ก่อนออกเดินไปแคว้นเว่ยเพียง 1 วันฟานอวี้และพวกได้พากันไปลาท่านตาท่านยายที่จวนตระกูลเหมยตอนที่เรียนหมอไม่ได้เข้าไปคารวะพวกท่านทั้งสองเพราะต้องปกปิดสถานะท่านหญิงสี่ เมื่อนางเรียนจบและได้กลายมาเป็หมออย่างเต็มตัวนางก็เลยถือโอกาสนี้มาลาท่านตาท่านยายของนางสักครั้ง
ณ จวนตระกูลเหมย
“ท่านพ่อบ้านไม่ทราบว่านายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าอยู่หรือไม่เ้าคะ?”
“นายท่านทั้งสองอยู่ขอรับ”
พ่อบ้านให้เกียรติฟานอวี้และพวกเนื่องจากสังเกตเห็นบนตัวทั้งสี่คนมีหยกเขียวสลักคำว่า “เหลียง” ผูกติดเข็มขัดของแต่ละคนอยู่ที่ด้านขวาซึ่งมันบ่งบอกและแทนตัวว่าเป็ท่านหมอของแคว้นเหลียง
“งั้นช่วยเรียนนายท่านทั้งสองด้วยว่า หมอแซ่อวี้มาขอเข้าพบนะเ้าค่ะ”
“ได้ขอรับเชิญท่านหมอทั้งสี่โปรดรอที่ห้องรับแขกก่อนนะขอรับข้าจะไปเรียนให้นายท่านทั้งสองทราบ”
“เ้าค่ะ ขอรับ(พร้อมกัน) ”
“เด็ก ๆ ใครอยู่ตรงนั้นไปเอาน้ำชาและขนมกุ้ยฮวามารับแขกของนายท่านด้วย”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อบ้าน”
สักพักทั้งสองท่านรีบเดินเข้าในห้องรับแขกเมื่อพบกับหลานสาวทั้งสองรีบสวมกอดหลานสาวคนเดียวของตระกูลและยังมีลั่วซือหยางเดินตามหลัง
“หลานตากับยายเ้าโตเป็สาวแล้ว เ้าเป็เช่นไรบ้าง? มาเรียนหมอตั้ง 3 ปี ไม่คิดที่จะมาเยี่ยมตากับยายบ้างเลยรึ? เ้าช่างใจร้ายเฉกเช่นมารดาของเ้าเหลือเกิน”
คำตัดพ้อของท่านยาย ทำเอาฟานอวี้ชะงัก!เหมือนเป็หลานสาวอกตัญญูยังไงอย่างงั้น
“ไม่ใช่ว่าหลานไม่คิดถึงท่านตากับท่านยายนะเ้าค่ะแต่ด้วยภารกิจเรียนหมอ และต้องปกปิดสถานะตามคำสั่งท่านพ่อท่านแม่และท่านน้าเพื่อความสะดวกและปลอดภัยต่อตัวหลาน เลยไม่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมท่านตากับท่านยายเลยเ้าค่ะท่านทั้งสองโปรดให้อภัยและอย่าโกรธหลานสาวคนนี้เลยนะเ้าค่ะไม่เช่นนั้นหลานสาวคนนี้คงเสียใจและไม่สามารถเป็หมอได้แล้วล่ะเ้าค่ะเพราะขนาดท่านตากับท่านยายของตัวเองแท้ ๆ หลานยังอกตัญญูทำให้ท่านทั้งสองเสียใจยังจะมีหน้าเป็หมอได้อีกหรือเ้าคะ?”
ใบหน้างามอธิบายเหตุผลต่าง ๆ นานาพร้อมแสดงท่าทางขอความเห็นใจ จนทำให้พวกท่านทั้งสองใจอ่อนปวกเปียก หายงอนไปเลย!”
ส่วนทั้งสามคนที่ติดตามมาด้วยพลางนึกในใจว่านางช่างเล่นละครได้สมบทบาทซะเหลือเกิน
ลั่วซือหยางก็งุนงงไปหมด ที่อยู่ ๆฟานอวี้ก็เข้ามาพบท่านตากับท่านยายของเขาเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องญาติผู้พี่ฝั่งมารดาของนาง ท่านแม่ของเขาหรือท่านป้าของนางเป็พี่สาวของฮูหยินลู่หลินกับท่านน้าเหมยอิง
“ท่านตาท่านยายข้างงไปหมดแล้วนางเป็อะไรกับตระกูลของพวกท่านกัน?”
“เ้าเด็กโง่!นี้คือน้องสาวของเ้าอย่างไรล่ะ ตาจะแนะนำให้เ้ารู้จักลูกสาวคนสุดท้องของท่านน้าเหมยหลินท่านหญิงสี่นามว่า ลู่ชิงอวี้ แห่งแคว้นลู่”
ลั่วซือหยางตกตะลึงถึงสถานะของนาง
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยเหตุใดหน้าตานางถึงไม่คล้ายคลึงท่านน้าเหมยหลินเลยละขอรับ”
“เ้าอย่าพูดซี้ซั้วหน้าตาของหลานสาวงดงามเหมือนข้าไม่มีผิด”
ท่านยายกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ที่หน้าตาของหลานสาวข้าไม่คล้ายคลึงทางฝั่งมารดามากอาจเพราะได้ฝั่งบิดามาด้วย ผสมผสานกันเลยงดงามถึงเพียงนี้” ท่านตาอธิบายสมทบ
“หลานเพิ่งรู้ว่ามียังน้องสาวอีกคนแถมยังเ้าเล่ห์เพทุบายมากไปด้วยแผนการ” ลั่วซือหยางหมั่นไส้เลยสวนกลับไปเต็ม ๆ
“เ้ากล่าวหาหลานสาวคนเดียวของพวกข้าเช่นนี้เ้าช่างกล้า บังอาจยิ่งนัก! เ้าหลานอกตัญญู”
ลั่วซือหยางไม่พอใจที่สองผู้เฒ่าเอาแต่ปกป้องฟานอวี้เขาก็เป็หลานคนหนึ่งเหมือนกันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
“ท่านตาท่านยายพอเถอะเ้าค่ะเป็ข้าเองที่ปิดบังท่านพี่ลั่ว จนทำให้ท่านพี่ลั่วโกรธเคืองน้องสาวท่านขออภัยท่านพี่ลั่วด้วยนะเ้าค่ะโปรดรับการคารวะจากน้องสาวคนนี้ด้วยเถิด”
“เหอะเ้าช่างเล่นละครตบตาผู้คนได้แเีเสียจริง แต่เ้าตบตาคนอย่างข้าไม่ได้หรอกข้ารู้ตับไตไส้พุงของเ้าหมดแล้ว เ้าเด็กเหลือขอ”
ตลอดระยะเวลาสามปีที่อยู่ร่วมสำนักด้วยกันลั่วซือหยางเห็นนิสัยของนาง เ้าเล่ห์ เ้าแผนการแค่ไหน นางฉลาดเป็กรดไม่ว่าศิษย์พี่หรืออาจารย์ท่านไหนก็ไม่สามารถเอานางอยู่นางมักจะมีเหตุผลมาโต้แย้งโน้มน้าวอยู่เสมอ
แม้นางจะทำผิดกฎระเบียบหรือมาเรียนสายทว่าศิษย์พี่หรืออาจารย์ในสำนักไม่สามารถทำโทษนางได้เลยพวกเขาก็เลยหันมาเล่นงานสหายของนางแทน จนหลิวลี้ เฟ่ยเฟ่ย และหลิวซาง ทั้งสามเอือมระอากับนิสัยของนางเต็มที
“ท่านพี่ลั่วข้าก็ขออภัยท่านแล้วนะเ้าค่ะ ท่านอย่าได้โกรธเคืองไปเลยให้อภัยข้าเถิดข้ารู้ว่าท่านชอบไปทานอาหารที่หอประดับดาวอยู่ประจำใช่หรือไม่เ้าคะ? เช่นนี้ดีหรือไม่? วันนี้ข้าขอเลี้ยงท่านเองเพื่อแทนการขอโทษจากน้องสาวคนนี้ข้ารู้ว่าท่านชอบดื่มสุราดอกท้อที่สุด ข้าจะหามาให้ท่านเอาแบบที่รสชาติดีที่สุดดีหรือไม่เ้าคะ? ท่านพี่ลั่ววววว”
นางมีใจอยากขอโทษพี่ชายคนนี้จริง ๆและก่อนที่นางจะออกเดินทางไปแคว้นเว่ย ก็อยากร่ำลาญาติฝั่งมารดาของนางให้เรียบร้อยเพราะอีกนานกว่าที่นางจะได้กลับมาแคว้นเหลียง
“ก็ได้ข้าจะให้อภัยเ้าสักครั้ง ถึงเ้าจะเป็ถึงท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่แต่ข้าก็เป็ศิษย์พี่และเป็พี่ชายของเ้าเช่นกัน เ้าก็ต้องให้ความเคารพข้าแบบนี้ถึงจะถูกต้อง”
“เ้าค่ะท่านพี่ลั่ววว”
หลิวลี้ เฟ่ยเฟ่ย และหลิวซางั้แ่ทั้งสามติดตามฟานอวี้มาที่จวนตระกูลเหมย ก็เป็ผู้ชมการแสดงอยู่ตลอดทั้งสามไม่มีใครปริปากพูดสิ่งใดสักคำนอกจากบอกทำความเคารพและกล่าวลากลับกับท่านผู้เฒ่าทั้งสองเพียงเท่านั้น!ตัวแสดงเอกก็จะมีแต่ ลั่วซือหยางกับฟานอวี้สมทบด้วยสองผู้เฒ่ายิ่งใหญ่ของตระกูลเหมย
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม พวกเขาทั้งห้ามาถึง หอประดับดาวสาขาแคว้นเหลียง
“ไม่ทราบว่าคุณชายมากันกี่ท่านพอดีมีโต๊ะว่างแค่ที่เดียวขอรับ ณ เวลานี้ ต้องขออภัยคุณชายด้วยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ของร้านอาหารโรงเตี๊ยมหอประดับดาวแจ้งกล่าวแก่ลั่วซือหยางที่เดินนำหน้าทั้งสี่คนมา
ลั่วซือหยางหันมาถามทั้งสี่คน “เหลือที่นั่งโต๊ะเดียวเอง พวกเ้าคิดเห็นเช่นไร?”
“ท่านพี่ลั่ว ไม่ต้องกังวลเ้าค่ะข้าได้เตรียมห้องวีไอพีให้แล้วเ้าค่ะ”
ลั่วซือหยางไม่เข้าใจภาษาแปลก ๆของฟานอวี้ “อะไรคือห้องวีไอพี?”
“ก็ห้องสำหรับแขกพิเศษยังไงเ้าค่ะไปกันเถิดเ้าค่ะ”
หลิวซางชูป้ายหยกของหอประดับดาวให้เสี่ยวเอ้อร์ได้เห็นเสี่ยวเอ้อร์พาไปยังชั้น 3ซึ่งเป็ชั้นที่สูงสุด
หลิวซางถามเสี่ยวเอ้อร์ของร้าน “อาหารที่ข้าสั่งเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน”
“ยกมาได้เลย”
“ขอรับนายท่าน”
จากนั้นทั้งห้าก็ได้ทานอาหารและดื่มสุราดอกท้อพูดคุยกันตามประสาสหายที่สนิทสนมกันมา
“เ้าไม่บอกฐานะของเ้าให้เซียวอี้เซียวทราบหรือไง?”
“ท่านพี่ท่านก็เป็สหายคนสนิทของศิษย์พี่เซียวท่านแจ้งให้ศิษย์พี่เซียวทราบแล้วกันเ้าค่ะข้าเชื่อว่าศิษย์พี่เซียวไม่โกรธข้าหรอกเพราะศิษย์เซียวรักและเอ็นดูข้าเฉกเช่นน้องสาวหากศิษย์พี่เซียวรู้ว่าข้ามีความจำเป็ที่ต้องปิดบังเขาข้าเชื่อว่าศิษย์พี่เซียวต้องให้อภัยข้าอย่างแน่นอน ไม่เหมือนท่าน!”
ฟานอวี้กล่าวอย่างชัดเจนแต่เหมือนหางตาลั่วซือหยางจะกระตุก “เ้ากำลังแอบกล่าวหาข้าใช่หรือไม่? เ้าเด็กเหลือขอ”
“ข้าเปล่านะเ้าค่ะข้าแค่พูดความจริง”
“เ้า!!!!! เฮ้อเอาเถิด เ้าจะเดินทางไปแคว้นเว่ยแล้ว ข้าไม่อยากทะเลาะกับเ้าเ้าจงเดินทางโดยปลอดภัยจำไว้ว่าหากเกิดอันตรายมีคนคิดจะทำร้ายเ้าให้ชูป้ายหยกเขียวของสำนักโรงหมอของเราให้พวกมันได้เห็น!แล้วพวกมันจะปล่อยเ้าไป ไม่กล้าทำอันตรายหรือทำร้ายเ้าอย่างแน่นอนจงจำคำของพี่ไว้ให้ดี!”
“เ้าค่ะท่านพี่ลั่วข้ารักท่านพี่ที่สุ๊ดดดดด ขอหอมแก้มที”
เขาััถึงลมหายใจอุ่น เกิดอาการตัวเกร็งแข็งทื่อ หน้าแดงเขินอายที่ถูกน้องสาวหอมแก้ม
“เ้าเด็กเหลือขอ!!เ้าเป็สาวพร้อมออกเรือนแล้ว จะมาทำกิริยาเยี่ยงนี้ไม่ได้แล้วนะถึงแม้ว่าข้าจะเป็พี่ชายของเ้าก็เถอะ! หากผู้ใดมาเห็นเข้าเ้าจะขายไม่ออก ข้าขอเตือนเ้าด้วยความหวังดี”
“หวงตัวจังท่านพี่ข้าหอมแก้มแค่นิดเดียวเอง ขายไม่ออกก็ไม่เป็ไรก็ยังมีท่านรวมถึงพี่ชายของข้าทั้งสามต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูข้าไปจนแก่เฒ่าอยู่แล้วเ้าค่ะ หากข้าออกเรือนไม่ได้ขึ้นมาอิอิอิ!”
ลั่วซือหยางขำพลางส่ายหัวนางสามารถหาคำโต้แย้งเพื่อโน้มน้าวผู้คนมาอยู่ข้างนางได้เสมอเขารู้สึกเอ็นดูและรักน้องสาวคนนี้ขึ้นมาในบัดดล!!!!