ทั้งสองฝ่ายต่างก็เยาะเย้ยถากถางกัน เหล่าศิษย์ของทั้งสองตระกูลที่ยืนล้อมรอบอยู่ก็พากันโห่ร้อง
สวีหลิงเสวี่ยกำลังจะลุกขึ้น แต่หลิวอู๋เสียกดนางลง จากนั้นก็ส่งสายตาให้นางสบายใจไป
"ไอ้สวะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เ้าควรจะมาหรอก สถานที่แบบหอโคมเขียวต่างหากที่เหมาะกับเ้า"
เถียนหงะโออกมายืนไม่ห่างจากหลิวอู๋เสียเท่าไหร่ เขาเป็คนจ้างเตาป่าหู่ไปก่อเื่วุ่นวายที่โรงตีอาวุธ การที่เตาป่าหู่กับพวกพ้องล้มเหลวทำให้เขาถูกเ้าตระกูลตำหนิอย่างรุนแรง นี่เป็แค่เื่เล็กนิดเดียว เขาก็จัดการไม่ได้
"ไอ้สวะเอ๊ย เ้าไม่พูดอะไรแล้วรึ เ้าเป็ใบ้หรือไง!" เถียนเหย่เฉวียนหัวเราะเยาะ
แต่ตระกูลซงกลับนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเื่ใด ๆ
"พวกสวะพวกนี้มันช่างน่ารังเกียจจริง ๆ ข้าดูไม่ไหวแล้ว" เด็กหนุ่มอ้วนของตระกูลซงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "พวกเ้ามันลูกหลานชั่วช้า รุมกันรังแกคนคนเดียว พวกเ้าเป็ผู้ชายหรือไง"
เด็กหนุ่มอ้วนมีใบหน้าเอ่อนเยาว์แต่เสียงของเขาดังกังวาน ทำให้ทุกคนใ ศิษย์คนอื่น ๆ ของตระกูลซงหมายจะห้ามเขาก็สายเกินไปแล้ว
"ซงหลิง เ้าจะยุ่งเื่ของคนอื่นทำไม" เถียนเหย่เฉวียนจ้องเขม็ง ตระกูลซงเป็ตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งในเมืองชางหลัน และพวกเขายังสนิทกับตระกูลหลีในเมืองหลวง พวกเขาจึงไม่กลัวเซวียอวี้ จึงกล้าออกมาปกป้องหลิวอู๋เสีย
"แน่จริงก็มาตัวต่อตัวกับข้า รังแกคนอ่อนแอคนหนึ่ง นับว่าเจ๋งนักหรือไง" ซงหลิงเดินมาหาหลิวอู๋เสียแล้วยืนอยู่ข้างหลังเขา ทำให้หลิวอู๋เสียรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เ้าอ้วนน้อยผู้นี้มีใจนักเลงดี
เหล่าศิษย์ของตระกูลว่านและตระกูลเถียนอยากจะกัดฟันแทบขาด แต่พวกเขายังไม่กล้าทำอันตรายตระกูลซง โดยเฉพาะเ้าอ้วนน้อยคนนี้ เขาเป็ลูกชายคนเดียวของเ้าตระกูลซง ตระกูลซงทั้งตระกูลต่างก็รักเขามากราวกับไข่ในหิน
"เ้าคิดว่ามีคนออกหน้าให้เ้าแล้วจะรอดหรือไง นายท่านเซวียน้อยไว้หน้าไอ้สวะนี่ แต่กลับไม่รู้จักยำเกรงก็อย่าโทษพวกเราที่ใจร้ายเลย"
เถียนเหย่เฉวียนทำได้เพียงระบายโทสะลงกับหลิวอู๋เสีย เตรียมจะลงมือกับเขา โยนเขาออกไป
“อ้อ เช่นนั้นเ้าจะไม่เกรงใจกับข้าอย่างไรเล่า?”
