แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในเรือนพักองครักษ์ชั้นในสั่นไหวช้าๆ ตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้เก่า กลิ่นคาวเืจางๆ ยังไม่จางหายไปจากห้อง แม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วยามแล้วก็ตาม
ร่างของหลี่เฟยหลงนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้เรียบง่าย ผ้าพันแผลสีขาวซีดพันรอบลำตัวหลายชั้น บางจุดเริ่มมีเืซึมออกมาเป็วงเล็กๆ คล้ายดอกไม้สีแดงที่ค่อยๆ บานบนผืนผ้า
ใบหน้าของเขาซีดจนแทบไม่มีสีเื ดวงตาเปิดค้างจ้องเพดานไม้้าอย่างไร้จุดหมาย
ไม่มีความโกรธไม่มีความเ็ปที่แสดงออก
มีเพียง “ความว่างเปล่า” ว่างเปล่าจนเหมือนคนที่ถูกตัดออกจากโลกทั้งใบในหัวของเขายังย้อนกลับไปยังภาพเดิมซ้ำๆ ไม่หยุด
กระบี่นิลกาฬถูกยึดไปจากมือเสียงหัวเราะเ็าขององค์ชายใหญ่ และคำว่า “ความยุติธรรม” ที่ถูกเหยียบลงบนพื้นหิน
“ซื่อจื่อ…” เสียงเรียกเบาๆ ดังขึ้นจากหน้าประตูไม้ หลี่เฟยหลงไม่ขยับแม้แต่น้อย
ประตูเปิดออกช้าๆ พร้อมกับชายในชุดหมอหลวงสีขาวสะอาดเดินเข้ามา เขามีอายุราวกลางคน ใบหน้าคมนิ่ง ดวงตาลึกเหมือนคนที่มองทะลุชีวิตและความตายมาแล้วนับไม่ถ้วน
ตามหลังเขาคือขันที2นายในชุดทางการสีเข้ม แบกกล่องไม้ยาวประดับตราของราชวงศ์
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีที่พวกเขาเข้ามา ไม่ใช่ความกดดันจากพลัง
แต่เป็ “ความนิ่ง” ที่ทำให้คนรู้สึกเหมือนถูกกดให้หายใจช้าลงโดยไม่รู้ตัว
หมอหลวงก้าวเข้ามาใกล้เตียงอย่างช้าๆ ก่อนจะวางมือสองนิ้วลงบนข้อมือของเฟยหลง
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“แปลก…”
เขาพึมพำเบาๆ เฟยหลงหันสายตาช้าๆ ไปมอง
“อะไรแปลก?”
หมอหลวงไม่ตอบทันที เขากดนิ้วลึกลงไปอีกเล็กน้อย แล้วในวินาทีนั้นเอง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
“ปราณของท่าน…มันไม่ได้กำลังฟื้นตัว”
เสียงเขาหนักขึ้น “แต่มันกำลัง ‘ตื่น’”
หลี่กวงที่นอนคอยพยาบาลเขาอีกเตียงนึงพยุงตัวขึ้นมาและสะดุ้งเล็กน้อย
“ตื่น? เ้าหมายความว่าอะไร?”
หมอหลวงถอนมือออกช้าๆ สีหน้าจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“หมายความว่า สิ่งที่อยู่ในร่างของซื่อจื่อ… ไม่ได้สงบมาั้แ่แรก”
“มันถูกกดทับไว้” เขามองตรงไปยังเฟยหลง
“และตอนนี้… มันกำลังฟื้นตัวทีละนิดๆ”
เฟยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกในร่างกายเริ่มผิดปกติขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีลมร้อนและลมเย็นไหลสวนกันในเส้นลมปราณ
เขาเคยชินกับความเ็ป
แต่ความรู้สึกแบบนี้… ไม่ใช่ความเจ็บ
มันคือ “การเคลื่อนไหวของบางสิ่งในตัวเขาเอง”
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงขันทีคนหนึ่งก็ดังโพล่งขึ้นมาเหมือนแกล้งให้ใ
“รับราชโองการ!” เสียงนั้นดังชัดจนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
เฟยหลงพยายามยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย แต่หมอหลวงยกมือห้าม “อย่าขยับ”
ขันทีคลี่ผ้าแพรสีทองออก แล้วเริ่มอ่านอย่างเป็ทางการ
“ด้วยโองการฟ้าฮ่องเต้มีรับสั่ง
ด้วยซื่อจื่อหลี่เฟยหลง แห่งจวนอ๋องหลี่ ตรากตรำ ศึกษา รับใช้ราชสำนักในฐานะองครักษ์ชั้นในอย่างหนักจนล้มป่วย ข้าะเืใจนัก จึงขอให้เ้าพักรักษาตัว3วัน ห้ามใช้วรยุทธ์ หรือเคลื่อนปราณโดยไม่จำเป็ หากฝ่าฝืน ข้าจะถือว่าขัดราชโองการ”
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง
แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้นขันทีอีกคนก้าวขึ้นมา เปิดกล่องไม้ดำช้าๆ
เสียงฝาเปิดดัง “กึก”
และสิ่งที่อยู่ข้างใน… ทำให้แม้แต่หลี่กวงยังนิ่งไป กระบี่เล่มหนึ่ง มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา
ใบกระบี่สีเงินอมฟ้า แผ่แสงจางๆ ราวกับมีน้ำแข็งและแสงดาวไหลเวียนอยู่ในเนื้อเหล็ก ลวดลายัฟ้าสลักละเอียดั้แ่โคนจนถึงปลาย
“อีกทั้งข้ายังมีของขวัญเยี่ยมไข้จะให้เ้าด้วย…หวังว่าเ้าจะพอใจ”
“รับราชโองการ” ขันทีะโปิดท้ายและหลี่เฟยหลงก็ตบท้ายเช่นกัน
หลี่กวงหลุดเสียงออกมาเบาๆ
“…ัฟ้า?”
เขาหันไปมองเฟยหลงทันที
“เ้าไม่ได้ใช้ปราณนี้นี่”
คำพูดนั้นเหมือนตั้งคำถามแทนทั้งห้องเฟยหลงไม่ตอบทันที เขามองกระบี่เล่มนั้นนิ่ง
แล้วพบว่ามัน “แปลก” ไม่ใช่แปลกที่รูปแบบ
แต่แปลกที่ “ร่างกายเขาตอบสนอง”เพียงแค่สายตาัักับกระบี่ ปราณในอกของเขาก็ “สั่น”เหมือนมีบางสิ่งในร่างกำลังถูกกดให้สงบลงชั่วคราว
หมอหลวงหลินเซวียนพูดขึ้นช้าๆ
“ได้กระบี่มา่นี้ก็อย่าใช้มันนะซื่อจื่อ ร่างกายท่านอยู่ใน่ฟื้นฟู เส้นลมปราณของท่านกำลังไม่เสถียรอย่างรุนแรง” เฟยหลงกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวเขาไม่คิดจะใช้มัน ของที่ศัตรูส่งให้จะไปใช้ได้ยังไงกัน
“พี่ใหญ่พี่รองก็ใช้เล่มนี้เช่นเดียวกัน ไม่รู้เสด็จพ่อคิดยังไง ถึงยกให้เ้าด้วย” หลี่กวงพูดแบบงัวเงีย
“พระองค์อาจจะเห็นว่า ข้าสายเืเดียวกับเ้าล่ะมั้ง ถึงให้ข้า” เฟยหลงตอบพลางมองกระบี่
“ ถึงจะเป็สายเืเดียวกันก็จริง แต่ถ้าหากเป็ท่าน ที่มีลมปราณที่ขัดแย้งกันเช่นนี้ มันก็แปลกๆไปหน่อย ผู้น้อยขอเตือน อย่าใช้กระบี่เล่มนี้มากจนเกินไป” หมอหลวงกำชับด้วยเสียงจริงจัง
เฟยหลงจ้องมองกระบี่ัฟ้าภายใต้แสงโคมไฟในตำหนัก เขาไม่รู้ว่าจนถึงบัดนี้ กระบี่นิลกาฬของเขาจะเป็ยังไงบ้างนะ