"มีเพื่อน ๆ ถามผมว่า การเอาชีวิตรอดในป่าครั้งหน้าผมจะไปที่ไหน ความจริงแล้วครั้งหน้าจะไปที่ไหน หรือจะไปเมื่อไหร่ ผมก็ยังไม่ได้คิดไว้เลยครับ แต่ผมกล้าการันตีเลยว่า จะไม่ปล่อยให้พวกคุณรอกันนานเกินไปแน่นอน อย่างมากก็แค่หนึ่งสัปดาห์ ยังไงซะการไปเอาชีวิตรอดก็ไม่ใช่การไปเที่ยว ก่อนหน้านั้นผมต้องเตรียมตัวหลายอย่าง หวังว่าผู้ชมทุกท่านจะเข้าใจผมหน่อยนะครับ"
"นอกจากนี้ สถานที่ที่ผมจะไปท้าทายก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศด้วย หลังจากนี้ ผมจะไปท้าทายสภาพแวดล้อมที่อันตรายแบบต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลก จะไม่ทำให้พวกคุณผิดหวังในตัวผมแน่นอนครับ"
[แอดมินหวงเสี่ยวเฉินมอบเรือสำราญสุดหรู 1 ลำให้สตรีมเมอร์ : ลูกพี่อวี่ กลับมาแล้วอย่าลืมที่เรานัดกันไว้นะ]
เมื่อเห็นข้อความของหวงเสี่ยวเฉิน หวังอวี่ก็พูดปนยิ้มว่า "วางใจเถอะสหาย ไว้กลับไปเมื่อไหร่ผมจะแจ้งวันเวลาและสถานที่นัดพบให้พวกคุณรู้แน่นอน"
ในขณะที่พูดคุยกับผู้ชมในห้องไลฟ์ เวลาก็ค่อย ๆ ไหลผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
หวังอวี่หยิบกบกระทิงขึ้นมา ตรวจดูจนแน่ใจว่ามันสุกแล้ว ก็เอาเข้าปากกัดไปหนึ่งคำ
"เนื้อนุ่มละมุน รสชาติอร่อยมาก และที่สำคัญที่สุดคืออุดมไปด้วยสารอาหาร โดยรวมแล้วดีกว่ากินปลาเป็ร้อยเท่าเลยครับ"
[ดูเหมือนลูกพี่อวี่จะแค้นฝังหุ่นกับปลามากนะเนี่ย!]
[พูดตามตรงนะ ตอนที่ลูกพี่อวี่จับกบกระทิงเมื่อกี้ ฉันไม่กล้าดูเลย รู้สึกว่ากบกระทิงมันดูน่าเกลียดน่ากลัวมาก]
[เชี่ย จะไปสำรวจต่างประเทศด้วยเหรอ? สตรีมเมอร์คุณภาพจริง ๆ !]
[ลูกพี่อวี่แค่บอกว่าจะไปต่างประเทศ ไม่ได้บอกว่ารายการครั้งหน้าจะไปสักหน่อย ครั้งหน้าน่าจะยังอยู่ในประเทศแหละ]
[ลูกพี่อวี่ ไม่ว่าจะไปต่างประเทศหรือในประเทศ ฉันก็สนับสนุนคุณ!]
หลังจากกินเสร็จ หวังอวี่ก็หยิบรังปลวกชิ้นหนึ่งที่เก็บใส่กระเป๋าเป้เมื่อตอนบ่ายออกมา
"แค่โยนเ้านี่เข้าไปในกองไฟ ก็จะช่วยให้ผมรอดพ้นจากการถูกยุงกัดตอนนอนตอนกลางคืนได้แล้วครับ ตอนค้างคืนในป่าทึบยังพอทน แต่หนองน้ำเนี่ยคือ์ของยุงเลยล่ะ พอตกกลางคืน ยุงพวกนี้จะบินวนไปวนมาอยู่รอบตัวคุณ แล้วก็คอยดูดเืคุณ"
"การโดนยุงกัดในป่า อาจทำให้คุณติดเชื้อมาลาเรียได้ง่าย ๆ เลยนะครับ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ก็คือ ความจริงแล้วในยากันยุงมีกรดฟอร์มิกอยู่เป็จำนวนมาก ซึ่งพวกมันเป็ของดีในการไล่ยุงเลย"
พูดจบ หวังอวี่ก็โยนรังปลวกในมือเข้าไปในกองไฟ
ในตอนนั้นเอง จำนวนคนในห้องไลฟ์สตรีมก็ทะลุหลักหมื่นคนอย่างเป็ทางการ
หวังอวี่เชื่อว่า หลังจากเริ่มสตรีมในครั้งหน้า จำนวนคนจะต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
“เพื่อน ๆ ที่ชอบการไลฟ์ของผม สามารถกดติดตามได้เลยนะครับ ผู้ชมทุกคนครับ ไลฟ์วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับ!”
