หญิงสาวมองใบหน้าที่หล่อเหลาของร่างไร้ิญญาแล้วให้เสียดายยิ่ง นางมองยังแผลที่ตันเถียนของร่างไร้ิญญาแล้วนางได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง
ใบหน้าของนางพลันยิ้มออกเมื่อคิดอะไรสนุกได้ นางวาดมือเรียวออก “ วิ้ง “ พลันปรากฏหยาดอมฤตในมือของนาง
“ นี่เป็หยาดอมฤตหงส์์ มันจะทำให้เ้ากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง “ นางเอ่ย
“ เ้าติดหนี้บุญคุณข้า วันหน้าเ้าต้องชดใช้ให้ข้า “ นางเอ่ย
นางสะบัดมือเรียวออกไป “ วู๊มม “ หยาดอมฤตหงส์์ล่องลอยเข้าสู่หน้าผากของร่างไร้ิญญา
“ วู๊มม “ มันแทรกซึมลงไปในหน้าผากของร่างไร้ิญญา
“ วิ้ง “ ทั่วร่างของร่างไร้ิญญานั้นเปล่งแสงห้าสีสว่างไสว พร้อมกับเสียงสวดแห่งบทเพลงอันเป็นิรันดร์
หงส์์ถือเป็อสูร์ที่ฆ่ามิตาย แม้นตายสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้เพราะมันบทเพลงอันเป็นิรันดร์ไว้ มันเป็บทเพลงแห่งโชคชะตาของสรรพสิ่ง มันเป็บทเพลงแห่งการเกิดใหม่
หงส์์จึงถูกไล่ล่ามาโดยตลอดทำให้จำนวนของมันลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย จนเวลานี้แทบจะมิมีผู้ใดพบเห็นมันในดินแดนมนุษย์
“ วิ้ง “ พลันปรากฏอักขระแห่งนิรันดร์ห่อหุ้มร่างไร้ิญญาไว้
นางนั่งเฝ้าอยู่นาน
“ อั้ก “ ชายหนุ่มกระอักโหลิตออก แลกวาดตามองทั่ว
“ อ้ากก “ เขาร้องลั่นเพราะาแทั่วทั้งกายาของเขา
“ อยู่เฉยๆสิ “ นางเอ่ย
ชายหนุ่มกลอกตามองนาง เขาตื่นตะลึงกับความงดงามของนาง ใบหน้าที่งดงามของนางนั้นราวกับเทพธิดาลงมาจุติบนโลกา
“ มิเคยเห็นคนรึ “ นางเอ่ย
“ ขออภัย “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เ้าช่วยข้า “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ มิใช่ข้าแล้วจะเป็ผู้ใด “ นางเอ่ย
“ เ้าติดหนี้ชีวิตข้าหนึ่งครั้ง ข้าหวังว่าเมื่อถึงเวลาเ้าจะชดใช้ให้ข้า “ นางเอ่ย
“ แน่นอน หนี้บุญคุณครั้งนี้ ข้ามิมีวันลืมเลือน “ เหยาอี้ชิงเอ่ย
“ ข้าเหยาอี้ชิง “ เขาเอ่ย
นางมองเขาแต่มิตอบอันใด
“ พี่นางฟ้า “ เขาเอ่ย
นางมองยังเขาแลทำหน้ามิพอใจสักเท่าใด “ เฟิ่งหลิงหลิง “ นางเอ่ย
“ อืม “ หยางคังพยักหน้า
เหยาอี้ชิงมองยังสองมือเรียวของนางที่ป้ายยาสมานแผลไปทั่วร่างของเขาอย่างมิรังเกียจ ทั้งบริเวณของสงวนของเขานางก็หาได้รังเกียจแต่อย่างใด ทั้งนางยังสนุกกับมัน
ชายหนุ่มเขินอายจนหน้าแดง ยิ่งทำให้นางมีความสุขยิ่ง
เมื่อนางทายาสมานแผลแล้วเสร็จ นางส่งโอสถฟื้นฟูกายาให้เขา
ชายหนุ่มให้งุนงงยิ่งเมื่อเขากลับมามีตันเถียนอีกครั้ง
“ มันเกิดสิ่งใดขึ้นกับตันเถียนของข้า มันถูกทำลายไปแล้วมิใช่รึ “ เขาเอ่ย
“ เ้าควรขอบคุณหยาดอมฤตหงส์์นะ “ นางเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ เ้าถึงกับใช้หยาดอมฤตหงส์์กับข้า “ เขาเอ่ย
“ รึเ้ามิอยากล้างแค้น “ นางเอ่ย
“ แน่นอน ข้าอยากล้างแค้น “ ชายหนุ่มเอ่ย น้ำเสียงของเขาที่เปล่งออกมานั้นมันเต็มไปด้วยโทสะ
“ อีกมินานข้าต้องไปแล้ว “ นางเอ่ย
“ ขอบคุณ “ เขาเอ่ย
“ นั่นมันแน่อยู่แล้ว “ นางเอ่ย
ราวหนึ่งชั่วยาม
“ ได้เวลาข้าต้องไปแล้ว ทั้งเ้าเองเวลานี้ก็ดีขึ้นมาก “ นางเอ่ย
“ แม่นางเฟิ่งมิรู้ว่าเ้าอยู่ที่ใด แลข้าจะไปหาเ้าได้รึไม่ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ อย่าเพิ่งรู้เลย เวลานี้เ้าสนใจตัวเ้าเองก่อนดีกว่า “ นางเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ ข้าต้องไปแล้ว “ นางเอ่ยแลชันกายลุกยืน
“ อ้า “ นางเหยียบชายเสื้อของตนอยู่จึงเซถลาเข้าหาชายหนุ่ม
ชายหนุ่มกางแขนทั้งสองข้างออก “ ตุบ “
ร่างของนางล้มทับร่างของชายหนุ่ม ปากสวยของนางประกบจูบยังปากเขา
สองตาของนางพลันเบิกโพลงแต่นางกลับมิยอมถอยห่างออกจากเขา ยิ่งเขาสวมกอดนางนางก็ยังเฉย
นางพลันสะดุ้งเมื่อลิ้นหยาบของเขารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากนุ่มของนาง นางกลับมึนงงสับสนร่างกายของนางพลันอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
“ อือ “ นางร้องครางออกเมื่อถูกสองมือของเขาเลื่อนเข้าลูบไล้ไปทั่วเรือนกาย
“ แกร็ก “ เสียงกิ่งไม้หักทำอานางสะดุ้งแลชันกายลุกยืนอย่างเร็วไว
สองตาหงส์ของนางมองยังชายหนุ่ม นางมิยักโกรธเขาที่เขาขโมยจูบแรกของนางไป ยิ่งคิดถึงเขาที่ลูบไล้เรือนกายของนางนางกลับมิโกรธเขา
“ คนบ้า “ นางร้องออกแล้วทะยานร่างขึ้นสูง
มือเรียวของนางวาดออกเรียกกระบี่ที่ถูกผนึกอยู่ในตันเถียนของเขาออกมา แลกอดไว้
“ นั่นมันกระบี่ฟ้าของข้า “ เขาเอ่ย
“ มันเป็ของข้า เป็ของข้าทุกอย่าง แม้นแต่ชีวิตของเ้าก็เป็ของข้า “ นางเอ่ยแลหายลับไป
“ หึ “ ชายหนุ่มยิ้มออก
“ เฟิ่งหลิงหลิง “ เขาพึมพำ
“ ขอบคุณ “ เขาพึมพำ
เหยาอี้ชิงใช้เวลาฟื้นฟูกายาอยู่นานนับวันกว่าที่กลับมายืนได้ แต่ก็ยังมิหายดีเพราะการาเ็ของเขานั้นมันหนักหนายิ่ง
“ หยาดอมฤตหงส์์ช่างเยี่ยมยอด “ เขาพึมพำ
“ นอกจากจะโกงความตายให้ข้าแล้วยังฟื้นฟูตันเถียนของข้าอีก “ เขาพึมพำ
“ หลิงหลิง ข้าติดค้างเ้ามากนัก “ เขาพึมพำ
“ ไอ้ชั่วทั้งหลายรอก่อนเถิด “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแลวาดมือเรียกกระบี่ดินออกมา “ กระบี่ฟ้าดินคู่นี้ข้าได้มาเมื่อคราออกสำรวจเมืองร้าง “ เขาพึมพำ
“ มันอาจเป็โชคชะตานำพาให้มาพบเ้าก็เป็ได้ “ เขาพึมพำ
“ มิรู้ว่าขั้นนภาสูงสุดของข้ายามนี้จะสามารถใช้มันได้รึไม่ “ เขาพึมพำ
“ ก่อนหน้านี้เคยลองแล้วหลายครา แต่ก็มิอาจแบกรับพลังของมันได้ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มชักกระบี่ดินออกจากฝัก “ ชิ้งงง “ เสียงคมกระบี่กรีดกรายฝ่ามวลอากาศ ฟังแล้วเสียวแปล๊บ
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่างแลเร่งเก็บกระบี่เข้าฝักแลส่งเข้าไปในตันเถียนเช่นเดิม
“ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง
ชายหนุ่มสำรวจตนเองแล้วพยักหน้า เขาเรียกชุดใหม่ออกมาสวมใส่แลทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มห้อตะบึงไปตามรอยเท้านานราวสองวันจึงออกจากป่า เขากวาดตามองยังเมืองแห่งหนึ่ง จึงเร่งไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงเมืองเขาเข้าไปในเมืองแลเดินเตร็ดเตร่อยู่ครู่ใหญ่ จึงพอได้ข่าวของอาณาแห่งนี้อยู่บ้าง
“ นี่คือเมืองจี้เสวี่ยอยู่ในแคว้นต้าเยี่ยน ห่างจากเมืองลู่ไกลลิบ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มให้งุนงงเป็อย่างยิ่งว่าร่างไร้ิญญาของเขาไหลมาถึงที่นี่ “ มันเป็โชคชะตา “ ชายหนุ่มพึมพำ
“ เมืองจี้เสวี่ยเป็หัวเมืองใหญ่ระดับสองรองจากเมืองหลวงจอมยุทธมีขั้นฝึกสูงสุดอยู่ที่สร้าง์ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มหวนคิดถึงฐานพลังของเมืองลู่ มันเริ่มจากปราณพารา ปราณนภา แก่นกายา ผนึกแดน
“ ที่นี่เหนือกว่าหนึ่งขั้นใหญ่ “ เขาพึมพำ
“ ดี “ ชายหนุ่มร้องออก
หลังจากที่สดับรับฟังเื่ราวของเมืองเขาได้มุ่งหน้าไปยังสำนักที่ดีที่สุดของเมืองนี้