2 วันต่อมา…
แพรมาเดินเล่นที่ห้างเพียงลำพัง จากผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะใส่ใจเื่ขนในที่ลับของตัวเองมาก่อนเลยในชีวิต ทว่าประสบการณ์วาบหวามจากการเปิดเผยจุดซ่อนเร้นต่อสายตาคนอื่น กลับกลายเป็จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอยากเปลี่ยนภาพลักษณ์บริเวณจุดนั้นของตัวเอง
เรียวขาคู่สวยก้าวตรงดิ่งเข้าไปยังคลินิกเวชกรรมความงาม เพื่อรับบริการเลเซอร์กำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นออกไปอย่างถาวร หวังจะเปลี่ยนผิวพรรณส่วนลึกใต้ร่มผ้าให้เกลี้ยงเกลาโล่งสบายไร้สิ่งปกคลุม
///
ตัดภาพมาที่บรรยากาศใน่เช้าของวันเสาร์ วันที่แสงแดดอ่อนๆเริ่มสาดส่องผ่านกระจกหน้ารถยนต์คันหรูที่กำลังวิ่งมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก ภายในห้องโดยสารเปิดแอร์เย็นฉ่ำ พ่อของแพรทำหน้าที่เป็คนขับรถ โดยมีแม่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับคอยส่งขนมและน้ำดื่มให้สามีเป็ระยะ ส่วนที่เบาะหลังเป็พื้นที่ของแพรกับภูผาที่นั่งเคียงคู่กันมาตลอดทาง
“ป้ารู้มาจากพี่แพรว่าภูผาจะสอบเข้าคณะเภสัชใช่มั้ยลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู
“ใช่ครับ ่นี้ผมกำลังติวหนังสืออยู่ครับ โชคดีที่ได้พี่แพรช่วยติวสรุปแนวข้อสอบเก่าๆให้”
“คณะนี้เรียนหนักเอาเื่เหมือนกันนะ ถ้ามีอะไรสงสัยตรงไหนปรึกษาพี่แพรเขาได้เต็มที่เลยนะภูผา ไม่ต้องเกรงใจ” คนเป็พ่อกล่าวสมทบ
“ครับ ตอนนี้คงต้องโฟกัสกับการสอบให้ติดก่อน ผมจะตั้งใจทำให้ได้ครับ จะได้ไม่เสียแรงที่พี่แพรยอมสละเวลามาติวให้” ในระหว่างที่ภูผากำลังพูดจากับผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม แพรทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลรีสอร์ทติดชายทะเลและร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังในเน็ตเตรียมเอาไว้ นิ้วเรียวบางเลื่อนหน้าจอหาข้อมูลไปเรื่อยพร้อมกับฟังบทสนทนาสัพเพเหระ ทั้งเื่การเตรียมตัวสอบและแผนการท่องเที่ยวในทริปนี้ที่พ่อแม่กำลังชวนเพื่อนรุ่นน้องของเธอคุยอย่างถูกคอ
…
ชั่วโมงต่อมา…
ณ จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก ทริปเที่ยวทะเลแบบ 2 วัน 1 คืน ได้เริ่มต้นขึ้น รถยนต์คันหรูขยับเคลื่อนตัวลงสู่เรือเฟอร์รี่ลำใหญ่เพื่อเดินทางข้ามฟากไปยังเกาะท่องเที่ยวชื่อดัง หลังจากเรือเทียบท่า ครอบครัวของแพรก็พากันเข้าเช็คอินที่รีสอร์ทติดชายทะเลแห่งหนึ่ง บรรยากาศดีและเป็ส่วนตัว ก่อนจะขับรถออกตะลอนเที่ยวชมสถานที่ขึ้นชื่อและแลนด์มาร์คต่างๆบนเกาะ ปิดท้าย่กลางวันด้วยการไปล่องเรือสปีดโบ๊ทรับลมเย็นๆชมความสวยงามของท้องทะเลและแวะเที่ยวหมู่เกาะใกล้เคียง
จนกระทั่งเวลาหมุนเวียนมาถึงประมาณสี่โมงเย็น แสงแดดเริ่มอ่อนลงทอประกายสีทองส้ม พ่อและแม่ของแพรนั่งพักผ่อนหย่อนใจรับลมชมวิวทะเลอยู่อย่างสงบใกล้กับพื้นที่ของรีสอร์ท ปล่อยให้เด็กๆพากันออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาตามประสาวัยรุ่น
