บทที่52 ห่าวเหวินออกจากคุกแล้ว
เย่จื่อเฉินแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากเป็นพ่อหมาแล้วก็ไม่อยากมีลูกชายอย่างเสี่ยวไป๋ด้วย
ยื่นมือออกไปตบหัวของเสี่ยวไป๋เล็กน้อย เย่จื่อเฉินก็เลิกคิ้วพูด
"อย่ามาตีสนิทกับฉัน เดี๋ยวฉันจะให้แกกินอาหารของสุนัขสวรรค์ถึงตอนนั้นแกจัดการธุระให้ฉันดีๆ ก็พอแล้ว"
ทันใดนั้นหัวของเสี่ยวไป๋ก็สั่นเหมือนกับของเล่นป๋องแป๋ง
ไม่ต้องให้หลิวฉิงแปลเย่จื่อเฉินก็เข้าใจ มันตกลงแล้ว
เปิดวีแชทดูรายชื่อเพื่อน เย่จื่อเฉินเลือกที่จะคุยกับยี่หนึงจินกุนเขาจะไม่ทักไปหาสุนัขสวรรค์โดยตรงแน่นอนใครจะไปเข้าใจว่าไอ้ที่มันเห่าโฮ่งโฮ่งมันหมายความว่าอะไร
"สหาย"
เย่จื่อเฉินทักทายไปอย่างสนิทสนมแถมท้ายประโยคก็ยังมีสติกเกอร์ทหารสูบบุหรี่อีกสามอัน
ติ๊ง!
เวลาผ่านไปประมาณห้านาที ตรงรูปโปรไฟล์ของยี่หนึงจินกุนถึงมีเลข 1ปรากฏขึ้น
ยี่หนึงจินกุน : มีอะไร
ถึงแม้จะเป็นข้อความง่ายๆแต่ถึงอย่างนั้นเย่จื่อเฉินก็ยังรู้สึกได้ถึงความเฉยเมยจากเพื่อนร่วมสาบานคนนี้
เย่จื่อเฉิน : ทำไมถึงเย็นชาขนาดนี้ล่ะ?
ยี่หนึงจินกุน : อย่าพูดเลยข้าเองก็ไม่อยากพูด
เย่จื่อเฉินเข้าใจทันที ก่อนหน้านี้ซุนหงอคงบอกกับตนว่าเขาตียี่หนึงจินกุน
ดูจากท่าทางแล้ว เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง
ความรู้สึกหดหู่แบบนี้ เย่จื่อเฉินไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากขออาหารหมากับยี่หนิงจินกุนยังไง
แต่คิดไม่ถึงว่ายี่หนิงจินกุนจะฉลาดขนาดนี้ เปิดประเด็นขึ้นมาเองเลย
ยี่หนึงจินกุน : สหาย ที่ทักมาหาข้านี่ต้องมีธุระแน่ใช่ไหม
เย่จื่อเฉิน : ก็มีธุระจริงๆนั่นแหละ (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์หน้ายิ้มแฉ่งเห็นฟันเรียงเป็นแถว)
ยี่หนึงจินกุน : มีธุระอะไรก็ว่ามาเลยตราบใดที่ข้าสามารถจัดการได้ข้าจะช่วยเจ้าแน่นอน
นี่แหละคือข้อดีที่ได้มาจากระดับความสนิทแบบไว้ใจอีกฝ่ายจะมีความเชื่อใจในตัวเขา
เลียริมฝีปากเล็กน้อย เย่จื่อเฉินก็ไม่ใช่คนชอบพูดมาก ชอบเข้าประเด็นเลย
เย่จื่อเฉิน : ก่อนหน้านี้ที่มีสุนัขสวรรค์สั่งอั่งเปามาที่ส่งหมามาหลายตัวเจ้ายังจำได้ไหม
ยี่หนึงจินกุน : เรื่องนี้เองเหรอ
เย่จื่อเฉิน : ตอนนั้นข้าแย่งมาได้หนึ่งตัวแต่ว่าเจ้าก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่ดินแดนลึกลับ ที่นี่ไม่มีอะไรที่หมากินได้เลยตั้งแต่ที่มันมาอยู่กับข้าก็ได้กินแค่รำแค่เศษผัก ผอมหมดแล้ว
ยี่หนึงจินกุน : เข้าใจแล้ว
ติ๊ง!
