ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ไม่นาน หนิงเทียนตอบตกลงทันที เพราะในตอนนี้ความสงสัยที่เกิดขึ้น คือตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดข้อมูลที่ได้จากฮาจุนกอปรกับข้อมูลที่มันจะได้รับจากหัวหน้ากองโจรครองฟ้า ถือเป็นสิ่งสำคัญให้หนิงเทียนเลือกที่จะวางหมากก้าวต่อไปได้อย่างรัดกุม
หนิงเทียนกล่าว “บอกแผนการของเจ้าออกมา??”
ฮาจุนเปิดปากเล่าออกมา “ตอนแรกข้าคิดว่าคนเหล่านี้คือหนึ่งในสมาชิกมหาโจรครองฟ้า แต่เมื่อผิดไปจากที่คิด และหมดความน่าสนใจในคนพวกนี้แล้ว ก็จะแยกตัวออกไปและมุ่งหน้าไปที่ขุนเขาเทียมฟ้า แหล่งกบดานของพวกมันโดยตรง”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนหัวเราะออกมาเบาๆ “ไม่ใช่ข้าได้ยินว่า กำลังของมหาโจรครองฟ้ามีมากกว่าแสนหรอกรึ อีกทั้งเจ้ายังไม่แน่ใจว่าจะสามารถสู้กับหัวหน้าของมันได้ตรงๆ ทำเช่นนี้ไม่เท่ากับเป็นการกระโดดลงเหวลึกหรือไง? ลืมไปเรื่องการร่วมมือของพวกเราไปได้เลย ข้ายังไม่คิดเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งง่ายๆแบบนั้นแน่”
“ใครขวางก็ฆ่า ต่อให้พ่ายแพ้ก็แค่ตาย ดีกว่าติดอยู่ที่นี่โดยไร้หนทางกลับไป” ฮาจุนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หนิงเทียนฉีกยิ้มกว้างให้กับอีกฝ่าย จากนั้นมันผายมือไปข้างหน้า “เช่นนั้นก็เชิญเจ้าไปทำตามที่คิดเพียงคนเดียวได้เลย”
“เจ้าจะไม่ยอมร่วมมือกับข้ารึ?? เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าพวกข้าเป็นใคร มาจากที่ใด และมีความสามารถอย่างไร??” ฮาจุนกล่าว
“แน่นอนว่าต้องอยากรู้ แต่ข้ายังไม่อยากตาย แต่ถ้าเจ้าคิดทำตามการตัดสินใจของข้า พวกเราอาจร่วมมือกันได้” หนิงเทียนพิงไปกับต้นใหญ่และนั่งลงอย่างไม่สนใจ
ฮาจุนหดสายตาลงแคบ มันจ้องไปที่อีกฝ่ายด้วยความคิด ก่อนจะกล่าว “เจ้าต้องการแต้มต่อในการร่วมมือกัน??”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิด แม้ข้าจะไม่แข็งแกร่งเท่าก่อน แต่อย่างน้อยสมองของข้าก็ยังไม่เลอะเลือนไป ข้าไม่พูดว่าแผนการของข้าจะดีที่สุด แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการพุ่งชนตรงๆของเจ้าอย่างแน่นอน” หนิงเทียนตอบกลับอย่างไม่สนใจ มันต้องการข้อมูลจากอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีทางยอมเดินตามแผนการที่หญิงสาว นามฮาจุนพูดออกมาเป็นแน่
หนิงเทียนเห็นอีกฝ่ายยังคงลังเลที่จะร่วมมือ มันจึงกล่าวถึงความปรารถนาของมันออกไปอย่างไม่ปิดบัง “ข้าและจักรพรรดิฉิน มีเรื่องที่ต้องสะสาง หากอำนาจเบื้องหลังของแผ่นดินฉิน เป็นอำนาจที่ข้าไม่รู้จัก ข้าก็จะไม่พุ่งเข้าชนพวกเขาตรงๆ ดังนั้นคำตอบของหมากที่ข้าจะเลือกเดิน เป็นข้อมูลเดียวกันกับที่เจ้าตามหา ศัตรูที่ข้ากำลังเผชิญอยู่เป็นใคร? ข้าต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้ก่อน และหากเจ้าคิดว่าเป้าหมายของพวกเราตรงกัน การจะยอมทำตามคนที่ฉลาดกว่าไม่เรียกว่าเป็นแผนการที่ดีงั้นหรอกรึ??”
