘ดูเหมือนชายผู้นี้จะสร้างความสัมพันธ์กับหมู่บ้านได้ค่อนข้างดีทีเดียว การร่วมมือกับเขาน่าจะเป็ผลดีกับเราไม่น้อยเลย’
พวกเขาตรงไปที่ศาลากลางหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้ นายบ้านนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน กำลังคุยอยู่กับมะลิ พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของมะลิเมื่อครู่ก็กลายเป็บึ้งตึงอีกครั้ง ขณะที่นายบ้านมองไปยังหญิงสาวคนใหม่
“นางเป็ใครหรือ?” เขาถามพงที่พาหญิงสาวเข้ามา
“นางมีนามว่า เงาจันทรา ข้าพบนางที่หน้าหมู่บ้าน ตามที่ได้ยินจากนาง ดูเหมือนนางก็เพิ่งถูกพวกโจรปล้นมาเช่นกัน”
“เฮ้อ พวกโจรอีกแล้วหรือ เอาเถอะ ให้นางมาอยู่ที่หมู่บ้านก่อนก็ได้ ข้าให้เ้าเป็คนดูแลนางแล้วกัน จริงสิ ข้าได้ยินว่าเ้าจัดการโจรได้ด้วยตัวคนเดียวหรือ ดูเหมือนที่เ้าบอกว่าเคยเป็คนคุ้มกันให้พ่อค้าจะไม่ได้แค่โม้สินะ”
“ข้าแค่โชคดีเท่านั้นขอรับ สำหรับเื่รายงานการลาดตระเวณ...”
“ข้ารายงานหมดแล้ว” มะลิกล่าวขัดจังหวะ เห็นได้ชัดว่าเธอยังขุ่นเคืองเื่ที่พงมาขังขวางเธออยู่
เมื่อนายบ้านเห็นหนุ่มสาวเง้างอนกัน เขาก็หัวเราะออกมาและกล่าวว่า “หนุ่มสาวนี่ช่างดีจริงๆ เฮ้อ...ดูเหมือนข้าจะแก่เกินไปแล้วสินะ”
“ไม่เลย ดูยังไงท่านอาจารย์ยังคงหนุ่มแน่น หากท่าน้า ข้าว่าสาวๆคงแทบจะวิ่งหาท่านเลยล่ะ”
“ฮ่าๆๆ พูดได้ดี แต่พอเท่านั้นเถอะ มากลับเข้าเื่กันดีกว่า” นายบ้านหยิบถุงขึ้นมา 2 ถุง ถุงนึงมอบให้กับมะลิ และอีกถุงมอบให้กับพง “นี่เป็เงินรางวัลสำหรับการจัดการพวกโจร แม้ในหมู่บ้านจะไม่ค่อยใช้เงินสำหรับแลกเปลี่ยนสิ่งของมากนัก แต่ใน่เวลาที่มีพ่อค้าเร่เดินทางมา เ้าจะต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนกับพวกเขา”
“ขอบคุณขอรับ ท่านอาจารย์” พงและมะลิรับถุงเงินมา และเมื่อเปิดออกดู ก็พบว่าทั้งสองถุงมีเงินอยู่ถุงละ 2 เหรียญเงิน พงไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่มะลิพอใจเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม คนที่ตื่นเต้นในที่สุดไม่ใช่พวกเขาทั้งสอง แต่เป็เงาจันทร์ที่เพิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน ‘พวกเขาได้รับเงินขนาดนี้ั้แ่วันแรกเลยหรือ หากเมื่อวานข้าไม่ช่วยเ้าบ้านั่น ข้าคงหาเงินได้เป็กอบเป็กำ น่าจะพอสำหรับค่าผ่อนเครื่องเล่นเกมเดือนนี้เลยด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ’
จากนั้น นายบ้านก็มองไปที่เงาจันทร์และกล่าวว่า “ใกล้จะถึงเวลาไปเกี่ยวข้าวแล้ว สาวน้อย เ้าจะไปกับพวกเราหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่ามันเป็ภารกิจ เงาจันทร์แทบจะไม่คิดอะไรและตอบตกลงทันที
“ข้าจะไปด้วย ถึงข้าจะเกี่ยวข้าวไม่เป็ แต่ข้าก็ยินดีจะลองทำมัน”
“ดี ดี เด็กรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำหากได้ยาก อนาคตของเ้าคงจะไปได้ไกลทีเดียว เอานี่ เคียวของเ้า” นายบ้านมอบเคียวให้กับเงาจันทร์
จากนั้น เขาก็นำพวกเขาไปที่หน้าหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้เกวียน 50 เล่ม ชาวบ้าน 40 คน และทหารยามอีก 10 นาย มายืนรอแล้ว
หลังจากปราศรัยสั้นๆแล้ว นายบ้านก็นำทุกคนไปยังทุ่งนาที่ห่างออกไปจากหมู่บ้านราว 1 กิโลเมตรครึ่ง ซึ่งไกลกว่าเมื่อวานเล็กน้อย และเมื่อไปถึง ทุกคนก็ลงนาเกี่ยวข้าวตามการจัดแจงของนายบ้าน และก็เหมือนกับคราวก่อน พงได้รับหน้าที่ให้สอนเงาจันทร์เกี่ยวข้าว