ตอนที่ 8 : ใบหน้า
เสี่ยวินอนกองกับพื้น ตาของเขาเบิกกว้างเขาตกตะลึงที่ถูกสาวน้อยขอบเขตกำลังภายในฆ่า มันเป็แบบนี้ได้ยังไงกัน ? เดาว่านี่อาจจะเป็ความคิดก่อนที่เขาจะตายไป
“ โชคดีที่เขาอยู่ขอบเขตธุลีขั้น 6 ไม่งั้นแล้ว ข้าคงไม่อาจจะช่วยพี่เฉินได้ ” ใบหน้าของเว่ยหยานหลานซีดอย่างมากนางมองมาที่หยางเฉินแล้วยิ้มออกมา
“ พี่เฉินหลานเอ๋อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเ้า”
‘ เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าข้าเป็เหมือนเด็กน้อยที่ได้แต่รอความตาย? ’ หยางเฉินรู้สึกขมขื่นในใจแต่เขานั้นขอบคุณเว่ยหยานหลานจริงๆ เขาไม่ได้ถามว่าเหตุใดเว่ยหยานหลานถึงได้แกร่งแบบนี้สาวน้อยคนนี้นั้นลึกลับอยู่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นหยางเฉินไม่อยากบังคับนาง หากเว่ยหยานหลานคิดจะบอกความลับออกมางั้นไม่นานนางก็จะบอกเขาเองแต่เขารู้สึกตะลึงในใจ การฆ่าผู้บ่มเพาะขอบเขตธุลีได้ด้วยระดับการบ่มเพาะขอบเขตกำลังภายในขั้น9 นั้น หากเขาพูดเื่นี้ไปงั้นคนอื่นคงหาว่าเขาเป็บ้า
ซงเทียนเอ๋อเห็นว่าหยางเฉินไม่เป็อะไรก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา นางเองก็ไม่ได้ถามว่าเหตุใดเว่ยหยานหลานถึงได้แกร่งแบบนี้ได้นางเองก็คิดแบบเดียวกับหยางเฉิน
‘ โชคดีที่ไม่มีคดีฆาตกรรมในโลกนี้ไม่งั้นแล้วคงยุ่งยากแน่ๆ’ หยางเฉินเดินไปข้างกายเสี่ยวิแล้วเผยรอยยิ้มออกมา”
‘ ข้าไม่ได้จัดการได้ง่ายๆเ้าเป็ถึงนักล่าอสูรเ้าคงไม่ได้จนเหมือนเ้าแก่ขี้เมาหรอกนะ ? ’
หยางเฉินหัวเราะออกมาพร้อมกับเอามือไปค้นตามตัวเสี่ยวิ เสี่ยวิไม่ได้มีแหวนมิติ ของนั้นเขาน่าจะเก็บไว้กับตัว
“ บัตรปราณ! ” หยางเฉินเอาบัตรสีดำออกมาจากร่างเสี่ยวิ สีของมันเป็สีดำ บ่งบอกว่าบัตรนี่เป็บัตรเก็บเงินบนบัตรบ่งบอกว่ามันเป็บัตรของตึกเถีย
‘ พระเ้ามีเงินด้านใน30,000 เหรียญ ! ’ เมื่อเห็นตัวเลขบนบัตรหยางเฉินก็เลียปาก สุดท้ายเขาก็มีเงินสักทีตอนนี้เขาสามารถทำการกลั่นและชำระล้างร่างกายด้วยยาได้สักที
“ พี่เฉินเ้าอย่าเพิ่งดีใจไป เราจะทำยังไงกับศพของเสี่ยวิดี ? ” ซงเทียนเอ๋อและเว่ยหยานหลานเดินมาข้างกายหยางเฉินก่อนที่ซงเทียนเอ๋อจะพูดขึ้นเรียกสติหยางเฉิน
“ ทุกคนในเมืองซูเซียนต่างก็รู้ว่าเราออกมากับเสี่ยวิ แต่พวกนั้นไม่คิดแน่ ว่าเป็เราที่ฆ่าเสี่ยวิ” หยางเฉินถอนหายใจออกมา
“ เราต้องฝังร่างของเขาก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับหากมีใครถามเราจะบอกว่าเสี่ยวิมีเื่ด่วนต้องไปจัดการสำหรับว่าเขาไปไหนนั้นเราไม่รู้”
เว่ยหยานหลานและซงเทียนเอ๋อพากันพยักหน้าตอบรับ
“ หลานเอ๋อ เทียนเอ๋อพวกเ้ารอที่นี่ ข้าจะฝังศพเขาแล้วกลับมาหาพวกเ้า ” หยางเฉินอุ้มศพเสี่ยวิก่อนจะเดินเข้าไปในป่าลึกเขามีพลังเพียงพอที่จะทำลายหินเพชร3 ก้อน มันง่ายที่จะอุ้มตัวคน เขาเองก็ถือว่ามีแรงเยอะพอตัวหากเป็ในโลกเดิมเขาคงไปเป็นักมวยได้
เมื่อเข้ามาในส่วนลึกของป่า หยางเฉินก็ได้หาที่ลับตาคนแล้ววางร่างเสี่ยวิลงไป จากนั้นเขาก็ได้ไปหากิ่งไม้เพื่อใช้ขุดพื้นตอนที่เขากำลังจะวางร่างเสี่ยวิในหลุมเขาก็นึกบางอย่างออกก่อนจะวางร่างของเสี่ยวิไว้กับพื้นอีกครั้ง
หยางเฉินหลับตาลงคิ้วของเขากลับร้อนขึ้นมาและมีแสงสีดำส่องประกายออกมาคลื่นพลังในตัวเขาเพิ่มขึ้นมาอีกรอบทัดเทียมกับคลื่นพลังของเสี่ยวิ
“ แน่นอนว่า ตราบใดที่ข้าเพ่งพลังจิตไว้ที่หว่างคิ้ว คลื่นพลังในตัวข้าจะแกร่งขึ้น” หยางเฉินลูบคิ้วตัวเองแล้วพึมพำออกมา
“ หากข้าเข้าใจไม่ผิดในกล่องดำนั่น ของที่พุ่งมายังหว่างคิ้วข้านั้นเป็เหตุผลว่าทำไมข้าถึงแกร่งขึ้นเช่นนี้แต่มันคืออะไรกัน? ”
ไม่นานมานี้เขาโดนเสี่ยวิบีบคอ คลื่นพลังในตัวเขาเพิ่มขึ้น สุดท้ายตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วเหตุผลมันคืออะไรแต่ไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรอยู่ในหว่างคิ้วของเขา?
“ ช่างเถอะข้าคิดไม่ออกอยู่ดี ” หยางเฉินหัวเราะออกมา
“ แม้ว่ามันไม่อาจจะทำให้ข้าแกร่งขึ้นแต่ก็ทำให้ข้ามีคลื่นพลังขอบเขตธุลีได้หากข้านำห่อนั่นไปประมูลข้าเดาว่าคงไม่มีใครกล้าจะเข้ามายุ่งกับข้าไม่ใช่รึ?”
เมื่อเห็นเสี่ยวิที่ตายไปด้วยความตะลึง หยางเฉินก็ยิ้มออกมา “ เพื่อนยากข้ายืมหน้าเ้าไปใช้ก่อนยังไงซะเ้าก็ตายไปแล้วเ้าคงไม่ถือสาข้าหรอกนะ? ” ระหว่างที่พูดนั้นหยางเฉินก็ดึงมีดออกมาแล้วลอกหนังหน้าของเสี่ยวิออกมา
หลังจากที่ลอกหนังหน้าของเสี่ยวิออกมาได้แล้ว หยางเฉินก็ลูบจมูกแล้วพูดขึ้นมา “ ข้าสลับตัวตันไม่ใช่เื่แปลกองค์กรที่ข้าอยู่ในชีวิตที่แล้วชำนาญเื่นี้อยู่แล้วหลังจากที่ข้ากลับไปข้าก็สามารถใช้ตัวตนของเสี่ยวิในการเข้าร่วมประมูลได้ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าหักหน้าคนของหน่วยล่าอสูร ด้วยเงินที่หามาได้ข้าก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้”
หลังจากนั้นหยางเฉินก็ได้ถอดเสื้อผ้าเสี่ยวิออกและฝังร่างของเสี่ยวิจากนั้นเขาก็ได้กลับไปหาสาวน้อยทั้งสองแล้วเดินทางกลับไปที่เมืองคนในเมื่อพากันถามว่าเหตุใดทั้งสามถึงได้กลับมาหยางเฉินและสาวๆได้คิดคำตอบไว้รอแล้วและสามารถปกปิดเื่นี้ได้เป็อย่างดี
เช้าวันต่อมามีฝนตกั้แ่เช้ามืดอากาศในเมืองนั้นสดชื่นอย่างมากหลังจากที่ฝนหยุด
ในส่วนที่คึกคักที่สุดในเมือง
ชายในชุดหนังสัตว์และรองเท้าหนังเขาเดินตัดตามท้องถนนไปมาทุกที่ที่เดินผ่านมักจะมีสายตาของสาวๆมองมาที่เขาเขายังคงพึมพำออกมาเบาๆ “ เล็กไป...ใหญ่ไป.... ”
ด้วยการที่โดนนักล่าอสูรที่ดูแข็งแกร่งและทรงเสน่ห์มองมาสาวๆต่างก็พากันก้มหน้าด้วยความอายตาของพวกนางเป็ประกาย
“ สวยจริงๆแต่ก็สู้สองคนที่อยู่กับข้าไม่ได้ ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะไปหยุดที่หน้าประตูที่มีป้ายเขียนเอาไว้เถีย
เถียคือหนึ่งในสองตึกการค้าในเมืองที่ร่ำรวยและมีอำนาจอย่างมากคนทั่วไปไม่กล้าจะมีเื่กับพวกนี้บอกได้ว่ากลุ่มเถียนี้มีร้านค้าย่อยมากมายมันเพียงพอแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกนี้มีอำนาจแค่ไหน
“ นายท่าน ท่านคิดจะขายอะไรกัน? ” เมื่อเห็นนักล่าอสูรเดินเข้ามาในร้านชายแก่ที่โต๊ะก็ได้ถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ามีของมาขาย ? ” ”นักล่าอสูรได้ถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ ท่านเป็นักล่าอสูร นักล่าอสูรที่มาที่นี่กว่า 9 ใน 10 มาเพื่อขายของ ” ชายแก่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ หากท่านไม่คิดจะขายของท่านก็มาที่นี่เพื่อให้เราจัดการประมูลให้ เราจะหักค่านายหน้า 1 ใน 20 ”
‘ ขี้ตืดจริงๆหักค่านายหน้าตั้ง1ใน 20 ’ นักล่าอสูรบ่นในใจแต่สีหน้าเขาก็ยังยิ้มแย้มตามเดิม
“ ข้ามีผลึกเืของอสูรขอบเขตทหารข้าไม่รู้ว่าจะนำมันไปประมูลได้เมื่อไหร่กัน ? ”
“ นายท่าน ท่านคงจะเป็สมาชิกของหน่วยล่าอสูรสินะ? ” ชายแก่มองไปที่ตราบนอกนักล่าอสูรมันสลักคำว่า‘ ล่าอสูร’เอาไว้
“ ใช่เ้ารู้ได้ยังไง ? ” นักล่าอสูรหัวเราะออกมา “ รึว่าคนของหน่วยล่าอสูรไม่อาจจะทำการประมูลที่นี่ได้? ”
“ แน่นอนว่าไม่ใช่ เช่นนั้นหากท่านเป็สมาชิกของหน่วยล่าอสูรจริง ๆ เราจะลดค่านายหน้าให้ท่านต้องจ่ายแค่1 ใน 15 เท่านั้น ” ชายแก่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ หือ? ” นักล่าอสูรยิ้มรับ “ งั้นก็ใช่ข้ามาจากหน่วยล่าอสูรหากราคาของผลึกเืที่นำประมูลดูเข้าท่าข้าอาจจะนำของอย่างอื่นมาประมูลด้วยเ้าไม่มีทางผิดหวังแน่ ”
“ สบายใจได้ การบริการของเราดีกว่าตึกสมบัติแน่นอน ” ชายแก่หัวเราะออกมาแม้แต่คำพูดทั่วไปก็ยังเป็การด่าคู่แข่งไปด้วย
‘ ชายแก่คนนี้เ้าเล่ห์จริงๆไม่ใช่แค่โฆษณาตัวเองแต่ยังลดความน่าเชื่อถือของคู่แข่งไปด้วย ’ นักล่าอสูรบ่นในใจก่อนจะถามขึ้นมา“ ข้าไม่รู้ว่าจะเริ่มประมูลได้เมื่อไหร่กัน? ”
“ ท่านนำขึ้นประมูลตอนไหนก็ได้ ตราบใดที่กระจายข่าวเื่ผลึกเืแล้ว มันจะมีคนเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของชายแก่เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ ข้าไม่รู้ว่าท่านชื่ออะไรกัน? ”
“ เสี่ยวิ ” นักล่าอสูรหัวเราะออกมา
“ เื่ผลึกเืนี้ข้าหวังว่าเ้าจะกระจายข่าวออกไปโดยเร็วที่สุด” เขาเอาห่อออกมาจากแขนเสื้อแล้วส่งให้กับชายแก่
ชายแก่รับห่อนั้นมาแล้วเปิดออกเขาตรวจสอบสักพักเมื่อยืนยันว่ามันคือของจริงเขาก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นมา
