เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับคนข้างๆที่หายไป เราไม่เข้าใจตัวเองเลยทำไมถึงทำเื่แบบนั้นไปได้ และเมื่อหาคนข้างๆไม่เจอก็คงต้องลงไปข้างล่าง รวีกำลังทำอาหารเช้าด้วยท่าทางที่ชำนิชำนาญ มันช่างเป็ภาพที่ดูขัดกับเมื่อที่เธอยิงปืนได้อย่างชำนาญเหมือนกัน
รวี : นั่งลงสิคุณ อาหารกำลังจะเสร็จพอดี
ภา : อืม
เรานั่งลงพร้อมกับทานอาหารที่รวีทำให้ทาน เราต่างคนต่างนั่งทานด้วยความเงียบ อาจจะเพราะความอึดอัดจากเื่เมื่อคืนหรืออาจจะเป็เพราะเราสองคนต่างไม่คุ้นชินกัน จนรวีเอ่ยขึ้นมา
รวี : เป็อย่างไรบ้าง อร่อยไหม?
ภา : อร่อยมาก เธอไปหัดเรียนทำอาหารมากจากไหนหรอ?
รวี : จากพ่อน่ะ พ่อเราเคยสอนไว้ก่อนที่จะ..........ช่างเถอะ
ภา : แต่อร่อยจริงๆปกติในป่าไม่มีอะไรแบบนี้หนิ
รวี : ก็ไม่มีแต่เราอาศัยจำเอาก่อนที่จะเข้าป่า ปกติในป่าเราก็กินแจ่วน้ำพริกหน่อไม้ สัตว์ป่า แต่อร่อยดี
ภา : ลำบากแย่
บรรยากาศอึดอัดกลับมาอีกครั้ง เราสองคนยังคงตั้งใจทานข้าวโดยที่ไม่พูดอะไรจนรวีได่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
รวี : รีบทานเสีย เดี๋ยวเราจะพาคุณไปส่งที่สำนักพิมพ์
ภา : อืม
รวี : แล้วก็มีอีกอย่างที่เราจะเอาให้ รอแปบหนึ่งนะ
รวีเดินขึ้นไปบนบ้านก่อนที่จะหยิบกระเป๋าออกมาและหยิบของในกระเป๋า มันคือปืนที่แปลกตาอย่างมากและมันคงไม่ใช่ปืนของกองทัพเราแน่นอน ด้ามปืนสั้นแต่จับถนัดมือ ท้ายปืนประทับตราดาว และยังมีแม็กกาซีนสามชุดพร้อมลูกแปดนัด เราได้แต่นั่งมองและยังคงไม่ถามอะไร
รวี : เราให้คุณ ไว้ป้องกันตัว
ภา : แต่เธอจะไม่มีปืนทำงานนะ แล้วอีกอย่างเราก็ยิงไม่เป็ด้วย
รวี : คุณยิงเป็ คุณเคยจบหลักสูตรปืนพกสั้นของกองรักษาดินแดนทำไมเราจะไม่รู้
ภา : แต่นั่นไม่ใช่เหตุผล ทำไมต้องเอาให้เราด้วย
รวี : มันคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องติดตัวไว้และอีกอย่างเรามีปืนสองกระบอก เราไม่ได้ให้ปืนที่เรารักกับใครนอกจากเราจะ'รัก'จริงๆ
ภา : เธอ...........