หลังจากปิดสตรีม หวังอวี่ก็เติมกิ่งไม้แห้งเข้าไปในกองไฟอีกเล็กน้อย เขานอนขดตัวอยู่ในที่พัก แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
...
ระหว่างที่หลับสนิท หวังอวี่ก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงประหลาดบางอย่าง เนื่องจากตอนกลางวันเหนื่อยล้ามามากเกินไป เขาจึงเกาหัวแกรก ๆ แล้วเตรียมตัวจะนอนต่อ
"บรู๊ววว"
เสียงนั้นชวนขนลุก ดังแว่วมาจากความมืด จากไกลมาใกล้ และชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อได้ยินเสียงประหลาดนี้อีกครั้ง หัวสมองของหวังอวี่ที่กำลังสะลึมสะลือก็ตื่นเต็มตาในทันที ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เพราะเขาฟังออกว่า นี่คือเสียงหอนของหมาป่าสีเทา!
หวังอวี่ใช้จิตสำนึกควบคุมโดรนถ่ายภาพทางอากาศให้เปิดห้องไลฟ์สตรีม และเปิดโหมดการมองเห็นตอนกลางคืนของโดรน
ที่เขาเปิดห้องไลฟ์เพียงเพราะ้าบันทึกสถานการณ์ตอนนี้ไว้ เพื่อที่จะนำไปลงในแพลตฟอร์มบีจ้านในภายหลัง แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ทันทีที่เปิดไลฟ์ ก็มีผู้ชมหลั่งไหลเข้ามามากกว่าสองร้อยคน
ตอนนี้เป็เวลาตีสองกว่าแล้ว ผู้ชมที่เข้ามาในห้องไลฟ์ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่หวังอวี่เปิดไลฟ์ในตอนกลางคืน ผู้ชมต่างพากันพิมพ์ข้อสงสัยลงในคอมเมนต์
[ไม่นึกเลยว่าลูกพี่อวี่จะมาเปิดสตรีมเอาป่านนี้]
[เพิ่งเล่นเกมเสร็จเตรียมตัวจะนอน ปรากฏว่ามีแจ้งเตือนพิเศษขึ้นมาว่าลูกพี่อวี่เปิดสตรีม]
[เกิดอะไรขึ้นเนี่ย งงไปหมดแล้ว]
[ทำไมลูกพี่อวี่ถึงมาเปิดสตรีมเอาเวลานี้ล่ะ เกิดเื่ใหญ่อะไรหรือเปล่า?]
ในตอนนั้นเอง เสียงหอนของหมาป่าสีเทาจากที่ไกล ๆ ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง หวังอวี่กระซิบกับกล้องไลฟ์สตรีมเสียงเบาว่า "พวกคุณได้ยินเสียงนี้ไหมครับ? ผมมั่นใจเลยว่า นี่คือเสียงหอนของหมาป่าสีเทาตัวที่เราเห็นเมื่อตอนกลางวัน นั่นก็หมายความว่า ตอนนี้ผมยังคงอยู่ในอาณาเขตของมัน"
หวังอวี่กลืนน้ำลาย
"ตอนนี้ผมได้แต่หวังว่าหมาป่าสีเทาตัวนี้แค่จะเดินผ่านไปเท่านั้น ยังไงซะ ผมก็ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับหมาป่าสีเทาตามลำพังในสภาพแบบนี้หรอกนะ"
เมื่อเสียงหอนดังขึ้นอีกครั้ง หวังอวี่ก็สะดุ้งเฮือก เสียงร้องนั้นเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า หมาป่าสีเทาตัวนี้ไม่ได้แค่เดินผ่าน แต่มันมีเป้าหมายมาที่ตัวเขาต่างหาก
การค้นพบนี้ทำให้มือและเท้าของเขาเริ่มมีเหงื่อซึม
ขืนเป็แบบนี้ต่อไปโดยไม่เตรียมตัวอะไรเลย อีกเดี๋ยวเขาคงได้ตายศพไม่สวยแน่ ๆ
เมื่อนึกถึงสภาพศพของตัวเอง หวังอวี่ก็รีบผุดลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาที่ข้างกองไฟ
ณ เวลานี้กองไฟได้ดับมอดลงแล้ว หวังอวี่ใช้มือเขี่ยมันออก เผยให้เห็นถ่านไฟสีแดงที่ยังคงคุกรุ่นหลงเหลืออยู่
เขารีบคว้ากิ่งไม้แห้งกำหนึ่งมาวางทับบนถ่านไฟ แล้วค่อย ๆ เป่าลมอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้ว่าตอนนี้ภายในใจของเขาจะร้อนรนมากแค่ไหน แต่สติก็คอยบอกเขาว่าต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้ แหล่งกำเนิดไฟคือความหวังในการรอดชีวิตของเขา หากถ่านไฟถูกเป่าจนดับลงไปอีกล่ะก็ ต่อจากนี้เขาคงทำได้เพียงเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวนี้ในความมืดมิดเท่านั้น!
'เร็วเข้าสิ เร็วเข้า!'
หวังอวี่ะโอย่างร้อนรนอยู่ภายในใจ หวังให้มันลุกติดไฟขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าการเคลื่อนไหวของมือกลับแ่เบามาก
ในที่สุด ภายใต้ความคาดหวังของหวังอวี่ ประกายไฟเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้น แสงไฟค่อย ๆ ลุกลาม และกองไฟก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
การที่กองไฟลุกติดขึ้นมา ทำให้ภายในใจของหวังอวี่มีความรู้สึกปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาอีกนิด
ต่อให้ต้องต่อสู้กับหมาป่าสีเทา ก็ต้องพยายามทำเงื่อนไขให้เป็ประโยชน์ต่อตัวเองมากที่สุด เมื่อเทียบกับสัตว์ป่าแล้ว มนุษย์นั้นฉลาดกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่สัตว์ป่ายังคงสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืด ในขณะที่มนุษย์ทำไม่ได้
หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีแสงสว่าง หวังอวี่คงไม่มีเรี่ยวแรงตอบโต้กลับได้เลยแม้แต่น้อย แต่ในสภาพที่สามารถมองเห็นรอบด้านได้อย่างชัดเจน บวกกับสัญชาตญาณความหวาดกลัวต่อแสงไฟของสัตว์ป่า หวังอวี่ก็มีความมั่นใจถึงเจ็ดส่วน!
เขาเติมกิ่งไม้แห้งลงไปในกองไฟอีกหน่อย เพื่อให้ไฟลุกโชนรุนแรงขึ้น แล้วหยิบมีดสั้นออกมากำไว้ในมือแน่น
พร้อมกันนั้น ร่างกายก็จัดท่าเตรียมต่อสู้ตามมาตรฐาน เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป
"บรู๊ววว"
เสียงหอนชวนขนลุกของหมาป่าสีเทาดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เสียงดูเหมือนจะอยู่ใกล้หวังอวี่มากขึ้นกว่าเดิม
หวังอวี่รู้ว่า หมาป่าตัวนี้อยู่ในระยะรัศมีสิบเมตรรอบตัวเขาแล้ว
แต่โชคดีที่ที่พักซึ่งหวังอวี่เลือกไว้ ทำหน้าที่ปกป้องเขาได้เป็อย่างดีในสถานการณ์เช่นนี้
ที่พักซ่อนอยู่ในเนินดิน โดยมีดินล้อมรอบสามทิศทาง ทำให้หมาป่าสีเทาสามารถโจมตีได้จากทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้น