ร่างของหญิงสาวที่กองอยู่บนพื้น เธอไอโขลกอย่างรุนแรง ลมหายใจติดขัดหลังถูกรัดคออย่างโเี้ เมื่อเสียงไอแหบแห้งสงบลง ดวงตากลมโตที่เปล่งประกายดุจเพชรเม็ดงามภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทจับจ้องไปยังชายผู้ลงมืออย่างไร้ความปราณี อารมณ์โกรธแค้นปะทุขึ้นในแววตาคู่นั้น ชุดสีดำสนิทรัดรูปแนบเนื้อเผยให้เห็นสรีระที่เพรียวบาง ถุงมือสีขาวสะอาดตัดกับรองเท้าผ้าใบสีดำสนิทดูขัดแย้งแต่กลับลงตัว
แม้หัวใจจะกรีดร้องให้ต่อสู้ขัดขืน แต่าแเก่าก่อนที่ยังระบมไปทั่วกาย รวมถึงกุญแจมือที่พันธนาการข้อมือทั้งสองข้าง ทำให้เธอตระหนักดีว่าการดิ้นรนคือความตาย ชายเบื้องหน้าเธอไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่…
“ตอนนี้ฉันกำลังถูกตามล่า!” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น “ถ้านายปล่อยฉันไป เราสองคนจะไม่ต้องข้องเกี่ยวกันอีก นายเองก็จะไม่ต้องมาโดนหมายหัวไปกับฉันด้วย ส่วนที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ก็แค่ความบังเอิญที่ฉันมาหลบ แล้วนายดันมาเจอเข้าพอดีเท่านั้นแหละ!”
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่กอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบเหลือบมองหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏที่มุมปาก “หมายความว่าเธอทำอะไรบางอย่างมา แล้วโดนจับได้ ทางนั้นเลยส่งคนมาจัดการทิ้งสินะ และกำลังจะมาหลบตรงนี้ ก็ดันโชคร้ายมาเจอฉันอีก?”
คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวดเข้าหากันแน่นในทันที ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย? เหมือนเธอกำลังเล่าเื่ธรรมดาสามัญให้เขาฟังก็เท่านั้นเอง…
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังเข้ามาใกล้ ชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำสนิท ร่างกายกำยำราวกับเหล็กกล้าก้าวเข้ามาในลานบ้าน สายตาอันแข็งกร้าวตวัดมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมาหยุดที่ชายหนุ่มอย่าง หลงเทียนหยู
“ที่แท้แกก็มาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง! อย่าคิดว่าทำเื่แบบนี้แล้วจะหนีรอดไปได้!” หนึ่งในนั้นคำรามเสียงต่ำ สายตาชั่วร้ายตวัดไปมองหลงเทียนหยูอีกครั้ง “ส่วนแก ก็ถือว่าโชคร้ายไปก็แล้วกัน เพราะต้องตายตามกันไปด้วย!”
ริมฝีปากของหลงเทียนหยูเหยียดยิ้มเย็นะเื แววตาแผ่ซ่านจิตสังหารที่เยือกแข็งจนชวนขนลุก เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากนรกดังกังวานขึ้น “ไม่เคยมีใครสั่งสอนหรือยังไงวะ ว่าห้ามเข้ามาในบ้านของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ในบ้านของฉันคนนี้!”
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของหลงเทียนหยูก็หายไปจากที่เดิม และปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสอง! พวกมันเบิกตากว้างด้วยความใ รีบถอยกรูดพร้อมชักอาวุธขึ้น เตรียมสังหาร อีกคนชักปืนพก อีกคนคว้าดาบยาว… แต่ก็สายเกินไป!