ทริปนี้แพรจัดเต็มด้วยการแต่งตัวที่เรียกได้ว่าเซ็กซี่ที่สุดในชีวิตของเธอสำหรับการมาทะเล เธอสวมเสื้อยืดสีขาวเนื้อผ้าบางเบาจนมองทะลุเห็นบิกินี่สีชมพูหวานซ่อนอยู่ด้านใน ตัดรับกับท่อนล่างที่เป็กางเกงขาสั้นจิ๋วสีเหลืองสด แอบเพิ่มความเซ็กซี่เย้ายวนด้วยสายผูกบิกินี่สีชมพูที่จงใจปล่อยให้โผล่พ้นขอบกางเกงขึ้นมาผูกเป็ปมไว้ตรงสะโพกทั้งสองข้าง
แพรกับภูผาเดินคุยเล่นสัพเพเหระหยอกล้อกันไปเรื่อยตามแนวชายหาด จนกระทั่งเดินมาถึงจุดไฮไลท์ บริเวณนี้มีหนุ่มสาววัยรุ่นคนไทยมากกว่าชาวต่างชาติ พวกเขามารวมตัวกันที่นี่เพื่อถ่ายภาพเช็คอิน ทะเลในยามเย็นแบบนี้สวยงามระยิบระยับ แสงแดดส่องกระทบผืนทรายเป็ทัศนียภาพที่ลงตัวเป็ที่สุด
ภูผารับหน้าที่เป็ช่างภาพ ยิ้มแย้มคอยกดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้รุ่นพี่ ทั้งคู่ช่วยกันเดินหามุมสวยๆ ขยับหาทิศทางให้ได้แสงและองค์ประกอบที่สวยที่สุด หลังจากถ่ายภาพไปได้พักใหญ่ ภูผาลดโทรศัพท์ลง สายตามองดูบิกินี่ทูพีชที่ยังหลบซ่อนอยู่บนตัวรุ่นพี่
“ไหนๆก็มาทะเลทั้งทีแล้ว ผมว่าพี่แพรถอดเสื้อกับกางเกงขาสั้นออกเลยดีกว่า”
“ไม่เอา… คนเยอะ” แพรบ่นอุบอิบ ใบหน้าเนียนซับสีระเรื่อ ขยับแว่นสายตาหันมองดูผู้คน
“ไม่เห็นเป็ไรเลย ไม่มีใครสนใจพี่หรอก ที่นี่มันชายหาดนะ ไม่ใช่ในห้าง” ภูผาพูดคะยั้นคะยอต่อ หวังจะให้รุ่นพี่ก้าวข้ามออกจากคอมฟอร์ทโซน ซึ่งใช้เวลาเกลี้ยกล่อมยื้อยุดทางความคิดกันอยู่พักใหญ่
ภายในใจของแพรเกิดความกล้าๆกลัวๆ เธอรู้สึกว่าเป็การตัดสินใจที่ยากกว่าการแก้ผ้าให้ผู้ชายนวดในห้องโรงแรมเสียอีก ทว่าเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆเห็นกลุ่มวัยรุ่นสาวๆคนอื่นอวดหุ่นกันอย่างมั่นใจ ทั้งที่บางคนรูปร่างก็ไม่ได้ผอมเพรียว ประกอบกับความทะเยอทะยานบางอย่างที่เพิ่งผ่านการปลดล็อกมาไม่กี่วันก่อน จนในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน
แพรตัดสินใจเดินไปหามุมหลบสายตาคน จัดแจงถอดเสื้อยืดตัวบางและกางเกงขาสั้นจิ๋ว จนกระทั่งร่างกายเหลือเพียงบิกินี่ทูพีชสีชมพูอ่อนอวดผิวขาวจั๊วะสะท้อนแสงแดดยามเย็น ด้วยรูปร่างมีน้ำมีนวลเนื้อแน่นไปทุกสัดส่วน บวกกับผิวพรรณที่ขาวจัด มันยิ่งขับเน้นให้การใส่บิกินี่ของแพรดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามอย่างรุนแรง แม้แต่ภูผาเองที่เคยเห็นเธอแก้ผ้ามาแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
การถ่ายภาพกลับมาดำเนินต่อไป แพรโพสท่าตามที่รุ่นน้องคอยแนะนำอย่างเป็ธรรมชาติ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นวาบหวิว และใจสั่นยามที่มีสายตาคนอื่นมองมา ทว่าลึกๆแล้วเธอกลับรู้สึกท้าทายและสะใจดีอย่างบอกไม่ถูก จากที่เคยเป็คนไม่มั่นใจกับความโหนกนูนบริเวณจุดยุทธศาสตร์ของตัวเองจนกลัวการใส่บิกินี่มาตลอดชีวิต วันนี้เธอได้ก้าวข้ามออกจากคอมฟอร์ทโซนอันแสนจืดชืดของเด็กเรียนเรียบร้อยคนนั้นแล้ว กล้าที่จะยืนอวดเรือนร่างสู้สายตาผู้คนได้อย่างมั่นใจเต็มภาคภูมิเสียที
