หลายวันผ่านไป..
ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่วันที่ 4 หรือก็คือวันที่ 10 ในเกม
ผู้เล่นหลายคนต่างมาอออยู่ที่ประตูทิศที่ตนอยู่ใกล้ที่สุด
พวกเขาตื่นเต้นกันมาก เพราะหลังจากตรากตรำเป็แรงงานจิปาถะในเกมมา 9 วัน พวกเขาก็จะได้ออกผจญภัยในแบบที่ควรจะเป็สักที
หนึ่งในนั้นก็มีลมวสันต์ อัสดงและเคียวปีศาจรวมตัวกันอยู่ที่ประตูทางทิศใต้
ถ้าถามว่าทำไมถึงมาประตูทางทิศใต้ ทั้งที่ประตูทางทิศตะวันตกใกล้กว่าน่ะเหรอ? เื่นี้ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 1 วันก่อน...
เมื่อวาน...
ลมวสันต์และอัสดงมารวมตัวกันอยู่ในห้องนอนชั้นบน โดยมีสมาชิกใหม่อย่างเคียวปีศาจเข้าร่วมด้วย พวกเขาตกลงกันว่าจะรวมตัวกันเป็ปาร์ตี้ เพื่อให้ง่ายต่อการเพิ่มเลเวล
หลังจากสมาชิกแปลกหน้าสองคนทำความรู้จักและเพิ่มเพื่อนกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มพูดคุยกันต่อ โดยมีวิธูนั่งฟังอยู่ด้วย
"แล้วแบ่งตำแหน่งยังไงดี"
ลมวสันต์ถามขึ้นอย่างสนใจ
"ฉันน่าจะเป็ซับดาเมจได้ค่ะ ค่าความคล่องตัวค่อนข้างสูง"
อัสดงเอ่ยตอบ
"งั้นผมเป็แอคแทคเตอร์ได้ครับ ค่าความแม่นยำผมสูง อาจจะติดคริติคอลได้ง่าย แล้วผมก็พอจะมีประสบการณ์ได้สู้กับมอนมาบ้าง ถึงพวกมันจะอยู่ในสภาพอ่อนแอก็เถอะ"
เคียวปีศาจพูดต่อ
"งั้นผมก็จะเป็แทงค์เอง!"
ลมวสันต์พูดอย่างสบายอารมณ์ ด้วยค่าสถานะที่มีนั้น สำหรับ่ต้นเกมเขาสามารถโซโล่ได้เลย แต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกว่าการเสริมความสนิทกับเพื่อน ๆ ที่คุณวิธูยอมรับให้แน่นแฟ้นมากขึ้นคงจะดีกว่า เขาจึงเลือกเสริมในส่วนที่ขาดไป
แถมเขายังวางแผนเล็ก ๆ ถึงอนาคตที่เป็ไปได้ในการสร้างแคลนที่มีวิธูเป็ศูนย์กลางอีกด้วย
"ว่าแต่ใครจะเป็หัวตี้ครับ ระบบมันบังคับตั้งด้วย"
ลมวสันต์ถามต่ออย่างสนใจ เขาไม่ได้สนใจตำแหน่งนี้ ในขณะอีกสองคน อัสดงดูไม่สนใจเหมือนกัน ส่วนเคียวปีศาจมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย
"ผม.. ได้ไหมครับ"
"ดีเลยครับ! คุณมีเลเวลสูงที่สุด ทำหน้าที่สั่งการด้วยได้ก็น่าจะดีนะ"
เคียวปีศาจที่ตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างเพิ่มก็ต้องเงียบไป พอหันมองหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับเห็นด้วย
การตั้งปาร์ตี้อย่างง่ายจึงจบลงด้วยประการฉะนี้
"ท่านวิธูมีคำแนะนำไหมครับ"
ลมวสันต์หันไปถามคนสุดท้ายภายในห้องที่นั่งเงียบมาั้แ่ต้นจนจบ
