ตอนที่ 1: เงาอดีตในกระจกเงา
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนดัดรูปตัวอักษรหน้าร้านกาแฟเก่าแก่ย่านชานเมือง สะท้อนลงบนพื้นเปียกชื้นหลังสายฝนโปรยปราย กลิ่นอายของความชื้นและควันไอเสียผสมปนเปกันจนน่าอึดอัด แต่สำหรับ “กรณ์” แล้ว สิ่งที่รบกวนสมาธิเขามากที่สุดในวินาทีนี้ไม่ใช่บรรยากาศรอบตัว หากแต่เป็หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้สักขัดเงา
บนหน้าจอแสดงผลภาพวิดีโอถ่ายทอดสด (Live Stream) ของช่องข่าวท้องถิ่น ภาพชายหนุ่มสวมเสื้อฮู้ดสีดำคนหนึ่งกำลังเดินสะพายเป้ปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางเมือง แววตาของชายหนุ่มคนนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งชีวิตชีวา แต่ลึกเข้าไปในห้วงเวลาที่กรณ์มองเห็นด้วย "ดวงตาแห่งกรรม" กลับปรากฏภาพนรกโลกันตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า—ภาพกลุ่มควันมืดมิด เสียงกรีดร้อง และเศษซากเหล็กฉีกขาดจากะเิแสวงเครื่องที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปนับร้อย
“ชินดนัย… อายุ 24 ปี อดีตนักศึกษาเคมีผู้ถูกบดขยี้อนาคตด้วยระบบทุนนิยมและความอยุติธรรมในครอบครัว”
กรณ์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอ เขารู้ดีว่าข้อจำกัดของพลังตนเองนั้นโหดร้ายเพียงใด การมองเห็นอนาคตั้แ่เกิดจนวันตายของมนุษย์คนหนึ่งได้ละเอียดลออแม่นยำที่สุด 100% จะทำได้ทีละ "1 คนเท่านั้น" เพราะความซับซ้อนของมิติเวลาและการแทรกแซงทางควอนตัม หากเลือกเพ่งเล็งสืบสาวราวเื่ใครแล้ว คนผู้นั้นจะกลายเป็จุดหมุนของโลกทันที และชินดนัยคือเป้าหมายที่เขาเลือกใช้โควตานี้
กรณ์หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้จิตนึกย้อนทวนเข็มนาฬิกาผ่านหน้าจอไลฟ์สดนั้น ย้อนกลับไปสู่อดีตเมื่อยี่สิบสี่ปี วันที่ชินดนัยลืมตาดูโลกในโรงพยาบาลรัฐบาลที่แออัด เสียงร้องไห้แรกเกิดที่ไม่มีใครโอบกอดอย่างอบอุ่น จากนั้นภาพก็ไหลผ่านไปราวกับภาพยนตร์ความเร็วสูง ชีวิตวัยเด็กที่ถูกทุบตี พ่อติดการพนัน แม่หนีตามชู้ ความกดดันมหาศาลในห้องเรียนที่ถูกกลั่นแกล้ง (Bully) จนกระทั่งจุดแตกหักในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ที่เขาจะกดชนวนะเิพลีชีพเพื่อล้างแค้นสังคม
พลังพิเศษนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ฉันเป็หมอดู แต่มีไว้เพื่อเปลี่ยนอนาคต กรณ์คิดในใจ
เขาลืมตาขึ้น หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาพิมพ์คำสั่งสั้น ๆ ส่งไปยังเครือข่ายใต้ดินและมูลนิธิพัฒนาเยาวชนที่เขาถือหุ้นและอยู่เื้ั
"ตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่อยู่ปัจจุบันของ ชินดนัย ส่งทีมจิตวิทยาภาคสนามและชุดเคลื่อนย้ายมวลชนเข้าประชิดพื้นที่ภายในสิบห้านาที ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด... เราจะไปเปลี่ยนทางเดินของหมากตัวนี้กัน"
รถยนต์อเนกประสงค์สีดำสนิทเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟใต้ดินเป้าหมาย ภายในรถ กรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขากำลังวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัวชินดนัยจากข้อมูลที่เห็นในอนาคต สาเหตุที่เด็กหนุ่มคนนี้กลายเป็ผู้ทำลายล้างไม่ใช่เพราะเนื้อแท้ชั่วร้าย แต่เพราะ "สิ่งแวดล้อม" รอบตัวไม่มีพื้นที่ให้หายใจ ไม่มีใครรับฟัง และไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่
เมื่อรถจอดเทียบท่าใกล้จุดอับสายตาของสถานี กรณ์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสุขุม ร่างกายในชุดสูทลำลองดูภูมิฐานแต่เข้าถึงง่าย เขาสวมหน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางใบหน้าส่วนหนึ่ง เดินแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนที่กำลังพลุกพล่าน
เป้าหมายอยู่ห่างออกไปเพียงสามสิบเมตร ชินดนัยในชุดฮู้ดสีดำกำลังก้มหน้ามองพื้น มือสั่นเทาข้างหนึ่งกุมกระเป๋าเป้แน่น เหงื่อกาฬไหลท่วมขอบหน้าผาก ดวงตาของเด็กหนุ่มกวาดมองผู้คนรอบข้างด้วยความแค้นเคือง ทุกคนที่เดินชนเขาคือ "เหยื่อ" ในความคิดของชินดนัยเวลานี้
กรณ์เดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงสิบเมตร ในจังหวะที่ชินดนัยเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้คนรอบข้าง กรณ์ก็ก้าวเข้าไปขวางหน้าพอดีพร้อมกับสะดุดขาเล็กน้อย ทำทีเป็ทำแฟ้มเอกสารหล่นกระจายบนพื้น
"อุ! ขอโทษครับคุณหนุ่ม ช่วยผมเก็บหน่อยได้ไหมครับ มือผมไม่ค่อยดี" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเป็มิตร ไร้ซึ่งท่าทีคุกคาม
ชินดนัยชะงัก แววตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็ความงุนงงชั่วขณะ สัญชาตญาณความเป็มนุษย์ทำให้เขาก้มลงช่วยเก็บกระดาษแผ่นแรกที่ปลิวมาใกล้เท้า
"นี่ครับ..." ชินดนัยยื่นกระดาษคืน
ในวินาทีที่นิ้วมือของทั้งคู่ัักัน กรณ์ส่งกระแสจิตและพลังงานละมุนที่ฝึกฝนผ่านวิชาชี่กงและการปรับสมดุลภายในเข้าสู่จุดชีพจรของเด็กหนุ่มเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำจากอดีตและอนาคตที่เขาได้ล่วงรู้
"เรียนเคมีเกรดเฉลี่ย 3.98 แต่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งเพราะค่าเช่าห้องค้างสามเดือน... โลกนี้มันใจร้ายกับเธอเกินไปหน่อยใช่ไหม ชินดนัย?"
ร่างของชินดนัยแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใสุดขีด สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเื เขาถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว มือที่กำเป้คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง "คุณ... คุณเป็ใคร? รู้เื่ผมได้ยังไง!"
"ผมไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่ศัตรู" กรณ์ยิ้มอ่อนโยน แววตาจริงใจไร้เล่ห์เหลี่ยม "ผมเป็คนที่รู้ว่าปาฏิหาริย์ในห้องทดลองเคมีของคุณมันมีค่ามากกว่าจะเอามาพังทลายตึกนี้ มาร่วมมือกับผมเถอะ... มูลนิธิของเรากำลัง้าหัวกะทิแบบคุณไปสร้างห้องวิจัยระดับโลก เงินเดือนเริ่มต้นห้าหมื่นบาท พร้อมที่พัก และที่สำคัญที่สุด... คนที่เคยรังแกคุณ จะไม่มีวันได้เหยียบย่ำคุณอีกต่อไป"
รอบตัวพวกเขา เสียงประกาศรถไฟใต้ดินยังคงดังอึกทึก ฝูงชนยังคงเดินสวนกันไปมาโดยไม่รู้เลยว่า มหันตภัยระดับล้างผลาญเพิ่งถูกหยุดยั้งไว้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคบนทางเดินแคบ ๆ นี้
ชินดนัยมองหน้าผู้ชายแปลกหน้าที่ดูเหมือนรู้ทุกซอกทุกมุมในชีวิตเขายิ่งกว่าตัวเขาเอง หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มานานค่อย ๆ เอ่อล้นขอบตา ความโกรธแค้นที่สุมอกนับแรมปีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—ความรู้สึกที่มีคน "มองเห็น" ตัวตนของเขาจริงๆ เป็ครั้งแรกในชีวิต
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของเสาไฟสถานีรถไฟ ชายในชุดสูทอีกคนหนึ่งซึ่งทำงานให้องค์กรธุรกิจคู่แข่งกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องโทรศัพท์มือถือ บันทึกภาพทุกวินาทีส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ปริศนาต่างประเทศ
หมากกระดานแรกถูกเดินแล้ว และเกมระดับโลกที่ซ่อนเงื่อนกว่าสิบชั้นได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็ทางการ...