…
หลังถ่ายภาพเสร็จ แพรสวมเสื้อยืดสีขาวบางตัวเดิมกับกางเกงขาสั้นจิ๋ว เดินกลับมาที่รีสอร์ท มองไปที่ลานริมหาดเห็นพ่อกับแม่ยังคงนั่งพักผ่อนรับลมอาบแดดกันอยู่อย่างเพลิดเพลิน เธอจึงแยกตัวเดินตรงกลับมายังห้องพักของตัวเอง ทว่านอกจากเธอแล้ว ยังมีฝีเท้าของภูผาเดินตามหลังต้อยๆมาด้วย
“มาผิดห้องแล้วน้อง” แพรทำทีพูดในเชิงกระเซ้าเย้าแหย่แซวรุ่นน้อง ทว่าภูผาส่งสายตาแฝงเลสนัยมองแทะโลมเรือนร่างของเธอ ก่อนจะถือวิสาสะตามเข้ามาภายในห้องพักส่วนตัวด้วย จากนั้นก็ดึงบานประตูปิดสนิทพร้อมกับลงกลอนเรียบร้อยเสร็จสรรพ
“พี่แพร…” ภูผาเรียกชื่อรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงที่ปรับให้นุ่มนวลอ่อนหวานชวนฟัง ในขณะที่แพรกำลังเปิดกระเป๋าเป้รื้อค้นหาสายชาร์จแบต
“เมื่อยมั้ยครับ เดี๋ยวผมนวดให้”
“หึ ไม่เมื่อย” แพรตอบแบบหน้าตาย
“เมื่อยหน่อยนะ”
“เอ้า ก็คนมันไม่เมื่อย จะให้เมื่อยได้ไง”
“ผมอยากนวดขาให้พี่” ภูผาขยับเข้าไปตื๊อต่อพลางส่งสายตาเว้าวอน แพรแสร้งทอดถอนหายใจยาว พลางหมุนตัวหันมามองสบสายตากับภูผาตรงๆ ใบหน้าหมวยทำเป็แสดงอาการเบื่อหน่ายไปอย่างนั้นเอง เพราะในความเป็จริงลึกๆข้างในเนื้อตัวของเธอมันเสพติดััการนวดแบบฝังรากลึกไปแล้ว
“ล็อคประตูห้องหรือยัง” แพรถามเพื่อความชัวร์
“ล็อคเรียบร้อยแล้วครับ” ภูผาตอบพร้อมเดินไปจับลูกบิดเช็คให้แพรเห็นกับตาว่าประตูล็อคแน่นสนิท
เมื่อเคลียร์พื้นที่จนมั่นใจ แพรก็ไม่รอช้า เธอจัดแจงถอดเสื้อยืดตัวบางและกางเกงขาสั้นตัวจิ๋วออกให้พ้นทางอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งร่างกายมีน้ำมีนวลเหลือเพียงบิกินี่ทูพีชสีชมพูสองชิ้น ร่างขาวจัดก้าวขึ้นไปทิ้งตัวลงนอนหงายราบไปกับผืนเตียงหนานุ่ม สองขาเหยียดตรงและแผ่อ้าออกเล็กน้อยตามธรรมชาติ
“ผมเอานี่มาด้วยนะ” ภูผาชูขวดน้ำมันหอมระเหยขึ้นมาอวดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาแอบแวะไปสรรหาซื้อมาตอนไหน เด็กหนุ่มจัดการถอดเสื้อยืดของตัวเองออกจนเปลือยท่อนบน ทว่าท่อนล่างยังคงสวมกางเกงขาสั้นตามเดิม เขาก้าวขึ้นไปนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงบริเวณปลายเท้าของรุ่นพี่
ระหว่างที่ภูผากำลังง่วนอยู่กับการเปิดฝาขวดน้ำมัน แพรที่ส่งสายตาชำเลืองมองรุ่นน้องรู้สึกว่าเธอไม่มีอะไรให้ต้องเกรงอกเกรงใจเด็กคนนี้อีกแล้ว แพรจึงจัดระเบียบร่างกายด้วยการวาดวงขาคู่สวยให้กางแยกออกจากกันจนกว้างกว่าหัวไหล่ คลายสะโพก คลายข้อเท้า ปล่อยให้ปลายเท้าล้มแหมะทิ้งน้ำหนักออกด้านข้าง งอ่ข้อพับเข่าจนเกือบเป็มุมตั้งฉาก กลายเป็การนอนแบะเปิดเผยเนื้อหนังมังสา ดูเสียภาพลักษณ์ แต่ก็ผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพเรือนร่างขาวโพลนที่ตอนนี้มีเพียงบิกินี่สีชมพูสองชิ้นสุดเซ็กซี่ แถมชิ้นล่างยังเป็ดีไซน์แบบมีสายเชือกเส้นเล็กๆผูกเป็ปมเอาไว้ด้านข้างสะโพก ทำให้ท่วงท่าการนอนในลักษณะนี้กลายเป็ภาพที่ชวนให้เกิดอารมณ์วาบหวามอย่างรุนแรงมากในสายตาของผู้ชายทั่วไป รวมทั้งดูน่าเกลียดไร้กาลเทศะในสายตาของผู้หญิงด้วยกัน
