Vanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ

    ผู้พิชิตวิญญาณตอนที่ 40

            การหมดสติไปของผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์เทพสงคราม มันทำให้พวกเขาต้องหัวเราะแห้งออกมาอย่างช่วยไม่ได้


            "ดูเหมือนนายท่านจะตกใจจนเกินขีดจำกัดไปแล้ว เขาตื่นเต้นที่เห็นท่านบรรลุดวงตาวิญญาณ"


            พ่อบ้านเจียได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ ในใจเองก็ไม่สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้


            การจะบรรลุทักษะวิญญาณในระดับขั้นที่สองนั่น โดยปกติแล้วผู้ฝึกฝนวิญญาณหน้าใหม่จะต้องใช้เวลานับเดือน เพื่อทำให้ความเชียวชาญรวมถึงการปลดปล่อยรูปแบบแรกมั่นคงขึ้น


            เมื่อนั่นแหละประกายแสงของทักษะวิญญาณจะแปรเปลี่ยนไป ขั้นที่1คือสีเขียวบริสุทธิ์ ขั้นที่2คือสีฟ้าคราม แล้วตอนนี้เซียงหลินก็มีม่านตาสีฟ้าครามเป็นที่เรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงการบรรลุขั้นที่สองได้อย่างสมบูรณ์แบบ


            "เดียวขอให้ท่านอาจารย์ตื่นมาก่อน ผมอยากจะให้เขาตกใจจนแทบจะตายไปเลย!!"


            คำพูดของชายหนุ่มได้ทำให้พ่อบ้านเจียต้องอ้ำอึ้งออกมา เพียงแค่นี้มันยังไม่พออีกหรอเนี่ย


            หรือว่าเขาจะบรรลุทักษะม่านพลังวิญญาณขั้นที่2กับโซ่วิญญาณขั้นที่2แล้ว ถ้าเป็นอย่างที่มันคิดไว้จริงๆ ชายหนุ่มคนนี้ก็คงจะไม่แตกต่างไปจากสัตว์ประหลาดที่น่าเหลือเชื่อมากที่สุด


            "ขอดูการเปลี่ยนแปลงหน่อยละกัน"


            ไม่นานหน้าต่างระบบก็ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ในรอบนี้มันแตกต่างไปจากเมื่อกี้นี้เป็นอย่างมาก


            [ชื่อเซียนหลิน อายุ15ปี]


            [พลังวิญญาณ ระดับแรงค์E]


            [ภูติวิญญาณประจำตัว เทพอาชูร่าระดับเทพมายาแรงก์E]


            [ทักษะประจำตัว ศาสตร์มารสวรรค์ต้องห้าม(ถูกปิดผนึก)]


            [ทักษะวิญญาณ ดวงตาวิญญาณขั้นที่2 ประสบการณ์0/100 - ม่านพลังวิญญาณขั้นที่2 ค่าประสบการณ์0/100 - โซ่วิญญาณขั้นที่1 ค่าประสบการณ์0/100 (ใช้แต้มวิญญาณในการยกระดับ ยิ่งอยู่ในระดับสูงก็ยิ่งต้องใช้แต้มเพิ่มมากขึ้น)]


            [แต้มวิญญาณ 315แต้ม]


            "แง่ะ? ยกระดับขั้นถัดไปใช้ทีละ100แต้มวิญญาณ งั้นเอาไว้ก่อนละกัน ต้องดูว่าทักษะวิญญาณกระบวนยุทธหมัดมังกรจะเป็นเช่นไร"


            "เก็บแต้มที่เหลือทั้งหมดและทำให้ท่านอาจารย์มีความสุขดีกว่า!!"


            ตอนนี้ในตัวของเขามีแต้มวิญญาณอยู่ไม่มาก


            แล้วชายหนุ่มเองก็จะเก็บไว้ไปฝึกฝนวิชาของท่านอาจารย์ตน


            (ไอ้หนูเจ้าเป็นใครกันแน่?)