อีกฝ่ายมีท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อย
"ได้ยินว่าป่าทางใต้มีดันเจี้ยน พวกนักผจญภัยไม่สนใจเพราะเป็ดันเจี้ยนระดับไม่อันตราย แถมผลตอบแทนไม่คุ้มค่า"
เขาพูดด้วยเสียงที่แฝงอารมณ์บางอย่างเล็กน้อย
"แต่กับชาวบ้านทั่วไปก็นับว่าอันตรายอยู่ แถวชายป่าพวกเขาชอบไปเก็บผักป่าหรือล่าสัตว์เล็กทำอาหาร บางครั้งจะมีพวกมอนสเตอร์พวกนั้นออกมาทำร้ายผู้คน"
มองพวกเขาอย่างมีความหมาย
"ไปที่นั่นเถอะ ระหว่างทางถ้าเจอสมุนไพรดี ๆ ก็เก็บมาด้วย มันขายได้ หรือเอามาปรุงอาหารก็ได้เหมือนกัน ข้ารู้ว่าพวกเ้าก็มีเหรียญจำกัด"
เขาทิ้งท้ายอีกเล็กน้อย
"ระวังตัวด้วย"
[ตรวจพบภารกิจ! : เคลียร์ดันเจี้ยนระดับต่ำ
ข้อมูลภารกิจ : 'วิธู' ได้เสนอให้ปาร์ตี้ *สายลมปีศาจยามอัสดง* เคลียร์ดันเจี้ยนระดับต่ำที่มีการพบเห็นบริเวณชายป่าทางใต้
รางวัล : ค่าประสบการณ์ที่ได้รับภายในดันเจี้ยน *2]
และนั่นก็คือข้อสรุปที่ได้ หลังจากประตูเมืองเปิด โหมดการสำรวจพื้นที่ก็เริ่มทำงานทันที
พวกเขาสอบถามเส้นทางมาจากชาวบ้านบ้างแล้วเมื่อวานนี้ จึงรีบพุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที โดยใช้ความเร็วที่อิงจากเคียวปีศาจ ซึ่งมีความคล่องตัวต่ำที่สุด
แน่นอนว่าท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างขวางราว 3 กิโลเมตรรอบกำแพง ก็มีมอนสเตอร์ที่ไม่เป็อันตรายอย่างพวกสไลด์และอื่น ๆ อยู่จำนวนมาก ตัวเมืองไม่ได้คิดจะกำจัดพวกมัน เนื่องจากเป็เื่เสียเวลา และปล่อยไว้ให้พวกทหารหรือนักผจญภัยมือใหม่ใช้ฝึกฝน จะมีออกภารกิจกำจัดแค่นาน ๆ ครั้งในกิลด์นักผจญภัย เมื่ออัตราประชากรของพวกมันเริ่มมีมากเกินไป
ดังนั้น การที่พวกเขา 3 คนพุ่งตัวตรงไปยังป่าที่มองจากมุมไหนก็เป็แหล่งรวมตัวของมอนสเตอร์เลเวลสูง จึงค่อนข้างเป็จุดสนใจ แต่ส่วนใหญ่แค่มองแล้วก็หันมาสนใจการเก็บเลเวลให้ตัวเองต่อ อย่างไรก็แค่พวกบ้าดีเดือด 3 คน ถ้าจะไปหาเื่ตายย่อมไม่เกี่ยวอะไรกับตนอยู่แล้ว
[ขอแสดงความยินดี! : ค้นพบเคลียร์ดันเจี้ยนระดับต่ำ
รางวัล : ค่าประสบการณ์ที่ได้รับภายในดันเจี้ยน *2]
ในตอนที่กำลังมองลึกเข้าไปในป่าบริเวณที่ชาวบ้านบอก ก็ค้นพบเข้ากับปากถ้ำ หรือ.. บางสิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่าถ้ำ เพราะมันเป็เพียงเนินดินที่ตั้งสูงขึ้นมา ความกว้างและยาวแค่ประมาณเมตรครึ่งเท่านั้น ที่หน้าทางเข้าเป็ดินต่างระดับที่คล้ายบันไดหายเข้าไปในความมืด
"เราจะมีกล่าวคำขวัญสำหรับการล่าครั้งแรกไหม?"
ลมวสันต์ที่สวมเกราะเบาและโล่ซึ่งยืมมาจากเ้าของเรีบร้อยแล้วเอ่ยถามขึ้น เขาเลือกจะไม่สวมใส่มันก่อนหน้านี้เพราะจะดึงดูดสายตาผู้เล่นมากเกินไป
อีกสองคนที่เหลือหันมามองเขาด้วยสายตาเรียบ ๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
"แบบซ้อนมือกันแล้ว เย่ อะไรแบบนั้นน่ะ"
"ก็..ดีนะคะ?"
"ได้ครับ เอาคำว่าอะไรดี"
เห็นอีกฝ่ายกระตือรือร้นขนาดนั้น แล้วการกระทำแค่นี้ก็ไม่เสียหายอะไร ก็เลยตามน้ำไป
"ท่านวิธูจงเจริญ!"
"..."
"..."
อัสดงและเคียวปีศาจหันมองหน้ากัน มีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในแววตาของกันและกัน
เอาเถอะ ถึงมันจะน่าใแต่ในวินาทีต่อมาก็รู้สึกว่าไม่แปลกใจ
"ครั้งนี้ใช้คำนั้นไปก่อน แต่ในอนาคตถ้าเกิดมีคนอื่นมาได้ยิน อาจจะมีปัญหาก็ได้ครับ"
เคียวปีศาจโน้มน้าวด้วยท่าทางสุขุม
"แทนที่จะพูดตรง ๆ เอาเป็ 'ชัมภลาเชนทร์' หรือ 'ธวันตราช' ดีไหมคะ มันแปลประมาณว่าผู้เป็ใหญ่ยามค่ำคืนน่ะค่ะ"
ลมวสันต์หันมองอัสดงด้วยั์ตาวาววับ
"โห นั่นฟังดูเท่มากครับ! ตั้งเป็ฉายาให้ท่านวิธูได้เลย! แต่ว่าเอาชื่อไหนดี ฟังดูดีทั้งคู่เลย"
เขาคิดอย่าลังเล
"ส่วนตัวฉันชอบชัมภลาเชนทร์นะคะ เพราะว่าฟังดูนุ่มนวลกว่า ธวันตราชมันให้ความรู้สึกเด็ดขาด แต่คุณวิธูแม้จะสุขุมแต่ว่าดูจะไปในทางอ่อนโยนน่ะค่ะ"
"ผมก็ว่าดีนะ ท่านวิธูเป็คนที่ผ่อนปรนมากคนหนึ่ง ให้ภารกิจมาไม่มีบทลงโทษเลย อย่างเถ้าแก่ร้านผมถ้าแล่เนื้อไม่สวยจะมีหักปริมาณเนื้อที่ได้ในตอนเย็นด้วย"
"งั้นเอาชัมภลาเชนทร์ก็ได้ครับ! สโลแกนเราก็เอาอันนี่เลย"
ว่าจบลมวสันต์ก็คว่ำมือลงกลางอากาศก่อนที่อีกสองคนจะวางซ่อนทับกัน้า
"""ชัมภลาเชนทร์"""
หลังจากการปลุกใจ (คนเดียว) จบลง ลมวสันต์ก็เป็คนที่ก้าวเข้าไปคนแรกในฐานะแทงค์ ตามด้วยลมปีศาจและปิดท้ายด้วยอัสดง
ตอนนี้เขายังไม่ได้เรียกอาวุธออกมาเพราะไม่รู้ว่าข้างใต้นี้มีพื้นที่กว้างขวางแค่ไหน ถ้าส่วนขยายของดันเจี้ยนกว้างพอเขาก็จะใช้ดาบ แต่ถ้าไม่มีดสั้นที่ซื้อมาคราวก่อนก็คงได้ใช้สักที
เคียวปีศาจกำลังมองสำรวจไปรอบ ๆ หลังจากลงมาสุดทางแล้ว ด้านในไม่ได้มืดเลย มีมอสส์เรืองแสงเป็แหล่งให้แสงสว่างสลัว ๆ ไปตามรายทางยาวไปจนสุดสายตา
ตามทางเดินมีเห็ดให้เห็นประปราย