แน่นอนว่าหนิงเทียนไม่ได้มองว่าฮาจุนเป็นคนเขลา เพียงแต่ระยะเวลาที่นางติดค้างอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักนานเกินไป เลยทำให้นางตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่นออกมา
ฮาจุนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความสับสนและลังเล มันกล่าวถามออกไปอีกครั้ง “เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองฉลาดกว่าข้างั้นรึ??”
“ไม่ใช่หรือไง?? ในขณะที่เจ้าคิดสังหารข้า แต่ข้ากลับไว้ชีวิตเจ้า เพราะหากข้าตัดสินใจเล็งกระสุนไปที่หัวของเจ้าแล้วละก็ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างเราก็ไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้” หนิงเทียนกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบ
สิ่งที่ได้ยิน ทำให้ฮาจุนฉุกคิดตามได้ หากอีกฝ่ายไร้ปัญญา คงไม่สามารถดึงข้อมูลหรือคิดต่อรองกับคนที่กำลังจะเข่นฆ่ากันได้ คิดได้ดังนั้นนางจึงลองกล่าวออกไป “ข้าไม่ต้องการที่จะรอนานไปกว่านี้อีกแล้ว”
หนิงเทียนยกยิ้ม มันยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “ข้าเองก็จะอยู่ในโลกใบนี้เพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น”
“บอกแผนการของเจ้าออกมา” ฮาจุนกล่าวถาม
หนิงเทียนส่ายศีรษะ “ตอนนี้ยังไม่มี”
ใบหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวเมื่อได้ยินคำตอบของหนิงเทียน ในขณะที่นางกำลังจะกล่าวคำใดออกมาเสียงของหนิงเทียนได้ดังขึ้นก่อน “เพียงแต่ว่า หัวหน้าของกองโจรหุบเขา หูหลี่ไป๋ อาจพอจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง”
“เจ้าคิดจะใช้กองโจรเล็กๆต่อสู้กับมหาโจรครองฟ้า?? น่าขันกำลังของพวกมัน ไม่ได้ครึ่งของข้าด้วยซ้ำ เชื่อหรือไม่? เพียงแค่ข้าคนเดียวก็สามารถสังหารพวกมันทั้งกองทัพได้แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น หนิงเทียนหัวเราะออกมา “ฮะฮาฮ่าๆ เจ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดแน่นอน” กล่าวจบสายตาแหลมคมของหนิงเทียนจ้องมองไปยังร่างของฮาจุน นางไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดสายตาของมนุษย์ธรรมดาถึงสามารถทำให้ร่างกายของนางเกิดการสั่นไหวขึ้นได้
ฮาจุนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมา “กำลังจะบอกว่า ข้าไม่มีทางสังหารพวกมันทั้งกองทัพได้ เพียงเพราะว่ากองโจรหุบเขา มีเจ้าเป็นกุนซืออยู่งั้นสินะ??”