            (เป็นทวยเทพที่กลับมาเกิดใหม่เรอะ)


            ทันใดนั้นเสียงของใครบางคนก็ได้ดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ใหญ่ทุ้มอย่างน่าเกรงขามเลยก็ว่าได้


            พร้อมกับที่พลังวิญญาณรอบด้านได้ถูกควบแน่นขึ้น ประกายแสงเรืองรองสุดสว่างได้ปรากฏตัวขึ้นภายในลานฝึกฝนแห่งนี้


            เมื่อแสงที่เรืองรองได้จางหายไป ก็ปรากฏให้เห็นถึงร่างเงาของชายสูงใหญ่ที่ได้โผล่ออกมา เขามีความสูงมากกว่าสามเมตร ใบหน้ารูปลักษณ์ดูหล่อเหลา สวมใส่มงกุฏสีทองอร่ามพร้อมกับชุดเกราะสีทองที่มีลวดลายเจิดจรัส บริเวณหน้าผากเองก็มีดวงเนตรที่สามเบิกเอาไว้อยู่ด้วย


            ด้านข้างของเขาเองก็มีร่างเงาสีดำที่มีความสูงกว่าหนึ่งเมตร เขาเป็นสุนัขสีขนสีดำประกาย บริเวณด้านหลังเองก็กำลังสะพานหอกสีทองยาวที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับสามง่ามเอาไว้ด้วย


            ไม่ผิดนี่คือเห่าฟ้า สัตว์ประจำตัวคู่กายของเทพตรีทิพยเนตรอย่างเอ่อหลางเสินแน่นอน


            เพียงแค่เขาปรากฏตัวออกมาก็ทำให้บรรยากาศในลานฝึกฝนแห่งนี้ต้องแปรเปลี่ยนไป


            "คำนับท่านเทพสามตา เอ่อหลางเสิน"


            พ่อบ้านเจียโค้งคำนับชายร่างใหญ่คนนี้ด้วยความเคารพยำเกรง นี่คือภูติวิญญาณประจำตัวของท่านเจ้าเมืองมังกร เป็นภูติวิญญาณที่อยู่ในระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งระดับเดียวกันกับวิญญาณร้ายที่เป็นถึงจ้าวแห่งนรก


            ร้ายกาจแล้วไร้เทียมทานเป็นอย่างมาก


            "นี่คุณคือ.. เอ่อหลางเสินหรอ?"


            หัวใจของเซียงหลินเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก


            นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังบุคคลที่เพิ่งปรากฏตัวออกมา แต่ที่เขาตกใจเลยก็คือภูติวิญญาณประจำตัวสามารถพูดได้ เทพอาชูร่าของเขายังไม่สามารถพูดได้เลยซักนิด แถมชายคนนี้ทำได้ยังไงกัน


            เหมือนเอ่อหลางจะมองเห็นความคิดของชายหนุ่มทั้งหมด เขาจึงได้พูดอธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย


            (ไม่ต้องตกใจ เมื่อภูติวิญญาณประจำตัววิวัฒนาการมาถึงระดับSSขึ้นไป พวกเขาจะสามารถสื่อสารออกมาได้)


            (เทพมารคลั่งอาชูร่าก็เช่นเดียวกัน เมื่อถึงเวลาเขาจะฟื้นคืนสติรวมถึงความนึกคิดทั้งหมด)


            ชายร่างใหญ่พูดไปพร้อมกับจ้องมองไปยังด้านหลังของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เทพอาชูร่าจะออกมายืนประกบร่างกายของเซียงหลินเอาไว้


            สีหน้าท่าทางของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเฉยชา ใบหน้าทั้งสามไม่ได้มีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปอีกแล้ว มันเรียบเฉยอย่างถึงที่สุดเลยก็ว่าได้


            "ใจเย็นเจ้าเพื่อนยาก!!"


            "นี่คือภูติวิญญาณของท่านอาจารย์"


            "สมญานามเทพตรีทิพยเนตร แม่ทัพสวรรค์คุณเอ่อหลางเสิน"


            เซียงหลินเองก็ตกใจเมื่อเห็นถึงร่างเงาที่บดบังแสงจากเบื้องหลัง เขารีบหันขวับไปบอกกับเทพอาชูร่าของตนเองในทันที


            (................)


            เทพอาชูร่าเองก็ยืนกอดอกด้วยท่าทางที่เฉยชาเป็นอย่างมาก จากนั้นร่างสีดำแทนของเขาก็จางหายเข้าไปยังร่างกายของเซียงหลิน


            เหมือนกับว่าเขาจะออกมาเพื่อตรวจสอบเอ่อหลางเสินหรือเทพสามตาเพียงเท่านั้น แบบมาจ้องมองภูติวิญญาณระดับเดียวกันยังไงยังงั้น


            (ให้ตายเถอะ ไอ้เจ้านี่หยิ่งชะมัด)


            (เดียวข้าจะกระโดดทีบหน้ามันซะเลย)