ทว่าสำหรับรุ่นน้องที่รู้ไส้รู้พุงกันดีแล้วอย่างภูผา เขาปรับตัวจนชินชากับความใจถึงของรุ่นพี่คนนี้ได้แล้ว เขาจึงไม่ได้ตื่นตูมมากนัก แพรเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกกระดากอายสายตาของรุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย เธอนอนทอดร่างมองเพดานห้องด้วยแววตาชิลจัด ไม่มีอาการประหม่าตื่นเต้นหลงเหลืออยู่เลยสักนิดเดียว
ภูผาเทน้ำมันอโรม่าราดรดลงบนผิวขาขาวนวลของแพร ั้แ่่ข้อเท้าลากยาวเป็สายขึ้นไปจนถึงต้นขา เขาทำแบบเดียวกันกับขาทั้งสองข้างจนผิวเนื้อเริ่มวาววับสะท้อนแสงไฟ จากนั้นจึงวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงที่ข้อเท้าของขาแต่ละข้าง ลูบไล้ลากยาวขึ้นมาตามแนวผิว ลื่นไถลผ่านหน้าแข้ง ผ่านหัวเข่า จนกระทั่งเลื่อนขึ้นมาถึงเนื้อต้นขา้า
“พี่แพรอย่าลืมอัพภาพที่ผมถ่ายให้ลงไอจีด้วยนะ” ภูผาชวนคุยทำลายความเงียบ สายตาข้ามผ่านโคกเนินสามเหลี่ยมอันแสนยั่วเย้าขึ้นไปมองหน้ารุ่นพี่
“ยังไม่รู้เลยว่าแม่จะให้ลงมั้ย มันดูเซ็กซี่เกินไปอ่ะ” เมื่อได้ยินประโยคนั้น ภูผาก็อมยิ้มบางๆ ปรับโฟกัสสายตากวาดมองลงต่ำ สำรวจดูท่วงท่าการนอนแบะขากว้างอย่างเปิดเผยอล่างฉ่างของคนตรงหน้า
“แต่ผมว่า... ท่านอนของพี่แพรตอนนี้ดูเซ็กซี่กว่าในรูปที่ผมถ่ายเยอะเลยนะ” ภูผาเอ่ยแซว กระหยิ่มยิ้มย่องในใจกับการได้เห็นด้านน่าอายของรุ่นพี่
“ก็อยากนอนแบบนี้อ่ะ มีปัญหาไรป่ะล่ะ” แพรพูดแหย่เย้ากลับ พลางใช้มือข้างหนึ่งตีพุงนุ่มๆของตัวเองเบาๆอย่างสบายใจเฉิบ ก่อนจะพูดต่อ “แต่นอนแบบนี้ทีไร ไม่รู้ทำไมมันรู้สึกเสียวง่ายจัง เสียวตรงจิ๊มิอ่ะ” แพรบอกความรู้สึกในใจของตัวเองให้รุ่นน้องรับรู้อย่างตรงไปตรงมาไม่มีปิดบังหรืออ้อมค้อม
ภูผาขยับยิ้มกว้างขึ้นอย่างชอบใจ เขากระเถิบย้ายตำแหน่งขึ้นมานั่งคุกเข่าในพื้นที่ว่างกึ่งกลางหว่างขากว้างของแพร จัดการเทน้ำมันลงบนผิวเนื้อต้นขาเพิ่มอีกเล็กน้อย ก่อนจะวางฝ่ามือลงไปลูบนวดเค้นเน้นน้ำหนัก โดยโฟกัสไปยังเนื้อนุ่มนิ่มของขาอ่อนด้านในที่จับแล้วรู้สึกว่ามันล้นไม้ล้นมือดีเหลือเกิน
แพรขยับขยายกางแบะขาสองข้างให้กว้างเพิ่มขึ้นไปอีก เพื่อเปิดทางให้มือของรุ่นน้องรุกล้ำเข้ามาััโคนขาหนีบส่วนลึกของเธอได้ถนัดขึ้น
แม้ว่าภาพเบื้องหน้าของภูผาในเวลานี้จะเป็ภาพที่ยั่วเย้าอารมณ์อย่างรุนแรง เป้าบิกินี่สีชมพูเด่นหราอยู่ตรงหน้าเขา จนส่งผลให้แก่นกายแข็งขืนดันเป้ากางเกงขึ้นมาอย่างง่ายดาย ทว่าเด็กหนุ่มกลับเลือกที่จะสะกดกลั้นความ้าเอาไว้ เขาตั้งหน้าตั้งตารวมสมาธิอยู่กับการลงน้ำหนักมือนวดเฟ้นปรนนิบัติให้รุ่นพี่ด้วยความตั้งอกตั้งใจที่แท้จริง บีบเน้น คลึงเค้นเนื้อนุ่มอย่างประณีตละมุนละไม ไม่ใช่แค่การนวดผ่านๆเพื่อหวังจะข้ามขั้นตอนไปทำอย่างอื่น
