
บริเวณด้านหน้าศาลา มุมซ้ายและขวา มีกบตัวเล็กๆต่อตัวกันกับแมลง มุมละ 2 ตัว สร้างความฉงนและขบขันให้ปรางค์นารีไม่น้อย นางค่อยๆเข้าไปหมายจะหยอกล้อด้วยความเอ็นดู พอมองเข้าไปด้านใน เห็นกบตัวนึงนั่งอยู่บนใบบัวใหญ่ ร่างเป็สีเงิน และขนาบข้างซ้าย, ขวา ด้วยกบตัวเล็กๆอีก 2 ตัว รวมแล้วมีกบในศาลาแห่งนี้ 4 ตัว
ทัณฑิมาเอ่ยเข้าไปด้านในด้วยเสียงนอบน้อม ก่อนที่มือของปรางค์จะไปแตะกบน้อยด้วยความเอ็นดู
" ผู้าุโ ข้าขอบังอาจมาเยือน"
.....
ไร้เสียงตอบกลับ.. แต่ทัณฑิมาก็ยังเบาใจที่ช่างสังเกตเห็น ธรรมชาติที่ิัของกบยังทำการหายใจเป็ปกติ
.....
ปรางค์เอากบน้อยขนาดครึ่งกำมือ ตัวของมันสีฟ้าวางลงบนฝ่ามือ กบน้อยพ่นน้ำเล็กน้อยใส่ใบหน้าของนาง ทัณฑิมาหันไปมองเพียงครู่ แล้วสอดสายตาไปทั่วบริเวณ พบเพียงเสียงลมแ่เบา เสียงน้ำไหลเอื่อย เขาหลับตาลงสักครู่ รับรู้ถึงธรรมชาติที่น่าอภิรมย์
สักครู่ลืมตา เดินเข้าไปหากบตัวน้อยสีส้ม ที่อยู่บนหลังแมลงตัวหนึ่ง โน้มตัวลงแล้วเอ่ย
" เ้าเจรจากับข้าได้หรือไม่...."
......
ยังไร้เสียงตอบกลับ
" ปรางค์ เ้าคิดเช่นไร" ทัณฑิมา
นางยังคงเพลินกับความน่ารักของกบน้อย แต่ยังคงตอบกลับมา
" ท่านระวังด้านหลังเถิด" ปรางค์
กบตัวสีส้ม พ่นลูกไฟออกจากบริเวณปากของมัน แต่ทัณฑิมาหลบเลี่ยงไปได้
" หืมมมมม... ปรางค์ เ้าเข้าใจหรือไม่
รึเ้ารู้แต่แกล้งเงียบงัน" ทัณฑิมา
.....
" มีกบไม่ธรรมดาอยู่ที่แห่งนี้ 5 ตน ที่ยังรอ ที่ไม่ตอบ คงมีเหตุผล" ปรางค์
....
" อย่างไร...? " ทัณฑิมา
" เดิมที 3 ตัวด้านใน มีทีท่าอย่างไร" ปรางค์
" ข้าเห็นมันนิ่งเฉย หายใจเข้าออกเพียงเท่านั้น " ทัณฑิมา
" แล้วกบสองตัว ด้านนอกนี้เล่า? " ปรางค์
...
