หนังสือสำคัญถูกส่งมายังวังั ซึ่งคนที่รับไว้ก็คือิคัง เขารีบนำจดหมายสำคัญนั้นมาส่งให้ถึงมือเฉินเซี่ยทันทีและเมื่อเฉินเซี่ยได้เปิดอ่านมัน เขาก็นึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่าทำไมเ้าแห่งเผ่าจิ้งจอกถึงต้องส่งลูกสาวมาลี้ภัยที่นี่ด้วย แต่ด้วยความที่รุ่นพ่อนั้นเคยสนิทกันมาก จึงยากที่จะปฏิเสธจดหมายขอความช่วยเหลือนี้ได้ เฉินเซี่ยหยุดคิดพักใหญ่จนกระทั่งิคังเอ่ยปากถามด้วยความแปลกใจ
“กำลังคิดอะไรอยู่หรือขอรับคุณชาย?”
“ก็คิดเื่นี้แหละ ข้ายอมรับว่าข้าสงสัยเนื้อความในจดหมายฉบับนี้มาก แต่ท่านอาเจียวเจี๋ยเป็สหายผู้ที่ท่านพ่อของสนิทมากที่สุด ดังนั้นข้าจึงยากที่จะปฏิเสธขำขอนี้ได้ เ้าคิดว่าข้าควรจะทำเช่นไรดี?”
“หากคุณชายมีข้อสงสัย ข้ายินดีที่จะส่งคนไปสืบที่เผ่าจิ้งจอกให้ ขอเพียงคุณชายออกคำสั่ง”
“ขืนข้าทำเช่นนั้น มีหวัง...ความแน่นแฟ้นของสองเผ่าต้องสั่นคลอนเป็แน่ เอาล่ะ!!!ข้าตัดสินใจละ นำกระดาษกับพู่กันมา ข้าจะเขียนหนังสือตอบกลับท่านอาเจียวเจี๋ย”
“ขอรับ...” เฉินเซี่ยละทิ้งความสงสัยเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน เขาได้ตอบรับและยินดีให้ที่พักพิงแก่บุตรสาวของเจียวเจี๋ย อีกทั้งยังให้สัญญาว่าจะดูแลนางเป็อย่างดี ซึ่งในจดหมายของเจียวเจี๋ยระบุไว้ชัดเจนว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น ิคังรับอาสานำจดหมายไปส่งให้ถึงมือของเจียวเจี๋ยด้วยตนเอง เนื่องจากเป็ภารกิจที่สำคัญ เฉินเซี่ยจึงไว้ใจแค่ิคังเท่านั้น ครั้นมาถึงหน้าประตูเมือง ิคังก็รีบแสดงตัวในฐานะราชทูตจากวังั ทหารหนึ่งนายรีบนำความเข้าไปแจ้งแก่เจียวเจี๋ย แต่ทว่าทุกอย่างก็ต้อง สดุดลงเมื่อเหมยอิงได้รู้เื่นี้ก่อน นางจึงรับอาสานำจดหมายไปให้สวามีนางด้วยตนเอง ด้วยความที่เป็จดหมายสำคัญิคังจึงอยากส่งให้ถึงมือเจียวเจี๋ยด้วยตนเอง แต่เหมยอิงกลับโกหกว่าเวลานี้สวามีของนางไม่อยู่ นางจะรับจดหมายนี้ไว้ให้เองและทันทีที่สวามีนางกลับมา นางจะรีบบอกเขาโดยทันที ิคังมิอาจอดทนรอให้ถึงตอนนั้นได้ เพราะเขายังมีงานอีกมากมายที่จะต้องทำ อีกทั้งเขาเห็นว่าเหมยอิงเป็ภรรยาของเจียวเจี๋ยเขาจึงยินยอมมอบจดหมายให้และเดินทางกลับวังัไปทันที ทุกอย่างเป็ไปตามแผนเหมยอิงรีบเปิดจดหมายดู เนื้อความในจดหมายตอบกลับมาในทิศทางที่ดี เหมยอิงยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะเผาจดหมายนั้นทิ้งไปและเขียนจดหมายฉบับใหม่ขึ้นมา จากนั้นนางก็รีบเอาจดหมายปลอมนั่นไปให้สวามีของนางทันที
“ท่านพี่ วันนี้ที่วังัส่งจดหมายมาให้ท่าน จดหมายอะไรหรือเ้าคะ?”
“เ้ายังไม่ได้เปิดอ่านข้างในใช่ไหม?”
“ยังเ้าค่ะ เห็นทหารหน้าประตูเมืองบอกว่า ราชทูตจากวังัเป็คนเอามาส่งด้วยตนเอง ท่าทางจะเป็เื่สำคัญนะเ้าคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ?”
“ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเ้าหรอก ออกไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน”
“แล้ว...ท่านพี่ไม่คิดจะอ่านจดหมายก่อนหรือเ้าคะ?”