หลิวอู๋เสียยิ้มแล้ว ยิ้มได้ชั่วร้ายนัก คนสองคนเดินมาจากปลายอีกด้านของสะพานมีหลังคา นำโดยชายชราผู้หนึ่ง และก้าวเข้ามาในบริเวณนี้
บทสนทนาเมื่อครู่ทางนี้เสียงดังจนก้องไปทั่วลานล่าสัตว์
“ข้าจะห้กมือเท้าเ้าเสีย โยนเ้าทิ้งไปจากตรงนี้ สวะเช่นเ้า ไม่ควรมาที่นี่”
เถียนเหย่เฉวียนพูดจบแล้วก็ลงมือ ฟาดฝ่ามือตบไปทางหลิวอู๋เสีย สวีหลิงเสวี่ยกำลังจะออกมือขวาง ก็ยังคงถูกหลิวอู๋เสียยั้งไว้
ฝ่ามือกำลังจะกระทบบนใบหน้าของหลิวอู๋เสีย เงาคนสายหนึ่งก็ปรากฎข้างกายหลิวอู๋เสียอย่างประหลาด เอื้อมฝ่ามือมา ความเร็วยังสูงกว่าเถียนเหย่เฉวียนหลายสิบเท่า
เพี๊ยะ!
เถียนเหย่เฉวียนลอยหวือออกไป ร่วงลงกลางกลุ่มคน เื่ราวลุกลามใหญ่โตเกินไปในทันที ใครก็ไม่คาดว่าจะมีการลงมือกันจริง ๆ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
ทุกคนล้วนโง่งมไปแล้ว คนที่ลอยหวือออกไปไม่ควรเป็หลิวอู๋เสียหรอกหรือ?
เหตุใดเขาถึงยังนั่งอยู่ที่เดิมอย่างไม่บุบสลาย มีเงาบุรุษเลือนรางสายหนึ่งปรากฎเื้ัเขาได้เล่า
สวีหลิงเสวี่ยตะลึงไป นางได้ปล่อยิญญากำเนิดฟ้าออกไปแล้ว กลับไม่คิดว่าจะมีคนเร็วกว่านาง ซัดเถียนเหย่เฉวียนลอยหวือไปต่อหน้านางได้
มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่นั่งเงียบ ๆ อยู่ที่เดิม บนไปหน้าหาได้มีการเปลี่ยนแปลงทางพื้นอารมณ์ไม่ มือขวากุมอยู่บนด้ามดาบแล้ว เหลยเทาไม่ออกหน้า เขาก็จะสับมือขวาของเถียนเหย่เฉวียนขาดในดาบเดียว
“คุณชายหลิว เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?”
ปรมาจารย์ฮั่วรีบสาวเท้าเข้ามา งามชุมนุมร้อยอสูรวันนี้หอตันเป่าเองก็ได้รับคำเชิญ พวกเขามาค่อนข้างสาย เห็นฉากนี้เข้าพอดี
หัวหน้าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งหอตันเป่าอันยิ่งใหญ่ มีท่าทางประจบประแจงสวะผู้หนึ่ง เหมือนกับสายฟ้าฟาด ทำเอาคนทุกคนในที่นั้นนอกเหนือความคาดหมาย
"แค่พวกตัวตลกไร้ค่าไม่กี่ตัวเท่านั้น"
หลิวอู๋เสียพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พวกคนเหล่านี้ในสายตาของเขา แม้แต่ตัวตลกยังเทียบไม่ติดเลย ที่น่าใที่สุดคือปรมาจารย์ฮั่วยืนอยู่ข้างหลังเขา แต่เขากลับไม่ได้ลุกขึ้นแม้แต่น้อย
ข้อมูลค่อนข้างมาก ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าสมองของพวกเขาไม่เพียงพอ สวะแห่งตระกูลสวีเกี่ยวพันกับหอตันเป่าได้อย่างไร
"จะปล่อยให้ข้าไปจัดการพวกเขาหรือไม่"