" ตัวนึงพ่นน้ำใส่เ้า อีกตัวพ่นอัคคีใส่ข้า " ทัณฑิมา
" เราไปยุ่งกับความธรรมดาของมันยังไงล่ะ ถ้ามันอยู่เฉยๆ คงไม่มีเื่ใด " ปรางค์
" อืมมมม.... แล้วจะให้เรานิ่งเฉยเสียเวลาไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่การดี ข้าเองยังมีภาระต้องทำต่อ สู้พยายามหาที่มาของเสียงนั้น ไม่ดีกว่าหรือ " ทัณฑิมา
" เราเข้ามาในดินแดนของเขา หากเราไม่ทำตามกฎของเขา ก็เท่ากับเราเป็คนที่ตายไปแล้ว หากอยากทำอะไรได้บ้าง ต้องยอมรับกฎของเขาเสีย " ปรางค์
ทัณฑิมาพร้อมปรางค์ ยังคงนั่งรออย่างสำรวมที่หน้าศาลา
+++++++++++++
ที่เมืองบาดาล ศศินาคา คนรักของอนันตานาคา ได้นำเครื่องเสวยมาวางไว้ไม่ห่างจากร่างบำเพ็ญของกายหยาบของเวนไตรย มหาครุฑผู้ยิ่งใหญ่
นางสังเกตร่างนั้นเริ่มเสื่อมโทรม และค่อยๆ แตกสลายทีละจุด ทีละน้อย เผยเห็นเนื้อในที่มีผิวกายผ่อง เสมือนด้านนอกเสื่อมสลาย แต่ด้านในมีร่างเนื้อแท้ซ่อนอยู่ แต่นางได้แต่เฝ้าดูและทำหน้าที่ดูแลในถ้ำ ปากถ้ำ เพื่อให้การบำเพ็ญเป็ไปด้วยความเรียบร้อย
พอนางค่อยๆเดินออกมาสู่ภายนอก ก็พบกับศิรินทร์นาคา รองแม่ทัพแห่งแดนนาค
" เป็ถึงมหาครุฑ ข้าคิดว่าเขาจะเสวยทิพย์ " ศิรินทร์เอ่ยต่อศศิ
.....
" เมื่อไหร่ที่กายไม่ผ่องใส ริมฝีปากเริ่มแตกแห้ง มีเหงื่อชะโลมผิว ข้ามีหน้าที่เพียงถวายการรับใช้ " ศศิ
" แล้วเขามิใช้วิถีทางบำเพ็ญของสัตว์ครึ่งเทพหรอกรึ " ศิรินทร์
" แต่เดิมเจตนาของท่านเวนไตรย เป็ไปดั่งมนุษย์สามัญ จึงเข้าถึงมรรคผลโดยง่าย แต่ด้วยการใช้ฤทธาบางครั้ง ยามพวกครุฑมาโจมตีเราโดนการกลั่นแกล้ง เมื่อใช้ฤทธิ์ไปแล้ว หนทางไม่เป็ไปตามครรลอง ด้วยเหตุนี้ท่านเวนไตรย จึงบำเพ็ญไปด้วยความลำบาก " ศศิ
" ยิ่งใช้ฤทธิ์ ยิ่งวนเวียนในสกุลเดิม เผ่าพันธุ์เดิม ยากต่อการไปเกิดเป็มนุษย์สินะ ข้าเองได้ยินเื่เล่าขานมาช้านาน ว่าเดิมที เนื้อแท้ของครุฑ มีความอ่อนน้อม และทรงเกียรตินัก แต่พอสิ้นยุคท่านเวนไตรย ผ่านรุ่นแล้วรุ่นเล่า มาสู่กาลนี้ ไฉนเปลี่ยนไป มีแต่ความโเี้ถึงเพียงนี้ " ศิรินทร์
++++++++++++
ทัณฑิมากับปรางค์ ยังคงนั่งสมาธินิ่งอยู่โดยสำรวม แต่ก็ไร้การตอบกลับใดๆ ได้ยินเพียงเสียงธรรมชาติพาให้ใจสงบสิ้นความร้อนรน
กบตัวที่อยู่ด้านในสองตน ตนนึงสีขาวนวล อีกตัวสีเปลือกไม้ ลืมตาขึ้นมาเริ่มขยับตัว พร้อมกับเอาเท้า ไปเขี่ยกบที่อยู่ตรงกลางให้ตื่น
สร้างความมึนงง และอดขำขันในอารมณ์ไม่ได้ พาให้ทัณฑิมาและปรางค์หัวเราะออกมา
กบตัวกลางที่ตัวใหญ่กว่าตัวอื่นๆ เริ่มงัวเงียตื่นขึ้นมา ขาข้างนึง เตะตัวที่อยู่ขวามือโดยที่กบตัวนั้นไม่ทันตั้งตัว ลอยไกลตกลงไปในน้ำ
มันทำท่าจะเตะฝั่งซ้ายอีกตัว กบทางซ้ายไหวทัน ปลีกตัว ะโลงน้ำได้ก่อน
กบตัวนี้ มีบุคลิกที่ชอบกล ชวนขันนัก ที่ปากคาบปล้องไม้ไผ่เล็กๆไว้ที่ปาก แล้วเอ่ย
" มีธุระรึ "
" ค่ะ.. เอ่อ.. ท่านคือ" ปรางค์
" เ้ามีผัวรึยัง" กบตัวนั้นเอ่ยถาม
......
ทัณฑิมา สะกิดนางออกมาด้านข้าง
" เ้ากบตัวนั้น ข้าจะมาบรรจงบีบคือมัน คาดคั้นเอาความจริงเสีย ว่าท่านาุโอยู่ที่ใด" ปรางค์
" ประเดี๋ยวก่อน เข้าจงบอกว่าข้าเป็สามีเ้าเสีย "
" ท่านจะบ้ารึ ความคิดพิกล ข้าจะไปจัดการมันเสีย " ปรางค์
" เดี๋ยวๆ เ้าไม่ฟังมันถามบ้างรึ หากเ้ามีสามี มันอาจจะโกรธ แล้วพาลขึ้นมา ข้าพูดเท็จว่าสามีืมันต้องมาลงที่ข้าแน่ เท่านี้เ้าปลอดภัย.... "
ไม่ทันสิ้นเสียงทัณฑิมา กบตัวนั้นก็ไปอยู่บนหัวของปรางค์ทันที ทำให้ทั้งสองแปลกใจยิ่งนัก
" เ้าอยากเป็ผัวนางกินรีนี่มิใช่รึ ถ้าเ้าตอบเท็จ ข้าไม่สบอารมณ์แน่ " กบปริศนาเอ่ย
ปรางค์นารี ส่งสายตาเหมือนเป็สัญญาณให้ทัณฑิมาหลอกล่อชวนคุย แล้วนางจะหาจังหวะจับมันไว้เสีย
ไม่ทันพริบตา กบหน้าท้องสีเงิน เอาเท้าไปตบไปที่กลางหน้าผากของนาง
เพี๊.. ยยยย !!!
นางร้องด้วยความเจ็บใจเสียงหนึ่ง พร้อมหมายเอามือไปจับมันไว้ มันะโเลี่ยงไป
แต่นางแยบยลนัก นางปล่อยมนต์ละอองเกสรที่นางถนัด ดักไว้ทุกอณูอากาศบริเวณนั้น
กบตัวนั้นะโฝ่าละอองของนางไป โดยไม่ทำการหลบ ทำให้นางแปลกใจมาก ว่าเป็ไปได้อย่างไร
บัดนี้มันมาอยู่บนศรีษะทัณฑิมาเสียแล้ว
" หึ.. มนต์ไม่เอาไหนแบบนี้ จะมาระคายข้าไม่ได้หรอกนะกินรีน้อย
ตราบใดที่มีธรรมชาติ ตราบนั้นไม่มีสิ่งใดทำอะไรข้าได้หรอกนะ แล้วเอาเท้าไปตบที่ขมับทัณฑิมา
" เฮ้.. ว่าไง ไม่อยากเป็ผัวนังนี่รึ "
ทัณฑิมาไม่ยอมหมายจับโดยพลัน
แต่ปรากฎกระบองลอยขึ้นมาจากผืนน้ำำ เข้าสู่มือกบปริศนา
มันทำการตีไปที่กลางหัวของของทัณฑิมา
" โอ๊ยยยย... !!!! " ก
มันตีพร้อมะโไปเบี่ยงไปพื้นที่กว้าง กบที่เหลือทั้ง 4 ตน ะโมารายรอบทั้ง 4 ทิศ
กบตัวน้อยแต่พละกำลังมากล้น ถือกระบองชี้มายังปรางค์นารี
" รับเ้านี่เป็ผัวซะ ไม่งั้นข้าไม่ชี้แนะวิธีเยียวยาน้องสาวเ้าเป็แน่ !! "
" พูดจาเหลวไหล เ้าเป็ใคร" ปรางค์
...
" ข้า...."
" คือคนที่ทำให้พ่อแม่เ้าสมหวัง แม้ต่างพันธุ์ ข้าคือพยานรักของบิดา และมารดาเ้า
ข้าคือคนในอดีต ที่ทำให้คนรักกันในหิมพานต์ได้สมหวัง เ้าพรหมงี่เง่าสหายข้ามันให้ข้าทำหน้าที่นี้ แม้ข้าจะมีพิษรอบตัว และข้าก็ได้มิตรมากมายจากหน้าที่นี้
คนขนานนามของข้าว่า.....
กลืนชีวัน !!!! "
++++++++++
( ติดตามตอน 22 )