รวี : รับไว้เถอะเราขอร้อง
เราเก็บปืนที่รวีให้ไว้ในกระเป๋า แล้วจึงลุกไปแต่งตัวใส่ชุดที่รวีจัดไว้ให้ก่อนที่จะขึ้นรถแล้วดิ่งตรงไปที่สำนักพิมพ์ทันที เราสองคนยังคงนั่งบนรถแท็กซี่ด้วยความเงียบจนไปถึงสำนักพิมพ์ ยังไม่ทันได้ร่ำลากันรถก็ออกไปออกทันทีโดยที่เรายังไม่ได่เอ่ยคำอะไรออกไป เราเดินไปที่ห้องบรรณาธิการทันทีและพบกับพี่จิ๊บที่หน้าตาดูเป็กังวล
จิ๊บ : ภา พี่ใแทบแย่
ภา : อะไรหรอคะพี่จิ๊บ ดูใกันไปหมดเลย
จิ๊บ : ก็เมื่อวานพี่ได้ข่าวจากชาวบ้านแถวนั้นว่ามีคนถูกทำร้ายที่ตรอกหน้าโรงพิมพ์ พี่ก็เป็ห่วงนึกว่าคนที่เขาว่ากันเป็ภาเพราะพี่เห็นภาเข้าไปในตรอกนั่น
ภา : ภาปกติดี สบายดีค่ะพี่จิ๊บ
จิ๊บ : อืมดีแล้วแหละที่ไม่ได้เป็อะไร แล้วก็นิวัตรรอเราที่ข้างล่างไปทำข่าวฮอตกที่ทำเนียบ
ภา : ค่ะ
รถสำนักพิมพ์มุ่งตรงไปที่ทำเนียบรัฐบาล ทุกสำนักพิมพ์ต่างจอดรถเรียงรายเพื่อที่จะฟังแถลงการณ์ของท่านนายกเกี่ยวกับฮอที่ตกกลางทุ่งนาที่นครปฐม แต่สิ่งที่มากับฮอมีแต่ซากสัตว์ทำให้ประชาชนตั้งคำถามทำให้พวกเราต้องมานั่งฟังคำชี้แจ้งที่เกิดขึ้น
นักข่าว : ท่านค่ะฮอที่ฮอตกนครปฐมเนี่ยเป็คณะทำงานของทางหน่วยงานรัฐหรือไม่คะ?
นายก : ใช่ครับ เป็คณะทำงานคือเฮลิคอปเตอร์ที่ตกไปปฏิบัติราชการลับ เปิดเผยไม่ได้ ส่วนซากสัตว์ที่ปรากฎอาจเป็ของคนอื่นฝากมา
เรานั่งพร้อมพร้อมกับจดบันทึกคำพูดคร่าวๆของท่านนายก ส่วนนิวัตรทำหน้าที่เป็ช่างภาพ(จำเป็)ในการเก็บภาพไปประกอบเนื้อหาข่าว หากแต่ว่าพวกเราทุกคนที่สัมภาษณ์และฟังแถลงของท่านนายกก็รู้สึกว่าเนื้อหาเริ่มไร้สาระ สำนักพิมพ์ที่หนุนโดยคนในรัฐบาลเริ่มเบี่ยงเนื้อหาพวกเราก็ต้องจำใจกลับเพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์
นิวัตร : เราว่านายกแถลงแปลกๆนะ ว่าไหมภา?
ภา : ใช่ฉันก็ว่าอย่างนั้น แทนที่จะแถลงความเป็มาเป็ไปว่าที่มาของฮอตกคืออะไรแต่นี่แบบเอาแต่พูดว่าฮอราชการลับ แล้วอีกอย่างพวกนักข่าวที่นายกหนุนก็เอาแต่เบี่ยงประเด็นไม่พูดเื่ฮอตกเลย ฉันไม่เข้าใจจริงๆ
ขณะที่กำลังเดินกลับไปที่รถ เราสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดตำรวจและเดินมุ่งตรงไปที่บัญชาการหากแต่ว่าเรากลับสะดุดกับกลิ่นกุหลาบอ่อนๆที่หอมและรู้สึกคุ้นเคย เรามองจ้องไปที่ตำรวจคนนั้นแต่เธอกลับไม่ได้สนใจที่จะมองมา คงไม่ใช่อย่างที่คิด
นิวัตร : เป็อะไรรึเปล่าภา
ภา : ไม่มีอะไรหรอก
นิวัตร : กลับเถอะเราหิวข้าวจะตายแล้ว
รถสำนักพิมพ์แล่นออกจากทำเนียบถือเป็การจบงานอีกหนึ่งงานที่น่าเบื่อ หากแต่ความน่าเบื่อนั้นกลับถูกทะลายลงไปเมื่อเราคิดถึงกลิ่นดอกกุหลาบอ่อนที่โชยให้เราได้คิดถึงเธอคนนั้น 'รวี'
/////
ภา : สวัสดีค่ะ สำนักพิมพ์อธิชนค่ะ ไม่ทราบว่าติดต่อเื่อะไรหรือคะ?
ปริศนา : พอดีว่าทางเราอยากเชิญบรรณาธิการสำนักพิมพ์มาสอบถามเสียหน่อยนะครับ ที่ร้านเรสเตอร์ลองหัวมุมถนนพระอาทิตย์ ไม่ทราบว่าบรรณาธิการว่างหรือไม่ครับ?
ภา : ว่างค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่พวกคุณกำหนดเลยค่ะ สวัสดีค่ะ
โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก็ไม่ต่างอะไรกับทุกวันที่ท่านผู้ใหญ่คนมีสีมากหลากหลายจะเรียนเชิญพวกเราไปรับประทานอาหารหรูๆแพงๆเพื่อเป็การปิดข่าวและยุติการนำเสนอต่อประชาชน บางครั้งถึงขั้นส่งกระเช้าใส่เงินสดครั้งละสิบยี่สิบแบงค์เทาหรือไม่ก็ซองน้ำตาลมูลค่าห้าหลักมาเป็การปิดปาก พี่จิ๊บก็ได้แต่รับไว้แต่ก็ยังนำเสนอข่าวต่อเพราะพี่จิ๊บมักพูดเสมอว่า 'เอาไว้เป็เงินทุน' หากแต่ครั้งนี้พี่จิ๊บกลับส่งเราและนิวัตรไปแทนเพราะติดธุระ
ภา : ฉันกลัวนิวัตร
นิวัตร : มีนิวัตรอยู่ทั้งคนอย่างกังวลไปเลย เดี๋ยวนิวัตรปากสุนัขจะทำให้ไอ้ท่านคนนี้หน้าหงายไปเลย
ภา : เอาว่ะ ยังไงแบบไหนก็ช่าง
เรากับนิวัตรเดินมาที่โต๊ะหมายเลขยี่สิบสามอยู่ด้านหลังสุดของร้านไร้ผู้คนโดยรอบโต๊ะ ที่โต๊ะเราเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดอกกับตำรวจอีกสองคนยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง และเมื่อไปถึงเราก็ได้เอ่ยทักไปเสียก่อน
ภา : สวัสดี...............
รวีปรากฏตัวในชุดทหารสีดำ เราหยุดนิ่งเพราะใไปชั่วขณะ นิวัตรที่เตรียมแผนการที่จะด่าทอไว้อย่างดีก็เริ่มโวยวายเสียงดังจนเสียยกใหญ่
นิวัตร : นี่พวกคุณจะอะไรกันนักกันหนาอีก จะปิดปากพวกเราไม่ให้เสนอข่าวฮอตกอีกแล้วนะสิ เราบอกไว้ก่อนเลยนะว่ายังไงพวกเราก็ไม่ยอม เรา
ภา : นิวัตรพอก่อน
นิวัตร : แต่
ภา : เราจะคุยกับเขาเอง ออกไปก่อน
รวี : จ่าออกไปก่อน
เรานั่งฝั่งตรงข้ามกับรวีแล้วสั่งน้ำส้มเย็นเฉียบมาดื่มพลางๆเช่นเดียวกับรวีที่สั่งกาแฟมาดื่ม เราสองคนไม่พูดกันเลยสักคำ มีเพียงแค่มองหน้ากันอย่างเดียว จนรวีได้เอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึกอัด
รวี : คุณสบายดีไหม?
ภา : ฉันสบายดีค่ะท่าน
รวีเขยิบมานั่งข้างๆเราจนชิดติดกัน เรามองไปที่รวีสายตาของเธอไม่เหมือนครั้งแรกหรือครั้งไหนที่ได้เจอมันกลับเต็มไปด้วยความคิดถึงบางอย่างที่แม้แต่ตัวเราเองก็บอกไม่ถูก
รวี : คิดถึงคุณจัง
ภา : เธอ้าอะไรกันแน่
รวี : ไม่มี นี่ (ยื่นซองเอกสาร) รายชื่อคนที่อยู่บนฮอกับขบวนฮอที่ไปทุ่งใหญ่นเรศวร เก็บไว้ดีๆนะ
ภา : อืม
รวี : คุณ
รวีคว้าตัวเราให้อยู่บนตักก่อนที่จะโน้มตัวให้เรามาประกบหน้าใกล้ชิดและจูบ จูบครั้งแรก เราค้างไม่ผละออกด้วยอารมณ์เคลิ้ม เป็จูบที่หวาน ที่หอม แต่เรานึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่เื่ปกติจึงผละออกแล้วรีบเดินออกจากร้านทันที
นิวัตร : เป็ไงบ้าง ยัยคุณเธอมันพูดว่ายังไง?
ภา : ไม่มี
นิวัตร : ไม่มี แกแน่ใจนะว่าไม่มี
ภา : ช่างเถอะออกรถได้แล้ว