เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 82 ความเปลี่ยนแปลงของไป๋เฟิ่ง

            บทที่82

            ความเปลี่ยนแปลงของไป๋เฟิ่ง 

            ยามหิมะโปรยปรายอากาศบริเวณด้านนอกหนาวเหน็บภายในห้องโถงต้อนรับที่ตั้งอยู่ภายในสวนของโจรแห่งนี้ถูกจัดชุดน้ำชาและขนมเอาไว้เตรียมพร้อมอย่างแสนสาหัส 

            ภายในสถานที่แห่งนั้นโต๊ะกลมแห่งหนึ่งถูกต้องเอาไว้มีไป๋ลี่มี่และป๋ายจี้หยวนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้วทั้งสองต่างนั่งรอคนอีกผู้หนึ่งที่จะเดินมาสมทบตามหลัง

            ในตอนนี้น้ำชาถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมกับขนมอย่างเสร็จสรรพบ่าวไพร่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณรอบๆไม่นานนักแขกคนสำคัญที่เชิญเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้เดินเข้ามา

            ไป๋เฟิ่งเดินเข้ามาจากบริเวณด้านนอกหลังจากที่นางฝึกฝนกระบี่ของตนเองเสร็จเดินเข้ามาก็มองเห็นน้องสาวของตนเองกำลังนั่งสนทนากับจี้หยวนที่เป็นทั้งพี่น้องบุญธรรมแล้วก็เป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันอยู่ 

            นางไม่ได้แสดงท่าทางอันใดได้แต่แสดงท่าทางสงบนิ่งแล้วเดินตรงเข้าไปอย่างช้าๆก่อนที่จะไปหย่อนก้นนั่งลงบริเวณตรงจุดนั้น

            นางหย่อนก้นของตนเองนั่งลงด้วยท่าทางที่สงบนิ่งในตำแหน่งที่ยังคงว่างอยู่ก่อนหน้านี้ในขณะที่กำลังฝึกฝนน้องสาวของนางได้ให้บ่าวไพร่มาแจ้งว่าถ้าฝึกฝนเสร็จให้เดินทางมาดื่มชากันที่สถานที่แห่งนี้

            ไป๋เฟิ่งที่กลับเข้ามาบรรยากาศด้านนอกหนาวเหน็บเป็นอย่างมากแม้ว่าจะร่ายรำกระบี่อยู่นานแต่ว่าเหงื่อก็ออกเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

            เมื่อนางทำการนั่งลงดวงตาของไป๋ลี่มี่และจี้หยวนการใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองอย่างสงสัย 

            ในขณะที่ทั้งสองกำลังใช้ดวงตาจ้องมองมาที่นางเมื่อนางนั่งจัดท่าจัดทางเสร็จไป๋เฟิ่งใช้ดวงตาหงส์ยิ่งงดงามของนางมองตรงกับไปถึงกับทำให้ทั้งสองสะดุ้งเบนหน้าหนีเล็กน้อย

            หลังจากนั้นไม่นานไป๋ลี่มี่เลยแสดงท่าทางตะกุกตะกักเปลี่ยนเรื่องสนทนาโดยการหันไปกล่าวกับพี่หญิงของนาง“ จริงสิเจ้าคะพี่หญิงรองบอกว่าอีกสองวันนางจะเดินทางกลับมาที่จวนแล้วก็มาคารวะท่านพี่”

            ไป๋เฟิ่งได้ยินเช่นนั้นพยักหน้าตอบรับกลับไปก่อนที่จะเอ่ยถาม“ ตอนนี้นางแต่งงานออกจากชวนไปแล้วภายในตระกูลหลินคงจะไม่มีอันใดวุ่นวายสินะนางถึงจะหาโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียนค่าได้เช่นนี้”

            นางกล่าวถึงน้องสาวคนรองของนางตอนนี้ที่แต่งงานออกจากตระกูลไปโดยนางเองก็แต่งการกับคนที่ไม่ใช่ว่าจะมีฐานะที่ต่ำต้อย

            คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋แต่งงานออกจากจวนแห่งนี้ไปโดยคนที่นางแต่งงานด้วยก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนธรรมดาแต่เป็นถึงบุตรชายของขุนนางภายในราชสำนัก

            ตระกูลหลินนั่นคือสถานที่ที่นางแต่งงานออกไปตอนนี้นางมีตำแหน่งเป็นฮูหยินของตระกูลหลินโดยที่ว่าผู้ใดก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าตระกูลหลินคือได้ว่าเป็นตระกูลที่มีตำแหน่งมากพอสมควรภายในราชสำนัก

            คุณชายใหญ่แห่งตระกูลที่แต่งงานกับคุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋ไปได้ไม่นานเขาเองแม้ว่าจะยังไม่มีตำแหน่งมากมายภายในราชสำนักแต่ว่าในตอนนี้เขาเองก็เริ่มเข้ามารับราชการภายในราชสำนักแล้วเช่นเดียวกัน

            จากการสนับสนุนจากขุนนางหลินผู้เป็นพ่อก็จากการสนับสนุนทางด้านของอัครมหาเสนาบดีไป๋ผู้ที่เป็นพ่อตาผู้คนกล่าวว่าในอนาคตคนผู้นี้น่าจะเป็นคนนึงที่มีตำแหน่งสูงส่งภายในราชสำนักเลยทีเดียว

            แต่ไป๋เฟิ่งรู้ดีอยู่แก่ใจและนางต้องกล่าวได้เลยว่านางนั้นรู้สึกไม่ถูกโฉลกกับคนตระกูลหลิน 

            อันที่จริงแล้วนางก็อยากจะคัดค้านเกี่ยวกับงานแต่งงานในครั้งนั้นแต่ว่าจะทำอย่างไรได้เพราะว่าน้องสาวคนรองของนางผูกสมัครรักใคร่คุณชายตระกูลนั้นไปแล้ว

            มันมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้นางไม่ชอบตระกูลหลินแม้ว่าตระกูลหลินมันจะเป็นตระกูลที่สนับสนุนนางและบิดามาโดยตลอดแต่ว่านางมองเห็นได้ว่าคนตระกูลนี้ดูมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

            ไม่เพียงเท่านั้นมองดูนิสัยภายนอกพวกมันแม้ว่าจะเป็นขุนนางระดับสูงภายในราชสำนักแต่ว่ากลับเป็นคนที่ขี้ขลาดตาขาวไม่ใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเลย

            ภายในราชสำนักเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายขึ้นมาหลายครั้งมีเรื่องราวผ่านพ้นสายตาเหล่าขุนนางเป็นว่าเล่นแต่ก็เพราะแบบนั้นนั่นแหละเมื่อเรื่องราวผ่านมามันก็ทำให้นางได้มองเห็นว่าคนหรือว่าขุนนางผู้ใดมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร

            ขุนนางหลินผู้ที่เป็นพ่อตาของน้องรองของนางคนผู้นี้แม้ว่าจะมีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่สองภายในราชสำนักตำแหน่งใหญ่โตแต่ว่าเรื่องบางเรื่องกับดูมันนั้นชอบจะผลักไสความผิดพลาดให้กับผู้อื่น

            เลยทำให้ตัวของนางรู้สึกไม่ชอบคนตระกูลนี้แน่นอนว่าตอนที่น้องรองของนางแต่งออกไปนางก็มิยินดีแต่ว่านางเองก็ไม่คิดจะขัดขวาง

            เพราะรู้นิสัยดีว่าพี่น้องสกุลไป๋ทั้งสามคนเป็นเหมือนกันหมดตรงที่ว่าได้นิสัยเด็ดเดี่ยวและก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางการตัดสินใจได้มาจากท่านพ่อ 

            คุณหนูตระกูลไป๋ทั้งสามผู้คนต่างมองว่าเป็นหญิงงามแห่งเมืองหลวงไม่เพียงเท่านั้นผู้คนยังมองว่าพวกนางล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีความสามารถแม้ว่าจะเป็นสตรี

            ความสามารถของทั้งสามที่ถือได้ว่าเป็นสตรีที่มีความสามารถมันเลยทำให้ความดีความชอบในส่วนนี้ตกลงไปถึงผู้เป็นบิดาที่ผู้คนนั้นชอบกล่าวว่าบิดาเป็นพยัคฆ์ไม่มีทางออกลูกเป็นสุนัข

            ไป๋เฟิ่งที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสตรีที่ถูกเคารพนับถือขนาดใดนางเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ที่คุมกองทัพของเมืองหลวงไม่เพียงเท่านั้นยังได้ชื่อว่าเป็นวีรสตรีของแผ่นดิน 

            ส่วนลูกสาวคนรองที่แต่งงานออกไปผู้คนรู้ดีว่านางนั้นมีหัวทางด้านการจัดการเกี่ยวกับเรื่องทำการค้าเป็นอย่างมากความสามารถของนางนั้นโดดเด่นเรียกได้ว่าโดดเด่นจนผู้คนนั้นต่างพากันยกย่อง

            ตอนนี้แต่งงานออกจากจวนไปอยู่ตระกูลหลินนางเองก็ยังคงสร้างชื่อไม่หยุดโดยการที่ทำให้กิจการของตระกูลนั้นเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้ามากขึ้นไปอีกระดับ 

            ส่วนบุตรสาวคนเล็กแม้ว่าอายุยังน้อยแต่ว่าความสามารถหลายๆด้านเองก็โดดเด่นแต่ที่ผู้คนสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือความกล้าหาญของนาง 

            เพราะแบบนั้นสตรีทั้งสามแห่งตระกูลนี้ถือได้ว่าเป็นสตรีที่ผู้คนภายในเมืองต่างพากันชื่นชม

            ตอนนี้เหลือเพียงแค่สองคนภายในตระกูลเท่านั้นที่ยังไม่แต่งออกไปไป๋ลี่มี่น่าจะเป็นหนทางเดียวแล้วก็น่าจะเป็นความหวังเดียวของเหล่าบุรุษผู้ที่อยากจะเกี่ยวดองกับตระกูลไป๋ 

            เป็นเพราะว่าผู้คนภายในเมืองหลวงรู้ดีอยู่แล้วถ้าพวกเขาคิดจะแต่งงานกับคุณหนูใหญ่คงจะเป็นไปไม่ได้นานเย็นชาเรากับน้ำแข็งเพราะแบบนั้นตอนนี้คุณหนูคนเล็กของตระกูลเลยกลายเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งเมือง

            ไป๋ลี่มี่ส่ายใบหน้าของตนเองไปมาก่อนที่จะตอบกลับ“ ไม่ได้ว่างเว้นหรอกเจ้าค่ะก็เป็นเพราะว่าภายในตระกูลมีงานมากมายท่านพี่รองเลยไม่ได้กลับมาต้อนรับท่านพี่กลับมาด้วยตนเองตั้งแต่ในวันแรกตอนนี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้วคงจะกำลังวุ่นวายกับการจัดการเกี่ยวกับเรื่องราวภายในตระกูลอยู่”

            หน้าที่ของฮูหยินนักหนาเพียงใดไม่ว่าผู้ใดก็รู้ดียิ่งเป็นสะใภ้ของตระกูลใหญ่ย่อมมีหน้าที่ที่แบกรับมากมาย 

            จี้หยวนที่นั่งดื่มน้ำชาอยู่ราวกับว่ามีบางอย่างอัดอั้นอยู่ภายในใจเขากับถ้วยน้ำชาของตนเองนั่นเหลือบตาขึ้นมาดูและก็กลั้นใจกล่าวออกไป“ ไป๋เฟิ่งเจ้าข้าได้ยินมาว่า… เจ้าแต่งกายเป็นสตรีภายในเมืองตี้หนานงั้นรึ?”