ไม่ต้องพูดให้มากความ ก็มีอั่งเปาส่งมาถึงทันที
คุณได้รับอั่งเปาของยี่หนึงจินกุน
เพ็ดดีกรีสวรรค์ x5
เปิดหีบสมบัติในวีแชทเย่จื่อเฉินกดที่เพ็ดดีกรีสวรรค์แล้วเลือกถอนออกมา
บนพื้นหินมีกระดูกส่องแสงเป็นประกายวางอยู่
โฮ่งโฮ่ง...
เสี่ยวไป๋แสดงสีหน้าตื่นเต้น ทั้งเห่าทั้งหอนแล้วจึงพุ่งเข้าไปหากระดูกชิ้นนั้น
"ว้าว...เย่จื่อเฉิน นายทำได้ยังไง"
หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศเบิกตากว้างกระดูกนี่โผล่ออกมาทันทีอย่างกับเสกออกมา
โดยเฉพาะตอนที่เธอเห็นเย่จื่อเฉินกับยี่หนึงจินกุนคุยกัน แล้วยังเห็นว่าเขาเปิดไอคอนหีบสมบัติในวีแชท
ดูเหมือนว่าในสมัยของเธอ ในวีแชทจะยังไม่มีฟังก์ชันนี้นะ
"บอกแล้วไงว่าพี่รู้จักคนบนสวรรค์นะน้อง เธอไม่เชื่อเอง"
เย่จื่อเฉินหันไปค้อนใส่หลิวฉิงพูดได้เลยว่าเรื่องนี้เป็นความลับส่วนตัวที่สุดของเขาเลยนะแม้แต่เย่หรงเขาก็ไม่ได้บอก
ที่บอกให้หลิวฉิงรับรู้โดยที่ไม่ลังเลแบบนี้ก็เพราะว่าเธอเป็นผีนอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครสามารถพูดคุยกับเธอได้
แล้วอีกอย่างก็คือ เธอน่ารัก
กลับมาที่แชทของยี่หนึงจินกุนเย่จื่อเฉินกำลังจะขอบคุณแต่กลับเห็นว่าข้างบนมีข้อความของยี่หนึงจินกุนอยู่
ยี่หนึงจินกุน : ช่วงนี้การเงินข้าก็ค่อนข้างขัดสนเลยมีเพ็ดดีกรีอยู่ไม่มาก แต่ก็น่าจะพอให้ใช้ไปได้สักพัก รอให้ข้าได้เงินก่อนถึงตอนนั้นข้าจะส่งไปให้นะสหาย
เรื่องนี้เขาไม่ได้โกหกเย่จื่อเฉิน ตอนที่เข้ากลุ่มแชทวันแรกเขาก็เห็นแล้วว่าเพื่อนคนนี้จนจริงๆ
ยี่หนึงจินกุนต้องมีตำแหน่งบนสวรรค์ และจะต้องเป็นตระกูลใหญ่บนสวรรค์แน่นอน
แต่เขาดันมาบอกว่าการเงินของตัวเองค่อนข้างขัดสนเนี่ยนะ
เย่จื่อเฉินกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ดูท่าว่าเกมกระดานหมากรุกของเขาจะได้ไปเปิดตัวบนสวรรค์แล้ว!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เย่จื่อเฉินก็ส่งข้อความไปให้ยี่หนึงจินกุนทันที
เย่จื่อเฉิน : สหาย ไม่ต้องกลัวอีกเดี๋ยวข้าจะสอนวิธีหาเงินให้เจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้กำไรกลับมาอย่างแน่นอน
เพิ่งจะส่งข้อความนี้กลับไป ทางยี่หนึงจินกุนก็แทบจะตอบกลับมาทันที
ยี่หนึงจินกุน : เจ้าก็บอกข้ามาเลยสิทำไมยังต้องรออีกล่ะ
เย่จื่อเฉิน : ยังไม่ถึงเวลา
เย่จื่อเฉินยิ้มร้ายไม่สนใจที่ยี่หนึงจินกุนถาม แล้วจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
ไพ่นกกระจอก เกมหมากรุก ทอยลูกเต๋า...
เขาจะส่งเสริมสิ่งเหล่านี้เข้าไปในสวรรค์แน่นอนแต่เขาต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด
หยิบยื่นให้ง่ายขนาดนี้ ยังมีอะไรที่เขาเอามาทำกำไรได้อีกบ้าง
เขาต้องดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย เมื่อถึงเวลาค่อยพูดกันอีกที...