“ ข้าจะพาท่านไปพักยังห้องประมูลก่อน”
หญิงสาวหุ่นอวบอั๋นในชุดแดงได้พาเสี่ยวิไปยังห้องประมูลมันราวกับห้องเรียนที่มีที่นั่งเรียงกันเป็ระเบียบมันมีห้องพิเศษอยู่สองฝั่งข้างทางเสี่ยวิถูกนำไปยังห้องพิเศษห้องหนึ่ง
แน่นอนว่าเสี่ยวิคนนี้คือหยางเฉิน ของลึกลับที่อยู่ในคิ้วสามารถเปลี่ยนคลื่นพลังของเขาได้เมื่อรวมกับหน้ากากกำลังภายในที่เขาทำขึ้นมาเองด้วยแล้วนอกจากรูปร่างที่ผอมบางแล้วก็แทบแยกจากเสี่ยวิจริงๆไม่ได้เลย
กลุ่มเถียทำงานได้อย่างเป็มืออาชีพ หยางเฉินมองออกไปจากหน้าต่าง ในห้องก็พบว่ามีคนหลายคนเข้ามากันเรื่อยๆ ไม่นานก่อนที่ห้องนั้นจะเต็มไปด้วยผู้คน
“ ผลึกเืของสัตว์อสูรขอบเขตทหารผลึกหนึ่งน่าจะมีราคามากกว่าแสนเหรียญไม่ใช่รึ ?” หยางเฉินลูบจมูก
“ บวกกับเงินในบัตรแล้วมันน่าจะซื้อของปรุงยาได้หลายอย่างข้าหวังว่ายาที่ปรุงมาจะใช้ได้ผลไม่งั้นแล้วข้าจะทำลายจี้นี่ทิ้งจริงๆ! ”
ไม่นานหลังจากนั้น การประมูลก็เริ่มต้นขึ้น ชายแก่คนเดิมได้เผยรอยยิ้มก่อนจะบอกกับทุกคน“ สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายข้าเย่หลุนคือผู้ดูแลการประมูลครั้งนี้ มันมีของ 3 ชิ้นในการประมูลครั้งนี้ อย่างแรกคือผลึกเืของสัตว์อสูรขอบเขตทหารราคาเริ่มต้นที่200,000 เหรียญ ”
“ สองแสนรึ ? ” หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ‘เ้าเฒ่านี่ตั้งราคาเริ่มต้นที่สองแสนเขาใจดำจริงๆผลึกเืกลับเป็ของชิ้นแรกที่นำขึ้นประมมูลมันมีของที่ดีกว่าผลึกเืด้วยรึ ? ’
ยิ่งสินค้าขึ้นประมูลภายหลังเท่าไหร่ของยิ่งมีค่าเท่านั้น
“ 211,000! ”
“ 220,000! ”
คนที่สามเพิ่มราคาถึง280,000เหรียญ แน่นอนว่าหลังจากที่ราคานี้ถูกประกาศออกมาก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีก
หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
“ เพิ่มอีกสิเพิ่มอีกขี้งกกันจริงๆแม้แต่ข้าก็ยังไม่ใจแคบเช่นนี้! ”
“ 280,000 ขาย! ” เย่หลุนยิ้มออกมา
“ ต่อไปเป็สินค้าชิ้นที่สองมันคือพู่กันมันแข็งซะจนแม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตธุลีก็ไม่อาจจะทิ้งรอยขีดข่วนไว้ได้ หลังจากที่เราได้ทดสอบแล้วเขาก็เดาว่ามันเป็อาวุธจิตระดับสูง! ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หลุนแล้ว ทุกคนก็พากันสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่จากนั้นก็เผยสีหน้าตะลึงออกมาอะไรคืออาวุธจิต? มันคืออาวุธที่ใช้โดยคนที่บ่มเพาะพลังจิต
อาวุธจิตนั้นแบ่งขั้นเป็ระดับทั่วไป,ล่าง,กลาง ,สูงและราชันย์ ...ต้องรู้ก่อนว่าอาวุธจิตระดับสูงนั้นมีแต่กองกำลังใหญ่ที่มีมัน แม้แต่กองกำลังใหญ่บางจักรวรรดิ ก็มีอาวุธพวกนี้เพียงชิ้นเดียวไม่คิดเลยว่าในเมืองที่ห่างไกลเช่นนี้กลับมีอาวุธจิตระดับสูงอยู่
ใครจะไปทำใจเชื่อได้กัน?