            เห่าฟ้าที่ยืนอยู่เงียบๆก็ส่งเสียงแยกเขี้ยวขู่คำรามออกมาอย่างโมโห


            เจ้านายของมันคือเทพสามตาผู้ยิ่งใหญ่เลยนะเฟ้ย ในครั้งนึงเองก็เคยเอาชนะฉีเทียนต้าเซิ่นอย่างซุนหงอคงมาได้ ถึงหลายๆรอบเจ้านายจะพ่ายแพ้ให้กับเจ้าวานรนั้นก็เถอะ แต่ชนะก็คือชนะ พลังของเจ้านายมันในสวรรค์แห่งทิศตะวันออกก็ยิ่งใหญ่เกรียงไกร


            (ฮ่าฮ่าฮ่า นี่เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะเห่าฟ้า)


            (รู้หรือเปล่าว่าตัวตนเบื้องหน้านี้เป็นใคร?)


            เอ่อหลางถึงกับหัวเราะร่าอย่างขบขัน


            ถ้าเป็นในอดีตตัวของเห่าฟ้าคงจะไม่กล้าพูดอะไรออกมาอย่างแน่นอน เทพอาชูร่าก็คือเทพอาชูร่า


            ถึงเวลานี้จะกลายมาเป็นภูติวิญญาณประจำตัวให้กับเซียงหลินแล้วก็ตาม ครั้งนึงเขาก็ถือเป็นทวยเทพที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในประวัติศาสตร์


            ไม่มีใครกล้าต่อกร ไม่มีใครกล้าหาเรื่อง


            ทุกสรรพชีวิตต้องได้แต่เคารพยำเกรงในตัวของบุรุษผู้บ้าคลั่งนี้ทั้งสิ้น


            (โฮ่ง!โฮ่ง!โฮ่ง!)


            ร่างสีดำตอบกลับด้วยเสียงเห่า รีบกระโดดหลบหนีไปยังด้านหลังของชายในชุดเกราะสีทองทันที


            "อืมมม มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า?"


            ขณะเดียวกันคริมสันเอชที่หมดสติไปก็ค่อยๆเริ่มรู้สึกตัวขึ้น เขาลุกขึ้นพร้อมกับจับหัวของตนเองด้วยความสับสน


            เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็จำความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเองก่อนหน้านี้ได้ นัยน์ตาได้แต่เบิกกว้างและหันขวับไปมองยังลูกศิษย์ของตนเองในทันที


            "ท่านอาจารย์.."


            เซียงหลินที่เห็นว่าอาจารย์ของตนเองฟื้นแล้วก็แสดงความยินดีบนใบหน้า


            จากนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่รีบใช้ทักษะม่านพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว ประกายแสงวิญญาณสีฟ้าครามได้ก่อตัวขึ้นอยู่รอบๆ พร้อมกับที่ชายหนุ่มได้ปลดปล่อยวิชาทักษะออกมาอย่างต่อเนื่อง


            โซ่พลังวิญญาณสองเส้นได้พุ่งออกมาจากพื้นดิน เคลื่อนไหวไปมาราวกับเป็นโซ่เหล็กกล้าที่มีชีวิต


            "..............!!"


            ทั้งสามเมื่อได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของทักษะวิญญาณก็พูดอะไรไม่ออก แม้แต่เอ่อหลางเสินเองก็ยังลอบตกใจขึ้นในส่วนลึก


            ตอนนี้ทักษะวิญญาณในรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งสาม เด็กน้อยที่มีชื่อว่าเซียงหลินได้บรรลุไปยังขั้นที่2ไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว


            "ฝะ..ฝึกฝนทักษะวิญญาณ.."


            "ทั้งหมดไปถึงขั้นที่2แล้ว?!!"


            หัวใจของคริมสันเอชแทบจะหยุดเต้นไปอีกรอบ เลือดลมภายในร่างแทบจะสูบฉีดไม่ทัน


            การคงอยู่ของเซียงหลินได้พลิกหลักของกฎเกณฑ์ไปทั้งหมด


            ถ้าเป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณหน้าใหม่โดยปกติคงต้องใช้เวลาอยู่หลายเดือน ต้องปลดปล่อยพลังของพวกมันออกมาเพื่อเพิ่มความชำนาญรวมถึงประสาทสัมผัสในการควบคุม แล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของพวกมันตอนนี้ซิ มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่


            เซียงหลินที่ถูกถามก็พยักหน้ารับพร้อมตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว


            "ทักษะทั้งหมดเลยครับ แต่ขั้นที่3ยังต้องใช้เวลา ก็เลยว่าจะฝึกฝนกระบวนยุทธหมัดมังกรก่อน"


            "ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะท่านอาจารย์?"


    คล้ายกับเรื่องVanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ ที่คุณอ่าน