เปลืองแรงน้อยแต่ได้ผลคุ้มเกินคุ้มแน่นอน
เมื่อเลื่อนสายตามาหยุดที่เสี่ยวไป๋กระดูกชั้นนั้นก็โดนมันแทะจนเกลี้ยงแล้ว
ตอนนี้มันกำลังนอนกรนอยู่บนพื้นแต่เย่จื่อเฉินรู้สึกได้ว่าพลังของเสี่ยวไป๋กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดูท่าว่ามันจะกำลังดูดซับพลังจากกระดูกชิ้นนั้นอยู่
สุนัขสวรรค์เป็นหมาวิเศษ อาหารที่กินได้จะต้องเป็นสินค้าระดับไฮ-เอ็นด์แน่นอน เสี่ยวไป๋เป็นหมาที่แม้แต่ในการคัดเลือกสุนัขสวรรค์ก็ยังโดนคัดออกถ้ามันจะดูดซับพลังสักหน่อยหลังจากที่กินก็เป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่เย่จื่อเฉินต้องทำในตอนนี้ ก็คือรอให้เสี่ยวไป๋ตื่น
สามวันผ่านไป
ตลอดสามวันมานี้ พอเย่จื่อเฉินเรียนเสร็จก็จะกลับมาที่บ้าน
อย่างแรกเลยคือเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเย่หรงอย่างที่สองคือเขาเป็นห่วงอาการของเสี่ยวไป๋
ในระหว่างนี้ เย่หรงก็ว่าจะพาเสี่ยวไป๋ไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์หลายครั้งแล้วยังดีที่โดนเย่จื่อเฉินห้ามเอาไว้ได้
"จื่อเฉิน เสี่ยวไป๋เอาแต่หลับทุกวันแบบนี้ เราไม่ต้องพามันไปหาหมอจริงๆเหรอ?"
เย่หรงมองดูเสี่ยวไป๋ที่นอนหลับอยู่ในฟูกนอนแบบพิเศษ คิ้วของเขาขมวดด้วยความเป็นกังวล
ถ้าบอกว่าเป็นห่วง เย่จื่อเฉินก็เป็นห่วงเหมือนกัน
เสี่ยวไป๋คือตัวแทนของเขาในการที่จะปกป้องเย่หรงนะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมันเย่จื่อเฉินไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะต้องทำยังไง
ตอนนี้เย่จื่อเฉินเริ่มจะรับรู้ได้ถึงอาการบางอย่างของเสี่ยวไป๋แล้วอย่างน้อยมันก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร
ตรู๊ดดด
โทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นเย่จื่อเฉินมองไปยังหมายเลขผู้โทรที่ปรากฏขึ้น แล้วจึงกระตุกยิ้มมุมปากหลังจากที่ทักทายเย่หรงแล้วก็เดินออกมาจากบ้าน
"อะไร คิดถึงผมเหรอ?"
คนที่โทรมาหาเขาคือเซียวอี้เหม่ยเธอคือคนที่ตัดสินใจเดินหน้าความสัมพันธ์แบบคู่รักกับเขาเลยนะดังนั้นคำพูดของเย่จื่อเฉินจึงค่อนข้างมีความนัยคลุมเครือ
"หึ คิดว่าเธอลืมฉันไปแล้วซะอีก ตั้งนานแล้วไม่เห็นจะติดต่อฉันมาบ้างเลย"
"อ่า..."
เย่จื่อเฉินทำหน้าลำบากใจเรื่องที่ไม่ได้ติดต่อเซียวอี้เหม่ยนั้นเป็นความผิดของเขาจริงๆ เขาสลัดไม่หลุด
จับโทรศัพท์ไว้โดยไม่พูดอะไรอยู่นานแต่เสียงของเซียวอี้เหม่ยในสปีกเกอร์โฟนกลับหลุดเสียงหัวเราะขำออกมา แล้วพูดอย่างสบายใจ
"โอเค รู้ว่าเธอยุ่ง ไม่โทษเธอหรอก ความจริงฉันก็ไม่อยากรบกวนเธอด้วยซ้ำแต่ว่า..."
เซียวอี้เหม่ยอึกอัก ฟังจากน้ำเสียงของเธอเย่จื่อเฉินก็รู้แล้วว่าเธอต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกเขาแน่นอน
"แต่ว่าอะไร?"
"ห่าวเหวินออกมาแล้วนะ" น้ำเสียงของเซียวอี้เหม่ยแฝงไว้ด้วยความหนักใจแต่อาจจะด้วยกลัวว่าจะทำให้เย่จื่อเฉินเป็นห่วง จึงพูดออกไปอีกหนึ่งประโยค "เขาไม่ได้มาหาเรื่องฉันหรอก"
"ว่าไงนะ!"
เย่จื่อเฉินทำหน้าตกใจแล้วพูด
"คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้"