คนอื่นกลัวสี่ตระกูลใหญ่ แต่ในสายตาของปรมาจารย์ฮั่ว พวกเขาเป็เพียงมดตัวหนึ่งเท่านั้น หอตันเป่าไม่ขึ้นตรงกับใครเลย แม้แต่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนยังต้องเกรงกลัวอยู่สามส่วน หอตันเป่าแห่งเมืองชางหลันเป็เพียงสาขาเท่านั้น หอตันเป่าแห่งเมืองหลวงอยู่เหนืออำนาจของราชวงศ์
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ข้ามีโอสถเม็ดอยู่เม็ดหนึ่ง อยากให้ปรมาจารย์ฮั่วชี้แนะให้หน่อย"
หยิบขวดกระเบื้องออกมาจากอก แล้วเทโอสถเม็ดออกมาหนึ่งเม็ด วางไว้บนฝ่ามือ
ปรมาจารย์ฮั่วตาโต กลิ่นหอมเข้มข้นลอยมา เขายื่นมือไปคว้าโอสถเม็ด แต่ถูกหลิวอู๋เสียเก็บไปเสียก่อน นั่นทำให้ปรมาจารย์ฮั่วแทบคลั่ง
"เหลยเทา จัดการพวกเขาเสีย ระบายโทสะแทนคุณชายหลิวหน่อย"
ปรมาจารย์ฮั่วจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหลิวอู๋เสียกำลังเยาะเย้ยเขา ้าดูโอสถเม็ดก็ต้องแลกกับบางอย่าง ชีวิตของเขายังอยู่ในกำมือของหลิวอู๋เสีย การรักษาของเขาทำให้อาการปวดที่จุดศูนย์กลางของร่างกายทุเลาลงมากใน่สองวันนี้
เหลยเทาก็มองเห็นโอสถเม็ดเม็ดนั้นอย่างชัดเจน ความร่วมมือระหว่างพวกเขาคนนอกไม่รู้ แต่เหลยเทารู้ดี โอสถิญญาฟ้าเมื่อเปิดเผยสู่โลก สถานะของหอตันเป่าแห่งเมืองชางหลันจะสูงขึ้นมาก และสถานะของพวกเขาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
"จะโทษก็โทษพวกเ้าเองที่โชคร้าย ล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน ดันล่วงเกินคุณชายหลิว"
เหลยเทาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตบไปทีแล้วทีเล่า ว่านปู้ถงกระเด็นเข้าไปชนกับผู้คนรอบข้าง เืพุ่งออกมาจากปากและจมูก เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก เหล่าศิษย์ของตระกูลเถียนและว่านที่ยืนล้อมรอบอยู่รอบ ๆ ต่างไม่มีใครรอด เหลือเพียงเซวียอวี้ที่ยืนนิ่งอยู่
"หยุดนะ!"
เซวียอวี้พูดขึ้นในที่สุด การที่มีคนถูกทำร้ายต่อหน้าเขามากมายขนาดนี้ ทำให้เขาเสียหน้าเป็อย่างมาก ความภาคภูมิใจในตัวเองที่เคยมีก็พังทลายลง
สายเกินไปแล้ว ทุกคนถูกโยนออกไปแล้ว ในที่สุดก็สงบลง
"คุณชายเซวีย ท่านต้องช่วยเราด้วย!"
ว่านปู้ถงลุกขึ้นยืน พวกตนคือเ้าภาพในวันนี้ การที่โดนตบหน้าเช่นนี้ถือเป็ความอัปยศที่ไม่สามารถล้างออกได้
"หอตันเป่าบังอาจนัก ดูถูกตระกูลเซวียเราเกินไปแล้ว"
เซวียอวี้มองด้วยสายตาเ็า มองตรงไปที่ปรมาจารย์ฮั่ว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"เ้าเป็ลูกหลานตระกูลเซวีย?"