“............” เจียวเจี๋ยนิ่งมองหน้าเหมยอิงแต่ไม่พูดอะไร เพียงเท่านั้นเหมยอิงก็รู้แล้วว่า เจียวเจี๋ยไม่อยากให้นางรับรู้เื่นี้ เหมยอิงยื่นจดหมายให้สวามีก่อนที่นางจะเดินออกไปเงียบๆ แน่นอนว่าเหมยอิงไม่ได้สนใจจดหมายจริงๆ เพราะเนื้อความในจดหมายนางเป็คนเขียนมันขึ้นมาใหม่เองกับมือ ทันทีที่เห็นว่าเหมยอิง ออกไปพ้นสายตาแล้ว เจียวเจี๋ยจึงได้รีบเปิดจดหมายอ่าน เนื้อความในจดหมายเขียนในเชิงปฏิเสธโดยอ้างว่าตอนนี้วังัมีการเปลี่ยงแปลงอะไรหลายๆอย่าง จึงไม่เหมาะที่จะให้เผ่าพันธุ์อื่นมาลี้ภัยที่นี่ เจียวเจี๋ย อ่านแล้วก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที เขาไม่คิดเลยว่าเ้าแห่งัรุ่นที่สองจะใจแคบถึงเพียงนี้ เมื่อสิ้นหวังจากเผ่าัเจียวเจี๋ยจึงเลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากเผ่าวิหกแทน แน่นอนว่าผู้ที่ปกครองเผ่าวิหกในตอนนี้ก็คือหลิวต้าถัง ซึ่งเจียวเจี๋ยรู้มาว่าเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกับเฉินเซี่ยด้วย เขาน่าจะพอช่วยเหลืออะไรชางไห่ได้บ้าง เจียวเจี๋ยส่งจดหมายด้วยข้อความเดิม แต่คราวนี้ส่งไปที่เผ่าวิหก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหลายวันเพราะเผ่าวิหกอยู่ห่างจากเผ่าจิ้งจอกพอสมควร ฝ่ายเหมยอิงนางรีบเอาเื่นี้ไปบอกชิวสุ่ยเพื่อให้นางดำเนินแผนการในลำดับต่อไป ทุกอย่างถูกวางแผนและเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว แต่สิ่งที่เหมยอิงยังแก้ไม่ตกเลยก็คือ นางจะบอกเจียวเจี๋ยยังไงถึงการหายไปของชิวสุ่ย
“เ้าจะบอกพ่อเ้าว่ายังไง เมื่อเ้าไปอยู่วังั พ่อเ้าต้องสงสัยแน่ๆว่าเ้าหายไปไหน”
“เื่นั้นท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้ามีวิธีบอกท่านพ่อแล้ว”
“.......???” เหมยอิงสงสัยว่าชิวสุ่ยจะบอกเจียวเจี๋ยว่ายังไง นางไม่รอช้า รีบเร่งฝีเท้าเดินตามชิวสุ่ยไปที่ห้องนอนของเจียวเจี๋ยทันที ครั้นมาถึงชิวสุ่ยก็เริ่มจากการร้องทักทายผู้เป็พ่อก่อน
“ท่านพ่อ ลูกเข้าไปได้ไหมเ้าคะ?”
“ชางไห่หรือ?”
“ลูกชิวสุ่ยเ้าค่ะ” ชิวสุ่ยเดินหน้างอเข้ามา ด้วยความน้อยใจที่ผู้เป็พ่อจำเสียงของนางไม่ได้ แถมยังเข้าใจผิดว่านางคือชางไห่เสียด้วย
“ร้อยวันพันปี เ้าไม่เคยมาที่นี่ แล้ววันนี้เกิดครึ้มใจอะไรขึ้นมาล่ะ?”
“ท่านพี่ ทำไมว่าลูกเช่นนั้นล่ะเ้าคะ!!!”
“ชั่งเถอะเ้าค่ะท่านแม่ เพราะลูกก็เป็แบบนั้นจริงๆ ที่ลูกมาวันนี้เพราะลูกอยากจะมาขออนุญาตท่านพ่อไปศึกษาต่อที่เมืองแปดริ้วเ้าค่ะ”
“ขอไปเรียนที่แปดริ้ว เรียนอะไร?”
“คือลูกมาคิดไปคิดมาแล้ว งานบ้านลูกก็ไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่ ลูกก็เลยอยากจะหาวิชาไว้เลี้ยงตนในยามมีครอบครัวน่ะจ้าค่ะ ลูกตั้งใจว่าจะไปเรียนวิชาปรุงยา หากลูกเรียนสำเร็จแล้ว ไม่แน่ว่าลูกอาจจะกลับมารักษาท่านพ่อให้หายได้นะเ้าคะ”
“อืม...แล้วเ้าจะไปนานเท่าไหร่”
“ลูกไม่อาจให้คำตอบข้อนั้นได้ แต่ถ้าลูกสำเร็จการปรุงยาทุกขนาน ลูกก็จะกลับมาทันทีเ้าค่ะ”
“แล้วเ้าจะไปเมื่อไหร่?”
“ลูกตั้งใจไว้ว่า อีกสองวันลูกจะเดินทางเ้าค่ะท่านพ่อ”
“อืม....หากเ้ามีใจคิดที่จะไปเรียนจริงๆพ่อก็สนับสนุนและยินดีด้วย ดีเสียอีกพ่อจะได้มีลูกสาวเป็หมอยาด้วย ตั้งใจเรียนแล้วรีบกลับมานะชิวสุ่ย”
“ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจลูกเ้าค่ะ หากไม่มีอะไรแล้ว ลูกขอตัวไปส่งผักแทนชางไห่ก่อนนะเ้าคะ” ชิวสุ่ยลาพ่อแล้วรีบเดินออกจากห้องนอนไป ตอนนี้แผนการของนางสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว เหลืออย่างเดียวคือ แค่เดินทางไปวังัเท่านั้น นางแทบจะอดทนรอให้ถึงวันที่นางก้าวขาเข้าไปอยู่ในวังัไม่ได้จริงๆ ภาพในหัวคือนางเสวยสุขและได้ครองคู่กับเฉินเซี่ยท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องยินดีจากชาวเผ่าั อีกไม่กี่อึดใจนางก็จะได้ไปอยู่กับบุรุษที่นางตกหลุมรักั้แ่แรกเห็นแล้ว เมื่อแผนการณ์ดำเนินไปได้ด้วยดี ชิวสุ่ยรีบกลับห้องเพื่อเตรียมเก็บของรอเดินทางไปวังัทันที....