แน่นอนว่าหยวนหยางฮุยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“เมื่อก่อนหลานทำตัวเละเทะ อนาคตจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก หลายวันก่อนหลานก็ทำตามความปรารถนาของท่านแม่เดินทางไปเข้ารับตำแหน่งที่เมืองหมิ่นหนานทันที
ฟ้าดินมีตา ยังไม่ทันถึงหมิ่นหนาน บังเอิญพบโจรพเนจรก่อจลาจลจะทำร้ายท่านพ่อระหว่างทางเป็นหลานที่บังคมมีดให้กับท่านพ่อ ท่านย่า โปรดสงสารหลานด้วยเถอะหลานเกือบจะไม่ได้กลับมาแล้ว”
น้ำเสียงเขาสมจริงอย่างน่าประหลาด กระทั่งกางฝ่ามือตนเองออกเผยรอยแผลโดนแทงบาดลึกกลางฝ่ามือที่ยังไม่หายสนิทดี
เยี่ยนเจาเจาเข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้หยวนหยางฮุยหายตัวไปไม่ใช่ไปสำมะเลเทเมาที่ไหน แต่เดินทางไปเมืองหมิ่นหนาน และจดหมายของหยวนอีย่วนก็คงถูกเขาสกัดไว้ตอนนั้นด้วย
คิดต่อไปอีก นายหญิงใหญ่รู้ตั้งแต่แรกหรือไม่ว่าหยวนหมินไม่ได้อยู่ที่หมิ่นหนานจึงทำท่าทีเหมือนสกัดจดหมายที่ส่งไปเมืองหมิ่นหนานเอาไว้ รอดูว่าใครจะลอบกัดส่งจดหมายลับหลัง?
เช่นนั้นหยวนอีย่วนก็ถูกเปิดเผยนานแล้วและทุกอย่างที่นายหญิงใหญ่กระทำก็เป็นแผนล่องูออกจากถ้ำ เพื่อปิดทางถอยแล้วตีให้ตาย!
แผนการของหยวนอีย่วนเดิมขึ้นอยู่กับการตรงต่อเวลาแต่โดนนายหญิงใหญ่ยืดเวลารบออกไป จนเด็กในท้องนายหญิงใหญ่มา
หากคิดย้อนไปอีกพฤติกรรมโหดเหี้ยมเหลวแหลกของหยวนหยางฮุยและหน้าตาซีดเซียวของนายหญิงใหญ่ อาจไม่ได้เป็นอย่างที่แสดงให้เห็นก็ได้นายหญิงใหญ่อาจปลอบใจหยวนหยางฮุยกับหยวนอีเฉี่ยวเรียบร้อยแล้วและรอศัตรูเผยตัวออกมา
ทั้งหมดนี้ทำเพื่อกระตุ้นความปรารถนาของหยวนอีย่วนกระทั่งต้องการล่อเจินเจินกับอ้ายอ้ายและเยี่ยนเจาเจาที่อยู่เบื้องหลังให้ลงมือ
เป็นความจริงที่ตอนล้วงความลับครานั้น นายหญิงใหญ่พลาดที่หลุดเรื่องหลอกลวงนายหญิงรองออกมาแต่ตั้งแต่นายหญิงรองเลิกเป็นถุงเงินให้นายหญิงใหญ่นางก็ได้กลายเป็นเบี้ยที่ไร้ประโยชน์แล้ว
นายหญิงใหญ่จึงไม่ถือสาที่จะผลักนายหญิงรองลงจากเรือของตนเองในตอนนี้
ดังนั้นไม่ใช่ว่านายหญิงรองเป็นฝ่ายดิ้นหนีจากขบวนการทำชั่วของนางก่อนแต่เป็นนายหญิงใหญ่ต่างหากที่คิดว่านายหญิงรองไม่คู่ควร โยนสหายร่วมอุดมการณ์อันห่วยแตกเช่นนี้ทิ้งไปเนิ่นๆก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างไรเสียเรื่องราวในอดีต แม้จะยุยงแต่คนลงมือก็ไม่ใช่นางอยู่ดี
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้คือนายหญิงรองเป็นผู้ลงมือสั่งให้คนทำร้ายจวิ้นเกอเอ๋อร์จริงๆ
ส่วนเรื่องเครื่องเงินผสมปรอทตราบใดที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์แน่ชัดว่านายหญิงใหญ่เป็นผู้สั่งการล้วนมิอาจลากนายหญิงใหญ่มาเอี่ยวได้เลย
แต่หากเรื่องฆ่าจวิ้นเกอเอ๋อร์เมื่อสิบปีก่อนโดนนายท่านรองรู้เข้าความผิดฐานฆ่าบุตรชายคนเดียวในเรือน ถึงตอนนั้นใครจะถูกหย่าขาดเป็นลำดับถัดไปก็ไม่แน่ใจแล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ แต่นายหญิงใหญ่ยังกระจ่างแจ้งว่าเจินเจินและอ้ายอ้ายพร้อมจะต่อกรกับนางแล้ว
ตอนนี้นางก็แค่มือยังไม่ว่างมาจัดการกับเจินเจิน อ้ายอ้ายและเยี่ยนเจาเจา เมื่อจัดการหยวนอีย่วนเสร็จเรียบร้อยนางจะมีมือว่างมารับมือกับพวกนางแล้วใช่หรือไม่?