หนิงเทียนใช้เพียงรอยยิ้มแทนคำตอบ ฮาจุนจึงได้กล่าวต่อไปว่า “ข้ามาจากสถานที่ ที่เรียกกันว่า ‘ตี้’ ดินแดนชั้นสูงที่อยู่เหนือแผ่นดินแห่งนี้ขึ้นไปอีก หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ คนที่นี่เรียกพวกเราว่าเทพ ส่วนเราเรียกพวกเขาเป็น มนุษย์ มีเพียงแต่คนจากตี้ ที่รู้ถึงการมีอยู่ของมนุษย์ แต่ สำหรับมนุษย์แล้ว ตี้ เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น เราสามารถมองดูการกระทำของผู้คนจากเบื้องบน แต่เราไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวได้”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนหดสายตาลงด้วยความแปลกใจ หากหนิงเทียนไม่เคยเป็นคนของโลกใบนี้มาก่อน มันคงไม่เข้าใจความจริงที่น่าเหลือเชื่อนี้ แต่เนื่องด้วยครั้งหนึ่งหนิงเทียนเคยใช้ชีวิตเหมือนเช่นมนุษย์ทั่วๆไป ทำให้รู้ได้เป็นอย่างดีว่า ฮาจุนที่มันกำลังสนทนาอยู่นั้น คือตัวตนที่มนุษย์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเรียกขานและบูชาเป็นเทพที่อยู่บนสวรรค์
“เพราะแบบนี้เจ้าถึงยกยิ้มเวลาถูกเรียกเป็นผู้ใช้คุณไสย??” หนิงเทียนกล่าว
ฮาจุนพยักหน้าขึ้นลง “มนุษย์เรียกกันว่าคุณไสย แต่สำหรับชาวตี้เราเรียกมันว่ามนต์”
หนิงเทียนได้กล่าว “เป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ แต่ก็น่าผิดหวังเล็กน้อย ข้าเคยคิดว่าเทพบนสวรรค์จะแข็งแกร่งกว่านี้เสียอีก และดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเจ้าเรียกกันว่ามนต์ มันสามารถถูกพลังวัตรหักล้างได้”
ฮาจุนยกยิ้มมุมปากก่อนจะตอบกลับไป “พลังวัตรระดับสูงสามารถหักล้างมนต์ระดับต่ำได้ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าเคยสงสัยหรือไม่ ตัวข้าอยู่บนแผ่นดินนี้มาสามสิบปี เหตุใดถึงพึ่งออกตามหาเบาะแสที่จะกลับไป หรือกระทั้งกลุ่มมหาโจรครองฟ้า เหตุใดถึงพึ่งจะเรืองอำนาจในช่วงเวลาสิบปีให้หลังมานี้”
ได้ยินแบบนั้น หว่างคิ้วของหนิงเทียนขมวดเข้าหากัน มันกล่าวตอบคำถามนี้ของอีกฝ่ายอย่างระวัง “หรือว่า ชาวตี้ของเจ้า สามารถฝึกฝนพลังวัตรได้??!!!”
ฮาจุนพยักหน้าและกล่าวออก “ถูกต้องสิ่งที่มนุษย์ทำได้พวกเราก็สามารถทำได้ และข้าไม่ได้เป็นผู้ใช้คุณไสย มนต์คือพลังดั่งเดิมของชาวตี้ กอปรกับเวลานี้...”กล่าวถึงตรงนี้กลิ่นอายของหญิงสาวกล้าแข็งขึ้นในพริบตา สายลมรอบตัวพัดทวนกลับทิศ หนิงเทียนบอกได้ว่าพลังวัตรของอีกฝ่าย หากไม่ทัดเทียมก็อยู่เหนือกว่ามัน
“พลังวัตรของเจ้าอยู่ในขั้นที่7” หนิงเทียนพึมพำออกมา
“พลังวัตรขั้น7 ประกอบกับมนต์ที่เป็นพลังแต่กำเนิด ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยุทธก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า” ฮาจุนกล่าวออกด้วยความมั่นใจ
“ชาวตี้ที่ฝึกพลังวัตรได้งั้นรึ ไม่แปลกเลยที่ยอดคนในยุคสมัยนี้จะถูกเจ้าสงสัยไว้ก่อน” หนิงเทียนกล่าว ในตอนนี้สิ่งที่ติดค้างในหัวถูกคลายความสงสัยลงไปได้หลายส่วน
ฮาจุนถามกลับ “แล้วโลกที่เจ้าจากมาเป็นเช่นไร สิ่งที่เจ้าใช้ออกมาคือพลังของโลกนั้น??”
แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีความคิดที่จะตอบกลับ นางจึงกล่าว “ช่างเถอะ ถึงอย่างไรมันก็ไม่สำคัญกับข้า” กล่าวจบหญิงสาวมองไปรอบๆพร้อมกับก้าวเดินกลับเข้าไปยังกลุ่มโจรหุบเขา
เห็นเช่นนั้นหนิงเทียนเปิดปากหาวและหลับตาลง โดยไม่สนใจสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพราะมัน