ตอนที่ 26 ข้ามั่นใจว่าจะจัดการได้ (1)
อันเสี่ยวเย่ว์ไปซักผ้าห่มเป็นเพื่อนอันเสี่ยวเหมยที่ริมแม่น้ำ ไม่นานอันเสี่ยวหลีก็พาอันหยวนเซิงมาช่วย แต่ก็จนใจกับของที่ต้องซักมีมากเกินไป ยุ่งจนฟ้าใกล้มืดถึงได้ถือว่าทำงานเสร็จสิ้น ความวุ่นวายวันนี้ทั้งวันทำให้อันเสี่ยวเย่ว์คิดถึงเครื่องซักผ้าและร้านซักแห้งมาก
พอเด็กๆ กลับมาถึงบ้าน อันเสี่ยวเย่ว์ก็เห็นหลิ่วซื่อกับฝานซื่อกำลังยุ่งอยู่กับการล้างชามล้างหม้อ
“ท่านแม่ พวกเราพลาดมื้ออาหารไปแล้วหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์ถามอย่างอึ้งๆ
แม้นางจะไม่ได้ชอบอาหารบ้านตระกูลอันที่เหมือนน้ำต้มผักจืดชืด แทบจะไม่ใส่น้ำมันและไม่มีรสชาติ แต่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ท้องนางร้องนานแล้ว
หลิ่วซื่อใบหน้าอมทุกข์ นางส่ายศีรษะอย่างจนใจ นางเองก็สงสารเด็กๆ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ฝานซื่อพูดกับเด็กๆ ว่า “ข้าขอท่านย่าพวกเจ้าให้แล้ว แต่ว่ากระทั่งน้ำต้มข้าวก็ยังไม่เหลือไว้ให้พวกเจ้าสักนิด เกรงว่าคงเป็นเพราะเรื่องกินเนื้อไก่ป่าที่ทำให้นางไม่พอใจ”
“ไปที่บ้านข้า!” หลิ่วซื่อยังคงมีสีหน้าทุกข์ใจ
อันเสี่ยวเย่ว์กำหมัดแล้วพูดกับหลิ่วซื่อว่า “ท่านแม่ ข้าจะพาหยวนเซิงไปที่บ้านเจ้าของที่ดินเกาสักหน่อย อย่างไรก็ยังหยิบขนมกลับมาได้บ้าง พวกเราต่างก็ทำงานมาทั้งวันแล้ว จะไม่กินอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะหยวนเซิง เขาเพิ่งจะอายุห้าขวบเอง!”
“เช่นนั้นก็ดี พวกเจ้ารีบไปรีบกลับ แม่มีเรื่องต้องปรึกษาพวกเจ้า อีกอย่าง เสี่ยวเย่ว์ พวกเราไปรบกวนเจ้าของที่ดินเกาตลอดแบบนี้ จะต้องรู้จักกาลเทศะด้วยนะ” หลิ่วซื่อกำชับอันเสี่ยวเย่ว์
แน่นอนว่าอันเสี่ยวเย่ว์เข้าใจที่หลิ่วซื่อต้องการจะสื่อ นางเพียงแค่รักษาอาการป่วยให้เกาหม่านไฉเท่านั้น จะคอยพึ่งพาเจ้าของที่ดินเกาตลอดก็ไม่ได้ เหตุผลในข้อนี้ต่อให้หลิ่วซื่อไม่พูด นางก็เข้าใจ
อันเสี่ยวเย่ว์ไปที่บ้านของเจ้าของที่ดินเกา เขาก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที “เสี่ยวเย่ว์ ข้ากำลังคิดจะไปหาเจ้าอยู่เลย! เจ้าก็มาพอดี”
“ทำไมหรือ ลุงเกา หม่านไฉไม่สบายหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์ขมวดคิ้วทันที เมื่อคืนนี้เกาหม่านไฉตากฝนอยู่ด้านนอก นางเองก็กังวลว่าอาการป่วยของเขาจะกลับมาอีก