ชายที่ถือปืนยังไม่ทันได้ลั่นไก หัวของเขาก็หลุดออกจากบ่าไปเสียแล้ว! เืพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุร้อนสาดกระเซ็นไปทั่ว ชายอีกคนแม้จะใจนตัวแข็งทื่อ แต่สัญชาตญาณก็บอกให้เขายกดาบยาวในมือฟันออกไปอย่างบ้าคลั่ง หวังจะปลิดชีพอีกฝ่ายไปให้ได้!
แต่สิ่งที่ดาบของเขาััได้ มีเพียงความว่างเปล่า… ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือเืที่พุ่งออกมาจากลำคอของตัวเอง ก่อนที่สติจะดับวูบไปตลอดกาล!
หญิงสาวที่ตอนแรกคิดจะอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ในการหลบหนีอีกครั้งถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะจุดชนวนความโกรธของชายตรงหน้าให้หันมาฆ่าเธอเข้า ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ! ในขณะที่เขาสังหารคน สีหน้าและแววตาของเขากลับสงบนิ่งราวกับกำลังบี้มดสองตัวด้วยปลายนิ้วเท่านั้น!
“อีกยี่สิบสี่เท่านั้น ใกล้แล้ว…” หลงเทียนหยูพึมพำกับตัวเองขณะก้มลงค้นตัวศพทั้งสอง แต่ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ติดตัวพวกมันเลย! ความโมโหที่ไม่รู้จะระบายกับอะไรทำให้เขาเตะศพอย่างแรงซ้ำอีกครั้ง!
หญิงสาวเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ผู้ชายคนนี้นี่มัน…!
‘จะเอาไปทิ้งถังสีเขียวดีไหม? ก็ไกลไปนะ ถ้าจะแบกไปก็ยังไงอยู่ เอาขึ้นรถไปก็เปื้อนเบาะเปล่า ๆ แถมยังเป็เสนียดกับรถอีก…’ หลงเทียนหยูครุ่นคิด ‘เอาไปฝังดินที่หลังบ้านก็แล้วกัน’
ว่าแล้วเขาก็เหลือบมองหญิงสาวอีกครั้ง เป็การเตือนว่าอย่าได้คิดหนีไปไหน เขาเดินไปยังหลังบ้าน หยิบดาบที่เทพสาวให้มาใช้ขุดดิน จะว่าไปใช้ดาบเล่มนี้ขุดดินมันง่ายกว่าใช้จอบใช้เสียมเสียอีก! เมื่อได้หลุมลึกพอ เขาก็ยกศพทั้งสองลงไปฝังกลบอย่างไม่แยแส
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หลงเทียนหยูก็เดินกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง “เอาล่ะ เข้าไปคุยในบ้านฉันก่อนก็แล้วกัน ว่าเธอเป็ใคร แล้วทำอะไรมา”
แม้จะไม่เต็มใจนัก แต่ด้วยความกลัวว่าอาจจะถูกชายคนนี้ฆ่า หากขัดขืนแม้แต่น้อย หญิงสาวก็จำใจทำตาม เมื่อเข้ามาในบ้าน เขาพาเธอไปนั่งที่ห้องรับแขก ก่อนจะโยนยาหลอดหนึ่งมาให้ “เอาไปใช้ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ว่าแต่… เอาผ้าคลุมหน้าออกได้แล้ว ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอให้ชัด ๆ”
เธอถอนหายใจยาว พลางคิดถึงสถานการณ์ที่เพิ่งเผชิญมา เธอจำใจต้องถอดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าภายใต้แสงไฟ
หลงเทียนหยูเห็นใบหน้าของหญิงสาวก็อดผิวปากเบา ๆ ไม่ได้ เธอคงอายุราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ ผมสีน้ำตาลคาราเมลถูกรวบเป็หางม้าสูง ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโต คิ้วโค้งสวยรับกับดวงตาเรียว จมูกโด่งเล็กน้อย ริมฝีปากบาง รูปร่างผิวพรรณบนใบหน้าบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี แม้จะไม่ได้งดงามสะกดตาเท่า “ซินหยี่” แต่ก็ถือว่าไม่เลวเลย สำหรับผู้หญิงคนนั้น… มันดีเกินกว่ามาตรฐานไปมากเกินไปต่างหาก
หญิงสาวรู้สึกขยะแขยงในใจ เมื่อเห็นชายคนนี้มองสำรวจเธอราวกับกำลังเลือกซื้อสินค้า
“ดีมาก ถือว่าผ่านเกณฑ์ของฉันคนนี้ เอาล่ะ บอกมาได้แล้วว่าเธอเป็ใคร และก่อเื่อะไรมาถึงถูกคนพวกนี้ไล่ล่า”
หลินหลางรู้สึกลังเลใจอย่างหนัก เธอจะบอกความจริงดีไหม? หรือจะโกหกไป? ไม่ได้… ถ้าชายคนนี้สืบรู้ความจริงภายหลัง เธอไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรอีก แถมชีวิตของเธอตอนนี้อยู่ในกำมือของเขาแล้ว ลองเสี่ยงบอกไป ไม่แน่… เขาอาจจะยอมร่วมมือกับเธอก็ได้ ตอนนี้เธอยังมีความแค้นที่ต้องชำระสะสาง จะมาตายตรงนี้ไม่ได้!
“ฉันชื่อ หลินหลาง” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า “เป็ลูกสาวของเ้าของบริษัทก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้… บริษัทโจวหม่า”
เธอหยุดหายใจเฮือก รวบรวมความกล้า “เมื่อสองเดือนก่อน พ่อกับแม่ของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต… แต่ในพินัยกรรมของพ่อ กลับยกทรัพย์สมบัติกว่า 8 ส่วนให้ลุงของฉัน เหลือเพียง 2 ส่วนให้กับฉันและน้องชาย”
น้ำเสียงของหลินหลางเต็มไปด้วยความเ็ปและความเคียดแค้น “มันเป็ไปไม่ได้! พ่อของฉันรักลูกทั้งสองคนมาก ท่านมักจะพูดเสมอว่าถ้าเป็อะไรไป จะแบ่งทรัพย์สินให้กับพวกลูกทั้งสองคนเท่า ๆ กัน!”
“แน่นอนว่าฉันไม่เชื่อ! ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางเชื่อว่ามันจะออกมาเป็แบบนี้ ฉันเชื่อว่าพินัยกรรมของพ่อต้องถูกลุงสลับเปลี่ยนไปแน่นอน โดยร่วมมือกับทนายประจำตัวของพ่อฉัน! ฉันเลยจ้างนักสืบให้ไปสืบ… ก็ได้ข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลมากมาย แม้แต่อุบัติเหตุของพ่อกับแม่ก็อาจจะถูกจัดฉากขึ้นมา เพราะเหตุการณ์นี้มีแต่ข้อพิรุธเต็มไปหมด แต่ผู้รักษากฎหมายของเมืองกลับมองข้ามไปจนหมด เป็ไปได้ว่าลุงของฉันอาจจะให้สินบนกับพวกนั้นไปแล้วก็ได้!”
น้ำเสียงของเธอยิ่งสั่นเครือเมื่อเล่าต่อ “แต่ไม่นานนัก นักสืบที่ฉันจ้างไปก็ตายแบบไร้สาเหตุ! ฉันจ้างคนที่สองมาได้ไม่นานก็ตายตามไปอีก! จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีนักสืบคนไหนกล้าที่จะมาทำงานให้กับฉันแล้ว…”
หลงเทียนหยูฟังเื่ราวทั้งหมดด้วยความสนใจ เขาจับสังเกตได้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเครียดแค้นและเ็ป “ดังนั้น เธอเลยเลือกที่จะมาหาข้อมูลด้วยตัวเองสินะ ถ้าจะให้ฉันเดาอะไรอย่างหนึ่ง… เธอเองก็น่าจะเป็ผู้มีพลังพิเศษด้วยใช่ไหม?”