"เห็ดพวกนี้ขากลับลองเก็บไปขายดีไหมครับ ถ้าร้านประเมินว่าปรุงอาหารได้ค่อยแบ่งไว้ทำกินเองด้วย"
ลมวสันต์พูดอย่างสนใจ แต่ก็ไม่ได้ชะลอฝีเท้าลง ยังคงก้าวต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อมองหามอนสเตอร์ประจำดันเจี้ยน
"ดีเลยค่ะ ในเกมนี้รสััอาหารค่อนข้างสมจริงเลย ถ้าได้กินของอร่อยบ่อย ๆ ก็จะได้มีแรงไปทำอย่างอื่นต่อ"
แม้จะไม่อยากคิดมาก แต่เคียวปีศาจพบว่าผู้เล่นอีกสองคนในปาร์ตี้นี้มีบุคลิกที่เฉพาะตัวมาก เห็นได้ชัดว่าเป็จริงจังเกมเมอร์เหมือนกันแท้ ๆ แต่ทั้งสองคนกลับไม่มีเค้าลางของความทะเยอทะยานเลย
พูดตามตรงตำแหน่งหัวหน้าปาร์ตี้ปกติมีโอกาสยกให้กับสมาชิกที่พึ่งเข้าร่วมที่ไหนกัน คนที่พึ่งเข้ามาใหม่ส่วนใหญ่ไม่มีปากมีเสียงอะไรหรอก เขาถึงกับเตรียมเหตุผลไว้เยอะมากในหัวเพื่อโน้มน้าว แต่ปรากฏว่าแค่เอ่ยปากก็ได้มาเลย จนรู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย
ถึงกระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าเป็เพื่อนร่วมทางที่ดี
[ตรวจพบค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
[ตรวจพบค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
[ตรวจพบค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
ตรงหน้าพวกเขามีค้างคาวสามตัวห้อยหัวอยู่ตรงผนังถ้ำ
"ผมจะเอาโล่เขวี้ยงใส่มันดูดีไหม"
ลมวสันต์ถามเบา ๆ
"เคาะโล่ให้เกิดเสียงก็พอครับ เดี๋ยวมันพุ่งมาค่อยลองกระแทกโล่ดูว่ากระแทกโล่ได้ไหม ถ้ามันสะตั้นเราจะได้โจมตี"
พวกค้างคาวใช้คลื่นเสียงเป็ตัวรับสัญญาณอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีตรงไหนเสียงดังขึ้นมามันจะพุ่งเข้าหาโดยธรรมชาติ
อีกฝ่ายพอได้ยินก็ไม่รอช้า ใช้กำปั้นเคาะโล่โลหะจนดังกังวาน ส่งผลให้ค้างคาวปีกเห็ดทั้งสามตัวพุ่งเข้าหาอย่างพร้อมเพรียง
ลมวสันต์แม้จะดูตื่นเต้น แต่ก็สามารถกะจังหวะการกระแทกโล่ได้อย่างแม่นยำ
[สมาชิก 'ลมวสันต์' กำจัดค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
[สมาชิก 'ลมวสันต์' กำจัดค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
[สมาชิก 'ลมวสันต์' กำจัดค้างคาวปีกเห็ด LV.1]
"""..."""
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ
"โอ้..."
"นี่คุณมีค่าโจมตีเท่าไหร่กันครับเนี่ย"
TBC.