เยี่ยนเจาเจาตกใจ
ร้ายกาจ ช่างร้ายกาจนักพลิกสถานการณ์กลับมาโต้ตอบได้งดงามหมดจด ไม่มีข้อผิดพลาดสักนิด
คลื่นยักษ์ซัดโหมกระหน่ำในหัวนาง จนเหงื่อผุดขึ้นกลางฝ่ามือ
หนานหมิงเหอสัมผัสได้ว่านางผิดปกติจึงอุ้มนางกลับทันทีอย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้สนใจว่าการต่อสู้วันนี้จะจบลงอย่างไร เจาเจาอยากดูเขาถึงมา แต่ตอนนี้สาวน้อยดูจะไม่อยากชมแล้วพวกเขาจึงจากไป
หยวนหยางฮุยไม่ใส่ใจเยี่ยนเจาเจามากนัก กลับกันความสนใจของเขาจดจ่ออยู่ที่หยวนอีย่วนที่ร่างกายเริ่มสั่นเทาอย่างไม่รู้ตัว
เหมือนกับนายหญิงผู้เฒ่าที่อึ้งจนพูดไม่ออกหยวนอีย่วนก็เช่นกัน นางรักษากระทั่งสีหน้าไม่อยู่ ท่าทางผิดหวังถึงที่สุด
“น้องหญิง เจ้าหนาวหรือ?”
หยวนหยางฮุยย่างทีละก้าวๆ ไปตรงหน้าหยวนอีย่วนค้อมตัวลงแล้วหรี่ตามองน้องสาวแปลกหน้าสำหรับตน
เมื่อไม่โดนเยี่ยนเจาเจากลบความจริงหน้าตาของหยวนอีย่วนก็ไม่เลว
สมเป็นสาวงามมากมารยา ท่านแม่กล่าวไม่ผิดจริงๆ
หยวนอีย่วนไม่สนใจเขา พยายามยืนขึ้นเดินออกไปจากลานเรือนแต่คาดไม่ถึงว่าหยวนหยางฮุยจะเหยียบเท้านาง แล้วบดขยี้อย่างแรง
“น้องหญิง ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ ไม่สนใจข้าได้อย่างไรช่างไร้มารยาท”
นัยน์ตาหยวนหยางฮุยเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแต่คำพูดกลับสุภาพยิ่ง ราวกับเขากำลังแหย่เล่น
เขาไม่รีบร้อนเหยียบหยวนอีย่วนจนตาย เพียงหดเท้ากลับมา มองรอยเลือดสีแดงฉานค่อยๆซึมออกมาจากรองเท้าสีเหลืองปักลายหงส์ของหยวนอีย่วน
แน่นอนว่าเท้านี้เหยียบลงไปอย่างแรงดังนั้นรอยเลือดที่กระจายไปทั่วทำเขาพึงใจและสุขใจมาก
“พี่ชาย ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ”
หยวนอีย่วนลุกขึ้นทันใด
นางไม่ได้สนใจความเจ็บปวดจากเท้าตน เพียงต้องการเดินกะโผลกกะเผลกจากไปคาดไม่ถึงว่าหยวนหยางฮุยจะเตะนางจากด้านหลัง จนนางคว่ำลงกับพื้น
สาวใช้ซ้ายขวาแสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอด หยวนหมินเพียงชำเลืองตามองเห็นหยวนอีย่วนล้มลงบนพื้น เขาไม่แม้แต่จะเรียกสาวใช้ให้ประคองนางขึ้นแค่หันสายตากลับไปอย่างเยือกเย็น มองภรรยาที่กำลังร้องไห้ในอ้อมแขนตนต่อ
หยวนอีย่วนล้มลงกับพื้นแล้วยืนขึ้นไม่ได้ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบสกปรก น้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างมิอาจกลั้น
แม้นางจะรู้ว่าตนไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใกล้ชิดกับบิดาแท้ๆมากนัก แต่นางก็อดคิดไม่ได้ว่าเหตุใดบิดาจึงเชื่อสตรีใจอำมหิตเช่นนี้เหตุใดจึงเชื่อคนวิปลาสอย่างหยวนหยางฮุย เหตุใดไม่ยอมฟังคำพูดของนายหญิงผู้เฒ่า?
เป็นความจริงที่สิ่งที่นางทำภายหลังคือทำร้ายนายหญิงใหญ่ทำร้ายบ้านใหญ่ แต่นายหญิงใหญ่ไม่มีความละอายแก่ใจเลยหรือ?
นางไม่เชื่อหรอกว่า หยวนหมินจะไม่ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหยวนหยางฮุยและนายหญิงใหญ่สักนิดแต่เหตุใดเขาไม่ยอมเชื่อตนบ้างเลย แม้แต่ครั้งเดียว?
ไม่ว่าหยวนอีย่วนจะมีความคิดความอ่านลึกซึ้งเพียงใด นางในตอนนี้ก็มิอาจหลีกหนีความเป็นเด็กในร่างกายพ้นนางที่จิตใจสับสนวุ่นวายสูญเสียการควบคุมปัจจุบันจึงรู้สึกเพียงความน้อยเนื้อต่ำใจเท่านั้น
หยวนหยางฮุยเห็นนางล้มลงนั่งยองแสร้งทำเป็นตรวจสอบสถานการณ์อย่างกังวลแต่มือกลับกดเหนือท้ายทอยนางอย่างรุนแรง จนศีรษะของนางจมโคลน
“น้องหญิง เจ้าคิดวางแผนใส่ท่านแม่ วางแผนใส่ข้าเคยคิดถึงวันนี้บ้างหรือไม่”
เสียงกระซิบของหยวนหยางฮุยดังขึ้นที่ข้างใบหูนางพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ท่านแม่ข้าไม่เคยปฏิบัติไม่ดีต่อเจ้า บุตรอนุภรรยาอย่างเจ้าอยู่สบายไม่พอหรือเหตุใดจึงอยากทำร้ายบ้านพวกเราล่ะ?”
ความจริงสิ่งที่หยวนหยางฮุยกล่าวไม่ได้ถูกเสียทั้งหมดแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวผิดเช่นกัน
เป็นความจริงที่นายหญิงใหญ่ไม่เคยกระทำรุนแรงกับบุตรอนุภรรยาของตนยิ่งไม่เคยงดอาหารพวกนาง ตราบใดที่พวกนางไม่ทำร้ายบุตรทั้งสองของนางนายหญิงใหญ่ก็แทบไม่เคยลงมือกับเด็กๆ ที่อยู่อย่างสงบก่อน เพราะมันเป็นเรื่องไม่จำเป็น
สิ่งที่หยวนหยางฮุยไม่เข้าใจเลยก็คือเหตุใดหยวนอีย่วนจึงคิดวิธีการบ้าบิ่นและเลวร้ายขนาดนี้ออกมาต้องการทำลายทั้งบ้านใหญ่ของตนหรือ?
แน่นอนว่าพัวพันกับเรื่องนี้ก็ไม่ต่างไปจากวิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะวิ่งร้อยก้าว[1] ต้องแก้แค้นกันไม่รู้จบ ตั้งแต่หยวนอีย่วนวางตนเองให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านใหญ่ผันตัวเป็นศัตรูกับบ้านใหญ่ โชคชะตาก็ถูกกำหนดแล้วว่านางต้องสู้กับบ้านใหญ่จนจบไม่เจ้าตายก็ข้าตาย
ทั้งนี้ยังเป็นการบอกว่าหากนางก้าวพลาดนางจะมาอยู่ในจุดที่เป็นเช่นวันนี้
และย้อนกลับมาทำร้ายนางด้วย
นางถูกหยวนหยางฮุยกดจมกองโคลนจนหายใจไม่ออก แผ่นหลังปวดแปลบเท้าทั้งคู่กลับเจ็บปวดยิ่งกว่า แต่ยังรู้สึกถึงความไม่ยินยอมที่ผุดขึ้นมาในใจ
หยวนอีย่วนไม่ได้คิดถึงความอัปยศที่หยวนหยางฮุยมอบให้ตน แต่เป็นสายตาที่เยี่ยนเจาเจาชำเลืองมองนางเมื่อครู่
นางมองหนานหมิงเหอ สายตาเยี่ยนเจาเจาจะเคร่งขรึมลงเห็นชัดว่าแฝงไว้ด้วยความไม่พึงพอใจเปี่ยมล้น ราวกับบอกนางว่าจ้องมากกว่านี้จะควักลูกตานางออกมา
มีสิทธิ์อะไรหรือ?
ก็สิทธิ์ที่นางคือเยี่ยนเจาเจา สิทธิ์ที่ชาติกำเนิดยิ่งใหญ่สูงส่งจึงคู่ควรสำหรับการถูกเขาทะนุถนอมไว้กลางฝ่ามือ บินทะยานนำหน้าไปตลอดทาง และต่อให้รนหาที่ตายเองก็ยังโดนทำเป็นป้ายวิญญาณอยู่ข้างกายเขาไปชั่วชีวิตหรือ?
มีสิทธิ์อะไร? มีสิทธิ์อะไรกัน!
นางโอ้อวดว่าตนฉลาดไม่แพ้นาง ทว่านางไม่เคยทำสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียวกระทั่งตอนนางทุ่มเทสติปัญญาจนชีวิตแทบหาไม่ ก็ยังไม่อาจเรียกสายตาเขาให้มองนางได้สักครั้งชื่อของนางเขายังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ
นางไม่ยินยอม ไม่ยินยอม
เพราะเหตุใดเยี่ยนเจาเจาจึงอยู่กับเขาได้ตั้งแต่แรกแล้วนางยังโชคดีได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ส่วนตนแม้จะใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ควบคุมบ้านใหญ่ไว้ในฝ่ามือ แม้จะแสดงความสามารถออกมาแม้จะควักหัวใจตนเองออกมาวางไว้ตรงหน้าเขา เขาก็ไม่เคยปรายตามา เพียง “ไล่”ไปอย่างเฉยชา?
หยวนอีย่วนไม่ยินยอม
นางรู้สึกว่าสิ่งที่ตนพูดไปคราวก่อนยังไม่ดีพอนางต้องลองอีกครั้ง
ดังนั้นแม้ว่าหยวนหยางฮุยจะเตะต่อยนางอย่างรุนแรงเพียงใดน้ำตานางก็ไม่ไหลอีกต่อไป และพยายามที่จะปกป้องศีรษะของตนเอาไว้ไม่ให้ถูกหยวนหยางฮุยเตะจนตายทั้งเป็นตรงนี้
หลังหยวนหยางฮุยเดินจากไป นางถึงดิ้นรนลุกขึ้น
นายหญิงผู้เฒ่าบังเอิญเดินออกมาด้วยความอับอายพอดี
นางเจรจากับหยวนหมินไม่สำเร็จ หยวนหมินยืนกรานไม่ยินดีแยกจากนายหญิงใหญ่หากนายหญิงผู้เฒ่าจะหย่าขาดนายหญิงใหญ่ให้ได้เขาจะไปคุกเข่าหน้าประตูเรือนนายหญิงผู้เฒ่า ไม่ลุกไปไหน
ด้วยเหตุนี้ ในใจนายหญิงผู้เฒ่าจึงเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ
พอเห็นหยวนอีย่วนยามนี้เข้า ความโกรธก็ทะลักออกมา
เห็นสภาพนางมอมแมมดูอ้างว้างนายหญิงผู้เฒ่าไม่แม้แต่จะรู้สึกสงสาร กลับเบ้ปาก ถ่มน้ำลายรดนางทันที“เจ้ามันไอ้ตัวสร้างปัญหา!”
นายหญิงผู้เฒ่าจากไปแล้ว สุดท้ายหยวนอีย่วนค่อยๆเกาะตามกำแพงเรือนเดินออกไปข้างนอกทีละก้าว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเจือรอยยิ้มของนายหญิงใหญ่ข้างหลังนาง
“ย่วนเจี่ยเอ๋อร์ เท้ากับขาเจ้าเดินเหินไม่สะดวกหากเจ้าไม่รังเกียจ ก็มาพักผ่อนกับแม่ก่อน บ้านรองมิอาจอาศัยได้ระยะยาวหากเจ้าคิดว่าแม่ดูแลเจ้าไม่ดีพอ ก็ขอให้ท่านพ่อจัดหาคนอื่นมาคอยปรนนิบัติเจ้าได้”
รอยยิ้มของนายหญิงใหญ่สุภาพอ่อนโยนราวกับมารดาแต่หยวนอีย่วนรู้ว่านี่คือรอยยิ้มเย้ยหยันและสังเวชที่ผู้ชนะมีต่อผู้แพ้ เกรงว่าในสายตาของทุกคนนางได้สูญเสียทุกสิ่งไปแล้ว
ไม่ นางยังไม่ได้พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] วิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะวิ่งร้อยก้าวหมายถึง ตำหนิผู้อื่นทั้งที่ตนมีความผิดเช่นเดียวกันในบริบทนี้คือหยวนอีย่วนทำไม่ต่างจากที่บ้านใหญ่ทำ