แต่ทว่าพอนวดไปได้ไม่นานนัก ภูผาก็เกิดไอเดียน่าสนุกตื่นเต้นบางอย่างขึ้นมาในหัว เขาลดความเร็วของมือลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากเสนอแผนการ
“พี่แพร... ผมขอถ่ายคลิปได้มั้ย ถ่ายแบบไม่ให้เห็นหน้า ผมอยากให้พี่เอาคลิปตอนที่ผมกำลังนวดให้พี่ไปลงในแอคเคานต์ลับของพี่” ภูผาหยอดคำพูดด้วยน้ำเสียงซื่อๆแต่แฝงความท้าทาย หวังจะกระตุ้นให้รุ่นพี่คล้อยตามไปกับความลึกลับซ่อนเร้นนี้
“แล้วจะถ่ายยังไงล่ะ” แพรย้อนถามกลับไป ท่าทางไม่ได้มีปฏิกิริยาปฏิเสธแต่อย่างใด เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่เปิดทาง ภูผาก็ไม่รอช้า ะโลงจากเตียงทันที เปิดกระเป๋าเป้ใบเล็กที่เขาสะพายติดตัวมาด้วย หยิบขาตั้งกล้องขนาดพกพาออกมากางตั้งที่พื้นห้อง โดยเว้นระยะห่างจากปลายเตียงเล็กน้อย จัดการล็อกโทรศัพท์เข้ากับหัวยึดขาตั้งกล้องอย่างคล่องแคล่ว
ภูผาปรับระดับมุมมองและองศาของเลนส์ให้กดต่ำลงมา แต่อยู่ในระดับที่สูงกว่าผืนเตียงประมาณหนึ่ง เพื่อจัดแจงมุมกล้องให้ภายในเฟรมภาพบันทึกเห็นเด่นชัดั้แ่่หน้าอกไล่ต่ำลงมาจนถึงปลายเท้าของแพร ซึ่งในเวลานี้เธอยังคงนอนแหมะ กางขาอ้าซ่าในลักษณะเปิดเผยสบายตัวเหมือนเดิม
ภูผากลับขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขานั่งลงที่บริเวณด้านข้างสะโพกของแพรแทน เพื่อจะได้ไม่บังกล้อง จากนั้นมือหนาเริ่มทำหน้าที่ลงมือบีบนวดเค้นคลึงขาอ่อนด้านในของรุ่นพี่ รูดไล้ฝ่ามือั้แ่บริเวณเหนือหัวเข่าเข้ามาถึงโคนขาหนีบ โดยมีบิกินี่สีชมพูอ่อนแบบมีสายผูกเป็จุดศูนย์กลางของภาพ
จากตอนแรกที่สาวแว่นนอนทอดร่างรับััด้วยความรู้สึกชิลจัด ทว่าเมื่อมีกล้องกำลังจับบันทึกภาพเคลื่อนไหวในมุมมองที่เห็นทุกอย่างในหว่างขาของเธอ ระบบประสาทและความรู้สึกภายในจึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง การรับรู้ว่าภาพท่วงท่าอันอล่างฉ่างของตัวเองกำลังถูกบันทึกเก็บไว้เป็หลักฐาน มันแปรเปลี่ยนเป็ความซ่านกระสันอย่างรุนแรง เกิดความรู้สึกเสียววาบหวิวในหว่างขา กลไกภายในร่างกายตอบสนองต่อความสยิวเหนือความคาดหมายนี้จนเกิดอาการน้ำเดินหลั่งไหลออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เรียวขาขาวเนียนที่เคยนอนนิ่งสนิทก่อนหน้านี้ เริ่มมีอาการกระตุกสั่นขึ้นมาเป็ระยะ
บรรยากาศในห้องพักหรูของรีสอร์ทติดชายทะเลตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครยอมปริปากออกมาเลยแม้แต่คำเดียว และแม้ว่านี่จะเป็การนวดในพื้นที่ส่วนลึกที่แสนจะล่อแหลมต่อการตบะแตกเป็ที่สุด แต่ภูผากลับยังคงรักษาวินัยในการปรนนิบัติอย่างซื่อตรงมาก มือของเขายังคงลูบไล้รีดเน้นอยู่แค่บนเนื้อผิวขาอ่อนด้านใน โดยไม่ให้ปลายนิ้วเฉียดกรายไปแตะต้องโดนผืนผ้าสีชมพูตรงบิกินี่ของแพรเลย
