ตอนที่ 92: ย้อนคืนตัวตน
เปลือกตาบางของ ดร.น้ำฟ้า ค่อยๆ ขยับสั่นไหวก่อนจะเปิดลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ ภายในห้องปฏิบัติการส่วนตัวที่ปิดกั้นสัญญาณรบกวนภายนอกอย่างหนาแน่น แสงไฟโทนสลัวรอบกายยังคงนิ่งสงบ สัมผัสแรกที่เธอรับรู้ได้ในโลกความเป็นจริงคืออ้อมกอดอันอบอุ่น มั่นคง และแน่นหนาของรินที่ยังคงกอดประคองร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้แนบอกกว้าง ผิวเนื้อแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ชุ่มเหงื่อบางเบาของชายหนุ่มส่งผ่านกระแสความปลอดภัยและความเอาใจใส่เข้ามาเยียวยาจิตวิญญาณที่เกือบจะแตกสลายของเธอ
ม่านหมอกสีม่วงเข้มข้นที่เคยปกคลุม หมุนวน และปั่นป่วนอยู่ในดวงตาของเธอเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงดวงตาคู่สวยสีดำสนิทที่กลับมาแจ่มใส นิ่งสงบ อ่อนโยน และเปี่ยมไปด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดังเดิม
"ริน..." น้ำฟ้าพึมพำเสียงแผ่ว ลำคอระหงยังคงรู้สึกอุ่นระอุและเจ็บแปลบเบาๆ จากรอยแดงไหม้จางๆ ที่เกิดจากความร้อนของปลอกคอสมอประสาทพกพาที่ทำงานเกินขีดจำกัด
"หมอฟ้า! ฟื้นแล้วเหรอครับ... คุณปลอดภัยแล้วนะคนดีของผม" รินก้มลงสบตาและระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด แขนแกร่งกระชับกอดร่างบางของเธอไว้แน่นขึ้นอีกราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที ร่างของเธอจะลอยละลิ่วหายไปในความมืดมนอีกครั้ง
เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมาอย่างเต็มร้อย เศษเสี้ยวความทรงจำอันน่าตื่นตระหนกในช่วงวิกฤตก็พรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดของน้ำฟ้าทันที เธอจดจำวินาทีที่ตนเองตกอยู่ภายใต้การครอบงำของคลื่นสีม่วงแฝงได้อย่างแม่นยำ จำภาพที่เธอสูญเสียการควบคุมสัญชาตญาณและการตัดสินใจเกือบทั้งหมดแล้วก้าวเท้าสั่นเทาเดินตรงไปเตรียมบิดกลอนประตูบานใหญ่เพื่อเปิดต้อนรับใครก็ตามภายนอกเข้ามาล่วงละเมิดทำเรื่องอัปยศต่อหน้าคู่รักคนไข้ตามภาพภวังค์สะกดจิตของคุณหญิงกรองแก้ว
ความหวาดกลัวที่เกือบจะสูญเสียดวงจิตวิญญาณและความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่เกือบทำให้ความน่าเชื่อถือในวิชาชีพของนักจิตบำบัดพังทลายลงในพริบตา ตีรวนพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพลักษณ์ของจิตแพทย์สาวผู้สงบนิ่ง เยือกเย็น และอยู่เหนือสิ่งควบคุม มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวที่เปราะบาง อ่อนแอ และเต็มไปด้วยบาดแผลที่กำลังร้องหาความอบอุ่น
หยาดน้ำตาใสสะอาดเริ่มเอ่อคลอนัยน์ตาก่อนจะหลั่งรินผ่านแก้มเนียนทั้งสองข้าง น้ำฟ้าสะอื้นแผ่ว ร่างกายบางสั่นเทิ้มระริกในอ้อมกอดของริน ใบหน้าสวยซบลงกับแผงอกอุ่นของชายหนุ่ม ปลดปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาอย่างสุดกั้นราวกระเขื่อนพังทลาย สองมือนุ่มขยำเสื้อของรินไว้แน่นหนา ราวกับคนจมน้ำที่พยายามยึดสมอเรือลำสุดท้ายในชีวิต
"ฉัน... ฉันเกือบจะทำมันลงไปแล้วริน... ฉันเกือบจะเปิดประตู... เกือบสูญเสียตัวเองไปแล้ว..." น้ำฟ้าพร่ำบอกเสียงสั่นเครือปนหยาดสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้
"ชู่ว... ไม่ร้องนะครับคนเก่งของผม มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยนะหมอฟ้า..." รินกระซิบปลอบโยนอย่างอ่อนโยน สุ้มเสียงทุ้มนุ่มสั่นไหวระคนห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ฝ่ามือหนาลูบศีรษะและลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างเบามือ สัมผัสอันอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านขั้วประสาท ช่วยปัดเป่าความตึงเครียดที่เกาะกุมอยู่ในสมองของเธอให้ค่อยๆ คลายตัวลง
ชายหนุ่มก้มลงใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดปัดน้ำตาที่นองหน้าของเธอออกอย่างเบามือ สลับกับการก้มลงกดจูบซับน้ำตาที่แก้มเนียนระเรื่อทีละข้างอย่างรักใคร่ สัมผัสอันนุ่มนวลทะนุถนอมของเขาช่วยบรรเทาความหนาวสะท้านและขจัดความหวาดหวั่นในดวงจิตของน้ำฟ้าให้สลายลงไปจนค่อยๆ สลายตัวกลับมาอบอุ่นและมั่นคง
"เป็นเพราะความประมาทของผมเองครับหมอฟ้า..." รินเอ่ย สุ้มเสียงแฝงความโทษตัวเองเบาๆ "กระแสอารมณ์บีบคั้นในห้องบำบัดเมื่อครู่รุนแรงและปั่นป่วนเกินไป ส่งผลให้อุปกรณ์สมอประสาทพกพารับภาระหนักเกินขีดจำกัดจนแผงวงจรร้อนจัดและลัดวงจรไปชั่วขณะ เกราะป้องกันสัญญาณรบกวนจึงล้มเหลวจนไม่อาจปล่อยคลื่นช่วยพยุงสมาธิให้คุณได้ แต่คุณเก่งมากครับที่ฝืนกลั้นต่อสู้กับมันจนถึงนาทีสุดท้าย..."
น้ำฟ้าสบตาของชายหนุ่ม สัมผัสความอบอุ่นมั่นคงที่เขามอบให้ทำให้ความกังวลค่อยๆ ผ่อนคลายลง เธอสูดหายใจลึกข่มสะอื้นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ รับคำปลอบโยนของเขา
"ขอบใจนะริน... ขอบใจที่พุ่งเข้ามาช่วยฉันได้ทันเวลา..."
หลังจากอารมณ์บอบบางของน้ำฟ้าเริ่มสั่นพ้องประสานคงที่ ทั้งสองก็พยุงตัวช่วยกันชำระล้างร่างกายและล้างคราบเหงื่อไคลรวมถึงคราบคาวรักจากเซสชั่นบำบัดกู้ภัยฉุกเฉินที่เลอะเปรอะตามเรียวขาขาวและเรือนร่างของน้ำฟ้าจนสะอาดสะอ้าน รินช่วยประคองและสวมเสื้อผ้าชุดสูทสีครีมตัวเดิมกลับคืนให้ จัดแจงทรงผมและปัดคราบเปื้อนจนดร.น้ำฟ้ากลับมางดงามสง่างามและเปี่ยมด้วยราศีน่าเชื่อถือของจิตแพทย์มืออาชีพดังเดิม
น้ำฟ้าสำรวจตัวเองหน้ากระจกในห้องแล็บ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับระดับสภาพจิตวิญญาณและสีหน้า จากนั้นสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความเชื่อมั่นแล้วก้าวกลับออกไปยังห้องบำบัดด้านนอกที่คู่รักไฮโซยังคงกึ่งสลบไศลอยู่ในภวังค์ความรักลึกซึ้ง
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน สูดหายใจปรับระดับเสียงนุ่มนวลอันเป็นเครื่องมือประจำตัว เริ่มขั้นตอนการคลายภวังค์สะกดจิตเพื่อดึงประจุจิตใต้สำนึกของคุณหญิงกรองแก้วและท่านพลกฤตกลับคืนสู่โลกความเป็นจริงอย่างเป็นขั้นตอน
"ห้า... คลื่นประสาทของคุณเริ่มผ่อนคลายและกลับมาแจ่มใส..."
"สี่... สาม... สอง... หนึ่ง... ลืมตาขึ้นช้าๆ ค่ะ..."
สิ้นคำนับถอยหลัง คุณหญิงกรองแก้วสะดุ้งตัวเบาๆ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา แววตากังวลลนลานที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาที่อุ่นใจ สว่างโล่ง และสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนท่านพลกฤตที่ยืนนิ่งอยู่ก็สูดลมหายใจยาว ความตึงเครียด ปั้นปึ่ง และความอับอายในเกียรติยศที่เคยอัดแน่นในอกถูกสะสางผ่านการบำบัดประสานคลื่นความคิด เขาขยับก้าวเดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างภรรยา เอื้อมมือหนาไปกุมมือนุ่มของคุณหญิงกรองแก้วไว้แน่นอย่างทะนุถนอม
"กรองแก้ว... ผม... ผมรักคุณนะ..." ท่านพลกฤตเอ่ยเสียงเบา ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งและการยอมรับความปรารถนาที่เคยถูกปิดบัง
"ท่านคะ... กรองแก้วก็รักท่านค่ะ..." ไฮโซสาวใหญ่ร้องไห้ออกมาเบาๆ แต่เป็นน้ำตาแห่งความสุขและความโล่งสบายใจ เธอหันกลับมาช้อนตาจ้องมอง ดร.น้ำฟ้า ด้วยแววตาที่ซาบซึ้งและขอบคุณอย่างเปี่ยมล้น "ขอบคุณคุณหมอฟ้ามากนะคะ... สัมผัสการบำบัดเมื่อครู่ทำให้ฉันรู้ว่าความรักและความซื่อสัตย์ของเราสองคนสามารถผ่านพ้นความปั่นป่วนในใจไปได้จริงๆ ค่ะ"
"ยินดีด้วยค่ะ ทางเราดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการคืนสมดุลให้กับครอบครัวของคุณค่ะ" น้ำฟ้ายิ้มรับอย่างสง่างามคงกิริยามืออาชีพ
คู่รักไฮโซขอบคุณน้ำฟ้าอย่างล้นพ้น ยินดีจ่ายเช็คเงินสดค่ารักษาบำบัดพิเศษก้อนโตโดยไม่ลังเล พร้อมทั้งลงนามเซ็นเอกสารเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูระยะยาวกับคลินิกในสัญญาระดับพรีเมียมเพื่อช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างจิตวิทยาพฤติกรรมในอนาคต
หลังจากคนไข้ทั้งสองเดินกลับออกไปด้วยความพึงพอใจและมีความสุข รินก็รีบล็อคประตูห้องบำบัดลับทันที เขาและน้ำฟ้ากลับเข้ามาในห้องปฏิบัติการเพื่อทำการประเมินความเสียหายของระบบสแกนสมองและเครื่องมือสมอประสาทพกพา รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว เคาะนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดเพื่อเปิดดูประวัติการสแกนและบันทึกสัญญาณคลื่นสมองย้อนหลังระหว่างเซสชั่นสะกดจิตสัมผัสบำบัดกู้ภัยฉุกเฉิน
ทว่า... ทันทีที่แถบข้อมูลตัวเลขประมวลผลปรากฏเด่นชัดขึ้นบนจอมอนิเตอร์...
บรรยากาศในห้องก็พลันเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตา ใบหน้าของรินกลับมาเคร่งเครียด ดวงตาคมจ้องมองเส้นกราฟข้อมูลการสแกนเบื้องหลังด้วยความกังวลอย่างยิ่งยวด
"มีอะไรผิดปกติเหรอริน..." น้ำฟ้าขยับก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลัง ลูบไหล่แกร่งของเขาเบาๆ
"น้ำฟ้า... เครื่องสมอประสาทพกพามันไม่ได้ลัดวงจรธรรมดาๆ หรอกครับ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเบาๆ "ผมตรวจสอบระบบบันทึกความถี่สมองส่วนลึกของคุณ... ในช่วงที่กระแสสัมผัสรักประสานสมดุลฉุกเฉินของผมแทรกซึมเข้าไปช่วยคุณ คลื่นสีม่วงแฝงของมารราคะมันไม่ได้แค่ยอมแพ้แล้วจมตัวลงไป..."
ชายหนุ่มเลื่อนเคอร์เซอร์ไปชี้ที่แถบสัญญาณประจุสีม่วงที่กะพริบไหวเป็นจุดสีเข้มที่ขอบลึกของสมอง
"คลื่นสีม่วงแฝงของมารราคะไม่ได้แค่หลบซ่อนตัวลงไปธรรมดาๆ ครับ..." รินวิเคราะห์ด้วยความกังวล "มันคดเคี้ยวฝังตัวเรียนรู้สัมผัสรักบำบัดที่เราใช้กู้สมาธิเมื่อครู่ นำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาตนเองและสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อต้านการเหนี่ยวนำจิตตรรกะของเราในครั้งหน้า มันกำลังเรียนรู้วิธีการทำงานของระบบสะกดกั้นสัญญาณเพื่อหาวิธีทำลายล้างเกราะสะกดอารมณ์ของเราอย่างไร้ร่องรอย..."
น้ำฟ้าสะท้านเยือก หัวใจดิ่งวูบลงสู่ความหวาดกลัวลึกซึ้งเมื่อได้ยินการวิเคราะห์ระบบ คลื่นสีม่วงแฝงในสมองของเธอยังคงก้าวล้ำไปอีกขั้น
"หมายความว่า..." น้ำฟ้าพึมพำเสียงสั่น "ในคราวหน้า... หากเกิดภาวะสัญญาณรบกวนปะทะเข้ามาอีก เกราะสมอประสาทหรือแม้แต่เซสชั่นร่วมรักบำบัดประสานสัมผัสตรรกะของคุณ... ก็อาจจะไม่มีวันช่วยสะกดหรือสกัดกั้นมันได้อีกแล้วใช่ไหม?"
"ครับ... มันกำลังเรียนรู้ความถี่รักบำบัดของเราและหาวิธีทำลายล้างเกราะสะกดในคราวหน้าอย่างเบ็ดเสร็จ" รินปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างหนักใจ หันกลับมาโอบเอวประคองร่างบางของน้ำฟ้าไว้แน่นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น
ความจริงอันลี้ลับและน่าสะพรึงกลัวนี้ตอกย้ำให้ทั้งสองตระหนักว่า ทุกกิจกรรมรักและสัมผัสความกระสันที่พวกเขามอบให้แก่กันเพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจ บัดนี้กลับกลายเป็นสารอาหารและข้อมูลอันล้ำค่าที่ช่วยป้อนพลังงานให้ปีศาจมารราคะที่ฝังลึกในตัวของดร.น้ำฟ้าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รอวันที่จะตื่นขึ้นมากลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอ!