สืบสู้ผี ภาค 1-3

    12 ฝันหรือจริง ?

         แล้วผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา...!
         จากภาพดำมืดที่ผมเห็นเมื่อครู่นี้ ตอนนี้มากลายเป็นภาพเพดานห้องในห้องของผมเองไป...ผมรีบลุกขึ้นมานั่งทันที 'อะไรกัน...? นีฉันฝันไปหรอกรึ....!
         ผมเหลียวซ้ายแลขวาไปรอบๆห้อง ในใจยังพรั่นพรึงกับแมวดำตัวนั้นยังไม่หาย...
         แมวดำ... ในความฝันตัวนั้น มันดูราวกับมีพลังบางอย่างที่ทำให้หัวผมมึนงงไปหมด...
         แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความฝันไม่ใช่รึ...? มันไม่ได้เป็นเหตุกรณ์ที่เกิดขึ้นจริงสักหน่อย...?
         ในโลกแห่งความจริงที่ผมเพิ่งจะตื่นขึ้นมาเห็นนี้ ไม่มีทั้งผู้ชายที่ชื่อสิงห์หรือหญิงสาวที่ชื่อนุช รมทั้งไอ้โรจน์และกลุ่มลูกน้องของมันทั้งหมด...
         ไม่มีบ้านแฝดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นบ้านที่เพิ่งจะถูกสร้างได้ยังไม่เสร็จดีนั้น...
         และยิ่งไม่มีแมวดำที่น่ากลัวตัวนั้นอย่างแน่นอน...?
         ผมสลัดหัวไปมา เพื่อจะนึกทบทวนถึงเรื่องราวในความฝันนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ... แล้วก็พลันฉุกใจคิดถึงอะไรบางอย่าง...
        ก็แล้วถ้า... ถ้าเหตุการณ์ในความฝันนั้นมันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาจริงๆล่ะ...?
         ก็ถ้าวิญญาณของผู้ชายขนดกรุงรังนั้นมีชื่อว่าสิงห์จริงๆแล้ว... หญิงสาวที่ชื่อนุชนั้นก็คงจะมีตัวตนจริงๆด้วยสิ...
         และไอ้โรจน์กับพวกลูกน้องนั้น ก็คงจะมีตัวตนจริงๆด้วยสิ...
         ส่วนแมวดำในความฝันตัวนั้น มันก็อาจจะเป็นแมวตัวดียวกันกับที่ผมเจอที่ใกล้ๆต้นโพธิ์ในคืนวันนั้นจริงๆก็ได้
         และบ้านแฝดที่ดูเหมือนยังสร้างได้ยังไม่เสร็จดีในความฝันนั้น ก็อาจจะเป็นบ้านแฝดหลังเดียวกันกับบ้านแฝดที่ผมได้เช่าพักอยู่ในตอนนี้...
       นั่นก็หมายความว่า... ภาพเหตุการณ์ในบ้านแฝดที่ผมเห็นในความฝันนั้น อาจจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาจริงๆในอดีตหรือเปล่า...?
         แล้วความรู้สึกของผมตอนนี้ ก็เหมือนมีประกายไฟสว่างวาบขึ้นมาในหัว...!
         ผมรีบลุกขึ้นยืนทันที
         'นี่อาจจะเป็น... ฝีมือของเขาก็ได้ ? มันอาจจะเป็นความต้องการของเขา ที่ต้องการจะให้ผมได้เห็นภาพเหตุการณ์เหล่านั้นในอดีตกระมัง...?'
         ผมยังนึกถึงแววตาของเขาที่มองประสานสบตากับผมในความฝันนั้น ถ้าไม่นับแมวดำตัวนั้นก็มีเขาคนเดียวเท่านั้นในความฝันที่มองเห็นผม และดูเหมือนเขาจะยิ้มที่มุมปากให้กับผมด้วยซ้ำ...
         ผมเหลียวมองไปรอบๆห้องทีมีแต่ความเงียบวังเวงผสานกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังมาจากสวนรกๆนอกบ้านนั้น...
        "ทำไมนายไม่ออกมาบอกกับฉันตรงๆล่ะ...? ทำไมนายต้องใช้วิธีเข้ามาในความฝันแบบนี้กันล่ะ...? แล้วที่จริง... นายเองนั้นก็สามารถปรากฏตัวออกมาให้ฉันเห็นก็ได้ไม่ใช่หรือ...?" ผมส่งเสียงถามไปในอากาศที่ว่างเปล่านั้น โดยที่ก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่ได้คิดเลยว่าจะถามออกไปในลักษณะนี้
         เงียบเชียบ... และปราศจากคำตอบ...?
         เงียบเชียบ... และปราศจากเงาร่างใดๆที่จะมาปรากฏให้เห็นภายในห้องนี้...
         'ฉันนี่โง่จริง...' คิดแล้วผมก็ส่ายหัวไปมา...
         เจ็ดแปดเดือนแล้ว ที่ผมได้มาเช่าพักอยู่ในบ้านแฝดหลังนี้ แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาจะมาปรากฏตัวให้ผมเห็นในบ้านนี้แบบเป็นตัวเป็นตนจริงๆเลย
         ก็มีแต่ที่ใต้ต้นโพธิ์ในคืนนั้น ที่ผมได้เห็นเขาแบบเป็นตัวเป็นตนอย่างชัดเจนจริงๆ
         แต่เดี๋ยวสิ... ในบ้านนี้ยังมีคนอีกคนหนึ่งที่ได้เห็นเขาแบบเป็นตัวเป็นตนจริงๆ ถ้าไม่นับคนงานบางคนที่เคยได้เห็นและลาออกไปแล้ว... ก็คือมะลิเมียของจันนั่นยังไง ที่ยังได้เห็นเขาแบบเป็นตัวเป็นตนมาแล้วครั้งหนึ่ง...
         โลกของวิญญาณหรือมิติของวิญญาณนี้มันช่างลึกลับเจ้าใจยากยิ่งนัก... มันเกินความรู้และสติปัญญาของผมที่จะสามารถเข้าใจได้จริงๆ...
         และตอนนี้ผมก็จำเป็นที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เหตุการณ์ในความฝันที่ผมได้ไปพบไปมีประสบการณ์ในนั้นมา มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาจริงๆ หรือว่าผมแค่ฝันไปเองกันแน่...?
        วันนี้แหล่ะ... ที่ผมต้องไปคุยกับเธอคนนั้น เธอคนที่อาจจะช่วยผมหาคำตอบหรืออาจจะช่วยให้ผมได้คลี่คลายปริศนาเหล่านั้นออกไปได้บ้าง...
        ชื่อของเธอคนนั้นก็คือ 'ไอริณ'
         ไอริณ คือหญิงสาวที่ทำงานที่บริษัทเดียวกันกับผม บริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้นเป็นสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในมือแบบครบวงจร มีหนังสือและนิตยสารดังๆหลายฉบับที่จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์แห่งนี้
         ผมเองนั้นได้ทำงานอยู่ในกองบก.ชั้นเก้าที่เน้นทำพวกนิตยสารสารคดีต่างๆโดยผมได้ทำหน้าที่เขียนคอลัมภ์ให้กับหนังสือนิตยสารสองสามเล่มในแผนกนี้ ส่วนไอริณนั้นอยู่กองบก.ชั้นเจ็ด ซึ่งในชั้นเจ็ดนี้จะเป็นกองบก.ที่ทำหนังสือประเภทเอนเตอร์เทนเม้นท์แบบบ้านๆ เช่นหนังสือ 'โลกเร้นลับ' ที่ไอริณได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานอยู่ในนั้น
        ตอนแรกนั้นผมก็ไม่ค่อยได้สนใจหรือได้ข้องเกี่ยวกับกับกองบก.ในชั้นเจ็ดนี้นัก แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เพื่อนๆในกองบก.ชั้นเก้าได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาทำงานในกองบก.ชั้นเจ็ดนี้กันอย่างออกรสว่าไม่ธรรมดา ก็เลยทำให้ผมพลอยสนใจไปด้วยว่าเธอเป็นใครและทำหน้าที่อะไรอยู่ในชั้นเจ็ด และต่อมาก็ได้รู้ว่าชื่อของเธอคนนี้ก็คือ 'ไอริณ'
         แม้ว่าไอริณจะเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นานเท่าไร แต่กิตติศัพท์ความสวยเซ็กซี่ของเธอก็กระฉ่อนไปทั่วทั้งตึกสิบห้าชั้นนั้นเลยทีเดียว แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นที่ฮือฮากันอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไอริณนั้นเป็นคนไม่กลัวผี และชอบที่จะไปข้องเกี่ยวกับเรื่องผีๆอยู่บ่อยๆและนั่นเองที่ทำให้เธอเป็นตัวหลักในการหาข้อมูลต่างๆมาลงในนิตยสารโลกเร้นลับในกองบก.ชั้นเจ็ดนั้น...
        ผมได้มีโอกาสพบกับไอริณโดยบังเอิญเป็นบางครั้งบางคราวในระหว่างที่ลงลิฟท์ไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารหน้าตึกของสำนักพิมพ์ และก็ได้เคยพูดคุยทักทายกันบ้างเป็นบางครั้งระหว่างอยู่ในลิฟท์ และผมยังเคยถามเธอด้วยว่า ข่าวที่ว่าเธอ เป็นคนที่ไม่กลัวผีนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ? เธอตอบผมว่าจริง... และบอกอีกว่าถ้าหากผมมีข้อมูลประเภทเรื่องผีๆหรือวิญญาณให้บอกเธอบ้างเพราะเธอสนใจที่จะไปพิสูจน์หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะนำมาลงในนิตยสารโลกเร้นลับของเธอ ผมรับปากเธอ และจำเรื่องนี้ไว้...
         สิ่งที่น่าแปลกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆสำหรับผู้หญิงที่ชื่อไอริณคนนี้ก็คือ...
         เธอมักจะชอบจ้องหน้าผมมากๆในเวลาที่เราเจอกันโดยบังเอิญไม่ว่าจะเป็นในลิฟท์หรือในตอนกำลังทานอาหารกลางวันอยู่ที่ร้านอาหารหน้าตึก
         นี่เป็นอะไรที่ผมไม่เข้าใจ ว่าเธอกำลังมองอะไรในตัวผม และผมก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่การมองแบบอินเลิฟอย่างแน่นอน...
              (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)