ใช้เวลาสับเปลี่ยนจังหวะบีบเค้นอยู่ไม่นานนัก ภูผาก็ขยับตัวลงจากเตียงไปกดปุ่มหยุดบันทึกวิดีโอ เมื่อไร้เลนส์กล้องคอยบันทึกภาพแล้ว บรรยากาศนิ่งเงียบชวนอึดอัดเมื่อครู่ก็มลายหายไป ภูผาขยับกายซุกตัวกลับเข้ามานั่งคุกเข่าในหว่างขาของแพรตามเดิม มือหนาชโลมน้ำมันลูบไล้วนนวดผ่านหน้าท้องนุ่มนิ่ม ััคลึงเคล้าไปกับด้านข้างของสะโพกผาย ก่อนจะลากนิ้วมาหยุดนิ่งอยู่ตรงปมเชือกที่ผูกยึดบิกินี่ไว้
“ผมถอดนะ” เด็กหนุ่มกระซิบถามเสียงแ่เบา แพรอมยิ้มด้วยความเขินอายนิดหน่อย ทว่าแววตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกลับไม่ได้มีแววปฏิเสธ เธอยักคิ้วให้รุ่นน้องหนึ่งทีเป็สัญญาณว่ารู้กัน ภูผาจึงใช้นิ้วกระตุกปมสายผูกทีละข้าง ก่อนจะจับบริเวณปลายเชือกเปิดผืนผ้าสีชมพูหวานออกช้าๆ
ภาพกึ่งกลางกายที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับเบิกตากว้าง เพราะพื้นที่สามเหลี่ยมศักดิ์สิทธิ์ของรุ่นพี่ในเวลานี้กลายเป็เนินเนื้อโหนกนูนเกลี้ยงเกลาเรียบเนียน ผิวขาวนวลละมุนตาปราศจากเส้นขนสีดำแม้แต่เส้นเดียว ทำให้เขาได้เห็นรูปทรงโหนกเนื้อบริเวณดังกล่าวแบบเน้นๆโล่งโจ้งกันเลยทีเดียว
“พี่แพรไปแว๊กซ์ขนมาตอนไหนครับเนี่ย” ภูผาหลุดปากถาม น้ำเสียงตื่นเต้นปนขำด้วยความอึ้ง
“ไม่ได้แว๊กซ์ย่ะ เขาเรียกว่าทำเลเซอร์” แพรค้อนขวับสะบัดเสียงตอบ ภูผานั่งขำคิกคักในลำคอ
“หัวเราะอะไร โล่งๆแบบนี้ไม่ดีหรือไง?”
“ดีครับ โคตรดีเลย เนียนกริ๊บ 555” ภูผายิ้มกว้างไม่หุบ สายตาจดจ้องมองความเปลี่ยนแปลงนี้แบบตาไม่กะพริบ ภาพจำในหัวตอนที่แพรยังมีพุ่มขนดกดำบนเนินหัวหน่าว กับตอนนี้ที่เตียนโล่ง ให้ความรู้สึกกระตุ้นตัณหาฉ่ำกามต่างกันแบบลิบลับเลย
ภูผาดึงเอาบิกินี่ชิ้นล่างออกไปจนพ้นจาก่สะโพกของแพร ทิ้งให้รุ่นพี่นอนเปลือยท่อนล่างอล่างฉ่าง โชว์รอยแยกกลางกายสาวอย่างเปิดเผย จากนั้นเขาเทน้ำมันลงบริเวณท้องน้อยไล่ลงมาถึงเนินหัวหน่าว ของเหลวใสไหลย้อยลงไปถึงโคนขาหนีบ ก่อนที่เขาจะวางฝ่ามือข้างถนัดนาบลงไปัับดคลึงโหนกเนื้อนิ่มที่ปราศจากเส้นขนกั้นขวาง แพรถึงกับสะดุ้งเยือก ขาสองข้างสั่นะเืในครั้งแรกที่ผิวเนื้อบอบบางรับััอุ่นร้อน ก่อนจะผ่อนคลายลงและนอนนิ่งในท่วงท่าเดิมรับการปรนนิบัติต่อไป
“ผมเห็นแล้วใจสั่นแทนเลย พอไม่มีขนแล้วโหนกชัดมาก 555 แบบนี้เขาเรียกว่าทำเลเซอร์ใช่มั้ย” ภูผาถามตาใส แววตาวาวโรจน์ไปด้วยความสุข ในขณะที่มือแกร่งยังคงนวดคลึงจุดสงวนให้รุ่นพี่ต่อเนื่อง
“อือ ตอนทำเจ็บจี๊ดเลยแหละ เหมือนโดนหนังยางดีดใส่ผิวรัวๆอ่ะ” คนใส่แว่นพูดคุยด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ว่าหัวข้อที่กำลังคุยรวมถึงสถานการณ์ตอนนี้มันจะห่างไกลจากคำว่าปกติไปมากก็ตาม
“แต่ของผมไปแว๊กซ์มา ตอนนี้เริ่มมีตอขนคันๆขึ้นมาใหม่ละ” ภูผาเล่าเื่ของตัวเองบ้าง กลายเป็บทสนทนาที่น่าเอ็นดูปนทะลึ่งทะเล้น เมื่อเด็กเนิร์ดสองคนกำลังคุยแลกเปลี่ยนเื่จุดซ่อนเร้นของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังอย่างหน้าตาเฉย ภูผานวดคลึงเนินหัวหน่าวให้แพร สลับกับการใช้นิ้วโป้งกดนวดบดบี้กลีบแคมเนื้อนุ่มชุ่มน้ำมัน สายตามองชื่นชมภาพกระตุ้นกามารมณ์ที่แสนเย้ายวนตรงหน้า ทว่าในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานได้ที่นั้นเอง…