“ไม่ ไม่ใช่! หม่านไฉสบายดี ยังกระโดดโลดเต้นได้ คิดแต่เรื่องจะออกไปเล่น เป็นเรื่องของเจ้าต่างหาก! ข้าร้อนใจจะตายแล้ว พวกเราเข้าไปคุยกันด้านใน” เจ้าของที่ดินเกาดึงอันเสี่ยวเย่ว์เข้าไปในบ้าน
“หม่านไฉ เจ้าพาหยวนเซิงไปเล่นที่ลานบ้าน อย่าออกไปวิ่งด้านนอก แล้วหยิบขนมให้หยวนเซิงด้วย” เจ้าของที่ดินเกากำชับ
“ได้เลย!” เกาหม่านไฉลงมาจากตั่งที่นอน “เสี่ยวเย่ว์ พวกเราไปย่างปลากินที่ลานบ้านเถอะ บ้านข้ามีปลา เป็นหลิวอาต้า[1]ที่ไปจับมา”
“เจ้าพาหยวนเซิงไป พ่อมีเรื่องจะปรึกษากับเสี่ยวเย่ว์!” เจ้าของที่ดินเกาไล่ลูกชายออกไปอย่างรำคาญ แล้วพูดกับภรรยาว่า “เจ้าไปที่ลานบ้านเฝ้าพวกเขาสองคนเอาไว้ อย่าให้วิ่งหายไปได้”
สุดท้ายเกาหม่านไฉก็ถูกภรรยาเจ้าของที่ดินจับออกไปท่ามกลางความไม่สบอารมณ์ของเขา
อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ นางมองไปยังเจ้าของที่ดินเกาที่คิ้วขมวดเป็นปมแล้วถามว่า “ลุงเกา มีเรื่องอะไรหรือ ถึงได้ตั้งใจให้พวกเขาออกไป คราวนี้ท่านพูดออกมาตรงๆ ได้เลยเจ้าค่ะ!”
“เสี่ยวเย่ว์ วันนี้ข้าไปในตำบลอีกครั้ง แล้วได้ยินเรื่องมาสองเรื่องโดยไม่ตั้งใจ ล้วนเกี่ยวกับบ้านเจ้าทั้งนั้น ข้าคิดดูแล้ว คิดว่าต้องพูดกับเจ้า ให้เจ้ารู้ตัวไว้บ้าง แน่นอนว่าลุงเกาเองก็จะคิดหาวิธีช่วยพวกเจ้า” เจ้าของที่ดินเจ้าทำท่าทางลึกลับ
“อืม! ท่านพูดเลย!” อันเสี่ยวเย่ว์มองเจ้าของที่ดินเกา นางคิดถึงเรื่องที่อันหยวนเซิงพูดว่าจะขายพวกนางในวันนี้ ความจริงแล้วในใจนางก็ไม่มีแผนอะไรเลย
“บ่ายวันนี้ ย่าเจ้ากับพี่ชายที่เป็นซิ่วไฉคนนั้นของเจ้าไปในตัวตำบล บอกว่าจะปรึกษาเรื่องขายเสี่ยวหลีบ้านเจ้าให้กับบ้านตระกูลเซวีย คนที่เป็นศัตรูคู่แค้นบ้านข้า ขายให้เป็นอนุภรรยาของคุณชายตระกูลเซวีย และตระกูลเซวียจะให้เงินหนึ่งร้อยตำลึง ยังมีเจ้ากับอันเสี่ยวเหมย ที่จะขายให้เป็นสาวใช้ของครอบครัวตระกูลโจว ที่น่าอนาจที่สุดก็คือน้องชายเจ้าอันหยวนเซิง ช่วงนี้ในวังกำลังรับขันทีน้อย ได้ยินว่าให้เงินไม่น้อย ย่าเจ้ากับพี่ชายเจ้าบอกว่าจะลงชื่อน้องชายเจ้า อีกไม่กี่วันจะส่งเขาไป” เจ้าของที่ดินเกาพูดแล้วก็เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “ตอนแรกข้าไปดูเรื่องการทะเลาะวิวาทกันเมื่อวานนี้ เลยไปหาเพื่อนเก่าสักหน่อย จากนั้นถึงได้ลองสืบข่าวให้เจ้า เรื่องนี้เรียกว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว”
เชิงอรรถ
^ อาต้า เป็นคำเรียกภาษาท้องถิ่น ใช้เรียกผู้จัดการ เจ้าของร้าน หรือใช้เรียกพี่ชาย