            ไป๋เฟิ่งที่กำลังจะยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มหยุดชะงักไปชั่วขณะดวงตาเหลือบไปมองผู้ที่อยู่ด้านหน้าภายในดวงตาของนางตอนนี้มองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าภายในใจนั้นทั้งบังเกิดความสับสนและก็บังเกิดทั้งความขาดเขลาในขณะที่เอ่ยถามออกมา

            ไป๋ลี่มี่ที่กำลังนั่งอยู่ราวกับว่าลุ้นกับคำตอบนี้ด้วยเช่นเดียวกันมองตรงไปที่พี่สาวของนางอย่างไม่กระพริบตาแม้แต่เงาภายในตัวแนนเองก็ชะเง้อชะแง้ตาอย่างไม่ตก

            เกี่ยวกับเรื่องนี้มีผู้คนภายในจวนเอ่ยถามนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ว่านางเอกก็ยังไม่เปิดปากบอกผู้ใด 

            ไป๋เฟิ่งที่นั่งนิ่งอยู่สักพักได้ค่อยๆยืดตัวตรงขึ้นแล้วก็พยักหน้าตอบรับกลับไป“ ใช่.. ”

            ไป๋ลี่มี่ได้ยินเรื่องที่ตนเองสนใจนางรีบดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมองตรงไปที่ท่านพี่ของนางและก็เอ่ยถามขึ้น“ เรื่องเป็นมาอย่างไรหรือเจ้าคะเหตุใดถึงแต่งชุดสตรีได้? ” 

            นางดูจะสนอกสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก 

            ไป๋เฟิ่งเอ่ยตอบกลับไปว่า“ มีคนขอร้อง.. ”

            เมื่อได้ยินคำว่ามีคนขอร้องภายในจิตใจของผู้คนเหล่านั้นก็เปล่งประกายในทันทีแม้แต่จี้หยวนที่นั่งอยู่ด้านหน้าเองก็เช่นเดียวกันตอนนี้ภายในดวงตาของมันปรากฏความขุ่นเคืองซ่อนลึกอยู่ภายใน

            มันนั้นมีใจให้กับไป๋เฟิ่งและก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าตัวของมันไม่เคยขอร้องให้นางสวมใส่ชุดสตรี

            ตอนที่มีงานภายในกองทัพหรือว่าตอนที่มีงานภายในเมืองที่เป็นงานเทศกาลตัวของมันเองก็เคยขอร้องให้นางสวมใส่ชุดของสตรีเช่นเดียวกัน

            ทว่ามันจะทำการพูดออกไปเพียงใดไป๋เฟิ่งก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะตอบรับคำขอร้องจากมันในครั้งนี้เมื่อได้ยินว่ามีคนขอร้องและนางยอมทำตามภายในใจของมันก็บังเกิดความขุ่นเคืองกับคนผู้นั้นว่าเป็นผู้ใดกันแน่ 

            ไป๋ลี่มี่นางแสยะยิ้มอย่างทะเล้นก่อนที่จะขาวขึ้นมาราวกับคำหยอกมุ่งตรงไปหาพี่สาวของตนเองที่นั่งอยู่“ เป็นผู้ใดกันเจ้าคะถึงกับทำให้ท่านพี่สามารถยอมใส่ชุดสตรีที่ตนเองเกลียดได้คงจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ”

            แม้ว่าจะโดนคำหยอกเช่นหนุ่มสาวเช่นนั้นมาไป๋เฟิ่งก็ไม่ได้สะทกสะท้านนางยังคงนั่งสงบนิ่งยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆก่อนที่จะตอบกลับไป“ ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยตัวของข้าก็เป็นสตรีเหตุใดจะแต่งชุดสตรีมิได้.. ”

            ไป๋ลี่มี่และจี้หยวนผู้ที่เป็นคนที่สนิทกับนางมากที่สุดต่างพากันดวงตาเบิกกว้างพวกเขานั้นรู้ดีถึงความเปลี่ยนแปลงของนางที่เปลี่ยนแปลงไป 

            จบบท 

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604