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“แพร! ทำอะไรอยู่ลูก จะไปกินข้าวหรือยัง พ่อเธอบ่นว่าหิวข้าวแล้วเนี่ย” เสียงของคนเป็แม่ดังแทรกข้ามบานประตูห้องพักเข้ามา ภูผาถึงกับชะงักกึก ปลายนิ้วค้างอยู่ตรงเม็ดกระสันของแพร ในขณะที่แพรเองก็หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มไม่ต่างกัน
“โอเคแม่! เดี๋ยวหนูออกไป บอกพ่อรอแป๊บนึงนะ!” แพรตั้งสติได้ รีบะโตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด
“แล้วภูผาอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า เมื่อกี้แม่เดินไปดูที่ห้องน้องแล้วไม่เห็นอยู่” หญิงวัยกลางคนยังคงถามต่อ แพรเคลื่อนสายตามามองหน้าภูผาเป็เชิงส่งสัญญาณให้เงียบ ทว่ากลับเป็ภูผาเองที่ใจกล้าขานรับกระแทกเสียงตอบออกไปหน้าตาเฉย
“ผมอยู่กับพี่แพรครับ! กำลังนวดให้พี่แพรอยู่ครับ!” มิหนำซ้ำ เขายังเล่นสารภาพสิ่งที่กำลังทำอยู่ออกไปโต้งๆเลย เมื่อได้ยินรุ่นน้องพูดความจริงออกไปแบบนั้น แพรรู้สึกนึกโมโหในใจว่าไอ้เด็กบ้าคนนี้มันจะพูดความจริงออกไปทำไม คนตรงหน้าประตูห้องนิ่งเงียบไปพักหนึ่งจนบรรยากาศชวนลุ้นระทึก
“โอเคจ้า…! งั้นเดี๋ยวป้าไปรอด้านหน้ารีสอร์ทนะลูก รีบพากันตามออกมาล่ะ” น้ำเสียงหลังบานประตูตอบรับกลับมาอย่างปกติราบเรียบมาก ให้ความรู้สึกราวกับว่าการที่เพื่อนรุ่นน้องที่เป็ผู้ชายแท้ๆ เข้ามาคลุกตัวอยู่ในห้องพักของลูกสาวตัวเองเป็เื่ปกติธรรมดาสามัญที่ไม่น่ากังวลใจอะไรเลยสักนิดเดียว ทำให้คนเป็ลูกสาวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่รอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด
…
บรรยากาศยามเย็นที่ร้านอาหารริมทะเลช่างงดงามราวกับภาพวาดในจังหวะที่ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ส่องแสงสะท้อนกับผืนน้ำทะเลระยิบระยับ
บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูซีฟู้ดจานโปรด ทั้งกุ้งเผาตัวโต ทั้งปูนึ่งเนื้อหวาน และต้มยำทะเลหม้อไฟที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล พ่อ แม่ แพร และภูผา กำลังนั่งรับประทานมื้อเย็นร่วมกันอย่างเพลิดเพลิน
ในระหว่างนั้นแพรหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมา เลื่อนเปิดไฟล์รูปภาพที่ถ่ายจากชายหาดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แล้วหันหน้าจอให้แม่ดู
“หนูอัพภาพนี้ลงไอจีนะ” แพรกล่าวประโยคบอกเล่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็การขออนุญาติ แม่ดูภาพแล้วรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจ เมื่อได้เห็นภาพลูกสาวคนเก่งในชุดบิกินี่ทูพีชตัวจิ๋ว อวดผิวขาวจั๊วะและทรวดทรงอวบอัดเต็มตา เพราะปกติแล้วลูกสาวของเธอเป็เด็กเนิร์ดสายเรียน ไม่เคยแต่งตัวเซ็กซี่เปิดเผยเนื้อหนังในที่สาธารณะมาก่อนเลยในชีวิต