ปรมาจารย์ฮั่วแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาเล็กน้อย เขายังรู้สึกเกรงกลัวตระกูลเซวียอยู่บ้าง เพียงแต่เกรงกลัวเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกกลัวจนตัวสั่น
"ถูกต้อง ปู่ของข้าคือเซวียติ่งเทียน"
เซวียอวี้พูดด้วยท่าทางโอ้อวด พูดถึงปู่ของเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ใบหน้าของปรมาจารย์ฮั่วยิ่งดูแย่ลง ชื่อเสียงของเซวียติ่งเทียนนั้นโด่งดังไปทั่ว เ้าตระกูลเซวีย เป็คนที่ปกป้องลูกหลานของตัวเองมาก
"คุณชายหลิว ดูเหมือนว่าจะเกิดเื่ยุ่งยากขึ้นแล้ว"
ปรมาจารย์ฮั่วก้มตัวลงกระซิบข้างหูของหลิวอู๋เสีย ตระกูลว่านและตระกูลเถียนนั้นเขาสามารถตบตายได้ง่าย ๆ แต่ตระกูลเซวียนั้นไม่เหมือนกัน ตระกูลนี้มีสถานะสูงส่งมาก แม้แต่หอตันเป่าในเมืองหลวงยังต้องให้ความเคารพ ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่กันคนละโลก การที่หลิวอู๋เสียจะเข้าไปยุ่งกับตระกูลเซวียนั้นไม่คุ้มค่า
"ไม่ต้องห่วง จะไม่ทำให้หอตันเป่าต้องเดือดร้อน"
หลิวอู๋เสียโบกมือ ให้เขาไม่ต้องเป็กังวล หากไม่ได้จริง ๆ ก็ทำได้เพียงปล่อยความสามารถทั้งหมดของเขาและทะลวงเข้าระดับพลังกำเนิดฟ้าในคราวเดียวแล้วก็ใช้ฝีมือของจักรพรรดิเซียนได้ ตระกูลเซวียเล็ก ๆ ยังไม่อยู่ในสายตา
เว้นเสียแต่เลี่ยงไม่ได้ก็จะไม่มีทางทำเช่นนั้นเด็ดขาด พื้นฐานนั้นสำคัญมาก เพื่อโทสะชั่วครู่แล้วไปกระทบกับการฝึกฝนชั่วชีวิตนั้นหาได้คุ้มค่ากันไม่
มีคำพูดนี้ของหลิวอู๋เสีย ปรมาจารย์ฮั่วก็วางใจแล้ว ศิษย์สองตระกูลที่ถูกตบปลิวไปยืนขึ้นมา มุมปากยังมีรอยเลอด ฟันยังถูกตบร่วงไปหลายซี่
“ไอ้หน้าเหม็นนี่ ไว้หน้าแล้วยังไม่เอา สตรีที่ข้าเซวียอวี้ต้องตา ไม่มีใครปฏิเสธได้”
เซวียอวี้ฉีกหน้ากากเสแสร้งไปโดยสมบูรณ์ เสียงกึกก้องสะท้อนไปทั่วลานล่าสัตว์ ร่างบอบบางของสวีหลิงเสวี่ยสั่นด้วยความโกรธ
"แปะ แปะ แปะ…"
หลิวอู๋เสียพลันตบมือ บนใบหน้าไม่มีริ้วโทสะ กลับเผยรอยยิ้มไร้พิษสง ครั้งที่แล้วเขาตัดแขนเตาป่าหู่ ก็เผยรอยยิ้มน้อย ๆ เช่นนี้
“อาศัยแค่วาจานี้ของเ้า ตระกูลเซวียของเ้าอีกไม่นานก็จะถูกลบนามออกจากราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว”
ไม่มีคลื่นลมใด เรียบง่ายราบเรียบ กลับทำให้ทุกคนขนหัวลุก ตระกูลเซวียสืบทอดมาห้าร้อยปี เป็ตระกูลยิ่งใหญ่ ราวกับว่าเซวียอวี้ได้ยินเื่ตลกก็มิปาน
“ฮ่า ๆ ๆ สวะเช่นเ้าทำข้าขำแทบตายแล้ว”
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่กำลังหัวเราะ ทุกคนเองก็หัวเราะไปด้วย ตระกูลเซวียเป็ดั่งจันทราส่องสว่างบนฟ้า หลิวอู๋เสียยังเทียบไม่ได้กระทั่งกับหิ่งห้อย ไม้ซีกงัดไม้ซุงชัด ๆ
“เ้าสวะนี่บ้าไปแล้ว วันนี้หอตันเป่าก็ปกป้องแกไม่ได้”
ว่านปู้ถงไม่รู้ว่าปรมาจารย์ฮั่วเหตุใดต้องยืนอยู่ฟังหลิวอู๋เสีย ขอเพียงมีเซวียอวี้อยู่ที่นี่ วันนี้เ้าสวะผู้นี้ก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“คุณชายเซวีย ขอให้ท่านลงมือฆ่าเ้าสวะผู้นี้ด้วยเถอะขอรับ”