“ภูผาถ่ายให้เหรอ” หญิงวัยกลางคนเคลื่อนสายตามามองหน้าเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างลูกสาวของตน
“ครับ…” น้ำเสียงสุภาพเอ่ยตอบ
“แม่ว่ามันดูโป๊เกินไปหน่อยนะ” คนเป็แม่เคลื่อนสายตากลับมาพูดบอกลูกสาว ทว่าฝ่ายพ่อหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมา
“แพรมันอายุ 21 จะ 22 แล้วนะ ปล่อยให้ลูกมันได้ตัดสินใจและทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเถอะคุณ” คำพูดของพ่อทำเอาแพรลอบยิ้มแป้นอย่างผู้ชนะ
หลังจากเคลียร์ประเด็นเื่รูปถ่ายจบ พ่อตักน้ำต้มยำกุ้งซดเข้าปากพลางทอดสายตามองไปที่ท่าเรือ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งน้อยใจเล็กๆ
“สรุปแล้วคืนนี้ไม่มีใครอยากไปดูหมึกกับพ่อใช่มั้ย?” เ้าของเสียงทุ้มกำลังพูดถึงโปรแกรมล่องเรือไดหมึกร่วมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นในคืนนี้ ซึ่งเป็กิจกรรมที่เ้าตัวตั้งใจอยากจะมาทำ ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะตกอยู่ในความเงียบกริบ ฝ่ายภรรยาแกล้งทำเป็ตักขนมหวานกินเพราะไม่อยากออกไปเมาเรือด้วย
“เห็นภูผาบอกพี่ว่าอยากไปจับหมึกใช่มั้ย?” แพรพูดโพล่งขึ้นมาหน้าตาเฉย พลางเอาแขนสะกิดรุ่นน้อง แต่ภูผาทำหน้างง แววตาว่างเปล่า และยังไม่ทันได้ประท้วงใดๆสักคำ พ่อของแพรก็พูดขึ้นมาอีกคน
“ดีเลย! ลุงจะได้มีเพื่อนไป” ชายวัยกลางคนพูดบอกกับเด็กหนุ่ม ภูผาไม่อยากให้ผู้ใหญ่เสียความรู้สึก เขาจึงพยักหน้ารับคำอย่างไม่มีทางเลือกอื่น ก่อนจะส่งสายตาคาดโทษให้รุ่นพี่ที่นั่งหัวเราะคิกคักอยู่
เมื่อเห็นลูกสาวกับเพื่อนรุ่นน้องแหย่กันไปมา แม่ของแพรเหมือนนึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยชวนภูผาคุยต่อด้วยความสงสัย “เออภูผา... ตอนที่ป้าไปเรียกที่ห้องพัก เราบอกว่ากำลังนวดให้พี่แพร ป้าเพิ่งรู้นะว่าเรานวดเป็ด้วย?” เมื่อได้ยินแบบนั้น ภูผาก็เกาหัวแก้เก้อตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
“แค่งูๆปลาๆน่ะครับ ยังนวดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่”
“หนูแค่ให้น้องมันนวดแขนให้นิดหน่อยน่ะแม่ นวดไปนวดมาปวดกว่าเดิมอีก” แพรช่วยพูดเสริมแบบติดตลก หวังจะให้คนเป็แม่มองข้ามเื่นี้ไป
…
่หัวค่ำ พ่อของแพรและภูผาออกไปรวมตัวกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่บริเวณท่าเทียบเรือ พวกเขายืนคุยกับชาวประมงท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมตัวก้าวขึ้นเรือไดหมึกที่เปิดไฟสีเขียวสลัวรออยู่
ตัดภาพไปที่บรรยากาศรอบเกาะ เวลานี้เต็มไปด้วยความคึกคัก แสงไฟจากร้านค้า ร้านอาหาร ผับบาร์ และแสงสปอตไลท์หลากสีสันเริ่มเปิดให้บริการแบบข้ามคืน ในขณะเดียวกัน แพรกับแม่ที่แยกตัวออกมาเดินเล่นสองคนแม่ลูก พากันเปิดประตูเข้าไปภายในร้านนวดสปาหรูหราแห่งหนึ่ง เนื่องจากคนเป็แม่ไม่ได้นวดมานานแล้ว ประกอบกับได้ยินที่เพื่อนรุ่นน้องของลูกสาวพูดถึงการนวดพอดี หล่อนก็เลยตัดสินใจเอ่ยปากชวนลูกสาวคนเก่งให้มานวดด้วยกันซะเลย...