เถียนเหย่เฉวียนโกรธจนแทบคลั่ง โดนเหลยเทาเป่ากระเด็นออกไป าเ็หนักที่สุด ครึ่งหนึ่งของใบหน้าบวมขึ้นมา ฆ่าหลิวอู๋เสียได้เท่านั้นจึงจะลบล้างความแค้นในใจได้
สายตาของทุกคนจดจ้องไปที่เซวียอวี้ ิญญากำเนิดฟ้าถูกปลดปล่อยออกมา พลังอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย ปรมาจารย์ฮั่วรู้สึกกระวนกระวายใจ หลิวอู๋เสียตายแล้ว ชีวิตของเขาจะเป็อย่างไร ใครจะรักษาเขา
ว่านปู้ถงหัวเราะเยาะ มองหลิวอู๋เสียเหมือนมองศพ รอดูว่าเขาจะตายอย่างไร
"คุณชายเซวีย เห็นแก่หน้าตาเฒ่าเช่นข้าเถอะ เื่ราวในวันนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้"
ปรมาจารย์ฮั่วยังคงยืนออกมา ยืนขวางหน้าหลิวอู๋เสีย หากเขาตาย ตนก็คงอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน ผิดใจกับตระกูลเซวียสักหน่อยก็ยังพอไหว
"เ้าเป็ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับสองกระจอก ๆ ยังกล้าขวางข้า"
เซวียอวี้โกรธจัด ิญญากำเนิดฟ้ายิ่งแข็งแกร่งขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความดูถูก ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับสอง ตัวกระจอก ในเมืองหลวงก็เป็ของต่ำทราม ในเมืองชางหลันเท่านั้นที่มีฐานะบ้าง
ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะสู้รบ คนที่เสียเปรียบที่สุดคือหลิวอู๋เสีย
ค่อย ๆ เข้าใกล้ ฆ่าหลิวอู๋เสียให้ได้ สวีหลิงเสวี่ยก็จะเป็ของเขา
"วันนี้มีข้อมูลมากมายเหลือเกิน หอตันเป่าออกมาช่วยหลิวอู๋เสียอย่างไม่มีเหตุผล จากนั้นก็โผล่เซวียอวี้ออกมาอีก ดูเหมือนจะเก่งมาก แม้แต่หอตันเป่ายังเกรงกลัวเขา"
เ้าตระกูลเล็ก ๆ หลายตระกูลมารวมตัวกัน กระซิบกระซาบกัน ระยะห่างระหว่างที่นั่งของพวกเขาค่อนข้างใกล้ จึงได้ยินเสียงบ้าง
"ดูเหมือนจะเป็ตระกูลเซวียในเมืองหลวง คราวนี้คงได้สนุกกัน ผิดใจกับตระกูลเซวีย ต่อไปตระกูลสวีคงลำบากแล้ว"
ตระกูลเล็ก ๆ เหล่านี้มีพลังน้อยกว่าตระกูลใหญ่มาก ตระกูลสวีล่มสลาย ตระกูลเหล่านี้ก็จะลุกขึ้นแย่งชิงแบ่งอาณาเขตของตระกูลสวีแล้วก้าวหน้าแทนที่ตระกูลสวีได้อย่างรวดเร็ว
"สิ่งที่ทำให้ข้าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ หลิวอู๋เสีย ทุกคนบอกว่าเขาเป็สวะ แต่วันนี้ดูท่าทีของเขาแล้ว ไม่ได้เป็สวะเลยแม้แต่น้อย หรือว่าข่าวลือที่แพร่สะพัดนั้นไม่เป็ความจริง"
ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กัน เซวียอวี้ก็เข้าใกล้หลิวอู๋เสียเข้ามา
หลิวอู๋เสียสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มือขวากดลงบนด้ามดาบอีกครั้ง
"เซวียอวี้ ข้าคือศิษย์ของอาจารย์ไป๋หลี่ชิงแห่งสำนักศึกษาจักรวรรดิ เ้ากล้าลงมือก็ลองดู"
สวีหลิงเสวี่ยลุกขึ้นยืน หยิบป้ายคำสั่งออกมาจากอกแล้วตบลงบนโต๊ะ
- โปรดติดตามตอนต่อไป -